กำปั้นผ่ามิติ

    ตอนที่ 55 กอดแรกของหมื่นพัน

    ค่ำคืนเงียบสงบ แสงจันทร์สีเงินทอดตัวสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบ

    เรือพ่อค้าขนาดกลางลำหนึ่ง ซึ่งมุงหลังคาอย่างมิดชิด กำลังล่องตามกระแสน้ำอย่างเชื่องช้า

    บนฝั่งอันมืดมิด ร่างของหมื่นพันยืนมองอยู่เงียบๆ

    พันเองพัฒนาฝีมือและพลังจิตขึ้นมาก แม้ยังไม่ถึงขั้นจิตรับรู้ได้เหมือนภูผาและทองขาว แต่เขารับรู้ในรูปแบบของลางสังหรแล้ว

    เขามั่นใจว่าเรือลำนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่คอยขัดขวางการค้าของค่ายภูผา

    เรือลำเล็กของเขาค่อยๆ ลอยออกจากเงามืด

    ก่อนจะขวางหน้าเรือพ่อค้าเอาไว้

    "หยุดเรือ!"

    เสียงตะโกนดังขึ้น

    ทันใดนั้น หมื่นพันก็กระโดดจากเรือลำน้อย พุ่งขึ้นไปยืนบนหัวเรือราวกับนกอินทรี

    เหล่านักรบหญิงที่เฝ้าเรืออยู่ต่างตกใจ

    ก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะก้าวออกมา

    นางคือ...วันทนา

    ทันทีที่เห็นหน้าอีกฝ่าย แววตาของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไป

    "เป็นเจ้าอีกแล้ว!"

    วันทนาชักดาบออกจากฝักทันที

    "วันนี้ข้าจะจับเจ้าให้ได้!"

    สิ้นคำ ร่างของนางก็พุ่งเข้ามาราวสายลม

    เคร้ง!

    เคร้ง!

    เคร้ง!

    ดาบฟันต่อเนื่องไม่หยุด

    แต่หมื่นพันเพียงหลบ รับ ปัด และถอย

    ไม่ยอมโจมตีกลับแม้แต่ครั้งเดียว

    วิธีต่อสู้เช่นนี้ เขาเรียนมาจากภูผา

    ยิ่งคู่ต่อสู้ร้อนแรง เขายิ่งสงบนิ่ง

    ยิ่งคู่ต่อสู้โมโห เขายิ่งไม่ตอบโต้

    วันทนายิ่งสู้ก็ยิ่งหงุดหงิด

    "สู้สิ! เหตุใดเอาแต่หลบ!"

    "เจ้ามีฝีมือ ก็แสดงออกมาเถอะ"

    คำตอบนั้นยิ่งทำให้นางโกรธกว่าเดิม

    นางระเบิดพลังทั้งหมดออกมา

    ดาบทุกกระบวนท่าถูกใช้อย่างเต็มกำลัง

    แต่ก็ยังไม่อาจแตะตัวหมื่นพันได้

    สุดท้ายเมื่อเห็นว่านางไม่ยอมหยุด

    หมื่นพันจึงตัดสินใจใช้วิธีที่แม้แต่ตัวเองก็คาดไม่ถึง

    เขาพุ่งเข้าไปประชิดตัว

    ก่อนจะรวบวันทนาเข้ามาในอ้อมแขน

    "ปล่อยนะ!"

    นางร้องลั่น

    พยายามดิ้นสุดกำลัง

    ทั้งถีบ ทั้งศอก ทั้งกัด

    แต่หมื่นพันก็ยังไม่ปล่อย

    เหล่านักรบหญิงอีกหลายคนรีบเข้ามาช่วย

    ทว่าหมื่นพันใช้เพียงมือเดียวป้องกันการโจมตีทั้งหมด

    ส่วนอีกแขนยังคงรัดวันทนาเอาไว้

    ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนทั้งตกใจทั้งอับอาย

    ไม่มีใครคิดว่าจะมีชายคนใดกล้าทำเช่นนี้

    "ปล่อยข้านะ เจ้าคนบ้า!"

    วันทนายังคงดิ้นไม่หยุด

    เวลาผ่านไปครู่ใหญ่

    แรงต่อต้านของนางค่อยๆ ลดลง

    ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา

    หมื่นพันชะงักไปทันที

    เขารีบคลายอ้อมแขนออก

    วันทนาถอยหลังหลายก้าว

    ดวงตาแดงก่ำ

    "พวกเจ้าเป็นคนชั่ว!"

    นางตะโกนออกมา

    หมื่นพันขมวดคิ้ว

    "เหตุใดจึงชั่ว?"

    "พวกเจ้าปล้นคนอื่น! ทั้งฆ่าคน วางเพลิง ทำร้าย แม้กระทั่งเด็กและผู้หญิง"

    "พวกข้าไปทำเมื่อไหร่กัน แล้วหลักฐานอยู่ที่ใด?"

    "ทุกคนพูดกันเช่นนั้น!"

    "ใครเป็นพูด แค่พูดแล้วก็เป็นจริงหรือ"

    วันทนาถึงกับนิ่งไป

    หมื่นพันพูดต่อ

    "ข้าเองก็ได้ยินคนพูดว่าพวกเจ้าฆ่าพ่อค้าผู้บริสุทธิ์ เช่นนั้นข้าต้องเชื่อเลยหรือ?"

    คำถามนั้นทำให้นางพูดไม่ออก

    ทั้งสองเริ่มโต้เถียงกัน

    เรื่องคนดี

    เรื่องคนชั่ว

    เรื่องความจริงและข่าวลือ

    จากเสียงดาบ กลายเป็นเสียงเหตุผล

    จากการต่อสู้ กลายเป็นการถกเถียง

    อยู่นานกว่าครึ่งชั่วยาม

    ในที่สุด วันทนาก็กล่าวขึ้น

    "ข้าจะหาหลักฐานมาให้เจ้าเห็น"

    หมื่นพันพยักหน้า

    "ดี"

    "และหากข้าพบว่าพวกเจ้าเป็นคนดีจริง..."

    นางหยุดพูดไปครู่หนึ่ง

    "...ข้าจะยอมรับ"

    หมื่นพันยิ้มบางๆ

    "เช่นนั้น ข้าก็จะพิสูจน์เช่นกันว่าพวกเราไม่ใช่โจร"

    ทั้งสองตกลงกัน

    ว่าจะไม่ลงมือใส่กันอีก

    จนกว่าความจริงจะปรากฏ

    หลังจากแยกย้ายกัน

    หมื่นพันพายเรือกลับค่ายเพียงลำพัง

    สายลมกลางคืนพัดเย็นสบาย

    แต่หัวใจของเขากลับร้อนแปลกๆ

    ภาพที่วันทนาดิ้นอยู่ในอ้อมแขน

    กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผม

    และใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา

    ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดไม่ยอมหาย

    หมื่นพันเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

    "แย่แล้ว..."

    เขาพึมพำเบาๆ

    "ครั้งนี้...ข้าคงโดนนางเล่นงานเข้าแล้วจริงๆ"

    เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางสายน้ำที่ไหลเอื่อย

    โดยไม่รู้เลยว่า

    กอดแรกในคืนนี้

    กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของคนทั้งสองไปตลอดกาล…

    …ณ ห้องประชุมลับภายในวังหลวง

    ห้องขนาดใหญ่ถูกปิดประตูหน้าต่างแน่นหนา

    แสงจากตะเกียงน้ำมันส่องให้เห็นใบหน้าของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่

    พระยารักษานั่งอยู่หัวโต๊ะ

    ด้านซ้ายและขวาเป็นพรรคพวกคนสนิท

    ส่วนด้านหลังสุด คือพระครูเรือน ที่ปรึกษาพิเศษผู้ได้รับความไว้วางใจอย่างสูง

    บรรยากาศเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง

    ข่าวการเคลื่อนทัพของพม่ากำลังทำให้ทั้งราชสำนักแตกออกเป็นสองฝ่าย

    พระยารักษาเป็นคนเปิดการประชุม

    "ทุกท่านคงทราบแล้วว่าพระยาตากกำลังผลักดันให้กองทัพออกไปรบเชิงรุก"

    เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้อง

    ขุนนางผู้หนึ่งกล่าวทันที

    "หากปล่อยให้ทำสำเร็จ พระยาตากจะได้รับความชอบทั้งหมด"

    อีกคนพยักหน้า

    "เมื่อชนะศึก อำนาจของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกมาก"

    พระยารักษาเคาะโต๊ะเบาๆ

    "นั่นคือสิ่งที่เรายอมไม่ได้"

    ทุกคนเงียบลง

    พระยารักษากล่าวต่อ

    "การตั้งรับในพระนครใช้กันมาหลายชั่วอายุคน เหตุใดต้องเปลี่ยน"

    "หากกองทัพออกไปพ่ายแพ้กลางทาง ใครจะรับผิดชอบ"

    คำพูดดังกล่าวทำให้หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย

    แต่ทุกคนในห้องรู้ดี

    สิ่งที่พระยารักษากังวล ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของกองทัพ

    แต่เป็นความสำเร็จของพระยาตาก

    หากพระยศชนะสงครามครั้งนี้

    อำนาจในราชสำนักจะเปลี่ยนมือทันที

    พระครูเรือนที่นั่งเงียบมานานจึงเอ่ยขึ้น

    "อาตมา มีข้อเสนอ"

    ทุกสายตาหันไปมอง

    พระครูเรือนลูบคางช้าๆ ก่อนกล่าว

    "หากต้องการให้ทุกฝ่ายเห็นถึงความร้ายแรงของสถานการณ์"

    "เราควรเสนอให้หัวเมืองรอบนอกทั้งหมด ถอนกำลังกลับเข้าพระนคร"

    หลายคนมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ

    พระยารักษาขมวดคิ้ว

    "อธิบายมา"

    พระครูเรือนยิ้มบางๆ

    "ให้ทุกเมืองนำทหาร เสบียง อาวุธ และทรัพยากรทั้งหมดกลับมาป้องกันพระนคร"

    "ประกาศว่าพม่าแข็งแกร่งเกินต้าน"

    "การรักษาเมืองหลวงสำคัญกว่าการรักษาหัวเมือง"

    ขุนนางบางคนเริ่มเข้าใจ

    ดวงตาเป็นประกายขึ้นทันที

    พระครูเรือนกล่าวต่อ

    "เมื่อหัวเมืองร้างกำลัง"

    "ย่อมไม่มีฐานสนับสนุนให้พระยาตากใช้ทำสงครามเชิงรุก"

    "สุดท้ายเขาก็จำเป็นต้องตั้งรับตามแผนเดิม"

    พระยารักษานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนรอยยิ้มจะค่อยๆ ปรากฏขึ้น

    "ยอดเยี่ยม"

    "เช่นนี้ต่อให้พระยาตากอยากรบ ก็ไม่มีทหารและเสบียงเพียงพอ"

    เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นรอบห้อง

    แต่ไม่มีใครสังเกตว่า

    ข้อเสนอเช่นนี้

    เท่ากับยกหัวเมืองน้อยใหญ่ให้พม่าเข้ายึดครองโดยแทบไม่ต้องต่อสู้

    ชาวบ้านนับหมื่นนับแสนจะถูกทอดทิ้ง

    ไร่นา บ้านเรือน และเสบียงอาหารจะตกเป็นของศัตรู

    ทว่าภายในห้องประชุมแห่งนี้

    ไม่มีผู้ใดกล่าวถึงประชาชนแม้แต่คนเดียว

    เพราะสิ่งที่พวกเขาสนใจ

    คืออำนาจในราชสำนัก

    มิใช่ความอยู่รอดของแผ่นดิน.


     

    คล้ายกับเรื่องกำปั้นผ่ามิติ ที่คุณอ่าน

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017