มองไปยังห้องที่เต็มไปด้วยนํ้าแข็งราวกับหนังแฟนตาซีหวงซื่อหลินที่อึ้งไปก็เริ่มตอบสนองอย่างไรก็ตามในวินาทีนั้นพวกมันก็สลายหายไปดั่งไอระเหย
“นะ...นาย!นายเป็นพ่อมดงั้นเหรอ?’’ หวงซื่อหลินก้าวถอยหลังออกไปอย่างไม่รู้ตัว เธอมองไปยังชายหนุ่มด้วยความไม่อยากเชื่อมันเป็นไปได้ยังไงที่คนธรรมดาจะทําอย่างนี้ได้?
บอกได้เลยว่าเขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน!
“พ่อมด?ผิดแล้ว! ฉันก็แค่คนๆหนึ่งที่เหนือกว่าคนทั้งโลก!’’ มู่หลินหัวเราะหึๆและตอบกลับไปถึงจะเป็นพ่อมดก็ไม่สามารถทําอะไรอย่างนี้ได้ เว้นเสียจะเป็นผู้บําเพ็ญเพียรที่เก่งกาจคนหนึ่งเช่นเขา
“เป็นฝีมือนายจริงๆด้วย!’’ถึงจะเห็นท่าทีหลงตัวเองของชายหนุ่มแต่หวงซื่อหลินก็พยักหน้าตะหนักได้ทันทีว่าเขาคือตัวการของเบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้
“ก็นะตระกูลตู่ดันส่งคนมาฆ่าฉันเอง สําคัญเลยคือพวกนั้นเป็นผู้กบฏ เพราะงั้นเมื่อวานฉันที่เตรียมจะไปทวงความแค้นจากพวกมันจึงได้ใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือสามตระกูลใหญ่ซะเลยซึ่งบอกได้เลยยว่าถ้าเธอไปในนามของฉันคนนี้ อย่าว่าแต่ซื้อเลย เผลอๆพวกเขาอาจให้ฟรีๆด้วยซํ้า!’’ มู่หลินยิ้มอย่างมั่นใจ เขาคิดทุกอย่างเอาไว้แล้วดังนั้นทุกๆอย่างจึงเป็นไปตามที่เขาอยากให้เป็น
เดิมทีมู่หลินตั้งใจจะไปทวงแค้นตระกูลตู่เฉยๆแต่เมื่อวานเนื่องจากมีเหตุการณ์ทั้งหลายเหมาะเจาะเกินไปเขาจึงใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือคนทั้งหมดและนั่นก็จะทําให้เขากลายเป็นคนที่ไม่มีใครกล้าหืออือ
แน่นอนว่านี่ถือเป็นเหตุผลที่มู่หลินใช้กระบี่ชี่สัมบูรณ์คืนชีพกองกําลังรบพิเศษที่ตายไป
กระบี่ชี่สัมบูรณ์นั้นแม้จะมีพลังงานแห่งชีวิตที่ไร้เทียมทานทว่ามันก็ไม่สามารถใช้ฟื้นคืนชีพใครได้ง่ายๆ เพราะถ้าคนๆนั้นตายเพราะถูกยิงศรีษะหรือศรีษะขาดก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้มันดึงวิญญาณที่กําลังจะจากไปให้กลับคืนสู่ร่างและคืนชีพเพื่อฟื้นฟูทุกอย่าง
อย่างไรก็ตามกรณีสําหรับกองกําลังรบพิเศษที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและพิษเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้เป็นจากที่กล่าวมาก พวกนั้นถือว่าโชคดีเป็นอย่างมากดังนั้นมู่หลินจึงสามารถใช้กระบี่ชี่สัมบูรณ์เพื่อคืนชีพพวกนั้นได้อีกเหตุผลก็คือพวกนั้นเพิ่งตายไปยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงไม่ย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะคืนชีพคนพวกนั้น
ต้องรู้ก่อนระยะเวลาที่ตายนั้นมีผลเป็นอย่างมาก ซึ่งตราบใดที่ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงวิญญาณของผู้ที่ตายไปจะยังคงวงเวียนอยู่แถวนั้นอย่างไรก็ตามหากผ่านพ้นหนึ่งชั่วโมงไปแล้ว วิญญาณพวกนั้นจะเป็นไปตามวัฏจักรด้วยเหตุนี้แม้จะเป็นกระบี่ชี่สัมบูรณ์ก็ไม่สามารถดึงวิญญาณพวกนั้นกลับมาเพื่อคืนชีพได้ง่ายๆ
อาจบอกได้ว่านี่คือเหตุผลทั้งหมดที่ทําให้กองกําลังรบพิเศษได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง!
แล้วแบบนี้สามตระกูลใหญ่ที่เหลือจะไม่กล้าขายที่ดินให้กับเขาได้อย่างไร?
ไม่มีทาง!
ผ่านไปหลายนาทีแม้หวงซื่อหลินจะตกใจในสิ่งที่ได้รู้ทั้งหมดแต่ไม่นานเธอก็สามารถทําความเข้าใจกับมันและยอมรับได้ในทันทีดังนั้นเธอจึงเข้าเรื่องสําคัญ“แล้วสรุปนายจะบอกฉันได้รึยังว่าบริษัทของเราเป็นบริษัทเกี่ยวกับอะไร?’’
“วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลํ้ายุค!’’ถูกถาม มู่หลินก็ตอบพลางหยิบแฟ้มเอกสารที่ได้ทํามาจากเมื่อวานยื่นออกไป
หวงซื่อหลินก็ไม่ลังเลเลยที่จะรับมันมาแล้วตรวจดูซึ่งเมื่อเธอเปิดอ่าน สีหน้าของเธอก็ค่อยๆเผยให้เห็นถึงความตกตะลึง
ความเป็นไปได้!ความเข้ากันได้! ความสําเร็จ!
อาจบอกได้ว่านี่คือสิ่งทั้งหมดที่ภายในแฟ้มเอกสารสื่อให้เห็น!
นี่มัน...เป็นไปได้อย่างไร?
“นะ...นาย!นายคิดมันขึ้นมาเองงั้นเหรอ?’’ หลังจากที่อ่านจบหวงซื่อหลินก็มองไปยังชายหนุ่มด้วยแววตาที่ไม่อยากเชื่ออีกครั้ง เพราะในแฟ้มเอกสารข้อมูลที่เธอเห็นทั้งหมดล้วนเป็นข้อมูลการสร้างที่สมเหตุสมผลและมีเหตุผลอธิบายรองรับเอาไว้แล้วบอกได้เลยว่าแม้เธอจะมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์นิดหน่อยก็ยังสามารถที่จะเข้าใจถึงความอัศจรรย์ของมันได้ดังนั้นเธอจึงรู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างมากที่เขามีแฟ้มเอกสารเหล่านี้
แฟ้มเอกสารแห่งโลกอนาคต!
หากคิดเช่นนั้นก็คงไม่แปลกเพราะในแฟ้มเอกสารนี้เป็นสิ่งที่มู่หลินได้ไปศึกษามาจากโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีแห่งนั้นดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่มีข้อมูลแน่นละเอียด และข้อมูลตัวอย่างพร้อมอาจบอกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างนี้ล้วนสามารถใช้วัตถุดิบและทรัพยากรที่โลกมีสร้างขึ้นได้เพราะอย่างนั้นบริษัทของเขาจะต้องเป็นบริษัทที่น่าทึ่งที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย!
“ถูกต้อง’’ถูกถาม มู่หลินก็พยักหน้า เขาไม่คิดจะเล่าเรื่องและเสียเวลาไปกับมันในตอนนี้หรอก
อึ้ง!
หวงซื่อหลินอึ้งอีกครั้งก่อนพยักหน้าด้วยท่าทีต่างออกไป“เข้าใจแล้ว ฉันจะรีบดําเงินการให้เร็วที่สุด!’’
เป็นไปได้ว่าถ้าเธอสามารถเป็นCEO ของบริษัทที่มีเทคโนโลยี้ลํ้ายุคนี้ได้ เธอจะต้องมีชื่อเสียงและโด่งดังไปทั่วโลกอย่างแน่นอนดังนั้นเธอจึงมีความตื่นเต้นไม่น้อยที่จะทํามันให้สําเร็จ
“ส่วนเรื่องเงินไม่ต้องเป็นห่วงฉันจะหามาให้ในเร็วๆนี้!’’ เห็นอย่างนั้นมู่หลินก็พยักหน้าในเมื่อทุกอย่างเป็นไปเรียบร้อยแล้วสุดท้ายก็คือการหาเงินและทําในสิ่งที่เขาควรจะทําให้สําเร็จ
“แน่นอนว่าถ้าบริษัทถูกก่อตั้งเสร็จเมื่อไหร่เธอสามารถขออะไรกับฉันได้หนึ่งอย่าง!’’ มู่หลินพูดขึ้นอีกครั้ง เขาไม่ใช่คนโง่ เขาจึงรู้ดีว่าเธอต้องการให้เขาชมแต่เขาไม่คิดจะทํามัน เพราะเขาก็มีกฏของเขาอยู่เพราะอย่างนั้นถ้าเธออยากได้อะไรก็รอให้ถึงตอนนั้นแล้วกัน
“จริงเหรอ?’’ได้ยิน แววตาของหวงซื่อหลินก็ประกายความคาดหวังออกมา เธอคาดหวังเป็นอย่างมากกับรางวัลนี้ซึ่งชายหนุ่มจะไม่มีทางรู้เลยว่าเธออยากได้อะไร
ไม่ช้าเมื่อการสนทนาจบลง ทั้งสองคนก็แยกย้ายกันไปทําหน้าที่ของตัวเอง
“มู่หลิน!ตระกูลตู่นี่เป็นฝีมือของนายใช่ไหม?’’ ครู่ต่อมา เสียงของซุยหมิงดังขึ้น มู่หลินที่อยู่บนถนนจึงยิ้มถามกลับไป“นายคิดว่าฉันเป็นคนแบบไหนกัน?’’
“ก็แบบนั้นแหละ!’’ซุยหมิงหัวเราะลั่น แม้เขาจะไม่รู้ว่าตระกูลตู่ไปทําอะไรกับชายหนุ่มไว้แต่ที่แน่ๆต้องไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน เพราะงั้นก็สมควรแล้วดังนั้นเขาจึงแค่ตกใจเฉยๆที่ตระกูลตู่ถูกลบหายไป
“อีกเรื่องที่ฉันโทรมาก็เพื่อจะบอกเรื่องของลูกศิษย์ของนายเพราะตอนนี้ฉันได้เดินเรื่องของเขาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วดังนั้นตอนนี้เขาจึงได้ออกเดินทางไปยังที่นั่นแล้ว!’’ หัวเราะเสร็จซุยหมิงก็เข้าเรื่อง ก่อนหน้านี้ที่ชายหนุ่มจะออกจากมาเก๊า พวกเขาได้คุยกันเรื่องวั่งซูเอาไว้ซึ่งเดิมทีเขาก็ตกใจอยู่หรอกในสิ่งที่ได้ยินแต่เมื่อคิดว่าเป็นลูกศิษย์ของชายหนุ่ม เขาก็คิดว่ามันมีโอกาสเป็นไปได้อย่างมากเพราะงั้นเขาจึงได้ส่งอีกฝ่ายไปสู่ที่นั่น
เมืองเคมบริดจ์!
เมืองที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา!
“แสดงว่าตอนนี้พวกเขาสองแม่ลูกก็อยู่ที่นั่นแล้วสินะ…’’ได้ยิน มู่หลินก็ยิ้มอย่างพึงพอใจสิ่งนี้หมายความแล้วว่าแผนการของเขากําลังดําเนินไปอีกขั้นและด้วยความที่เป็นศิษย์ของเขาทุกอย่างจะเป็นที่น่าจดจําและสร้างกระแสสั่นสะเทือนให้กับโลกได้
อาจบอกได้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นวั่งซูจะถือเป็นตัวแปรสําคัญให้กับบริษัทของเขา!
บริษัทที่จะกลายเป็นอันดับหนึ่งของโลก!