ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่74 ผู้นำตระกูลหรือผู้ตามตระกูลที่ต้องเป็นผู้เชื่อฟังและทำตาม

         ณ เช้าวันใหม่ที่สวยงาม พลังธาตุสีทองๆอ่อนๆที่ลอยพัดผ่านวนเวียนทั่วทั้งหมู่บ้านชานเมืองของเหนี่ยเหนี่ยวที่อาศัยอยู่

         เมื่อวานนี้คงจะเป็นคืนแรกที่คนในหมู่บ้านได้นอนพร้อมกับกลิ่นไอพลังธาตุวนเวียนตลอดทั้งคืนทั่วทั้งหมู่บ้าน ทำให้ทุกๆคนในหมู่บ้านมีร่างกายที่ดูแข็งแรง เบาบางขึ้นแบบไม่รู้ตัว แต่แน่นอนว่าทุกๆคนรู้ดีว่ามันดีกับตัวเองจริงๆ มันเหมือนกับได้กินอาหารและได้รับสมุนไพร ยาบำรุงที่มีพลังธาตุบางอย่างมาช่วยเสริมพลังด้านในร่างกายแบบนั้นเลย 

         เป็นวันที่ทุกๆคนในหมู่บ้านตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเบาสบายตัว และมีพลังที่เหลือเฟือเต็มที่จริงๆ

         “วันนี้ตั้งแต่ตื่นขึ้นมารู้สึกสบายตัวจริงๆเลยนะ พวกเจ้าว่าหรือไม่”ท่านแม่

         “จริงเจ้าค่ะ ท่านแม่”พี่สะใภ้รอง

         บรรดาสะใภ้ต่างพากันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เพราะพวกนางก็รู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูกเช่นกัน 

         “บางทีคงอาจจะเพราะกำแพงที่เหนี่ยวเหนี่ยวสร้างด้วยพลังธาตุนี้ก็ได้ ที่ปลดปล่อยพลังธาตุกระจัดกระจายทั่วบริเวณแถวนี้ทั้งหมด เลยมีผลต่อร่างกายของพวกเรา”ท่านแม่

         “ข้าก็คิดแบบนี้เช่นกันเจ้าค่ะท่านแม่ เหมือนกับลมหายใจเข้าและออก และร่างกายของพวกเราถูกอาบไปด้วยละอองพลังธาตุของน้องเล็ก”พี่สะใภ้ใหญ่

         “ที่เขาว่ากันว่าพรทั้ง 3 ประการ หนึ่งได้เป็นทั้งลมหายใจเข้าออกทิพย์ อาบกายทิพย์ กินของศักดิ์สิทธิ์ คงจะเป็นอย่างนี้สินะ”ท่านแม่

         “อือ…..”บรรดาสะใภ้ และหลานสะใภ้ ต่างก็ครุ่นคิดถึงคำพูดที่มีมาเนิ่นนานแล้วจากบรรดาเหล่าผู้อาวุโสหลายต่อหลายรุ่นที่เล่าต่อกันมา ว่าผู้ใดได้พรทั้ง 3 ประการนี้ในทุกๆวันจะยิ่งทำให้พลังธาตุในตัวยิ่งเพิ่มระดับได้ง่ายขึ้น

         “เหนี่ยวเหนี่ยวลูกรัก ยิ่งผ่านไปแต่ละวันยิ่งทำให้แม่และทุกๆคนต้องแปลกประหลาดใจขึ้นเรื่อยๆสิน่า ตำนาน เรื่องเล่ากล่าวขานใดๆที่พวกเราไม่คิดว่าจะมีจริง หรือเป็นการยาก แต่เจ้าตัวเล็กกลับทำมันขึ้นมาทั้งหมดให้พวกเราได้เห็น ได้สัมผัสกันได้ เฮ้อ….ไม่รู้ว่าจะหาคำใดมาพูดดีจริงๆมัน…..เฮ้อ..”ท่านแม่

         “พวกเราคงได้แต่ต้องเตรียมตัว เตรียมใจพร้อมรับสิ่งวิเศษแปลกประหลาดแบบนี้ไปเรื่อยนั่นแหละเจ้าค่ะท่านแม่”พี่สะใภ้รอง

         “คงจะไม่มีเพียงเท่านี้แน่ๆเจ้าค่ะท่านแม่”พี่สะใภ้ใหญ่

         “นั่นน่ะสินะ…แต่ก็ช่างเถอะพวกเราเตรียมตัวจัดการข้าวของเมื่อคืนนี้และทำอาหารเช้าเตรียมรอพวกเด็กๆกันดีกว่า”ท่านแม่

         “เจ้าค่ะ”บรรดาสะใภ้ หลานสะใภ้

         ท่านแม่กับบรรดาสะใภ้เริ่มทำอาหารเช้ากันเลย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทุกๆคนในครอบครัวได้อิ่มกันในมื้อแรกของวัน

         “พวกเจ้าอย่าลืมทำความสะอาดกระดูก 2 ท่อนนั้นเล่า ที่ลูกหมู ลูกหมาของพวกเจ้าแทะน่ะ”ท่านแม่

         “เจ้าค่ะ”สะใภ้ หลานสะใภ้

         “พวกข้าจำไม่ลืมเลยจริงๆ ภาพที่พวกเด็กๆพากันก้มหน้าแทะกระดูกทั้ง 2 ชิ้นนี้อย่างเอร็ดอร่อย”พี่สะใภ้รอง

         “อ้อ…แถมน้องเล็กยังชวนท่านพ่อ ท่านพี่ และท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ แทะด้วยกันอีกต่างหากด้วยนะเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้ใหญ่

         “ฮ่า….ฮ่า….”พูดจบพวกท่านก็พากันหัวเราะเสียงดังอย่างถูกใจกัน เลยเป็นเช้าที่ทำอาหารกันอย่างคึกคักกันเลย

         “วันนี้ก็หวังว่าจะไม่ทำอะไรที่มันแปลกประหลาดอีกก็แล้วกัน”ท่านแม่

         “น่าจะยากนะเจ้าคะท่านแม่ น้องเล็กพอไปเจออะไรเข้าก็มักจะได้ทำสิ่งวิเศษทุกครั้งไปจริงๆ”พี่สะใภ้รอง

         “เฮ้อ….นั่นก็จริงอย่างที่เจ้าพูดนั่นแหละ”ท่านแม่

         “แต่ที่แน่ๆ คงะจพากันซนและพาหลานๆเหลนๆไปปั่นป่วนอีกตามเคยล่ะเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้ใหญ่

         “นั่นมันเรื่องปรกติที่จะต้องเกิดขึ้นทุกๆวันอยู่แล้วนี่นะ มันคงไม่แปลกอะไร”ท่านแม่

         “จริงเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้ทั้งสอง

         “ฮ่า…ฮ่า….”ท่านแม่และเหล่าสะใภ้ ต่างก็พากันหัวเราะไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้วในช่วงเช้านี้ ระหว่างที่เตรียมทำอาหารเช้าพร้อมไปด้วย นินทาเจ้าตัวเล็กของบ้านกันอย่างสนุกสนานกันไปเลยทีเดียว

         “อย่าลืมเตรียมผลน้ำนม 7 สี 7 ธาตุให้ดื่มทุกๆวันด้วยนะ”ท่านแม่ กล่าวย้ำอีกครั้งแต่ว่าอย่างไรเสียก็เป็นอะไรที่ต้องทำกันทุกๆวันอยู่แล้วตั้งแต่เหนี่ยวเหนี่ยวนำ ผลน้ำนม 7 สี 7 ธาตุ มาให้ เพื่อสุขภาพที่ดีของพวกเด็กๆในบ้าน

         “พอท่านแม่พูดถึง ผลน้ำนม 7 สี 7 ธาตุ นี้ข้าก็กำลังนึกว่าป่านนี้เด็กๆ ยากจนชาวบ้านทั่วๆไปอย่างพวกเราคงจะได้มีโอกาศดื่มกินกันแล้วนะเจ้าคะ”พี่สะใภ้ใหญ่

        “นั่นมันแน่นอน เพราะคนจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลักพวกเขาเป็นคนดีมีคุณธรรม ย่อมถึงมือคนที่ต้องการที่สุดไม่งั้นเหนี่ยวเหนี่ยวคงจะไม่ยอมให้ ผลน้ำนม 7 สี 7 ธาตุ ไปง่ายๆหรอก”ท่านแม่

         “ก็จริงนะเจ้าคะ ขอให้พวกเด็กๆเหล่านั้นได้อย่างทั่วถึงทุกๆหัวเมืองย่อยในทวีปเฟยเทียนของพวกเราด้วยเถอะเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้รอง

        “นั่นน่ะสิ ข้าก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน พวกเด็กๆเหล่านั้นจะได้ไม่อดอีกต่อไป และยังมีผลดีต่อพลังธาตุในตัวของพวกเขาอีกด้วยถ้าได้ดื่มกินกันตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆแบบนั้น และได้ดื่มกินในทุกๆวัน”ท่านแม่

         “จริงเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้ทั้งสอง

         ระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินคุยหรือนินทาพวกเด็กๆก็ว่าได้ พวกผู้ชายของบ้านก็กลับทาถึงบ้านอีกครั้ง เพื่อมากินอาหารเช้ากัน เพราะช่วงเช้าพวกท่านได้ออกไปแวะตรวจตราพื้นที่ที่ดินที่ทำกินของตระกูลหวังกัน แน่นอนว่าช่วงนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเหน็ดเหนื่อยใช้แรงงานและร่างกายหนักอีกต่อไป ทุกๆอย่างมีพลังธาตุเป็นตัวกำหนด ทำให้พวกท่านมีเวลาเหลือเฟือเยอะแยะตลอดทั้งวัน

         “ท่านพ่อ ท่านพี่ พวกเขาพากันกลับมากันแล้วเจ้าค่ะท่านย่า”หลานสะใภ้คนโต

         “อือ….ได้ๆ พวกเจ้าเตรียมเอาอาหารไปวางให้พวกเขาได้เลยนะ”ท่านแม่

         “เจ้าค่ะ ท่านย่า”หลานสะใภ้

         บรรดาหลานสะใภ้ทั้ง 4 คนก็จัดการยกอาหารไปวางเรียงไว้บนโต๊ะอาหารด้านนอกบ้านที่เป็นที่ประจำสำหรับครอบครัวไปแล้ว เมื่อจะทานอาหารกันเพราะภายในบ้านคับแคบจนเกินไป

         “พวกเด็กๆยังไม่มีใครตื่นกันอีกเหรอ??”ท่านพ่อ

         “ยังเจ้าค่ะ ท่านปู่”หลานสะใภ้รอง

         “สวัสดีตอนเช้า ขอรับ”พวกเหลนชาย

         “อ้าว…พึ่งจะตื่นกันเหรอเด็กๆ”ท่านพ่อ

         “ใช่ขอรับ”พวกเหลนชาย

         “พากันไปล้างหน้ากันก่อนไป จะได้มากินอาหารเช้าพร้อมกันนะ แล้วน้องสาวกับท่านย่าเล็กพวกเจ้าเล่า??”ท่านพ่อ

         “ยังไม่ตื่นเลยขอรับ”เหลนชายคนโตหยางหยาง

         “อือ…งั้นไม่เป็นไร ปล่อยให้พวกนางนอนพักผ่อนกันไปก่อน จะตื่นเมื่อไหร่ก็ปล่อยพวกนาง”ท่านพ่อ

         “ขอรับ”เหลนชาย

         พวกเด็กผู้ชายรีบปลีกตัวไปจัดการเรื่องส่วนตัวให้เรียบร้อย และมานั่งกินอาหารร่วมกับพวกผู้ใหญ่

         “พวกเรามาแล้วครับ”เหลนๆชาย

        “มาๆลูกนั่งประจำที่ให้เรียบร้อยกัน แล้วเริ่มกินอาหารเช้ากันได้เลยนะ กว่าน้องสาวและท่านย่าเล็กของพวกเจ้าจะตื่นคงจะอีกนานเลยล่ะ เมื่อคืนนี้ก็นอนเลยเวลามามากอีกด้วย”ท่านแม่

         “ท่านย่าทวดขอรับ พวกข้าก็นอนเวลาเดียวกับพวกนางจะขอรับ”เหลนชายสี่เหล่าสู่

         “จริงขอรับ แต่ทำไมพวกข้าถึงได้ตื่นนอนก่อนได้”เหลนชายสามจีจี

         “นั่นน่ะสิเนอะพวกเรา”เหลนชายรองจูจู

         “อือ….”เหลนชายต่างก็พากันนั่งคิดอย่างไตร่ตรองว่าพวกเขากับพวกนางนี่ต่างกันจริงๆ 

         “ฮ่า…ฮ่า….”ท่านแม่ พี่สะใภ้ทั้งสอง หลานสะใภ้ทั้งสี่ก็อดใจไม่ไหวกันจริงๆจึงหลุดหัวเราะกันออกมาเสียงดังกัน

         “หนอย……เจ้าพวกลิงทะโมนก็พวกเจ้าน่ะมันพลังแรงกายเหลือเฟือและห่วงเล่นห่วงซนน่ะสิ ถึงได้ตื่นนอนแต่เช้าขนาดนี้น่ะ”ท่านพ่อ หรือท่านปู่ทวดของพวกเขา

         “.................!!”พวกเหลนชาย

         “..............!!!”ท่านแม่ พี่สะใภ้ทั้งสอง หลานสะใภ้ทั้งสี่

         “จริงขอรับ ซนให้มันน้อยลงหน่อยนะเจ้าพวกลิงทะโมนตัวเหม็น..!!”พี่ชายใหญ่ซือจื่อหรือท่านปู่ของพวกเด็กๆ

         “เด็กผู้หญิงต้องได้นอนอย่างเต็มที่ จะได้มีแรงเยอะๆเข้าใจหรือเปล่า พวกเจ้าเป็นลูกผู้ชายคืนนอนตื่นสายขนาดนั้นจะไปเป็นผู้นำคน ผู้นำตระกูลในอนาคตได้อย่างไรกันเล่า”หลานชายคนโต ซึ่งคือท่านพ่อของเด็กๆ

         “.................!!”พวกเหลนชาย ต่างก็คิดกันว่าผู้นำตระกูลงั้นเหรอ??

         ทุกวันนี้คนที่พวกเขาคิดว่าคือผู้นำของตระกูลหวังก็คือ ท่านย่าทวด ท่านย่า ท่านแม่ของพวกเขาตามลำดับไป ยิ่งท่านย่าทวดมืออันดับหนึ่งนั้นยิ่งไม่มีใครในตระกูลกล้าเลยสักคนเดียวแม้กระทั่งท่านปู่ทวดยังต้องฟังเงียบเชียบ!!อย่างเชื่อฟัง

         คำว่าผู้นำตระกูลนั้นเป็นคำที่พวกเหลนชายต่างก็ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงว่ามันคืออะไรกันแน่ เพราะตั้งแต่เล็กจนโตหรือเรียกได้ว่าพวกเขาจดจำเหตุการณ์ใดๆได้ ก็ได้เห็นได้ฟังแบบนี้มานานจวบจนกระทั่งทุกวันนี้ 

         “..............!!!”ท่านแม่ พี่สะใภ้ทั้งสอง หลานสะใภ้ทั้งสี่

         พวกเหลนชายต่างพากันเกาหัวแกร๊กๆ กันอย่างหนักอีกครั้งอยู่ดีๆก็โดนท่านปู่ทวด ท่านปู่ ท่านพ่อบ่นเข้าอีกแล้ว

         “เอาล่ะ พวกท่านก็หยุดบ่นได้แล้ว เด็กๆกินอาหารเช้ากันได้แล้วจะได้ออกไปทำอย่างอื่นกันต่อนะ”ท่านแม่ รีบตัดบทสนทนาอย่างรวดเร็ว กับความเอาใจมากจนน่าหมั่นไส้จากพวกผู้ชายของตระกูลหวังนี้

         และแน่นอนเมื่อท่านแม่ของเหนี่ยวเหนี่ยวได้เอ่ยปากออกมาแล้ว ย่อมไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยปากต่ออีกเลย เพราะนางคือผู้เป็นใหญ่ที่สุดในตระกูลหวังนั่นเอง !!

         นั่นไงล่ะ!! นี่คือความคิดของเหลนๆชายนี่แหละที่เรียกได้ว่าผู้นำตระกูลน่ะ พูดแค่ประโยคเดียวทำทุกๆคนในตระกูลต้องทำตามกันหมด ท่านปู่ทวด ท่านปู่ และท่านพ่อของพวกเขาคงจะต้องพูดใหม่เสียแล้ว

         “ขอรับ..!!”พวกผู้ชายไม่ว่าจะรุ่นไหนก็แล้วแต่ รีบตอบรับกันอย่างรวดเร็วและก้มหน้ากินข้าวกันเลย

         “เฮ้อ….จริงๆเลยนะเมื่อไหร่จะเลิกนิสัยแบบนี้กันได้”ท่านแม่ เองก็อดที่จะบ่นไม่ได้จริงๆ 

         “คงจะยากจริงๆเจ้าค่ะท่านแม่”พี่สะใภ้ใหญ่

         “ผู้ชายตระกูลหวังนี่มันยังไงกันนะจริงๆเลย”ท่านแม่

         “ฮิ….ฮิ….”บรรดาสะใภ้ทั้งหลาย

         ใช้เวลาได้เพียงสักพักหนึ่งพวกผู้ชายก็กินอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว ต่างขอออกไปเดินดูบริเวณรอบๆในหมู่บ้านเสียหน่อย เพื่อตรวจสอบดูผลลัพธ์อีกครั้งในการใช้พลังธาตุในการทำการเกษตรของคนในหมู่บ้าน ทุกๆครัวเรือนจากเมื่อวานนี้ว่ามีอะไรขาดตกบกพร่องไปบ้าง หรือจะต้องเติมสิ่งใดอีก

         “งั้นพวกข้าไปก่อนนะน้องหญิง อย่างไรเสียอย่าลืมทำขนมที่เหนี่ยวเหนี่ยวๆกับเหลนสาวชอบกินไว้เยอะนะ”ท่านพ่อ

         “เจ้าค่ะท่านพี่”ท่านแม่ รับปากอย่างระอาใจเหลือเกินที่ทำอยู่ทุกวันนี้เรียกได้ว่าทำเกินไปเป็นอาทิตย์แล้วเก็บไว้เต็มไปหมดในกำไลมิติของพวกนางแต่ละคน

         พวกผู้ชายก็พากันเดินออกจากบ้านไปอีกครั้งหนึ่ง ส่วนพวกท่านแม่ก็ทำการเก็บโต๊ะอาหาร

         “ขนาดจะไปยังต้องทิ้งคำพูดไว้เลยนะ ตามใจกันเสียจริงๆ จนทุกวันนี้เป็นอย่างไรเล่า ผู้ใดก็ไม่สามารถเอานางให้อยู่สักผู้เดียว มีแต่ข้านี่แหละที่ต้องคอยบ่นคอยดุให้แทนน่ะ”ท่านแม่ เริ่มบ่นยาวพวกท่านพ่อ พี่ชาย ที่ทำตัวน่าหมั่นไส้อีกครั้งกับการเอาใจพวกเหนี่ยวเหนี่ยว และเหลนสาวทั้งหลาย

         “พวกนางยิ่งนับวันยิ่งดื้อ ยิ่งซนจริงๆเจ้าค่ะ แถมยังเจอทั้งท่านปู่ทวด ท่านปู่ พี่ชายสองคน หลานชายสี่คน คอยเอาแต่ใจมากมายถึงขนาดนี้ ไหนจะพวกเหลนๆชายอีกก็ตามใจไม่แพ้กันถึงแม้จะคอยโดนกลั่นแกล้งในแต่ละวันก็ตามทีนะเจ้าคะ”พี่สะใภ้ใหญ่

          “นั่นสิเจ้าคะ พวกนางเลยยิ่งแสบหนักกว่าเดิมหลายเท่าตัว”พี่สะใภ้รอง

         “จะทำอย่างไรได้ พวกเขาไม่ยอมเปลี่ยนตรงนี้หรอก ถ้าไม่พูดเอาใจ ก็ช่วยปกปิดความผิดให้เป็นแบบนี้ทุกครั้งไป จนข้านี่อยากจะตีพวกผู้ชายแทนพวกนางจริงๆ”ท่านแม่

         “ใช่เจ้าค่ะ..!!”สะใภ้ทั้งสองคน ต่างก็พากันสนับสนุนกันจริงๆ

         คนต้นเรื่องที่พวกท่านแม่กำลังนินทากันอยู่นั้นก็กำลังจะตื่นนอนกันแล้วเช่นกัน

         “ห๊าวววววว………”

         “ยามใดแล้วนะเนี่ย แสงสว่างแสบตาจังเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว บ่นพึมพำที่จะพยายามลืมตาขึ้นแต่ก็ยังลืมตาเต็มที่ไม่ได้เสียทีหนึ่ง

         “ท่านย่าเล็กก็ตื่นแล้วเหรอเจ้าคะ”เหลนสาวคนโตยายา ที่กำลังเก็บผ้าในส่วนของนางอยู่ หันมามองทางท่านย่าเล็กที่ส่งเสียบ่นพึมพำออกมา

        “ใช่ๆ ข้าพึ่งจะตื่นเมื่อตะกี้นี้เองล่ะ แต่ว่าข้าลืมตาไม่ขึ้นเลย ห๊าววว…”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “มาเจ้าค่ะท่านย่า ข้าจะช่วยท่านเองนะเจ้าคะ”เหลนสาวสี่ทู่จึ กับเหลนสาวสามยวี๋ยวี๋ ที่ใช้มือทั้งสองของนางช่วยกันถ่างตาให้เหนี่ยวเหนี่ยว

         “.............!!!”เหนี่ยวเหนี่ยว ผู้ที่โดนเหลนสาวช่วยให้ลืมตาขึ้นได้

         “อ้า…ได้ผลด้วยล่ะ”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋

         “.............!!!”เหนี่ยวเหนี่ยว นางอยากจะบอกจริงๆเลยว่าทำขนาดนี้ไม่ให้ลืมตาตื่นขึ้นมีหวังตาของนางคงจะได้หลุดออกจากเบ้าตาเสียก่อนล่ะนะ

         “ช่วยข้าพยุงตัวขึ้นหน่อยสิ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เจ้าค่ะ”เหลนสาวทั้งสอง ต่างช่วยกันดันหลังเหนี่ยวเหนี่ยวขึ้นมาคนละข้าง

         “ไปกันเหลนสาว ข้าเริ่มหิวแล้วล่ะจะได้กินอาหารเช้ากัน”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวทั้งสี่คน

         ห้าสาวน้อยของตระกูลหวังพากันลุกจากเตียงเล็กๆที่นอนด้วยกันมา และพากันจัดการเรื่องส่วนตัวให้เรียบร้อยพร้อมเดินออกไปหาพวกท่านแม่กันเพื่อขอกินอาหารเช้า

    ************

         ทุกๆคนในหมู่บ้านต่อจากวันนี้ไปก็จะได้สูดดมพลังธาตุกันในทุกๆวันเพื่อสร้างและสะสมพลังธาตุให้หนาแน่นเพื่อาการเพิ่มระดับในระดับต่อไป 

     


    คล้ายกับเรื่องข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ ที่คุณอ่าน