ทะลุเวลามาเป็นพ่อค้าระหว่างมิติ

    ตอนที่ 46 ต้องกลับแล้ว

             ยังพอมีเวลาอีกสองวันก่อนที่หนังสือแนะนำตัวจะหมดอายุวันนี้จางหมิงจึงรีบไปซื้อแสตมป์มาเพิ่มอีกหลายชุดเพื่อเอาไปขายในยุคปัจจุบัน

            จากนั้นเขาก็ไปที่ตลาดมืดเพื่อขายสินค้าซึ่งวันนี้เขาเลือกที่จะนำเอาเนื้อหมูออกมาขายเพียงอย่างเดียวและลูกค้าก็เข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสายเพราะเนื้อหมูของเขาสดใหม่และราคาไม่แพงมาก

            มีบางครั้งที่เขาคิดว่าพี่ใหญ่เฟิงคนนั้นอาจจะส่งลูกน้องของเขามาสอบถามที่มาที่ไปของเนื้อหมูแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไรถ้าให้เขาเดาก็คงจะกำลังยุ่งอยู่กับสินค้าที่ได้ไปเมื่อคืนนี้เป็นแน่มันเยอะขนาดนั้นก็คงต้องใช้เวลาหลายวันอยู่แล้ว

            วันนี้ท่านผู้เฒ่าก็ยังคงมานั่งขายข้างร้านของเขาดูจากสายตาของอีกฝ่ายคงกำลังคิดอยู่ว่าจะเอาอะไรมาแลกกับเนื้อหมูของเขา

            “คุณตาเอาตะกร้ามาสิครับผมจะแบ่งเนื้อหมูให้” พูดพลางเขาก็ล้วงเข้าไปในกระสอบป่านที่ใส่เนื้อหมูเอาไว้ภายในนั้นซึ่งครั้งนี้มีหลายกระสอบวางซ้อนกันจนคนอิจฉา

            “ฉันไม่มีอะไรมาแลกกับนายหรอกนะเด็กน้อย ที่เอามาเมื่อวานก็พลิกแผ่นดินหาจนเจอนอกนั้นก็มีแค่ก้อนกรวดล้วนๆ” พูดพลางก็ส่ายหน้าอย่างจนปัญญาเมื่อวานได้อาหารกระป๋อง ผลไม้กระป๋องและกุนเชียงไปจนเต็มตะกร้าแล้วแต่พอมาเห็นเนื้อหมูเขาก็เกิดความอยากได้ขึ้นมาอีก ทว่าคนเราควรรู้จักพอไม่ใช่เหรอไม่มีของแลกเปลี่ยนยังจะกล้ารับของมาอีกเหรอ นั่นเรียกว่าคนหน้าหนาแล้ว

            จางหมิงได้แต่หัวเราะออกมาเสียงแผ่ว“สิ่งของเมื่อวานที่คุณตาเอามาให้ผมยังสามารถแลกเนื้อหมูได้อีกยี่สิบชั่งครับคุณตา อยากได้ส่วนไหนเลือกเอาได้เลยครับ”

            “นะ นายพูดจริงเหรอไม่ได้หลอกคนแก่อย่างนั้นใช่ไหม”

            “จริงสิครับมาเลือกเอาจากกระสอบพวกนี้ได้เลยครับคุณตา”

            “ได้ๆๆ แต่เอาไว้ก่อนเถอะตอนนี้ให้ฉันได้ช่วยเธอขายดีกว่านะ ดูสิลูกค้ามารอเต็มหน้าร้านแล้ว”

            “เอาอย่างนั้นเหรอครับคุณตา”

            “อืม เอาตามนี้แหละขยับไปหน่อยฉันจะช่วยแล่เนื้อให้ลูกค้า”

            จางหมิงหัวเราะเสียงแผ่วด้วยความอบอุ่นใจจากนั้นก็ขยับให้คุณตาเข้ามานั่งขายหมูช่วยเขาอีกแรง

             

             กระทั่งเย็นหมูมากมายที่เขานำมาก็ขายหมดและก็ได้แบ่งให้คุณตาไปราวๆห้าสิบชั่ง ซึ่งรวมกับกระดูกและเครื่องในด้วยคราวนี้มีคนมารับคุณตากลับถึงสองคน พวกเขาเป็นผู้ชายหนึ่งคนผู้หญิงหนึ่งคน ซึ่งก็มีอายุพอสมควรแล้วทั้งสองฝ่ายเพียงทักทายกันเล็กน้อยแล้วก็แยกย้ายกัน

            “ไม่รู้ว่าฉันกับนายจะมีโอกาสได้เจอกันอีกไหมนะเด็กน้อยพรุ่งนี้ก็จะเดินทางกลับหมู่บ้านแล้ว ขอให้นายโชคดีนะ” ท่านผู้เฒ่าพูดพลางก็ยัดของบางอย่างใส่มือจางหมิงแล้วก็รีบเดินจากไปพร้อมกับชายหญิงที่มารับเขา

            จางหมิงได้แต่ยืนงงพอเขาแบมือออกก็ได้เห็นว่ามีกระดาษที่ถูกขยำจนกลายเป็นก้อนเล็กๆแต่พอมองไปรอบๆและเห็นว่าทุกคนต่างก็ทยอยเก็บร้านแล้ว เขาจึงเก็บกระดาษก้อนนั้นเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงจากนั้นก็เก็บร้านเหมือนคนอื่นๆ แล้วก็รีบออกจากตลาดมืดไปอย่างรวดเร็ว

            วันนี้เขาตัดสินใจว่าจะไม่ไปพักโรงแรมเพราะภายในพื้นที่แหวนมิติของเขามีครบทุกอย่างแล้ว

            พอเดินมาถึงตรอกเล็กๆร้างไร้ผู้คนเขาก็เข้ามาในแหวนมิติ

            สิ่งแรกที่ทำก็คือ ล้วงเอากระดาษก้อนนั้นออกมาคลี่ออกอ่าน“หืม ภาพวาดอะไรล่ะเนี่ย ไม่มีแม้แต่ตัวอักษรมีแต่สัญลักษณ์ประหลาดๆ”

            “น่าจะเป็นแผนที่นะครับโฮสต์”ผู้พิทักษ์ร่างสูงปรากฏเงาร่างออกมายืนอยู่ข้างกายโฮสต์ของเขา

            “แผนที่อย่างนั้นเหรอแล้วมันคือแผนที่อะไรล่ะ หรือว่า!!”

            “ไม่น่าจะใช่ลายแทงสมบัติหรอกครับโฮสต์”ผู้พิทักษ์หนุ่มดับฝันผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดต่อ “น่าจะเป็นสถานที่สักแห่งที่อยากให้โฮสต์ไปที่นั่นสักครั้งน่ะครับ”

            “ไปสักครั้งอย่างนั้นเหรอ หึหึนายรู้ดีขนาดนี้ทำไมไม่บอกฉันออกมาตรงๆเลยล่ะ”

            “ผมบอกได้เท่านี้จริงๆครับโฮสต์เพราะผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือที่ไหนยิ่งโฮสต์เดินทางไปมาระหว่างมิติด้วยแล้วผมก็ยิ่งไม่รู้ว่ามันคือที่ไหนครับ”นั่นก็เพราะว่าแผนที่ที่เห็นอยู่นี้มันไม่มีอยู่จริงนั่นเองเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมคาดว่าแผนที่ที่แท้จริงจะเผยออกมา

            จางหมิงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ในเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าไม่รู้เขาก็คงบังคับอะไรไม่ได้ “อืมถ้าอย่างนั้นเก็บเอาไว้ก่อนก็แล้วกันเผื่อจะมีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นกับฉันในช่วงนี้”

            “ครับโฮสต์”

     

             เช้าของวันต่อมาจางหมิงก็เดินออกจากตรอกแห่งนั้นเขาซื้อของที่สหกรณ์ร้านค้าของเมืองมณฑลและก็เลือกซื้อข้าวของมาได้หลายอย่างจนเต็มตะกร้า แล้วจึงเดินไปที่สถานีขนส่ง

             ซื้อตั๋วได้รอไม่นานรถก็ออกจากสถานีขนส่งผู้คนมากมายเบียดเสียดกันอยู่ในรถ โชคดีที่จางหมิงได้ที่นั่งโดยไม่มีใครมากดดันด้านศีลธรรมเพื่อขอให้เขาลุกขึ้น  

             ใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่บนรถในที่สุดก็เดินทางมาถึงอำเภอบ้านเกิด

             จางหมิงเดินลงรถมาได้ก็เดินไปยังที่จอดเกวียนเขาก็เห็นว่าลุงหวังนั่งอยู่แถวนั้น จึงได้รีบเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย “ลุงหวังผมกลับมาแล้วครับ”

             “มาแล้วเหรอเสี่ยวหมิง มาแล้วก็ไปกันเถอะทุกคนต่างก็บอกให้ฉันมารอเธอที่นี่โดยเฉพาะเลยนะ”ลุงหวังลุกขึ้นแล้วก็เดินไปด้วยคุยไปด้วยกับจางหมิง

             “ตอนแรกก็ยังหวั่นใจอยู่ว่าจะต้องนอนพักที่โรงพยาบาลหลายวันแต่พอไปถึงที่นั่นหมอตรวจแล้วก็ให้กลับไปพักที่โรงแรมเพื่อรอดูอาการครับพอครบกำหนดแล้วอาการของผมดีขึ้นก็เลยไม่ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก”

             “ดีแล้วๆไม่ต้องนอนที่โรงพยาบาลก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วล่ะ”

             จางหมิงเดินตามลุงหวังไปจนถึงเกวียนเทียมวัวของหมู่บ้านชิงสุ่ย

             ทุกคนต่างก็มีสีหน้าโล่งอกที่ได้เห็นเขาอีกครั้งพอขึ้นไปนั่งบนเกวียนได้เขาก็เอ่ยทักทายทุกคนอย่างคุ้นเคยและเป็นกันเอง

             “หน้าตาผ่องใสขึ้นมาก คงหายดีแล้วใช่ไหมเสี่ยวหมิง”

             “ครับป้าหนิวทั้งกินทั้งฉีดอาการก็เลยดีขึ้นเร็วครับ” เฮ้อ!คำพูดโกหกพวกนี้นับว่าเขายิ่งพูดคล่องปาก

             “ดีแล้วๆ แล้วซื้ออะไรมาบ้างล่ะไม่หนักเหรออย่าแบกของนักบ่อยนะ เดี๋ยวร่างกายก็ไม่สบายอีก”

             จางหมิงรู้ว่าอีกฝ่ายเตือนด้วยความหวังดีแต่ความรู้สึกของคนเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนยากจะอธิบายดังนั้นเขาจึงหยิบเอาถุงลูกอมตรากระต่ายขาวออกมา “ผมเอาเงินที่ญาติให้ไปหาซื้ออาหารและข้าวของเตรียมเอาไว้สำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ครับมีลูกอมด้วยนะ คิดว่าจะเอาไปแจกเด็กๆที่หมู่บ้านแล้วก็คนที่ช่วยหาฟืนให้ผมด้วย”ว่าแล้วเขาก็แบ่งลูกอมให้กับเหล่าป้าๆไปคนละห้าเม็ด

             ทุกคนพอได้รับลูกอมไปแล้วก็ยิ่งมีความรู้สึกที่ดีกับจางหมิงยิ่งขึ้นไปอีกทำให้ตลอดการเดินทางเขาได้รับการเอาใจใส่อย่างดี จนกระทั่งถึงประตูหน้าบ้าน

             “อย่าลืมบอกเสี่ยวเฟิงกับน้องชายมาหาผมที่บ้านนะครับป้าหนิวผมจะแบ่งลูกอมให้เขา”

             “ได้ๆๆพอกลับถึงบ้านป้าจะบอกให้พวกเขารีบมาที่บ้านของเธอเสี่ยวหมิง”

             “ป้าด้วยนะครับป้าลี่”

             “ได้ๆๆ ป้าจะบอกหลานชายที่บ้านให้รีบมาหาเธอที่บ้านเสี่ยวหมิงตอนนี้รีบเข้าบ้านก่อนนะอากาศข้างนอกเริ่มหนาวแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้”

             “ครับป้า”จางหมิงทำตัวเป็นคนว่านอนสอนง่ายเขารีบเปิดประตูเข้าไปในบ้านตามคำกำชับของเหล่าป้าๆทั้งหลายไม่นานเกวียนเทียมวัวก็เคลื่อนออกไปจากหน้าบ้านของเขา

             ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจออกมาไม่ใช่เพราะความรำคาญหรืออะไรทำนองนั้น แต่ระหว่างการเดินทางเขาพูดอะไรออกไปมากมายทั้งจริงบ้างเท็จบ้างก็เลยกลัวว่าจะลืมคำพูดของตัวเองแล้วเกิดความแตกขึ้นมาก็เท่านั้น

             “ได้รับการเอาใจใส่มากเกินไปก็ทำให้เหนื่อยได้เหมือนกันนะเนี่ย”พูดออกไปแล้วก็ได้แต่โคลงศีรษะอย่างระอาตัวเอง แต่มุมปากนั้นยกยิ้มกว้างไปนานแล้ว

             ไม่นานก็มีคนมาที่บ้านของจางหมิงซึ่งเขาก็ได้แบ่งลูกอมตรากระต่ายขาวออกไปให้คนละยี่สิบเม็ดทุกคนต่างก็พอใจและสัญญาว่าพรุ่งนี้พวกเขาจะไปหาฟืนมาให้จางหมิงคนละหลายมัด

             เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจางหมิงก็มองออกไปนอกหน้าต่างบ้าน “ใกล้จะค่ำแล้วเหรอเนี่ยยังไม่ได้ไปที่บ้านของคุณพ่อในวัยเยาว์เลย” ไวเท่าความคิดเขารีบนำเอาของออกมาจากมิติใส่ลงไปในตะกร้าไม้ไผ่มันก็คือแอปเปิลและองุ่นอย่างละสิบชั่ง และภายในถุงของแอปเปิลก็มีซองเงินและคูปองอีกจำนวนหนึ่งอยู่ในนั้นด้วย

             เขาเดินไปเคาะประตูบ้านของคุณพ่อในวัยเยาว์ไม่นานก็มีคนมาเปิดประตูให้

             “พี่หมิงกลับมาแล้วเหรอครับเข้าบ้านก่อนไหม แม่กับพี่สะใภ้ใหญ่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว กินข้าวด้วยกันนะครับ”

             จางหมิงมองคุณพ่อในวัยเยาว์อย่างตื้นตันใจก่อนจะตอบออกไปว่า “พี่กินมาแล้วล่ะเสี่ยวจาง ของในนี้พี่ซื้อมาฝากนายช่วงนี้หมอให้ยาตัวใหม่มา กินแล้วมักจะง่วงนอน ถึงอาการจะดีขึ้นมากแล้วแต่ก็ต้องกินยาต่อเนื่องอีกนานทีเดียวถ้าไม่เห็นพี่ออกจากบ้านก็แสดงว่าพี่นอนอยู่ในห้องนะถ้าจะพาเหล่าสหายไปหาฟืนมาให้พี่ก็เอาวางไว้ที่ลานบ้านได้เลยนะนี่เป็นค่าจ้างล่วงหน้านายช่วยจ่ายให้พวกเขาแทนพี่ได้ไหม”เขายื่นถุงผ้าให้คุณพ่อวัยเยาว์ของตัวเองด้วยความรู้สึกที่หลากหลายแต่ที่แน่ๆก็คือยังไม่อยากจะเดินทางกลับเลย

             นัยน์ตาของจางฮั่นในวัยเยาว์ไหววูบเล็กน้อยแต่เพียงเสี้ยวอึดใจก็กลับมาเป็นปกติ แล้วก็ยิ้มให้พี่ชายจางหมิง“ได้สิครับพี่หมิงพี่ไม่ต้องห่วงนะรักษาตัวให้ดีผมจะช่วยจัดการเรื่องราวพวกนี้ให้เอง”พูดออกไปแล้วก็รีบรับถุงผ้ามาเก็บเอาไว้กับตัวเรื่องนี้เขาจะบอกพ่อกับแม่ให้รู้อีกที

             “อืม นี่ก็มืดแล้วนายรีบกลับเข้าบ้านเถอะพี่เองก็รู้สึกง่วงนอนอีกแล้ว”

             “ได้ครับผมจะรีบกลับเข้าบ้านเดี๋ยวนี้แหละ”

             จางหมิงเดินกลับมาที่บ้านหลังเล็กแล้วก็รู้สึกใจหายเพราะเวลาของเขาในยุคสมัยนี้มันใกล้จะหมดแล้วรอแค่ว่าผู้พิทักษ์ของเขาจะแจ้งการเดินทางเมื่อไหร่ก็เท่านั้น

             เมื่อมาถึงบ้านหลังเล็กเขาก็ปิดประตูหน้าลานบ้านเอาไว้แล้วก็เดินลงไปที่ห้องใต้ดินของบ้าน “ก่อนอื่นต้องเติมเสบียงให้เต็มจางหมิงในยุคนี้จะได้ไม่ลำบากในช่วงหน้าหนาวยังดีนะที่หลายวันมานี้ร่างกายนี้ได้กินแอปเปิลแห่งปัญญาและน้ำทิพย์แบบเจือจางไปไม่น้อยโรคเก่าที่เคยเป็นก็น่าจะถูกขจัดออกไปแล้ว”

             เขาโบกมือไปหนึ่งครั้งก็มีอาหารมากมายปรากฏออกมาและด้วยความช่วยเหลือของผู้พิทักษ์พวกมันก็ถูกจัดเรียงเอาไว้บนชั้นวางและตู้เก็บของจนเต็ม

             “เงินที่หามาได้หมื่นกว่าหยวนเอาไงดีนะ” ชายหนุ่มเริ่มลังเลเพราะไม่มั่นใจว่าตัวเองจะได้กลับมาที่ยุคนี้อีกตอนไหนทว่าในที่สุดเขาก็ตัดสินใจมอบเงินทั้งหมดเอาไว้ให้จางหมิงของยุคนี้“เก็บเอาไว้ในช่องลับนี้ก็แล้วกัน” เขาเอาเงินและคูปองทั้งหมดวางลงในช่องลับ

             เมื่อจัดการเรื่องอาหารและเรื่องเงินเสร็จเขาก็ไปที่ห้องนอนแล้วก็นำเอาผ้าปูที่นอนผ้าห่มและหมอนออกมาซึ่งมันเป็นชุดเครื่องนอนสำหรับฤดูใบไม้ร่วงส่วนเครื่องนอนสำหรับฤดูหนาวนั้นเขาเดินไปที่ตู้แล้วก็นำออกมาเก็บไว้ในนั้น

             “เหลืออะไรอีกนะ อ้อ เสื้อผ้าทั้งสี่ฤดูดีนะที่ฉันยังซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปมาบ้าง” แล้วเขาก็นำเอาเสื้อผ้าทั้งสี่ฤดูออกมาที่เก็บของเสื้อผ้าพวกนี้ก็คือหีบไม้ข้างตู้ตัวเตี้ย“ยังขาดอะไรไปนะ อ่า คิดออกแล้วยังมียารักษาโรค เอาเก็บไว้ในลิ้นชักนี่ก็แล้วกัน”

             เมื่อเอายารักษาโรคออกมาแล้วจางหมิงก็ล้มตัวลงนอนไปบนที่นอน วันนี้เขาเดินทางมาทั้งวัน นั่งรถนานไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่หรอกแต่การที่เขาต้องมานั่งดมกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆมากมายนี่สิถ้ามีทางเลือกอื่นเขาไม่มีทางนั่งรถโดยสารเด็ดขาด

     

             ในที่สุดวันที่เขารอก็มาถึงผู้พิทักษ์แจ้งวันเวลาที่จะต้องเดินทางกลับชายหนุ่มเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำและเขาก็หลับไปในทันที

             ผู้พิทักษ์ร่างสูงมองโฮสต์ของเขาด้วยความพอใจก่อนจะหันไปถามร่างเล็กจ้อยที่เพิ่งจะตามมาถึงที่นี่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็ยังต้องเดินทางกลับพร้อมเขาอีก

             “เมื่อกี้นี้นายบอกว่ามีคนสนใจผลึกพลังงานระดับจักรวาลอย่างนั้นเหรอ”

             “อืม ฉันก็เลยมาถามนายนี่แหละว่ามีพวกมันสักก้อนสองก้อนหรือเปล่าจะได้เอาเข้าโรงประมูลให้ เฮ้อ!คนพวกนี้นี่มันยังไงกันเห็นว่าฉันเอาแอปเปิลแห่งปัญญาไปประมูลก็คงจะคิดว่าฉันมีผลึกผลังงานที่หายสาบสูญ นี่มันบ้าไปแล้วนะใครจะมีของแบบนั้นได้ล่ะ นายว่าไหม”

             ผู้พิทักษ์ร่างสูงมองสหายตัวจ้อยแล้วก็เสมองไปทางอื่น“ของแบบนั้นใครจะไปมีกันเล่า เอาล่ะนายมาช่วยฉันหน่อยสิ จะได้เดินทางถึงยุคปัจจุบันเร็วๆ”

             “นายนี่ยังไงกันขี้เกียจก็บอกว่าขี้เกียจสิ เอ้านี่!มีสินค้าเข้าใหม่หลายรายการเลยผลึกพลังงานจากการที่นายเอาแอปเปิลแห่งปัญญาไปประมูลก็น่าจะพอให้ซื้อของพวกนี้ได้หลายรายการเลยนะ”

             “ไม่ต้องหรอกน่าฉันได้ใช้ผลึกพลังงานซื้อของบางอย่างไปแล้วล่ะรอแค่ให้เจ้าหน้าที่มาติดตั้งให้ก็เท่านั้น”

             “นายซื้ออะไรทำไมไม่เล่าให้ฟังบ้างเลย”

             “ไม่ใช่ความลับอะไรหรอกน่าก็อย่างที่เคยพูดไปนั่นแหละ”

             “ธารน้ำตกแห่งอัญมณีน่ะเหรอนายซื้อมันแล้วใช่ไหม”

             “อืมซื้อทั้งน้ำตกและธารน้ำตกมาพร้อมกันเลย ใช้ผลึกพลังงานไปเยอะทีเดียว”

             “เยอะเท่าไหร่ก็คุ้มค่าต่อไปโฮสต์ของนายก็จะได้เลิกจนเสียที”

             “ฉันก็อยากให้มันเป็นแบบนั้นนั่นแหละแต่ก็ไม่รู้ว่าพอติดตั้งแล้วมันจะเริ่มกระบวนการผลิตอัญมณีเมื่อไหร่นี่สิ”

             “เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นนั่นแหละ เอาล่ะๆมีอะไรจะให้ฉันช่วยก็รีบบอกมา ดูโฮสต์ของนายสินอนหลับนานจนน้ำลายยืดแล้วนั่น”

             ผู้พิทักษ์ร่างสูงได้แต่ยิ้มอ่อนให้กับสหายโฮสต์ของเขาน่ะเหรอจะนอนน้ำลายไหลยืด เป็นคนตัวเล็กตรงหน้าของเขาเสียมากกว่าแต่เขากำลังจะขอร้องให้อีกฝ่ายช่วยงาน ยังจะกล้าพูดคำเหล่านี้ออกไปได้เหรอ

             คำตอบก็คือไม่ได้แน่นอน“นี่เป็นผลึกพลังงานระดับสวรรค์ที่หายาก การเดินทางครั้งนี้ก็ฝากนายด้วยนะสหายรัก”การเดินทางแต่ละรอบล้วนต้องจ่ายด้วยผลึกผลังงานระดับสวรรค์หนึ่งก้อนถ้าถามว่าทำไมไม่ใช้ผลึกพลังงานระดับต่ำก็คงต้องบอกว่าถ้าใช้ผลึกพวกนั้นความผันผวนระหว่างการเดินทางสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเขาไม่ต้องการเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้ จึงจำใจนำเอาผลึกพลังงานระดับสวรรค์ออกมาใช้

             ร่างเล็กจ้อยรับเอาผลึกพลังงานไปถือเอาไว้ในมือแล้วก็ได้แต่จิ๊ปาก“น่าอิจฉาจริงๆ นายคงไม่รู้หรอกว่าระหว่างการเดินทางที่ตามนายมานี่ฉันต้องเจอกับอุปสรรคอะไรบ้าง ดีนะที่ฉันคนนี้ทั้งหล่อเหลาและเก่งกาจ”

             “อืม นายทั้งหล่อเหลาและเก่งกาจจริงๆการเดินทางครั้งนี้คงต้องฝากนายด้วยนะ อ้อจริงสิอุปกรณ์ที่นายขายให้ฉันในตอนนั้นน่ะมันสามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้ไหม” เขาไม่อยากได้ยินเสียงของสหายตลอดเวลาและยิ่งไม่อยากให้โฮสต์เข้าใจว่าเขาเป็นแค่เด็กน้อยด้วย นี่คือเรื่องของศักดิ์ศรีและเกียรติยศล้วนๆ

             ร่างเล็กจ้อยที่กำลังเผาผลาญพลังของผลึกพลังงานระดับสวรรค์เข้าไปในวงแหวนอักขระได้แต่ส่ายหน้าแล้วก็พูดว่า “แก้ไขไม่ได้หรอก มันถูกสร้างมาเพื่อฉันโดยเฉพาะถ้านายอยากได้เป็นของตัวเองก็เร่งสร้างผลงานสิถึงตอนนั้นองค์กรก็จะส่งมันมาให้นายเองแหละ”

             ผู้พิทักษ์ร่างสูงได้แต่นิ่งงันอยู่ตรงนั้นสรุปว่าเขาจะต้องทนกับเสียงที่ไม่ต่างจากเด็กสามขวบสี่ขวบไปตลอดใช่ไหมเขาอยากจะสบถคำหยาบออกมาสักคำเหลือเกิน!!

    คล้ายกับเรื่องทะลุเวลามาเป็นพ่อค้าระหว่างมิติ ที่คุณอ่าน

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390