CHAPTER 4
ถูกหมายหัว
“สกัดมันเอาไว้”เสียงหนึ่งะโขึ้นท่ามกลางเหล่าหน่วยผู้คุ้มกันที่กำลังพยายามควบคุมม่านอาคมจากไฟโลกันตร์สกัดปีศาจสองตนเอาไว้
ฉ่า กรรร โฮกกก
เสียงคำรามของปีศาจทั้งสองตัวะโลั่น เมื่อโดนเข้ากับเขตอาคมไฟจากนรกที่กำลังร้อนและคุกรุ่นจนิัด้านของพวกมันทั้งสองส่งเสียงเสียงฉ่าจนเกิดรอยไหม้
“ม่านอาคมจะเอาไม่อยู่แล้วนะขอรับท่านเปอร์ปอนซ์” เสียงหนึ่งจากเหล่าผู้คุ้มกันะโขึ้นอีกครั้งฝ่าแรงลมร้อนที่เริ่มก่อตัวหมุนและแผ่ขยายกว้าง
ส่วนเปอร์ปอนซ์ที่มีตำแหน่งเป็ถึงหัวหน้าหน่วยองครักษ์ ที่ยืนทอดมองดูสถานการณ์อยู่นานก็พลันเรียกด้ามดาบดำเงาของตนออกมาเมื่อเห็นว่าม่านพลังคงเกินที่จะสกัดกั้นปีศาจทั้งสองไหวก่อนจะโผนตัวกระโจนเข้าใส่ปีศาจทั้งสองตน ที่กำลังพยายามช่วยกันผลักม่านอาคมไฟจากหน่วยผู้คุ้มกัน
แต่ก่อนที่เปอร์ปอนซ์จะถึงตัวเ้าปีศาจทั้งสองตัวตรงหน้านั้น ตูม ม่านพลังที่เคยใช้สกัดพวกมันก็พังทลายลงพร้อมกับเกิดเป็กลุ่มควันดำรอยคละคลุ้งส่วนเหล่าผู้คุ้มกันที่ร่วมมือกันร่ายเวทสร้างเขตอาคมต่างก็พากันแตกกระจาย ร่างกระเด็นไปคนละทิศละทางและพอเมื่อควันดำเริ่มเจือจางปีศาจทั้งสองตัวก็ได้หายไป
หลังจากที่ทราบข่าวเหตุการณ์จากเปอร์ปอนซ์หัวหน้าองครักษ์คาโลก็รีบนำข่าวนี้ขึ้นตรงไปยังดินแดน์เพื่อรายงานต่อมหาเทพซาวาทันที
“ท่านซาวาขอรับ” เมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าพบคาโลก็โพล่งขึ้นอย่างไม่รอช้าด้วยสีหน้าที่ตระเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก“เกิดเื่ที่ดินแดนนรกแล้วล่ะขอรับ มีปีศาจสองตนหนีออกไปได้จากแดนคุมขังข้าคาดว่าสาเหตุที่ทำให้พวกมันทำเช่นนี้อาจเป็เพราะพวกมันััถึงพลังอำนาจของท่านจ่าวเอสเปอลันโดไม่ได้ขอรับ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซาวาก็หันมามองด้วยสีหน้าตกตะลึง“และตอนที่พวกมันพยายามที่จะแหกม่านพลังของเหล่าผู้คุ้มกันพวกมันก็ได้พูดถึงท่านจ้าวที่ลงไปจุติยังโลกมนุษย์ด้วยละขอรับ”ว่าพลางกระเด้งตัวอย่างทำอะไรไม่ถูก “ท่านซาวาขอรับ..ข้ากลัวว่าพวกมันจะต้องมุ่งเป้าไปหาท่านจ้าวอย่างแน่นอนเลยขอรับเราจะทำอย่างไรกันดีขอรับ”
“จะทำอย่างไรได้ล่ะ ก็ต้องรีบไปคุ้มกันเอสเปอลันโดน่ะสิ” ว่าพลางวางเอกสารที่ยังทำค้างอยู่ในมือลงทันทีก่อนจะโผนตัวนำหน้าไปยังโลกมนุษย์ ไปหาบุคคลที่ตนคิดว่าอาจกำลังตกอยู่ในอันตราย
“นั่นใครน่ะ ออกมานะ”เ้าหญิงเซราฟิน่าว่าพลางผุดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้พลันก้าวเท้ามุ่งตรงไปยังบุคคลทั้งสองที่กำลังมีท่าทางลับๆล่อๆอยู่หลังต้นไม้“ข้าบอกให้ออกมายังไงล่ะ พวกเ้าเป็ใครกัน” คิ้วเรียวเริ่มขมวดมุ่น“ไม่ได้ยินที่ข้าถามหรือไง พวกเ้าไม่ใช่คนของพระราชวังใช่ไหม”
แต่ในขณะที่เ้าหญิงเซราฟิน่ากำลังเยื้องย่างพาตัวเองเข้าไปใกล้บุคคลลึกลับหลังต้นไม้ใหญ่ตรงหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ
เปี๊ยะ ซูม
เสียงะเิเหมือนกระแสไฟฟ้าบางอย่างก็ดังขึ้นที่ด้านหลังพร้อมกับการปรากฏตัวของปีศาจสองตนที่โผนตัวออกมาคว้ามืออันน่ารังเกียจหมายคว้าเอาร่างหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า
เมื่อได้ยินเสียงแปลกประหลาดที่ด้านหลัง ก็พลันให้เ้าหญิงเซราฟิน่าลดการให้ความสนใจกับบุคคลลึกลับหลังต้นไม้และหันกลับไปหาต้นเหตุของเสียงประหลาดที่ด้านหลังทันที
และเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ปีศาจสองตนที่กำลังมุ่งหมายโถมตัวเข้ามาใกล้เอสเปอลันโดที่มีร่างเป็เ้าหญิงเซราฟิน่าในตอนนี้ก็กลับงุนงงและสงสัยว่าเหตุใดปีศาจทั้งสองตนที่ควรจะอยู่ในนรกกลับมาอยู่ตรงนี้ได้
ระหว่างนั้นแกรนด์ดยุกเอรินอและโยเกรซที่หลบซ่อนตัวเมื่อได้ยินเสียงแปลกประหลาดก็โผล่ตัวพ้นออกมาจากเงาของต้นไม้ที่ใช้หลบซ่อนก่อนจะตกตะลึงไปกับสัตว์ปีศาจสองตัวด้านหน้าที่ตอนนี้กำลังหมายมั่นพุ่งเป้าไปที่หญิงสาวร่างเล็กตรงหน้าของพวกตนทันที
ซึ่งในระหว่างที่แกรนด์ดยุกเอรินอและโยเกรซยังคงตะลึงงันนั้นต่อหน้าของเ้าหญิงเซราฟิน่าผู้มีตัวตนที่แท้จริงเป็ถึงมหาเทพผู้ปกครองแดนนรกภูมิก็พลันผายมือและพยายามเรียกเอาอาวุธคู่กายของตัวเองออกมา “เคียวโลกันตร์”เพื่อจะกำจัดเ้าปีศาจทั้งสองที่กล้าบุกเข้ามาจู่โจมผู้เป็มหาเทพอย่างตน
แต่สิ่งที่คิดไว้กลับไม่เป็เช่นนั้น เพราะเมื่อเอสเปอลันโดที่ตอนนี้คือเ้าหญิงเซราฟิน่าเมื่อััไม่ได้ถึงเคียวโลกันตร์ก็พลันก้มมองมือของตนอย่างงุนงงจนทำให้ไม่อาจระวังใน่เวลานั้นเวลาที่เ้าปีศาจทั้งสองโถมตัวเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้นเกินพอดี
กรรร โฮกกก
เสียงคำรามดังขึ้นพร้อมกับเงาใหญ่ั์ที่ทับพาดผ่านไปทั้งตัว ทำให้เอสเปอลันโดได้สติในเร็วพลันก่อนจะเบือนหันใบหน้ากลับมาและเงยขึ้นมองกรงเล็บและปากที่ประดับไปด้วยคมเขี้ยวอันน่ารังเกียจจากปีศาจทั้งสองก่อนจะ..หวืด พรึบ แล้วภาพทุกอย่างก็ดับไป
ในตอนนั้นขณะที่หญิงสาวร่างเล็กตรงหน้ากำลังจะถูกปีศาจทั้งสองเข้าถึงตัวอยู่รอมร่อแกรนด์ดยุกเอรินอและโยเกรซองครักษ์ประจำตัวก็พลันรีบคว้าเอาอาวุธของตนออกมาก่อนจะโถมตัวสกัดปีศาจทั้งสองตัวเอาไว้
แกรนด์ดยุกเอรินอไล่ต้อนให้ปีศาจตนหนึ่งปลีกตัวแยกให้ห่างออกไปจากหญิงสาวที่สลบไสลล้มพับกองอยู่ที่พื้นและหาโอกาสกลับมาพาร่างเล็กนั้นออกไปวางทิ้งเอาไว้อยู่ในจุดที่ไม่เป็อันตราย ในขณะที่โยเกรซต้องเป็ฝ่ายต่อสู้ ฟาดฟันและสกัดปีศาจทั้งสองตนในระหว่างนั้นแทน
เมื่อพาร่างเล็กของใครบางคนออกมายังพื้นที่ปลอดภัยแล้วแกรนด์ดยุกเอรินอก็กลับไปช่วยโยเกรซผู้เป็องครักษ์ของตนฟาดฟันกับเหล่าปีศาจทั้งสองตนต่อ
ซึ่งในระหว่างที่แกรนด์ดยุกเอรินอและโยเกรซกำลังง่วนอยู่กับปีศาจทั้งสองตนตรงหน้าและไม่อาจรับรู้หรือมองเห็นบุคคลอีกสามคนที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมาได้มหาเทพซาวาคาโลและเปอร์ปอนซ์ก็มาถึงยังส่วนท้ายของพระราชวังและรับรู้ว่าตัวเองนั้นมาช้าเกินไปได้ในทันที
ทั้งสามงุนงงและสงสัยกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้น ที่จู่ๆก็มีมนุษย์จากที่ไหนไม่รู้มาต่อสู้ฟาดฟันกับไอเ้าปีศาจทั้งสองแทนตนที่ซึ่งดูเหมือนว่ามนุษย์ทั้งสองนั้นต่างก็จัดการกับพวกมันได้เป็อย่างดี
ระหว่างที่ซาวาและเปอร์ปอนซ์ยังไม่อาจละสายตาไปจากการต่อสู้ของมนุษย์และปีศาจตรงหน้าได้คาโลที่พอเมื่อมาถึงก็พยายามกวาดสายตามองหาผู้เป็นายเหนือหัวจนในที่สุดก็พบเข้ากับกองผ้าชิ้นโตสีเขียวตุ่นที่วางกองอยู่บนพื้นหินห่างออกไปไม่ไกล
คาโลผละตัวเองออกไปจากการชมการแสดงผาดโผนตรงหน้าไปยังกองผ้าสีเขียวตุ่นที่ประดับประดาไปด้วยลวดลายอันพิถีพิถันและลูกไม้ลายงาม
จนเมื่อเข้ามาใกล้ก็พบว่ากองผ้านั้นก็คือกองจากชุดกระโปรงอันฟูฟ่องของท่านมหาเทพเอสเปอลันโดผู้เป็นายเหนือหัวหรือในตอนนี้ก็คือเ้าหญิงเซราฟิน่า
ในระหว่างที่คาโลผละตัวเข้าไปหาเ้าหญิงเซราฟิน่าที่ยังคงสลบไสลนอนกองอยู่ที่พื้นซาวาและเปอร์ปอนซ์ที่ยังคงทอดสายตาชมการต่อสู้ระหว่างมนุษย์และปีศาจก็ััไอมนต์อะไรบางอย่างได้จากตัวมนุษย์ผู้หนึ่งผู้ที่มีเรือนผมสีขาวผ่อง ไอพลังที่มีมากล้นจนเทียบเท่ากับพลังของมหาเทพ
“ท่านซาวาขอรับ” คาโละโเรียกมหาเทพซาวาจนเ้าของนามต้องหลุดออกจากภวังค์ห้วงคิดจนพลันให้หันใบหน้าไปตามเสียงเรียกนั้นซึ่งพร้อมกันนั้นแกรนด์ดยุกเอรินอและโยเกรซก็กำจัดปีศาจทั้งสองตนจนสิ้นชีวิตล้มลงไปพอดี
ครั้นเมื่อเห็นว่าปีศาจทั้งสองตนถูกจัดการเป็ที่เรียบร้อยแล้วแกรนด์ดยุกเอรินอก็รีบปลีกตัวเดินกลับมายังหญิงสาวที่ยังคงนอนสลบอยู่ที่พื้น ซึ่งในตอนนั้นซาวาก็สั่งให้คาโลรีบปลีกตัวออกให้ห่างจากเ้าหญิงเซราฟิน่าในทันที
“ทำไมกันล่ะขอรับ” คาโลเอ่ยถามขึ้นขณะทอดมองมนุษย์หนุ่มผู้มีใบหน้างดงามปรี่ตัวเข้าโอบอุ้มร่างของเซราฟิน่าขึ้นจากพื้นเย็น
“เ้าััไม่ได้หรือ” ซาวาละสายตาหันกลับมาถามคาโล
“ััอะไรหรือขอรับ”
“เ้าเองก็ััได้เหมือนเช่นเดียวกันกับข้าใช่ไหม” คราวนี้ซาวาหันกลับไปถามเปอร์ปอนซ์ที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยแต่เมื่อพอได้รับคำถามจากท่านผู้เป็มหาเทพปกครองดินแดน์ก็พลันหันกลับมาพยักศรีษะตอบรับในทันที
“ช่วยบอกข้าหน่อยสิขอรับว่าััอะไรได้กัน” คาโลที่ยังคงงงกับสถานการณ์ตรงหน้าเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน
แต่ซาวาก็ไม่ได้หันกลับมา เพียงแต่เอ่ยว่า“ก็พลังที่เปล่งประกายระยิบระยับพุ่งออกมาจากตัวของมนุษย์ผู้นั้นอย่างไรล่ะ”พร้อมกับทอดมองมนุษย์ชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าที่มีร่างบางของใครบางคนที่ตนรู้จักดีนั้นนอนสลบหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขน
“อ้อ..ข้าััได้แล้วละขอรับแต่ทำไมข้าถึงเข้าไปหาท่านจ้าวไม่ได้กันละขอรับ ตอนนี้น่ะท่านกำลังสลบอยู่นะ แล้วถ้าเกิดว่าได้รับาเ็หนักขึ้นมาจะทำอย่างไรกันละขอรับ”
ซาวาลอบถอนหายใจ “เ้าคงไม่เข้าใจสินะการที่ข้าให้เ้าออกห่างจากเอสเปอลันโดในตอนนี้ก็เพราะมีมนุษย์ผู้นั้นอยู่อย่างไรล่ะแล้วคนที่มีพลังมากถึงขนาดนั้นจะต้องััได้ถึงตัวตนของพวกเราแน่ซึ่งไม่รู้เลยว่ามนุษย์ผู้นั้นจะมาดีหรือร้ายและเข้ามาเจอกับเอสเปอลันโดกันได้อย่างไร”หันกลับมามองคาโลและเปอร์ปอนซ์ “เพราะฉะนั้นในระหว่างนี้ เราจึงจำเป็ที่จะต้องออกห่างจากนายของพวกเ้ากันก่อนอย่างไรล่ะ”
ร่างบางในอ้อมแขนถูกวางลงบนเตียงใหญ่ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็ห้องพักของคนที่ตอนนี้หลับตาพริ้มอย่างไม่ได้สติ
ในห้องตกแต่งผนังด้วยสีขาวสะอาดตาและทองเฉกเช่นกับห้องอื่นๆของภายในปราสาทแต่ที่แตกต่าง กับเป็บรรยากาศที่ช่างชวนให้รู้สึกอึมครึมและอึดอัด
เช่นนั้นเมื่อทอดมองสอดส่องดูข้าวของสิ่งต่าง ๆที่อยู่ภายในห้องจนเป็ที่พอใจแล้วแกรนด์ดยุกเอรินอจึงเดินไปเปิดผ้าม่านที่คุมปิดบานหน้าต่างเอาไว้อย่างมิดชิดจนไม่อาจทำให้แสงจากภายนอกนั้นได้สอดส่องเข้ามาได้
โยเกรซตามเข้ามาในภายหลัง หลังจากที่กำจัดซากร่างของปีศาจที่ไม่อยากให้ใครมาพบเห็นเข้า“ฝ่าาเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ก่อนจะรายงานในสิ่งที่ตนได้ทำลุล่วงแล้ว
“อืม..” แกรนด์ดยุกเอรินอครางตอบในลำคอพลางทอดมองไปยังร่างของหญิงสาวที่ยังคงหลับนิ่งอยู่บนเตียงอีกครั้ง
“มีอะไรหรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ”โยเกรซที่ััได้ถึงความกังวลของผู้เป็นายเอ่ยถามขึ้นซึ่งเมื่อพอถามออกไปเช่นนั้นก็ทำให้ผู้เป็นายเหนือหัวค่อยๆหันใบหน้างามของตนขึ้นมาสบ
“เ้าว่านางเป็ใครกัน”แกรนด์ดยุกเอรินอว่าพลางหันกลับไปยังร่างเล็กบนเตียงอีกครั้ง“ข้าไม่เคยยักจะรู้ว่ามีหญิงผู้นี้อาศัยอยู่ภายในปราสาทจะว่าเป็สาวรับใช้ก็ดูจะไม่ใช่” ยกมือข้างหนึ่งขึ้นแตะปลายครางอย่างครุ่นคิด“ซึ่งชุดที่นางใส่ก็ดูท่าแล้วน่าจะเป็ชนชั้นสูงเสียมากกว่า”
“หรือจะเป็ภรรยาลับของใครสักคนพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าจะบ้าเหรอ อย่าได้พูดซี้ซั้วเชียว แต่ดูจากสีผมที่มีสีเดียวกับองค์จักรพรรดินีและสีตาที่เป็สีเดียวกับองค์จักรพรรดิข้าว่าก็น่าจะพอเดาได้ไม่ยากอยู่หรอกนะ”
“ฝ่าาทรงหมายความว่านางเป็ลูกขององค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีหรือพ่ะย่ะค่ะแต่ทำไม..”
“ไม่รู้สิข้าเคยได้ยินเมื่อครั้งยังเป็เด็กว่าองค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีมีทายาทอยู่สองพระองค์แต่จากการที่ข้ารู้จักและมาที่นี่บ่อยครั้งก็ไม่เคยเห็นหรือได้ยินเื่ขององค์หญิงมาก่อนนะ”หันใบหน้ากลับมาสบกับองครักษ์ข้างตัว“เอาเป็ว่าระหว่างนี้เ้าไปตามคนรับใช้มาดูแลนางก่อนก็แล้วกัน”
“แต่ฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ ทรงทอดพระเนตรสิพ่ะย่ะค่ะสภาพส่วนนี้ของปราสาทที่เงียบกริบขนาดนี้ไม่น่าจะมีคนรับใช้ประจำอยู่นะพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม..ก็จริงของเ้า” กอดอกพลางสูดลมหายใจลึก“ฉะนั้นเอาเป็ว่าระหว่างนี้เ้าไปสืบเื่ของนางมาให้ได้มากที่สุดก็แล้วกันส่วนข้าจะอยู่ที่นี่สักพักแล้วจะตามออกไป”
“พ่ะย่ะค่ะ” โยเกรซว่าพลางโค้งตัวรับคำสั่งก่อนจะปลีกตัวหายออกไป
หลังจากที่โยเกรซออกไปได้สักพักแกรนด์ดยุกเอรินอก็ทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกที่นอนข้างตัวของหญิงสาวร่างบางตรงหน้าพลางทอดมองใบหน้ามนที่ยังคงหลับตานิ่งอยู่บนเตียงและทอดมองกลิ่นอายและละอองสีดำที่ลอยคละคลุ้งออกมาจากร่างของนาง
“น่าสนใจจริงๆ”ว่าพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นเล่นล้อกับละอองที่ลอยคลุ้งก่อนจะเบือนหน้าลงไปสบกับหน้ามนและเขยิบใบหน้าของตนเข้าไปใกล้ก่อนสูดลมหายใจลึกเอากลิ่นอายที่ว่านั่นเข้าสู่ปอดและค่อยๆเขยิบใบหน้าของตนห่างออกมาเฉกเช่นเดิมพร้อมกับเอื้อมมือข้างที่เคยเล่นล้อกับละอองนั้นลงไปจับไล้เส้นผมหยักศกสีดำ
แกรนด์ดยุกเอรินอออกไปแล้ว ส่วนซาวา คาโลและเปอร์ปอนซ์ที่พากันยืนแอบดูอยู่ตรงช่องหน้าหน้าต่างเหมือนแมวขโมยอยู่เนิ่นนานในที่สุดก็พากันอพยพเข้ามาภายในห้อง
“เมื่อกี้ท่านเห็นหรือเปล่า” คาโลมีท่าทางขนลุก“เ้านั่นมันกำลังจะลวนลามท่านจ้าว” และโกรธจัดขึ้นมาในทันที
“ใจเย็นๆน่า” ส่วนเปอร์ปอนซ์ผู้ที่ห้ามปรามก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม
แตกต่างจากมหาเทพซาวาผู้ที่เข้าถึงตัวของสหายรักที่ตอนนี้อยู่ในร่างของเ้าหญิงได้ก่อนใครก็เอื้อมฝ่ามือของตนแตะลงบนหน้าผากของคนร่างเล็กที่ยังคงนอนนิ่งก่อนจะเริ่มมีแสงสีทองเรืองสว่างวาบออกมาจากฝ่ามือ
“ท่านจ้าวเป็อะไรมากไหมขอรับ” คาโอเอ่ยถามขึ้นอย่างหวาดหวั่น
“ไม่หรอก” ซาวาตอบกลับ โดยไม่ละสายตาไปจากร่างที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้า“แค่สลบไปเท่านั้น คงเป็เพราะอยู่ในร่างของมนุษย์จึงทำให้อ่อนกำลังลง”
“อ่อนกำลังลงเหรอขอรับแต่ข้ายังััได้ถึงกลิ่นอายอันรุนแรงของท่านจ้าวได้อยู่เลยนะ”
“ก็คงมีแต่กลิ่นอายนั่นแหละที่ยังคงรุนแรง ส่วนพละกำลังและอาคมก็คงจะอ่อนกำลังลงไปตามที่ข้าเพิ่งจะบอกไปนั่นแหละ”ซาวาเบือนใบหน้าหันกลับมาสบกับอีกสองคน“แต่เมื่อกี้พวกเ้าเห็นเหมือนที่ข้าเห็นใช่ไหมตอนที่มนุษย์ผู้นั้นอยู่ใกล้เอสเปอลันโดข้าว่าเ้านั่นััได้ถึงกลิ่นอายของความตาย”
“เห็นสิขอรับ” คราวนี้เปอร์ปอนซ์เป็คนเอ่ยขึ้น “ซ้ำพอเมืุ่์ผู้นั้นอยู่ใกล้ท่านจ้าวก็ดูเหมือนกลิ่นอายความตายก็ดูจะเจือจางและลดน้อยลงไปด้วยนะขอรับ”
“อืม..ใช่เลยล่ะ” ซาวาพึมพำอย่างคิดไม่ตก
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็การดีน่ะสิขอรับเราต้องรีบกำจัดมนุษย์นั่นให้ออกห่างไปจากท่านจ้าว” คาโลโพล่งขึ้น
“สมแล้วที่เ้าเพิ่งมารับหน้าที่เป็เลขาได้ไม่นานสินะ ช่างไม่รู้อะไรเลยเสียจริง”เปอร์ปอนซ์เหน็บแนม
“ว่ายังไงนะ” คาโลฉุนกับคำว่ากล่าวหานั้นจนใบหน้าขึ้นสี
“ทำความเข้าใจในสถานการณ์ตอนนี้สักหน่อยเถอะ”เปอร์ปอนซ์ว่าพลางยกแขนทั้งสองข้างขึ้นกอดอก “เ้ามองไม่ออกหรือไงถ้าไม่ได้มนุษย์สองคนนั้นละก็ป่านนี้ดวงจิติญญาของท่านจ้าวอาจศูนย์สลายไปแล้วก็ได้เ้าคิดว่ากับอีแค่ปีศาจชั้นต่ำสองตัวจะมีปัญญาหาท่านจ้าวได้ไวถึงขนาดที่หนีออกจากนรกปั๊บก็เจอท่านจ้าวได้โดยเร็วในทันทีอย่างนั้นเหรอถ้าไม่ใช่เพราะ..”
“กลิ่นอายของท่านจ้าวอย่างนั้นเหรอ”คาโลว่าพลางเสียงอ่อยก่อนจะเบือนใบหน้าของตนกลับไปมองร่างที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง
“เข้าใจแล้วสินะ ถึงกับต้องให้ข้าอธิบาย” เปอร์ปอนซ์ถอนหายใจ
“เอาเป็ว่าั้แ่นี้” ซาวาหันกลับมามองบุคคลอีกสอง“พวกเ้าทั้งคู่คงต้องคอยมาอยู่เคียงข้างเอสเปอลันโดตลอดเวลาแล้วล่ะ”
“หือ..”
“แต่ว่าจะให้มาเป็แบบดวงจิตตามปกติก็คงจะไม่ได้เ้าหญิงเซราฟิน่าของเรายิ่งโดนกล่าวหาว่าต้องคำสาปอยู่ฉะนั้นพวกเ้าทั้งคู่คงจะต้อง..”
“เปิดเผยตัวเหรอ”ว่ายังไม่ทันจบคาโลก็โพล่งขึ้นตามแบบฉบับนิสัยเฉพาะของตน
“ใช่และไม่ใช่” เมื่อซาวาว่าเช่นนั้นต่างก็ทำให้ทั้งคาโลและเปอร์ปอนซ์งุนงงเอียงคอและหัวคิ้วที่เริ่มย่นขมวด “แปลงเป็สัตว์”
“หา...!!”คาโลและเปอร์ปอนซ์แทบจะตอบเป็เสียงเดียวกัน
“แปลงกายเป็สัตว์เลี้ยงน่าจะดีกว่า จะหนูกระต่ายหรือหมาหรืออะไรก็แล้วแต่พวกเ้าเลยก็แล้วกันแต่ว่า..” หันไปสบตากับทั้งสองคน“คาโล เ้าจะมาอยู่กับเ้าหญิงของเราแค่ใน่กลางวันส่วนกลางคืนอย่าลืมว่าเ้ายังมีหน้าที่ที่ดินแดนนรก”หันไปหาเปอร์ปอนซ์“ส่วนเ้าคอยอยู่กับเอสเปอลันโดไปตลอดเลยก็จะดีมากหรือว่าพวกเ้าจะสลับกันรับหน้าที่รับผิดชอบ่ไหนก็ได้ตามแต่ใจพวกเ้า”
“แล้วท่านล่ะขอรับ” คาโลถามขึ้นอย่างใสซื่อ“ท่านไม่ต้องแปลงด้วยหรือขอรับ”
“ห๊ะ!!..”เมื่อได้รับคำถามเช่นนั้นก็พลันให้คนที่เป็ถึงมหาเทพผู้ปกครองดินแดน์ถึงกับต้องใเล็กๆหันกลับมามองหน้าซื่อของคนถามที่ตอนนี้ทำเปลือกตาของตนกระตุกดิ๊กๆ“โถ..เด็กน้อยข้าน่ะเป็ถึงมหาเทพเลยนะ” อธิบายพร้อมกับยกมือแนบไปที่หน้าอกของตน
แต่คนได้รับคำตอบกับมีอาการบุ้ยใบ้ “ไม่ยุติธรรมเลย”
“ว่ายังไงนะ” ซาวาว่าพลางเขยิบเข้าไปใกล้คาโล“อย่ามากความเ้าเด็กน้อยเอ๋ย”พร้อมกับดวงตาที่เรืองแสงสว่างจ้าเหมือนพร้อมที่จะะเิกับเรือนผมสีขาวที่เริ่มลอยตัวตัวชี้ขึ้นกับกระแสไฟที่เริ่มเล่นแปลบปลาบ “ไม่อย่างนั้นข้านี่แหละจะเป็คนบดขยี้ดวงจิตของเ้าให้แหลกสลายคามือ” ซึ่งเมื่อเห็นอำนาจที่แผ่ออกมาเช่นนั้นก็ทำให้คาโลตัวแทบหดตัวเล็กลงนึกหวาดกลัวจนลอบกลืนน้ำลายอย่างช่วยไม่ได้ “เข้าใจไหม”ก่อนจะพยักใบหน้าหงึกหงักเมื่อได้รับคำถามที่เป็เหมือนคำสั่งนั้นพลันคิดในใจว่าต่อแต่นี้ไปจะไม่พูดอะไรพล่อยๆอีก