ต้าเหนิงสลัดความคิดนั้นทิ้ง จ้องมองจื่อหยวนที่กำลังนั่งกินข้าวต้มอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ตรงหน้า ตอนนี้เธอได้มาอยู่อีกโลกหนึ่งแล้วคงต้องทำใจ ขอให้ลูกอยู่ในยุคปัจจุบันอยู่ใต้การดูแลของพ่อกับแม่เธอก็พอแล้ว มาอยู่ที่นี่เธอจะขอทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดเป็พอ
เห็นจื่อหยวนเอาแต่กินข้าวต้มเปล่ากับผัดหัวไซเท้าไม่ยอมแตะปลากระป๋องที่เธอเอาออกมาให้กินเลยสักคำ คิ้วคู่สวยขมวดมุ่นด้วยความสงสัย ทว่ากำลังจะคีบชิ้นปลาเป็ส่วนที่อร่อยที่สุดให้กับเขา จื่อหยวนกลับชิงคีบชิ้นนั้นให้เธอก่อน
“ร่างกายคุณยังไม่แข็งแรงดี ทานอาหารบำรุงเยอะๆ นะครับ” จื่อหยวนเอ่ยบอกพลางส่งยิ้มสุดแสนจะอบอุ่นให้กับต้าเหนิง
“ทานด้วยกันสิคะ ฉันทานคนเดียวไม่หมดหรอกค่ะ คุณต้องใช้แรงทำงาน ต้องบำรุงร่างกายด้วยนะคะ”
ต้าเหนิงพูดพร้อมกับคีบปลาและผัดหัวไซเท้าให้กับจื่อหยวน เห็นภรรยาเอาใจใส่ดูแล ภายในใจของจื่อหยวนก็รู้สึกแปลกใจ แต่ลึกๆ แล้วเขากลับดีใจเสียด้วยซ้ำที่ภรรยาของเขาเปลี่ยนไปเป็ภรรยาที่ดี แม้ว่าในอดีตเธอจะร้ายดุด่าเขาแค่ไหนก็ตาม จื่อหยวนไม่เคยถือโทษโกรธภรรยาเลยแม้แต่น้อย
เื่ระหว่างเธอกับแม่ จื่อหยวนก็ลำบากใจอยู่ไม่น้อย พยายามหลายครั้งให้ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน แต่ยิ่งพยายามเหมือนความสัมพันธ์จะยิ่งแย่ แม่ของเขาเป็คนใจร้อน ไม่ชอบก็คือหาทางจับผิดอยู่ตลอดเวลา ส่วนภรรยาของเขาก็ไม่ยอมใคร หากไม่พอใจใครก็ต่อว่าด่าทอไม่หยุด
ด้วยความสงสารต้าเหนิงและไม่อยากให้เธอเป็จุดกลางขี้ปากของชาวบ้าน ต้าเหนิงบอกให้เขาย้ายออกมาจากบ้านแม่มาใช้ชีวิตอยู่กับเธอที่บ้านเก่าของครอบครัว เพื่อตัดปัญหาปากเสียงกันในครอบครัวใหญ่ จื่อหยวนจึงยอมออกจากบ้านแม่มาใช้ชีวิตอยู่กับเธอที่นี่และเธอก็คือผู้หญิงที่เขาอยากจะใช้ชีวิตร่วมด้วยจนลมหายใจสุดท้าย
บ้านใหญ่ไม่ได้อยู่ไกลจากบ้านของพวกเขามากนัก เดินไม่กี่สิบก้าวก็ถึง ยังมีพี่ชายและพี่สะใภ้คอยดูแลแม่อยู่ จื่อหยวนไม่เป็กังวลเท่าไร เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งภรรยาของเขาจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองและแล้ววันนี้ก็กลายเป็จริง ภรรยาที่เขารักได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
“ขอบคุณมากครับ คุณก็รีบกินเถิดจะได้ไปนอนพักผ่อน” จื่อหยวนเอ่ยบอกก่อนจะตักผัดไซเท้าให้ต้าเหนิง
เห็นเสื้อผ้าที่สามีสวมใส่ ภายในใจต้าเหนิงก็รู้สึกหดหู่ใจ คิดถึงพ่อกับแม่ในเมื่อก่อน ตอนที่เธอยังเป็เด็กเห็นพ่อกับแม่สวมชุดเก่าๆ แทบทุกวัน มีชุดใหม่ใส่แค่ไม่กี่ชุดเอง เพราะแบบนี้เธอถึงได้สู้ชีวิตสอบชิงทุนมาเรียนที่ปักกิ่ง เพื่อยากให้พ่อกับแม่กินอยู่สุขสบายและเธอก็ทำความฝันนั้นได้สำเร็จ
ต้าเหนิงนั่งมองจื่อหยวนนั่งทานข้าวต้มอยู่นาน ในกล่องไม้มีเงินเก็บอยู่ในนั้น เธออยากจะซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้จื่อหยวนจริงๆ แต่เธอยังซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เขาตอนนี้ไม่ได้ เพราะไม่มีคูปองแลกซื้อ หากจะซื้อคงต้องซื้อเงินสด แต่ถ้าซื้อเงินสดแล้วคนในหมู่บ้านรู้จะต้องเป็เื่ใหญ่แน่
นั่งคิดอยู่นาน ต้าเหนิงจึงตัดสินใจรอโอกาสดีๆ ไว้ค่อยซื้อให้เขาแล้วกัน คงต้องหาเศษผ้าเก่าๆ ในบ้านหลังนี้มาเย็บเสื้อให้เขาใส่ก่อน เธอจะต้องรีบหาทางหลุดพ้นจากที่นี่สักที เห็นสภาพจื่อหยวนแล้วแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ไม่คิดว่าคนในยุคนี้จะลำบากยากเข็ญขนาดนี้
“ผมไปอาบน้ำก่อนนะ ทานเสร็จแล้วคุณไม่ต้องเก็บนะครับ ผมอาบน้ำเสร็จจะเข้ามาเก็บไปล้างเอง”
“คุณไปอาบน้ำเถอะค่ะ” จื่อหยวนพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินไปหยิบเอาเสื้อเก่าๆ ตัวหนึ่งออกไปข้างนอก
ต้าเหนิงเดินตามออกไปดู ที่อาบน้ำอยู่ห่างออกไปหลายก้าว เป็แค่ห้องน้ำเล็กๆ ทำจากไม้เก่าๆ ทรุดโทรม สภาพการเป็อยู่ที่นี่ไม่ต่างจากบ้านเกิดของเธอในยุคจากมาเลย โชคดีที่ต้าเหนิงเคยผ่าน่ชีวิตใน่นั้นมาก่อน พอทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ จึงปรับตัวได้ไม่ยาก แต่ที่ลำบากใจเป็ที่สุดในตอนนี้คือในบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องใช้ตะเกียงจุดไม่ก็ใช้เทียนแทน
ต้าเหนิงเดินกลับไปนั่งทานข้าวต้มของตัวเองต่อ ก่อนจะเก็บอาหารที่ทานเหลือไว้ในถ้วยอย่างดี ภายในบ้านไม่มีตู้เย็นให้ใส่อาหาร เธอจึงนำอาหารไปอุ่นก่อนจะเก็บไว้ในถ้วยเล็กๆ จากนั้นก็นำถ้วยชามออกไปล้างอยู่ข้างนอก...จื่อหยวนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเห็นภรรยากำลังล้างจานอยู่ ก็รีบเดินเข้าไปแย่งจานจากมือเล็ก
“คุณเข้าไปนอนพักข้างในเถิด เดี๋ยวผมทำแทนเองครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันทำได้” ต้าเหนิงไม่ยอมให้จื่อหยวนล้างจานแทน นี่มันคือหน้าที่ของภรรยา ยุคนี้ชายเป็ใหญ่จะให้สามีมานั่งล้างจานแทนได้ยังไงกัน
“หนิงเอ๋อร์ ผมทำเองครับ คุณเข้าไปข้างในเถิด” เห็นจื่อ หยวนไม่ยอมดึงดันที่จะล้างจานแทนให้ได้ เธอก็ไม่อยากขัด ลุกขึ้นเดินไปล้างมือแล้วเข้าไปข้างในตามที่จื่อหยวนบอก
ต้าเหนิงมองสำรวจดูรอบบ้านอีกครั้ง ภายในบ้านดูเก่าจริงๆ คงต้องรอให้จื่อหยวนออกไปทำงานก่อน เธอถึงจะเก็บกวาดภายในบ้านหลังนี้...หลังจากที่ล้างจานเสร็จ จื่อหยวนเดินเข้ามาพร้อมกับผลส้มหนึ่งลูกอยู่ในมือ ก่อนจะยื่นมันให้กับเธอ
“อะไรเหรอคะ ? ” ต้าเหนิงถามออกไปด้วยความงุนงง จื่อ หยวนคลี่ยิ้มบางๆ แล้วบอกกับเธอว่า
“ผลส้มนี้พี่ชายผมนำมาให้ผมครับ ผมเลยนำมันกลับมาให้คุณ”
“อ่อ ขอบคุณค่ะ” เธอรับผลส้มสีสันสดใสนั้นมาด้วยความดีใจ ผู้ชายคนนี้ช่างอ่อนโยนและรักภรรยาจริงๆ เลย
“คุณอย่าลืมนอนพักนะครับ เสื้อผ้าในกระบุงกลับจากแปลงนาผมจะนำไปซักเอง”
กล่าวจบ จื่อหยวนก็หยิบเอาหมวกฟางเดินออกจากเรือนไป ปล่อยให้ต้าเหนิงนั่งงุนงงอยู่คนเดียว
“กระบุงเสื้อผ้า อยู่ไหนนะ ? ” ใบหน้าเรียวสวยหันมองช้ายแลขวามองหากระบุงที่จื่อหยวนพูดถึง
กระบุงไม้ไผ่อยู่ข้างตู้ปลายตีนเตียงพอดี ต้าเหนิงเดินขยับเข้าไปดู เห็นมีแต่เสื้อผ้าของเธอเสียส่วนใหญ่ เสื้อผ้าของจื่อหยวนมีแค่ไม่กี่ตัวเอง ‘เดี๋ยวงานบ้านงานเรือนฉันจะทำเองนะคะ’