ตอนที่ 102 เจ้าหน้าที่ตัวน้อยที่ถูกมองข้าม
แต่หลิวหงอี้กลับไม่ฟังคำพูดของกู้อวิ๋นฉีเลยสักนิด ตอนนี้ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียวคือการฆ่าหลี่โก่วเชิ่งให้ตายเพื่อแก้แค้นให้น้องสาวของตน โชคดีที่ในเวลานี้ ผู้คนจากชุมชนข้างเคียงก็มาถึงในที่สุด
ลูกชายของหลิวหงอี้กังวลว่าเกิดเรื่องขึ้นที่บ้านของคุณอา ดังนั้นเขาจึงได้เรียกคนมาเพิ่มอีกไม่น้อยเลย เพียงแต่พวกเขาล่าช้าไประยะหนึ่งจนทำให้มาช้ากว่าหลิวหงอี้เล็กน้อย
ทว่าผู้ใดจะรู้ว่าเมื่อพวกเขามาถึง ก็เห็นหลิวหงอี้กำลังซ้อมหลี่โก่วเชิ่งจนสะบักสะบอมเช่นนี้แล้ว และเมื่อได้ยินกู้อวิ๋นฉีกำลังเกลี้ยกล่อมหลิวหงอี้ พวกเขาก็รีบเข้าไปช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้หลิวหงอี้ใจเย็นลง
ทว่าในตอนที่ทุกคนรู้ว่าเฉียนชุ่ยฮวาถูกหลี่โก่วเชิ่งฆ่าตาย บรรดาคนที่เกลี้ยกล่อมหลิวหงอี้ให้ใจเย็นกลับไม่ใจเย็นอีกต่อไปแล้ว เจอเรื่องแบบนี้ ใครจะไปใจเย็นลงได้? พวกเขาแค้นจนอยากจะรุมกระทืบหลี่โก่วเชิ่งให้ตายคาที่เดี๋ยวนั้นด้วยซ้ำ
แม้แต่ภรรยาของตัวเองที่คลอดลูกให้ยังกล้าทำร้ายจนตาย แล้วจะยังมีเรื่องอะไรที่เขาทำไม่ได้อีก? พวกผู้ชายบ้านนอกที่ชอบตบตีภรรยามีอยู่ไม่น้อย แต่ในชุมชนใกล้เคียงหลายแห่งนี้ ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครทุบตีภรรยาตัวเองจนตายเลย กู้อวิ๋นฉีฟังเสียงเอะอะโวยวายจากบรรดาชาวบ้านชุมชนข้างเคียงก็ได้แต่ปวดหัว
ในชุมชนของเขาก็มีพวกผู้ชายชอบตบตีภรรยา แต่ก็ไม่มีใครตบตีกันรุนแรงขนาดนี้นี่นา ที่ว่าร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิต หลี่โก่วเชิ่งนี่มันสัตว์เดรัจฉานชัดๆ! ผู้นำชุมชนมองหลี่โก่วเชิ่งที่นอนร้องครวญครางอยู่ไม่ไกลด้วยความเคียดแค้น เขาโกรธจนหนวดแทบจะชี้ฟ้าอยู่แล้วด้วยซ้ำ
“แจ้งตำรวจเถอะค่ะ ควรจะจัดการอย่างไรก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกรมตำรวจไป ฉันรู้ว่าทุกคนโกรธ อยากจะฆ่าหลี่โก่วเชิ่งให้ตายตกไปตามกัน แต่ถ้าพวกคุณฆ่าเขาขึ้นมาจริงๆ พวกคุณก็ต้องติดคุกด้วย เมื่อถึงตอนนั้น ภรรยาและลูกๆ ของพวกคุณก็น่าสงสารไม่เหลือใครแล้ว!”
หานชีเยวี่ยเห็นสถานการณ์เริ่มเลวร้ายลงเรื่อยๆ จึงได้ก้าวออกมาห้ามปราม ถ้าปล่อยให้คนอื่นฆ่าหลี่โก่วเชิ่งจริงๆ ผลลัพธ์ของเรื่องนี้ก็จะแตกต่างจากเดิมแล้ว
“เธอเป็นใคร? แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำไมพวกเราต้องฟังเธอด้วย?”
มีคนเห็นหานชีเยวี่ยเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ กล้าออกมาพูดต่อหน้าคนมากมาย จึงรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที ตาแก่ในชุมชนถวนเจี๋ยมากมายไม่เปิดปากพูด แต่กลับให้เด็กสาวคนหนึ่งออกหน้าพูดแทน นี่พวกเขากำลังดูถูกใครอยู่หรือ?
ผู้นำชุมชนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าชุมชนของเขายังมีเจ้าหน้าที่ของสหคามอยู่
ตาแก่นี่เจ้าเล่ห์มาก เขารีบแนะนำทันที “นี่คือสหายหานชีเยวี่ย เจ้าหน้าที่ของสหคามเรา อายุเธอน้อยจริง แต่เธอเป็นคนของสหคาม”
การที่พูดว่าหานชีเยวี่ยเป็นคนของสหคาม ก็เพียงเพื่อจะโยนความรับผิดชอบออกไปให้พ้นตัว
หานชีเยวี่ยพยักหน้า “ฉันเป็นเจ้าหน้าที่ของสหคามค่ะ แม้จะอายุน้อย แต่ก็รู้กฎหมาย เรื่องนี้จำเป็นต้องผ่านความเห็นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงจะจัดการได้ค่ะ”
เมื่อพูดประโยคนี้ หานชีเยวี่ยใช้พลังมากขึ้น เสียงที่พูดจึงดังขึ้นกว่าเดิมมาก
“ฉันไม่ได้เข้าข้างหลี่โก่วเชิ่ง เห็นหลี่โก่วเชิ่งลงมือทำร้ายสหายหญิงแบบนี้ ฉันก็โกรธมากเช่นกัน แต่พวกเรามีครอบครัว มีภรรยาและลูกๆ เราไม่สามารถทำผิดพลาดเพราะความโกรธชั่ววูบจนทำให้ภรรยาและลูกๆ ต้องเดือดร้อนได้นะคะ! ”
…
หานชีเยวี่ยเกลี้ยกล่อมปากเปียกปากแฉะอยู่หลายนาที ในที่สุดลูกชายของหลิวหงอี้ก็พูดขึ้น
“พ่อ เจ้าหน้าที่คนนี้พูดถูก พวกเราไปแจ้งตำรวจเถอะ ปล่อยให้ทางการจัดการ คืนความยุติธรรมให้เรา”
ชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปี แม้จะยังมีไฟโทสะอยู่เต็มเปี่ยม แต่ในบางเรื่องเขาก็มีเหตุผลมากกว่า เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หานชีเยวี่ยก็โล่งใจขึ้นมาบ้าง
ยอดเยี่ยมมาก!
อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งเชื่อเธอ ปัญหาอื่นๆ ก็แก้ไขได้ง่ายขึ้นแล้วในท้ายที่สุด กู้อวิ๋นฉีก็ได้จัดการให้ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุมชนไปแจ้งความ และไปแจ้งให้ทางสหคามทราบด้วย บางทีอาจเป็นเพราะเห็นว่าหานชีเยวี่ยอายุน้อย ยังไม่มีประสบการณ์ หลังจากนั้นประมาณหนึ่งชั่วโมง ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากสหคามก็มาถึง
ตอนนั้นเองที่ถือว่าหานชีเยวี่ยถูกปลดออกจากภาระนี้เสียที จริงๆ แล้วหลังจากมาถึงชุมชนนี้แล้ว คนที่ถูกส่งมาถึงก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ชุมชนนี้มีเจ้าหน้าที่ประจำสหคามที่สามารถเป็นตัวแทนของสหคามอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?
แต่ในเมื่อมาถึงแล้ว ทั้งยังเห็นท่าทางของหานชีเยวี่ยที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้เรื่อง ชายวัยกลางคนที่มาจากสหคามก็เลยร่วมมือกับตำรวจในการดำเนินการสืบสวน สมาชิกคนอื่นๆ ในชุมชนก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก นอกจากบางส่วน ผู้นำชุมชนก็จัดการให้คนอื่นๆ กลับบ้านไปพักผ่อน
แม้ว่าจะเกิดเรื่องในชุมชน แต่พรุ่งนี้ก็ยังต้องทำงานตามปกติ เรื่องที่ควรทำอย่างไรก็มิอาจทำน้อยลงได้ ถึงหานชีเยวี่ยจะเป็นเจ้าหน้าที่ของสหคาม แต่เนื่องจากทางสหคามส่งคนมาแล้ว เธอจึงไม่ได้ยื่นมือเข้าไปแทรกแซงยุ่งเกี่ยวอะไร และตรงกลับบ้านไปนอน
ค่ำคืนนั้น หานชีเยวี่ยนอนหลับไม่ค่อยสนิทนัก ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้เห็นสภาพของเฉียนชุ่ยฮวาที่เสียชีวิต แต่ท้ายที่สุดแล้ว การที่คนรู้จักเสียชีวิตไปแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่นัก
เช้าวันรุ่งขึ้น หานชีเยวี่ยก็ยังคงตื่นแต่เช้าตรู่เหมือนเดิม หลังจากกลับมาเกิดใหม่ คุณภาพการนอนของหานชีเยวี่ยก็ดีและเป็นปกติสม่ำเสมอมาโดยตลอด ยกเว้นเมื่อคืนนี้ ตอนที่ตื่นนอนเธอรู้สึกเพลียๆ ร่างทั้งร่างรู้สึกไม่มีแรงเลย!
ตอนนี้ฟ้าเพิ่งเริ่มสาง ชุมชนทั้งชุมชนยังคงเงียบสงัด รวมถึงบ้านของหลี่โก่วเชิ่งที่เกิดเรื่องเมื่อคืนนี้ก็ไม่มีเสียงอะไรแว่วมาเลยสักนิด
หานชีเยวี่ยไม่รู้ว่าเมื่อคืนนี้เรื่องราวจบลงอย่างไร
หลังจากล้างหน้าล้างตาอย่างเร่งรีบตามปกติแล้ว เธอก็ขึ้นเขาไปอีกครั้ง
การที่เธอขึ้นเขานั้น ไม่ใช่เพื่อหาของมีค่าอะไรมากมาย แต่เพื่อออกกำลังกายและสูดอากาศบริสุทธิ์มากกว่า หานชีเยวี่ยรู้สึกว่าการขึ้นเขาในทุกๆ เช้า ทำให้เธอมีแรง กระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวัน
แน่นอนว่าถ้าบนเขามีอะไรดีๆ หานชีเยวี่ยก็จะไม่ปล่อยให้หลุดมือ เธอจะเก็บกลับบ้านด้วย ซึ่งแม้ว่าในบางครั้งจะไม่มีของดีอะไรเลย หานชีเยวี่ยก็จะแอบเอาของจากมิติของเธอออกมา
ถึงแม้ว่าทุกวันของที่เธอนำกลับบ้านจะมีไม่มากนัก แต่ผ่านไปหลายวัน ของเหล่านั้นก็สะสมได้จำนวนไม่น้อยเลย
แต่วันนี้ อาจเป็นเพราะมีเรื่องในใจ หานชีเยวี่ยจึงรู้สึกว่าไม่มีอารมณ์ที่จะขึ้นเขา หลังจากขึ้นไปเดินได้ไม่ไกล เธอก็รู้สึกเหนื่อย
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง หานชีเยวี่ยก็เข้าไปในมิติเพื่อเตรียมของบางอย่าง จากนั้นก็สะพายตะกร้าหวายสานที่เตรียมไว้ลงจากเขาไป
เมื่อหานชีเยวี่ยเดินผ่านกระท่อมโทรมที่เชิงเขา เธอก็วางตะกร้าหวายสานลงหน้าบ้าน ถึงแม้ว่าเธอจะเดินย่องเบาแค่ไหน แต่มันก็ทำให้สองตายายที่อยู่ในบ้านตื่นขึ้นมาอยู่ดี เมื่อสองตายายตระกูลลู่เปิดประตู สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือตะกร้าที่วางอยู่หน้าประตู แต่พวกเขาไม่เห็นใครเลย
แต่สองตายายตระกูลลู่รู้ดีว่านี่คือหานชีเยวี่ยที่นำของมาให้พวกเขา
ตอนนี้สถานะของพวกเขาค่อนข้างอ่อนไหว ไม่สามารถเก็บของไว้ที่บ้านได้มากนัก หานชีเยวี่ยได้บอกพวกเขาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะนำของมาให้ทุกๆ สองสามวัน แต่ไม่มีเวลาที่แน่นอน เพราะถ้ามีเวลาที่ตายตัว จะถูกคนอื่นจับตามองได้ง่าย
ถึงแม้ว่าหานชีเยวี่ยจะเต็มใจช่วยสองตายายตระกูลลู่ แต่เธอก็ไม่ต้องการสร้างปัญหาให้กับตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีปัญหา อาจจะทำให้คนทั้งครอบครัวเดือดร้อนไปด้วย
หลังจากที่ทั้งสองนำตะกร้าเข้าไปข้างในแล้ว พวกเขาก็เปิดฝาที่ผุพังออก และเห็นแป้งสาลีหนึ่งถุงเล็กๆ และข้าวฟ่างอีกหนึ่งถุงเล็กๆ นอกจากนี้ ยังมีไข่ไก่อีกเจ็ดแปดฟอง และบะหมี่อีกหนึ่งห่อ
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของดี สำหรับคนที่กินรากไม้ รากหญ้า และผักเป็นเวลานานหลายปี อาหารจำพวกนี้ถือเป็นอาหารชั้นเลิศ ที่หานชีเยวี่ยเตรียมของมาให้มากขนาดนี้ ที่จริงแล้วเป็นเพราะว่าในชุมชนเพิ่งเกิดเรื่อง ทุกคนคงไม่มีอารมณ์มาสนใจสองตายาย พวกเขาจะได้ทำอะไรอร่อยๆ กินโดยไม่ต้องกลัวคนอื่นเห็น