ตอนที่ 4 อรุณสวัสดิ์ รินอารี 2
รุ่งเช้าห้องพักฟื้นของรินอารีหน้าต่างบานใสเปิดออกกว้างสุดแต่ภายในห้องมีเพียงนาราภัทรนั่งอยู่ข้าง ๆเตียงรินอารีที่กำลังหลับอย่างสบายใจ
นาราภัทรเพ่งมองใบหน้าที่แลดูเหมือนเด็กน้อยของรินอารีอยู่นานจนกระทั่งเกิดความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะบ้างเล็กน้อยแต่ก่อนรินอารีเป็เพียงเด็กจอมซนขี้อ้อนสำหรับเขาแต่เมื่อหล่อนโตเป็สาวภาพของเด็กน้อยขี้อ้อนแต่แสนซนกลับเปลี่ยนไปเป็หญิงสาวที่มีเสน่ห์น่ารักชวนหลงใหล
“อย่าเพิ่งตื่นมาตอนนี้นะ รินอารีแสนซน”
นาราภัทรพูดพร้อมกับค่อย ๆ โน้มตัวก้มหน้าลงไปใกล้ ๆใบหน้าของรินอารีหัวใจของชายหนุ่มเริ่มเต้นแรงอีกครั้ง
จังหวะนั้นเองที่รินอารีเริ่มรู้สึกตัวและได้ยินคำพูดประโยคเมื่อครู่ของชายหนุ่มรินอารีกำลังจะลืมตาขึ้นแต่ก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจของชายหนุ่มที่อาบรดใบหน้าของหล่อนความรู้สึกในตอนนั้นมันทำให้หัวใจของหล่อนเต้นแรง หล่อนลังเลว่าจะลืมตาขึ้นดีหรือว่าแกล้งหลับต่อไปหล่อนยังไม่ทันได้ตัดสินใจริมฝีปากอุ่นๆ ของนาราภัทรก็ประทับเข้ากับหน้าฝากใต้ผ้าพันแผลทันที
“...”
“อือ...”
รินอารีแสร้งทำเสียงในลำคอก่อนจะบิดตัวไปมาแกล้งทำเหมือนคนกำลังรู้สึกตัวก่อนจะตื่นนอนจังหวะนั้นนาราภัทรรีบกลับมานั่งในท่าปกติอยู่ข้าง ๆ ทันที
รินอารีกำลังจะลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆหล่อนคิดว่าจะบิดี้เีอีกสักหน่อยเพื่อให้เกิดความสมจริงของคนที่เพิ่งรู้สึกตัวโดยไม่ได้รับรู้ถึงรอยจูบของนาราภัทรก่อนหน้านั้นแต่ทว่าสายลมวูบหนึ่งก็พัดเข้ามาปะทะใบหน้าของรินอารีเข้าอย่างจังจนหล่อนรีบลืมตาและหันไปมองที่หน้าต่างในทันที
เพล้ง...
แรงลมอีกระลอกพัดเข้ามาอย่างแรงเหมือนความรู้สึกที่กราดเกรี้ยวของใครสักคนและนั่นก็ทำให้แจกันดอกไม้ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟาหล่นกระแทกพื้นแตกกระจาย
“แปลกจังเช้า ๆ อากาศสบาย ๆ อย่างนี้มีลมแรงด้วย”นาราภัทรพูดขึ้นก่อนที่จะเห็นรินอารีลืมตา “อ้าว รินตื่นแล้วเหรอใเสียงแจกันหรือเปล่า”
“...” รินอารีนิ่งเงียบไม่ตอบหล่อนยังหันหน้าไปทางหน้าต่าง
“ริน...” นาราภัทรเรียกชื่อพร้อมกับจับแขนหล่อน
“ค่ะ” รินอารีหันกลับมา
“ใเสียงแจกันเหรอ”
“อ้อ... ค่ะ”
“เดี๋ยวพี่เก็บเศษแจกันก่อนนะ”
“ค่ะ”
นาราภัทรค่อย ๆ เก็บเศษแจกันใส่ถังขยะพร้อมกับดอกไม้เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็เดินตรงไปที่หน้าต่างเอื้อมมือไปโดยหวังว่าจะปิดหน้าต่างบานนั้นเสีย
“พี่ภัทรจะทำอะไรคะ”
“...” นาราภัทรหันมามองหน้ารินอารีอย่างสงสัย “อ้อ...ลมมันแรงพี่ว่าจะปิดหน้าต่าง”
“แต่... รินอยากเปิดมันไว้อย่างนั้น” รินอารีเงียบนิดหนึ่ง“นะคะ” รินอารีทำคิ้วย่นเข้าหากันพร้อมกับแววตาออดอ้อน
“ฮะ ๆ” นาราภัทรหัวเราะเบา ๆ “กลับมาแล้วสินะ รินอารีคนเดิม”
“ก็นั่นมันเป็อิสรภาพอย่างเดียวที่รินมีภายในห้องพักฟื้นแห่งนี้นี่คะ” รินอารียังไม่เลิกออดอ้อน
“เอาละ ๆ พี่เชื่อแล้วไม่ต้องทำสำนวนแบบนิยายหรอก”
แม้นาราภัทรจะหัวเราะแต่เขาก็รู้สึกว่าเหมือนมีบางอย่างทำให้เขาอยากจะเห็นแววตาออดอ้อนของรินอารีและคำพูดที่หล่อนจะสรรหามา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เมื่อประตูเปิดออกคุณนันทิศ คุณนวลหงส์บุญเรือมกับนกแกก็เข้ามาในห้อง นกแกหอบถุงกระดาษใบใหญ่มาด้วยทันทีที่คุณนันทิศกับคุณนวลหงส์ได้เห็นรอยยิ้มของนาราภัทรกับสีหน้าของรินอารีก็รู้สึกพอใจ
“มาแล้ว ภาพถ่ายของใครก็ไม่รู้”คุณนวลหงส์พูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“นี่ค่ะ คุณหนูริน”นกแกรีบเอาอัลบั้มภาพถ่ายออกจากถุงกระดาษใบใหญ่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“คุณหนูรินของนกแกน่ารักกว่าทุกคนเลยค่ะ”
“แจกันแตกเหรอคะ” บุญเรือมพูดขึ้นพร้อมกับหันหน้าไปทางนาราภัทร
“อ้อใช่ครับป้า ลมมันแรงไปหน่อย”
“ลมแรงเหรอค่ะ” นกแกพูดขึ้นอย่างข้องใจ “ข้างนอกไม่เห็นมีลมสักนิดเลยนี่คะ”
“นี่มันชั้นที่ห้า ลมมันคงแรง” บุญเรือมมองหน้านกแก
“งั้น นกแกขอตัวไปเอาเศษแจกันไปทิ้งก่อนนะคะ”นกแกรีบเปลี่ยนเื่ทันทีที่บุญเรือมมองหน้า...
รินอารีรับอัลบั้มภาพแล้วเปิดดูโดยมีคุณนันทิศคุณนวลหงส์นั่งอยู่ทางซ้ายและนาราภัทรที่อยู่ฝั่งขวาของเตียง
“นี่รินเรียนจบแล้วจริง ๆ เหรอคะ”รินอารีมองดูตัวเองในชุดครุย
“ก็ใช่นะสิ” คุณนวลหงส์แทรก “ดูสิทำหน้าทำตายังกะลูกลิงซะงั้นคนอื่นเขาดูเรียบร้อยกันหมด พ่อภัทรดูสิ”
“คุณแม่อย่าว่าลูกสาวสิคะ” รินอารียิ้มมองดูภาพถ่ายของตัวเองกับเพื่อนๆ “แล้ว... ทำไมรูปของรินถึงอยู่กระจัดกระจายแบบนี้ละคะมีใครเอาไปหรือเปล่าคะ”รินอารีสบตามารดาแล้วมองมาที่ลุงของหล่อนก่อนจะหันไปทางนาราภัทร ก่อนจะก้มมองภาพต่อไป
“อ้อ...” คุณนันทิศพูดขึ้น “จะไปเต็มอัลบั้มได้ไงละยายจอมซนก็หลานของป้าลุงเที่ยวแจกภาพให้เพื่อนคนนั้นคนนี้ จำไม่ได้เหรอ”
“อือ...”
รินอารีทำท่าเหมือนพยายามคิดทั้งที่สายตาก็มองภาพไปเรื่อย ๆพร้อมกับเปิดไปทีละภาพ เหมือนจะยอมรับคำพูดของคุณนันทิศและไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่กับคำถามของตัวเองแต่เมื่อเปิดภาพไปเรื่อย ๆ ก็ไปหยุดอยู่ที่ภาพหนึ่งหล่อนมองดูภาพนั้นอยู่เนิ่นนานแววตาเหมือนกำลังขบคิดอะไรบางอย่าง
ภาพนั้นเป็ภาพของรินอารีเม้มริมฝีปากชิดกันแน่นทำตาขวางเอามือซ้ายท้าวสะเอวส่วนมือขวากำหมัดหงายขึ้นปล่อยนิ้วชี้ที่งอมันออกมาทำท่าเหมือนกำลังเรียกใครสักคนแต่พอถึงตำแหน่งภาพถัดไปกลับไม่มีภาพเหมือนถูกดึงออกไปแล้ว
รินอารีนิ่งอึ้งเหมือนความทรงจำในวันนั้นกำลังเด่นชัดขึ้นมาผู้คนพูดภาษาเกาหลีแม้แต่รินอารีเอง
“นี่เร็วหน่อยสิคะ เพื่อน ๆ ของรินเขารอจนเมื่อยแล้วนะ” รินอารีในชุดสำเร็จการศึกษาเอามือซ้ายเท้าสะเอวส่วนมือขวาก็กำหมัดหงายขั้นพร้อมกับกระดกนิ้วชี้เพื่อเรียกใครคนหนึ่ง “ดูสิแค่เปลี่ยนแบตกล้องแค่นี้ก็ต้องรอกันเป็ชาติ”
“อย่ามาเร่งนะ เดี๋ยวอดได้รูปสวย ๆ นะบอกไว้ก่อน”ชายหนุ่มสวนกลับด้วยคำพูดทันที
รินอารีพยายามนึกภาพใบหน้าชายหนุ่มคนนั้นให้ชัดเจนก็ไม่สามารถที่จะเห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นได้และเมื่อพยายามนึกเข้าใกล้เหตุการณ์ของภาพที่หล่อนยืนเท้าสะเอวและกำลังกระดิกนิ้วเรียกใครคนนั้นอีกครั้งภาพทั้งหมดก็เลือนหายไปทันที
“ริน...” น้ำเสียงคุณนวลหงส์ค่อนข้างดัง
“คะ แม่” รินอารีสะดุ้ง
“เป็อะไรไปลูก แม่เรียกตั้งสามสี่ครั้ง”
“รินกำลังคิดถึงภาพ ๆ นี้อยู่ค่ะ”รินอารีส่งภาพนั้นให้มารดาดู “แต่นึกเท่าไหร่รินก็นึกไม่ออก”
“หลานอย่าคิดมากสิ” คุณนันทิศรีบแทรก “เดี๋ยวจะปวดหัวเอานะเพราะตอนนี้หมอยังไม่อยากให้คิดอะไรมาก ต้องพักผ่อนเยอะ ๆ เอาเป็ว่าดูภาพไปเพลิน ๆไม่ต้องไปคิดหรือนึกถึงอะไรให้มากนะ”
“เห็นรูปแล้วมันอดคิดไม่ได้นี่คะ” หลานสาวแย้ง
“งั้นป้าลุงเอากลับทั้งหมดเลยดีกว่าไม่ต้องดูมันละเดี๋ยวไม่ได้พักผ่อนกันพอดี”
“อย่านะคะ”
รินอารีกอดกระชับอัลบั้มเข้ากับอกเหมือนเด็กหวงของ ใช้สายตาออดอ้อนกับป้าลุงของตนเอง
“เฮ้อ ฉันละเบื่อกับสายตาแบบนี้ของหลานสาวตัวเองเหลือเกิน”คุณนันทิศพูดพร้อมกับอมยิ้มกับท่าทีของหลานสาว “นี่วันนี้ป้าลุงกับแม่ต้องรีบไปทำธุระก่อนนะแล้วอยู่ที่นี่ห้ามซนห้ามอ้อนอะไรคุณหมอเขานะ”
“รินเป็คนแบบนั้นเหรอคะ” รินอารีพูดขณะที่สายตายังจับจ้องมองดูภาพถ่าย
ทุกคนที่อยู่ในห้องได้ยินแบบนั้นต่างก็พากันอมยิ้มและมองหน้ากัน...
รถเก๋งคันหรูสีดำของคุณนันทิศวิ่งมาตามถนนคอนกรีตด้านขวามือเป็ไร่ส้มกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาคุณนันทิศมองดูไร่ส้มของตนด้วยความภาคภูมิใจพร้อมกับนึกถึงใบหน้ารูปเรียวเล็กกับดวงตาโตๆ ของหลานสาว แต่ทว่าคุณนวลหงส์กับน้ำตาคลอ เมื่อคุณนันทิศหันกลับมาเห็นน้องสาวก็พอจะเดาออกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
“นวลหงส์ไม่ต้องคิดมากไปหรอกนะ”
“น้องสงสารลูกรินนี่คะพี่”
“ไม่ต้องห่วงหรอก อีกไม่นานยายรินจะลืมเื่ทั้งหมดเชื่อพี่สิ”
“น้องก็อยากให้มันเป็อย่างนั้นค่ะ”
รถวิ่งมาได้สักระยะคุณนวลหงส์ก็เหลือบไปมองเห็นป้ายขนาดใหญ่ทางด้านซ้ายมือเขียนเอาไว้ด้วยตัวหนังสือสวยหรู“ไร่องุ่นเทพธาวัลย์” คุณนวลหงส์จ้องเขม็งที่ป้ายเหมือนจะกลืนกินชื่อที่เขียนเอาไว้ส่วนคุณนันทิศเมื่อได้เห็นป้ายนั้นแววตาขุ่นแค้นก็ฉายแววออกมาทันที
“ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อหลานสาวของฉัน” ...