ชายาป่วนกวนวังหลัง

    บทที่ 46  ไปกันเถอะ ไปเอาของของเราคืนมา

    บทที่ 46

     ไปกันเถอะ ไปเอาของของเราคืนมา


    หลังจากที่เมิ่งอวิ๋นเสียงช่วยแม่เฒ่าอิงให้ลุกขึ้น นางก็พูดคุยต่อด้วยรอยยิ้ม ทำให้นางรู้จากแม่เฒ่าอิงว่าอาหารทั้งหมดที่เป็นส่วนของนางถูกครัวใหญ่ยึดไป แต่โชคดีที่แม่เฒ่าอิงมาอาศัยอยู่ที่นี่ และใช้พื้นที่ขนาดเล็กในสวนหลังบ้านเพื่อปลูกผักและผลไม้ เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับอาหารสามมื้อต่อวัน และไม่ได้อัตคัดขัดสนมากจนเกินไป


    “ฮ่าฮ่า ช่างเป็นเรื่องราวที่งดงามเสียจริง พวกเจ้าทั้งสามยังคงแสดงความรักกันอยู่อย่างปกติ กลั่นแกล้งรังแกข้าได้ไม่เป็นอะไร แต่กล้าดีอย่างไรมาหักค่าอาหารของข้าผู้นี้ ช่างบังอาจยิ่งนัก” หลังจากฟังคำอธิบายของแม่เฒ่าอิงจบแล้ว นางก็กวาดสายตามองคนทั้งสามที่กำลังยืนอยู่ในตำหนักที่ทรุดโทรมอีกครั้ง เมิ่งอวิ๋นเสียงแทบทนรอไม่ไหวที่จะไปบุกรังของจิ่งหรง


    เมื่อชิงหลัวและแม่เฒ่าอิงที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นเช่นนี้ก็ยิ่งกังวล ไท่จื่อเฟยกล้าเรียกแทนตัวเองว่าข้าผู้นี้กับไท่จื่อ หากบุคคลภายนอกรู้ว่านางพูดจาหยาบคายเช่นนี้ ไท่จื่อเฟยจะต้องรับโทษในข้อหากบฏ เมิ่งอวิ๋นเสียงยังคงด่าต่อไปด้วยความโกรธแค้น ทำให้หัวใจของทั้งสองสั่นสะท้าน เพราะเกรงว่าจะมีคนมาได้ยิน


    “ไท่จื่อเฟย โชคดีที่แม่เฒ่าอิงมีความสามารถในการปลูกพืชผัก พวกเราจึงไม่ต้องอดอาหาร ประเดี๋ยวมันก็จะผ่านไปหากเราอดทนต่อไปเพคะ” ชิงหลัวจงใจพูดออกมาเพื่อปรามให้นางหยุดด่า เมื่อแม่เฒ่าอิงที่อยู่ด้านข้างได้ยินเช่นนั้นก็รีบพูดด้วยเช่นกัน


    เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งอวิ๋นเสียงก็เหลือบมองชิงหลัวเล็กน้อย แล้วถอนหายใจก่อนพูดว่า “อดทนหรือ? เจ้าสามารถทนไปตลอดชีวิตได้หรือไม่? ผ่านไปงั้นหรือ? บอกข้าทีว่าเมื่อใดถึงจะเรียกว่าผ่านไป?”


    บัดนี้ดูเหมือนว่าเมิ่งอวิ๋นเสียงจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอีกครั้ง ทำให้ชิงหลัวหวนนึกถึงช่วงเวลาที่นางแผลงฤทธิ์อย่างดุร้าย ทำให้นางอดตัวสั่นสะท้านไม่ได้


    “นั่น…” ชิงหลัวลังเล นางก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์เช่นนี้จะผ่านไปเมื่อใด นางคิดเพียงแค่ว่าหากนางติดตามไท่จื่อเฟยองค์ปัจจุบัน นางเชื่อว่าในอนาคตนางจะไม่ต้องทนทุกข์อีกต่อไป


    “ชิงหลัว ไปเรียกไป๋เฉามา” หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมิ่งอวิ๋นเสียงก็สั่งอย่างรวดเร็ว นอกจากเดินเข้ามาในครัวแล้ว นางก็ยังไม่ลืมจุดประสงค์ของสิ่งที่จะทำตอนนี้


    เมื่อได้ยินเสียงเรียก ไป๋เฉาก็รีบเข้ามา นางกำลังผ่าฟืนอยู่ในสวนหลังตำหนัก และไม่คิดว่าไท่จื่อเฟยจะมาที่ครัวด้วยตนเอง ทันทีที่นางเห็นไท่จื่อเฟย นางก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว


    “ข้าต้องการเขียนจดหมาย วันนี้เจ้าจงนำจดหมายไปส่งที่เจ้าสำราญราวเมามายในความฝัน โดยบอกว่ามันเป็นของหญิงสาวที่ชื่อเหยาจี” หลังจากสั่งไป๋เฉาแล้ว เมิ่งอวิ๋นเสียงก็หันกลับมาบอกแม่เฒ่าอิงว่า “แม่เฒ่าอิง วันนี้ท่านรออยู่ในครัวก่อน แล้วอีกสักครู่มีคนนำของมาให้ อย่าลืมไปรับด้วย”


    ทุกคนต่างประหลาดใจเมื่อเห็นเมิ่งอวิ๋นเสียงสั่งการอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว แม้ว่าพวกนางจะประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็รีบปฏิบัติตามคำสั่ง


    “ไปกันเถอะ ชิงหลัว ไปเอาของของเราคืนมา”


    หลังจากพูดจบ นางก็หันหลังเดินไปทันที


    “ไท่จื่อเฟย เราจะไปที่ไหนกันเพคะ?” ชิงหลัววิ่งเหยาะ ๆ ตามหลังเจ้านายของนาง ส่วนเมิ่งอวิ๋นเสียงก็ดูราวกับว่ากำลังแผ่รังสีอำมหิตออกมาขณะรีบเดินไปข้างหน้า


    “ไปคิดบัญชีใครบางคน!” ดวงตาของเมิ่งอวิ๋นเสียงแน่วแน่ราวกับทหารผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์เพียงหนึ่งเดียวในหัวใจ ในโลกนี้มีเพียงเรื่องอาหารเท่านั้นที่ไม่อาจยอมกันได้