นับตั้งแต่วันนั้น โอดีน ก็ได้ให้บอดี้การ์ดค่อยเฝ้าติดตามดูแลความปลอดภัย และมีรถและคนขับรถไว้ให้ วรกานต์ ได้ใช้ด้วยหากว่าเจ้าหล่อนต้องการจะไปไหนมาไหน จะได้สะดวกในการเดินทาง และ โอดีน เองจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงหน้าพะวงหลังอีกด้วย
“ไหนบอกว่าจะทำอาหารไทยให้ผมลองทานไงล่ะ แล้วเมื่อไรผมจะได้ลองทานสักที ทูนหัว” วันนี้ โอดีน กลับบ้านเร็วกว่าทุกวัน เมื่อมาถึงเพ้นเฮาส์ ก็เห็น วรกานต์ กำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา จึงเอ่ยทวงสิ่งที่เจ้าหล่อนเคยบอกกล่าวเอาไว้ให้ชายหนุ่มได้รับทราบ พร้อมกับนั่งลงบนโซฟาตัวที่ วรกานต์ นอนอยู่นั้นอย่างจงใจ จนทำให้หญิงสาวแทบขยับเอียงข้างไม่ทัน
“กลับมาแล้วเหรอคะ ทำไมวันนี้คุณกลับมาเร็วกว่าปกติล่ะคะ?” วรกานต์ วางหนังสือที่อ่านลงวางไว้บนโต๊ะที่ตั้งอยู่ข้างๆ โซฟาที่เธอนอนเอกเขนกอยู่นั้นแหละ
“ก็คนแถวนี้เคยบอกผมเองไม่ใช่หรือว่า จะทำอาหารไทยให้ผมทานน่ะ และวันนี้ผมก็มาทวงสิ่งที่บอกนะสิ” โอดีน ก้มหน้าลงไปมองใบหน้าสวยหวานซึ้ง และเลื่อนเข้าไปใกล้เรื่อยๆ
“ก็ในห้องครัวไม่มีอะไรที่พอจะให้เอามาทำอาหารไทยได้เลยนี้คะ เครื่องปรุงก็ไม่มีด้วย” วรกานต์ บอกกล่าวออกมาเบาๆ
“งั้นเดี๋ยวเราไปซุปเปอร์มาร์เก็ตกัน โอเคไหม?” โอดีน กล่าวพร้อมกับก้มหน้าลงมาหาคนที่นอนอยู่บนโซฟา ใกล้เข้าไปอีกจนใบหน้าของคนทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
“แต่ก่อนจะไป ผมขอชื่นใจสักหน่อยเถอะนะ ทูนหัว”
โอดีน จ้องมองเรียวปากอวบอิ่มลิ้มนั้นอย่างไม่วางตา ก่อนจะเอ่ยขอสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังต้องการออกมา และเมื่อกล่าวจบ โอดีน ก็ก้มลงปิดปากอวบอิ่มจิ้มลิ้ม ด้วยปากบางของเขา ขยี้จูบซับ ดูดดึงเรียวปากอันแสนหวานนั้นอย่างหยอกเย้า ทำให้คนที่นอนอยู่บนโซฟา เริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาๆ จนต้องเผลอยกแขนเรียวขึ้นไปเกาะเกี่ยว รอบคอแกร่งของชายหนุ่มไว้ อย่างหาหลักยึดเหนี่ยว
โอดีน จูบซุกไซ้เว้าวอนอยู่เป็นนาน จึงหยุดและค่อยๆ ผละออกอย่างสุดแสนจะเสียดาย
“ไปกันดีกว่า หากขืนยังอยู่อย่างนี้นานๆ ผมอาจจะต้องกินคุณก่อนได้กินอาหารฝีมือคุณอย่างแน่นอน กระต่ายน้อยของผม” โอดีน กล่าวด้วยเสียงแหบพร่า และพยายามควบคุมความต้องการที่กำลังจู่โจมก่อกวนชายหนุ่ม จนรู้สึกปวดหนึบแทบจะทนไม่ไหวอยู่ร่ำไรแล้ว
โอดีน ลุกขึ้นยืน แต่ก็ไม่ลืมที่จะยื่นมือใหญ่ไปดึงร่างบางให้ลุกขึ้นจากโซฟานั้นด้วย วรกานต์ ไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าคนตัวโตเลย จึงได้แต่เสมองหน้าอกแกร่ง แก้มสาวเจ้าก็แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขินอายกับสิ่งที่ชายหนุ่มได้ทำไปเมี่อครู่นี้
โอดีน มองดูคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู และหวงแหน ยื่นมือใหญ่ไปลูบผม วรกานต์ ให้เข้าที่เข้าทาง คลายจากการยุ้งเหยิง
“พร้อมไปกันไหม? ทูนหัว” โอดีน เอ่ยถามคนตัวเล็กออกมาเบาๆ พร้อมกับมองสำรวจร่างบางอย่างถือสิทธิ์การเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างเต็มที่
ซึ่งเสื้อผ้าที่เจ้าหล่อน สวมใส่อยู่ ณ ขณะนี้ เป็นเสื้อยืดสีฟ้าอ่อนคอวีเข้ารูป กางเกงเป็นกางเกงขาสามส่วน ดูรวมๆ แล้วไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร สามารถที่จะใส่ออกไปข้างนอกได้อย่างสบายเลยแหละ
“พร้อมค่ะ แต่เดี๋ยวขอกานต์ไปหยิบกระเป๋าสะพายก่อนนะคะ” วรกานต์ บอกแก่ชายหนุ่ม ก่อนจะทำท่าผละเดินออกไป แต่ก็ถูกชายหนุ่มจับยึดข้อศอกเอาไว้เสียก่อน
“ไม่ต้องเอาไปหรอก เราไปกันแป๊บเดียวเอง” โอดีน กล่าวแย้งพร้อมกับดึงร่างบางเข้ามาหาตัว แล้วโอบกอดเอวบางไว้ด้วยแขนแกร่ง พาเดินตรงไปยังประตูห้อง โอดีน ยื่นมือใหญ่ไปเปิดตู้ที่ใช้เก็บรองเท้า ล้วงหยิบเอารองเท้าของ วรกานต์ ออกมาแล้ววางลงบนพื้นห้องให้
“ขอบคุณนะคะ” วรกานต์ กล่าวขอบคุณ พร้อมกับยิ้มส่งให้คนที่ช่วยเป็นธุระ เอารองเท้าของตนออกมาวางไว้ให้ใส่ วรกานต์ จึงยื่นเท้าเล็กเข้าไปในรองเท้าทีละข้างจนใส่เสร็จเรียบร้อย โอดีน
ซึ่งมองดูหญิงสาวอยู่ใกล้ ก็อดใจเอาไว้ไม่ไหวจนต้องก้มลงจุมพิตที่หน้าผากนวลเนียนไปทีหนึ่ง แล้วจึงค่อยเปิดประตู พากันเดินออกจากห้อง
๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘