เห็นสีหน้าของศิษย์พี่ตนเองถิงจี้ก็หัวเราะออกมาอย่างไม่ปกปิดสำหรับผู้ฝึกยุทธแบบพวกเขาไม่ใช่ว่าสู้กับเซียนกระบี่ไม่ไหวเพียงแต่พลังที่แท้จริงของผู้ฝึกยุทธจะแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่อยู่ขอบเขตหกขึ้นไปถึงตอนนั้นในร่างกายจะมีถ้ำสวรรค์เหมือนกับผู้ฝึกลมปราณเพียงแต่ถ้ำสวรรค์ของผู้ฝึกยุทธไม่เหมือนกับผู้ฝึกลมปราณตรงที่ไม่ต้องดูดซับพลังฟ้าดินแต่กลับสร้างฟ้าดินเอาไว้ในถ้ำสวรรค์สร้างปราณฟ้าดินขึ้นมาด้วยตัวเอง
ส่วนผู้ฝึกยุทธกลับต้องพึ่งพาพลังฟ้าดินด้านนอกมาหล่อเลี้ยงถ้ำสวรรค์ของตัวเองเรียกได้ว่าสิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างมาก
“เมิ่งเจี้ยนเฉินพอแค่นี้เถอะแค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว”ถิงจี้กล่าว
เมิ่งเจี้ยนเฉินเก็บกระบี่ไม่อยากจะสนใจคนพวกนี้อีกเดินไปพร้อมกับพวกถิงจี้ทันทีทิ้งให้คนของสำนักดาบพากันใบหน้าซีดขาวด้วยความหวาดกลัว
“จะทำยังไงต่อดีศิษย์พี่”
“บัดซบกล้าทำให้ข้าอับอายเรื่องนี้ไม่จบแน่ข้าจะรายงานให้ทางสำนักรู้ถึงตอนนั้นข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้านั่นจะยังอวดดีอยู่อีกหรือไม่”ศิษย์พี่ของถิงจี้กล่าว
พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินตรงไปยังร้านอาหารที่ถิงจี้แนะนำก่อนเป็นอันดับแรกหลังจากทานอาหารเสร็จก็เดินเที่ยวตามสถานที่สวยงามต่างๆในเมืองหลวงสุดท้ายมาหยุดอยู่ที่รูปปั้นของรองเจ้าลัทธิเต๋าทั้งสี่ท่าน
“นี่คือ”เมิ่งเจี้ยนเฉินหันไปมองถิงจี้
“นี่คือรองเจ้าลัทธิเต๋าทั้งสี่ท่านที่คอยควบคุมอำนาจของทวีปต่างๆ”ถิงจี้กล่าว
“ไม่ใช่ว่าลัทธิเต๋ามีห้าสายหรอกเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินแปลกใจเพราะสายที่ห้าของตนกลับไม่มีรูปปั้นสลักเอาไว้
“สายที่ห้าค่อนข้างพิเศษเพราะสมาชิกมีน้อยและส่วนใหญ่พวกเขาจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้จากที่ข้าได้ยินท่านอาจารย์ว่ามา สายที่ห้าจะมีหน้าที่พิเศษอยู่อย่างหนึ่งที่ผู้คนยอมรับนั่นคือหากพบว่าคนของลัทธิเต๋าทำผิดกฎเสียเองโดยเฉพาะพวกที่เป็นสายตรงของเจ้าลัทธิหากสายที่ห้ารู้จะลงมือลงโทษด้วยตัวเองถึงตอนนั้นผลที่ตามมามีแต่ความตายแล้วละ”ถิงจี้กล่าว
“เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกลายเป็นสนใจ
“ข้าได้ยินมาแค่เรื่องเดียวเหมือนจะเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของรองเจ้าลัทธิที่สามที่หลงผิดร่วมมือกับเผ่าปีศาจสุดท้ายถูกเจ้าลัทธิที่ห้าลงมือสังหารด้วยตัวเองขนาดเจ้าลัทธิที่สามยังทำอะไรไม่ได้” ถิงจี้กล่าว
“ถิงจี้เจ้าเองก็ค่อนข้างอ่านมาเยอะเหมือนกันนะ” เมิ่งเจี้ยนเฉินแปลกใจปกติผู้ฝึกยุทธมักเป็นพวกไม่ชอบอ่านหนังสือแน่นอนว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินอ้างอิงมาจากพวกทหารของตระกูลเมิ่ง
“แน่นอนอยู่แล้วในบรรดาศิษย์ของท่านอาจารย์ข้าถูกเรียกว่าพวกแปลกแยกเพราะข้าใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับอ่านตำราแตกต่างจากพวกศิษย์พี่ที่ใช้เวลาไปกับการฝึกและวางแผนเล่นงานกันอยู่ตลอด”ถิงจี้กล่าว
“เจ้าทำถูกแล้วละอาจารย์ของข้าก็บอกว่าคนเราควรอ่านหนังสือให้มากมองให้เยอะเปิดโลกให้กว้างแล้วอนาคตจะไปไกลกว่าคนทั่วไป”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เป็นคำกล่าวที่ดีเอาละเจ้าอยากจะจุดธูปทำความเคารพหรือไม่” ถิงจี้กล่าว
“ไม่ละอาจารย์ของข้าสั่งไม่ให้จุดธูปทำความเคารพลัทธิเต๋าสายอื่นๆ” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เพราะอะไร”ถิงจี้แปลกใจ
“ไม่รู้”เมิ่งเจี้ยนเฉินส่ายหน้า
ขณะที่ทั้งสองกำลังผ่อนคลายทางแม่ทัพที่ได้รับหน้าที่ให้ไปตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินเจอเข้ากับสัตว์ปีศาจของเขตถ้ำสวรรค์ก็พากันเจอกับการโจมตีจริงๆ
“แม่แล้วท่านแม่ทัพสัตว์ปีศาจตนนี้แข็งแกร่งมากแถมอยู่ในน้ำพวกเราสู้ไม่ได้เลย”พวกทหารพากันได้รับบาดเจ็บสาหัสและถอยออกไปอย่างต่อเนื่อง
“ถอยก่อนตอนนี้พวกเรายืนยันแล้วว่ามีสัตว์ปีศาจจริงแถมยังมีหมอกปีศาจอยู่ด้วยเกรงว่าที่องค์ชายรองกล่าวจะเป็นความจริงรีบกลับไปรายงานเดี๋ยวนี้ข้าจะเฝ้าอยู่ที่นี่เอง”แม่ทัพขอบเขตหกกล่าวขึ้นขณะยืนมองไปยังร่างของสัตว์ปีศาจที่ค่อยๆดำลงไปในแม่น้ำ
ไม่นานรายงานก็มาทันทีที่พวกฮ่องเต้ได้ยินก็ยิ่งสีหน้าไม่น่าดูหากต่อสู้กันบนพื้นแน่นอนว่าพวกแม่ทัพและทหารย่อมเอาชนะสัตว์ปีศาจได้แต่หากต่อสู้กันในน้ำเกรงว่าคงเสียเปรียบมากแถมยังมีรู้เลยว่าศัตรูแข็งแกร่งมากแค่ไหนและมีกันกี่คน
“ทางสำนักทั้งสามว่าอย่างไรบ้าง”ฮ่องเต้กล่าว
“ฝ่าบาทตอนนี้สำนักทั้งสามกำลังส่งผู้อาวุโสและศิษย์กลุ่มหนึ่งมายังเมืองหลวงคาดว่าน่าจะอีก5 วันกว่าจะมาถึงเมืองหลวง” ราชครูกล่าว
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็สั่งให้ทหารของเราจับตาดูการเคลื่อนไหวของมนุษย์ปีศาจให้ดีหากอีกฝ่ายปรากฏตัวให้รีบแจ้งมาทันที”ฮ่องเต้กล่าว
“แล้วเรื่องงานประลองเลือกคู่ขององค์หญิงใหญ่”ราชครูกล่าว
“หากเป็นปกติข้าคงยกเลิกไปแล้วแต่ได้ยินเจ้ารองบอกว่าเซียนกระบี่คนนั้นก็จะเข้าร่วมด้วยข้าคิดว่าควรจัดต่อเลยจะดีกว่า”ฮ่องเต้เผยสีหน้าคาดหวัง
“ข้าเองก็เห็นด้วยพวกข้าโชคดีได้เห็นการต่อสู้ของเซียนกระบี่คนนั้นประลองกับศิษย์ของเจ้าสำนักดาบพอดี”ราชครูยิ้ม
“เรื่องจริงเหรอแล้วผลเป็นอย่างไรบ้าง”ฮ่องเต้แสดงสีหน้าตื่นเต้น
“ไม่ต้องเดาเซียนกระบี่ย่อมชนะแถมยังชนะแบบเด็ดขาดอีกด้วยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ออกดาบเลยสักครั้ง”แม่ทัพคนหนึ่งกล่าว
“ร้ายกาจขนาดนั้นเลย”ฮ่องเต้ยิ้ม
“ไม่ผิดร้ายกาจมากจริงๆจากที่ข้าและท่านแม่ทัพคิดเซียนกระบี่คนนั้นน่าจะหลอมกระบี่แห่งชีวิตขึ้นมาได้แล้วแถมกระบี่แห่งชีวิตยังมีวิชาวิเศษติดมาด้วย”ราชครูกล่าว
“ดีดี หากองค์หญิงใหญ่สามารถแต่งเข้าไปในตระกูลเมิ่งได้ในอนาคตหากเกิดเรื่องร้ายพวกเราย่อมมียันต์คุ้มภัยแผ่นหนึ่งแน่นอน”ฮ่องเต้กล่าว
แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าพวกเมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ได้วางแผนที่จะชนะแต่วางแผนที่จะแพ้หลังจากจัดการศัตรูที่แข็งแกร่งไปหมดแล้ว
ผู้กล้ามากมายต่างก็มารวมตัวกันที่ลานประลองบางคนไม่ได้มาเพื่อเข้าร่วมแค่มาดูเรื่องสนุกแต่เหล่าศิษย์ของสามสำนักต่างก็มากันมาไม่น้อยเพราะสำหรับพวกเขาเรื่องขององค์หญิงใหญ่เป็นเรื่องเล็กแต่เรื่องศักดิ์ศรีเป็นเรื่องใหญ่พวกเขาจะต้องพยายามที่จะชิงความเป็นหนึ่ง
เวลาสองวันผ่านไปงานประลองเลือกคู่ก็เริ่มขึ้นฮ่องเต้ พระสนมและองค์หญิงใหญ่รวมถึงองค์ชายก็พากันมาเข้าร่วมพวกฮ่องเต้นั่งอยู่บนตำแหน่งสูงมองลงมายังลานประลองด้วยความคาดหวัง
“ฝ่าบาทเรื่องที่พระองค์กล่าวเป็นความจริงงั้นเหรอ”พระสนมกล่าว
“อืมเป็นความจริงเซียนกระบี่คนนั้นเข้าร่วมด้วย”ฮ่องเต้กล่าว
พระสนมดีใจมากนางคิดว่าแม่ทัพเมิ่งจะต้องโน้วน้าวให้หลานชายของตนช่วยเหลือนางอย่างแน่นอน
“ยินดีด้วยกับท่านพี่ด้วยหากท่านพี่มัดใจเซียนกระบี่ท่านนั้นได้ย่อมเป็นผลดีต่อตัวท่านแน่”องค์ชายรองนั่งข้างๆพี่สาวของตนเองกล่าวขึ้น
“ก็จริงที่ข้าชื่นชมเซียนกระบี่แต่ไม่ใช่ว่าเซียนกระบี่จะทำให้ข้าชื่นชมได้”องค์หญิงใหญ่อยู่ในชุดสีขาวบริสุทธิ์ใบหน้างดงามไร้ที่ติหว่างคิ้วของนางมีปานรูปดอกบัวอยู่
“แต่ข้าเชื่อว่าท่านจะต้องชอบเขาแน่แม้อายุของเขาจะน้อยกว่าท่านก็ตาม” องค์ชายรองยิ้ม
“เด็กกว่าข้างั้นเหรอนั่นไม่น่าอายเกินไปงั้นเหรอ” องค์หญิงใหญ่กล่าว
“ไม่ต้องกังวลใครจะกล้านินทาท่านว่ากินหญ้าอ่อนกันละแต่ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ง่ายเลยจริงๆหวังว่าท่านจะมัดใจเขาได้นะ” องค์ชายรองกล่าว
ขณะเดียวกันเมิ่งเจี้ยนเฉินและถิงจี้ก็ได้วางแผนตกลงกันเรียบร้อยแล้วแต่อยู่ๆมีชายชุดดำเดินมาข้างๆเมิ่งเจี้ยนเฉินยื่นกระดาษให้กับเมิ่งเจี้ยนเฉิน
“นี่มันเรื่องจริงเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินขมวดคิ้ว
“ท่านแม่ทัพได้สั่งว่าการตัดสินใจนี้ขึ้นอยู่กับนายน้อยหากนายน้อยปฏิเสธก็ไม่มีผลเสียอะไร”หน่วยเงากล่าว
“อืมองค์ชายรองเองก็มาหาข้าและทำข้อตกลงกับข้าไปแล้วพระสนมกลับไปทำข้อตกลงกับท่านปู่พวกเขาลงมือแยกกันงั้นเหรอ แต่ไม่เป็นไรถึงอย่างไรก็ได้ผลประโยชน์สองทางไม่เสียหายบอกท่านปู่ไปว่าข้าตอบตกลงขอแค่นางต้องการที่จะฝึกตนจริงๆไม่มีเจตนาแอบแฝงข้าก็จะรับนางเข้ามาฝึกแน่นอนว่านางจะยังไม่ได้บันทึกชื่อในภูเขาเซียนตูแต่จะเป็นสมาชิกชั่วคราวเท่านั้นแล้วบอกท่านปู่ด้วยว่าให้เตรียมคนเอาไว้สำหรับขุดเหมืองแร่เหล็กด้วย” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
หน่วยเงาไม่ได้พูดมากร่างก็หายไปทันทีเมิ่งเจี้ยนเฉินมองไปยังรอบๆและถิงจี้ก็แนะนำอัจฉริยะของสามสำนักที่จะเข้าร่วมการประลองให้เมิ่งเจี้ยนเฉินฟัง
สำหรับสามสำนักแล้วพวกเขาไม่ต้องเป็นตัวแทนของแต่ละเมืองสามารถเข้าร่วมได้โดยตรง
“ขอขอบคุณทุกท่านที่มาเข้าร่วมงานประลองเลือกคู่ขององค์หญิงใหญ่ในวันนี้อย่างที่ทุกท่านรู้ว่าการประลองแบบนี้ไม่ได้มีกันบ่อยเพราะองค์หญิงใหญ่ประสงค์ชายที่โดดเด่นที่สุดและเอาชนะนางได้นางถึงจะยอมรับอีกฝ่ายและที่สำคัญไม่สนใจหน้าตาไม่สนใจเบื้องหลังแต่อายุต้องอยู่ในเกณฑ์คือ16 ปีลงไปเท่านั้น
ส่วนกติกาการประลองผู้ที่สามารถท้าประลองกับคนอื่นแล้วชนะครบ10 ครั้งจะสามารถเจ้าสู่รอบตัดสินได้เลยหรือไม่หากไม่มีใครกล้าขึ้นมาท้าประลองอีกก็สามารถเข้ารอบได้เช่นกันและสุดท้ายผู้ที่ชนะอันดับหนึ่งจะได้ประลองกับองค์หญิงหากชนะองค์หญิงใหญ่ก็จะแต่งเข้าตระกูลของผู้ชนะทันที” ฮ่องเต้กล่าว
“ยอดเยี่ยม”เหล่าชายหนุ่มพากันตื่นเต้นดีใจส่วนคนของสามสำนักมองหน้ากันแต่ละคนเผยจิตต่อสู้ออกมาทั้งเกียรติและสาวงามพวกเขาย่อมต้องได้รับมาอย่างแน่นอน
“องค์หญิงใหญ่ผู้นั้นใบหน้างดงามแถมพรสวรรค์ก็ไม่เลวทำไมถึงไม่ยอมถอยตัวจากสถานะองค์หญิงแล้วเข้าร่วมกับสำนักของพวกเรา”ศิษย์ของสำนักหยกขาวกล่าว
“ได้ยินว่าเหล่าขุนนางไม่เห็นด้วยแถมยังคัดค้านหัวชนฝา”
“ข้าว่าน่าจะเกี่ยวกับข้อตกลงของพวกองค์ชายบางคนที่ทำข้อตกลงเอาไว้กับศิษย์ของสำนักทั้งสอง”ศิษย์ของสำนักหยกขาวกล่าว
“องค์ชายใหญ่คนนั้นเหมือนกำลังมองไปยังสำนักจินหยางอยู่ตลอดดูเหมือนสำนักจินหยางจะลอบติดต่อกับองค์ชายใหญ่สินะ”องค์ชายรองที่นั่งอยู่กรอกตาเค้นเสียงในใจเพราะตอนแรกคนที่องค์หญิงใหญ่ต้องแต่งงานด้วยคือบุตรชายคนหนึ่งของผู้อาวุโสสำนักจินหยางและนี่เป็นแผนการขององค์ชายใหญ่
“นายน้อยทำไมเราไม่ไปถามองค์ชายใหญ่ตรงๆเลยว่าทำไมถึงผิดสัญญา” คนของสำนักจินหยางกล่าว
“มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นดูเหมือนว่าทางฝ่าบาทเองก็ไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกเลยยินยอมรับคำขององค์หญิงใหญ่ไม่เป็นไรแค่ข้าเอาชนะก็พอไม่ใช่เหรอด้วยวัยเพียง 16ปีจะมีคนที่แข็งแกร่งกว่าข้าได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มที่เป็นบุตรชายของผู้อาวุโสสำนักจินหยางยกยิ้มอย่างมั่นใจด้วยขอบเขตหลอมรวมขั้นกลางทำให้ชายหนุ่มถือว่าเป็นอัจฉริยะที่จับตัวได้ยากในรอบพันปี