ราเชนตอนนี้ถอยไม่ได้แล้ว ในมือถือเขี้ยวเทพหมูป่า ยังอัญเชิญพลังไม่เสร็จ ก็พบว่ามีพลังงานจากปราณขลุ่ย พุ่งเข้ามาใกล้จะถึงตัวของเขาแล้ว จึงได้แต่ยิงเข็มฟ้าพิฆาตออกไป แต่ทว่า ถูกพลังปราณขั้นปรมาจารย์กระแทกกระเด็นไปจนหมด พลังปราณขุมใหญ่แหวกอากาศเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
พลังปราณพอ กระทบร่างของราเชน ก็คล้ายกับปะทะเข้ากับของแข็งบางอย่างไม่อาจฝ่าเข้าไปได้ ปรมาจารย์หยูซวง แม้นจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ยอมหยุดโจมตี กดกลไกที่ขลุ่ย กลับมีมีดยาวปรากฏขึ้นมาที่ปลายขลุ่ย กำลังจะทิ่มเข้าที่อกของราเชน ทันใดนั้นเอง พิธีอัญเชิญเทพหมูป่าของเขาก็สำเร็จ
ขลุ่ยปลายมีดที่แทงเข้ามาที่หน้าอกของราเชนอย่างแรง แต่ทว่าไม่อาจแทงทะลุหน้าอกของเขาได้ ผิวหนังของราเชนกลับหนาขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และยังมีขนสีดำปกคลุม ใบหน้าของเขากลายเป็นหมู มีเขี้ยวโง้ว ราเชนยกขาถีบเข้าใส่กลางอกของปรมาจารย์หยูซวงทันที
โครม !!!
ร่างของปรมาจารย์หยูซวง ปลิวไปตามแรงถีบ กระดูกซี่โครงถึงกับหัก ร่างกระเด็นมากองตรงหน้าของ ปรมาจารย์จูชง ที่รีบเข้ามาประคองร่างหญิงสาวที่ตนรัก
“ น้องพี่ เป็นยังไงบ้าง”
ปรมาจารย์หยูซวงกระอักเลือดออกมากองใหญ่ แทนคำตอบ ปรมาจารย์จูชงโกรธแค้นมากยกมือ แล้วตะโกนสั่งการไปทันที
“ ฆ่าพวกมันให้หมด”
ทหารนับหมื่น ยิงธนูเข้าใส่กองทหารของแม่ทัพลู่ตง ที่เหลือไม่ถึง 500 คน รวมชาวบ้านอีก ราวๆ สองพันคน
ซึ่งไม่อาจหนีพ้น ที่ได้แต่หลับตา รอให้ยมทูตมารับร่างของตัวเองกลับไปเท่านั้น ส่วนของราเชนตอนนี้ได้รับพลังจากเทพหมูป่ามาอย่างเต็มที่แล้ว ก็อ้าปากคำราม ดังก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้า ลูกธนูที่ยิงเข้ามาล้วนถูกทำลายกลายเป็นผุยผงไปจนหมด ราเชนตอนนี้มีหัวเป็นหมูป่า ขาและแขนเหมือนมนุษย์ที่ใหญ่โต และยังมีขนสีดำขึ้นตามร่างกาย กล้ามเนื้อเต็มไปด้วยมัดกล้าม แล้วจู่ๆ ก็มีแสงส่องมาที่ร่างของเขาอีกครั้ง วาบเดียว ก็มีชุดเกราะสีทองเหลืองอร่าม ในมือมีอาวุธคราดสวรรค์อยู่ในมือ ชาวบ้านเห็นดังนั้น ต่างก็คุกเข่า ร้องเรียกชื่อ
เทพหมาป่าสวรรค์ ๆ ๆ ๆ ๆ จนดังก้องไปทั่วบริเวณ
ราเชนมองคราดสวรรค์ที่อยู่ในมือ ก็กวาดเข้าใส่กองทหารที่ล้อมอยู่
ตูม ๆ ๆ !!!!
คราดสวรรค์ที่ฟาดออกไปกลายเป็นเงาคราดอันใหญ่โต ฟันใส่ร่างของทหารนับพันจนร่างแหลกเหลวไปเป็นแถบ ทหารฮานเห็นภาพแบบนี้ ต่างก็หนีกันสุดชีวิตไม่กล้าต่อสู้ด้วย ใครมันจะไปกล้าต่อสู้กับเทพเจ้ากันล่ะ
“ ต้าเฉิง พารองแม่ทัพลู่ และชาวบ้านหนีไป ข้าจะจัดการกับพวกมันเอง”
“ เฟยหลง…เจ้า…ท่านเทพหมูป่า…เป็นเรื่องจริงหรือนี่? ” ต้าเฉิงตกใจสุดขีด พูดออกมาอย่างสับสน
“ รีบทำตามที่ข้าสั่ง โมโม่เจ้าคุ้มครองพวกเขาอย่าให้มีอันตราย”
เจ้าโมโม่เห็นเจ้านายกลายเป็นเทพไปแล้วก็วางใจ พยักหน้าแล้วนำหน้าทุกๆ แหวกวงล้อมของเหล่าทหาร และสัตว์อสูร แล้วหนีไปในทันที
ราเชน ยกคราดฟาดออกไปเป็นทางยาว เหล่าทหารมากมายที่ขวางอยู่หลบไม่ทันกลายเป็นเศษซากเนื้อแหลกเหลวไปตามทาง
ทันใดนั้นเอง เจ้างูจงอางยักษ์ก็โผล่เข้ามาข้างหลังของราเชน แล้วอ้าปากกำลังจะงับร่างของเขา แต่ทว่าราเชนในร่างเทพหมูป่า รู้ตัวเสียก่อน วาร์ปหลบไปกลางอากาศแล้วฟาดด้วยคราดสวรรค์เข้าตัดหัวเจ้างูจงอางยักษ์จนขาดสองท่อนอย่างง่ายดาย
ปรมาจารย์หยูซวงร้องออกมาอย่างสุดเสียง แล้วเป่าขลุ่ยในขณะที่เลือดออกมาจากปากและจมูกของนาง เพื่อเรียกสัตว์อสูรนับหมื่นตัวเข้ามาจัดการกับราเชน โดยมีปรมาจารย์จูชงรีบใช้ฝ่ามือช่วยถ่ายทอดพลังปราณให้กับนาง
ฝูงแรดไม่รู้มาจากไหนมากมาย ต่างพุ่งเข้าหาราเชนเป็นจุดเดียว แต่ทว่า เทพหมูป่าราเชน กลับ สะบัดคราดออกไป ร่างของฝูงแรดล้วนขาดครึ่งไปในคราวเดียว
จากนั้นก็ยังมีฝูงกระทิง วิ่งเข้าใส่อีกเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งหมด ก็ถูกราเชนกวาดด้วยคราดสวรรค์ ตายกันเกลื่อนกราดไปหมด จนกระทั่ง ทัพหลวงของอาณาจักรฮานมาถึง
“ เจ้าสำนักฮั่ว นั่นมันตัวอะไร?” องค์ชายมู่ฉินจอมทัพของอาณาจักรฮานเอ่ยในขณะนั่งบนเกี้ยวขนาดใหญ่ โดยมีหลวงจีนธิเบตผมขาว 1 คน และผมสีทองอีกแปดคนคนยืนอยู่ด้านข้าง
“ มันคงใช้วิชาอัญเชิญเทพ ทำให้มีพลังเหนือธรรมชาติเช่นนี้ องค์ชายไม่ต้องเป็นห่วง มันมีเวลาจำกัด อย่างมากก็ไม่เกิน 1 ชั่วยาม พลังนี้จะหายไปเอง”
ฮั่วเหยียนเจ้าสำนักพันดาราเอ่ยอธิบาย
“ 1 ชั่วยาม มันก็สามารถทำลายกองทัพเราทั้งกองทัพได้แล้ว เจ้าสำนักฮั่ว ไม่มีวิธีจัดการกับมันเลยรึ?”
องค์ชายมู่ฉินเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ ก็พอมีอยู่บ้าง แต่ว่า อาจต้องใช้เลือดของสตรีบริสุทธิ์ 9 คน เพื่อใช้ทำลายพิธีอัญเชิญเทพของมัน”
“ ทหารไปนำเชลยสตรีบริสุทธิ์ 9 คนมาเร็ว” องค์ชายมู่ฉินเอ่ยจบไม่นาน สตรีเก้าคนก็ถูกนำมายืนเรียงกันต่อหน้า
“ เชิญท่านเจ้าสำนักฮั่ว รีบจัดการ”
ฮั่วเหยียน สะบัดมือออกไป ลำคอของหญิงสาวเก้าคน ก็พุ่งออกมาเป็นสายน้ำ แล้วก็พุ่งออกไปหาร่างของราเชนที่เป็นเทพหมาป่า ราเชนกำลังจัดการกับพวกสัตว์อสูรอย่างเมามัน พอได้ยินเสียงของเทพประจำเมืองให้ระวัง ก็หันไปมองท้องฟ้าทันที
โครม !!
เลือดสาวบริสุทธ์เก้าคน กระแทกเข้าร่างของราเชนทั้งหมด เวทย์อัญเชิญของเขาถูกทำลายไปในทันที ราเชนกลายร่างเป็นหนุ่มน้อยร่างอ้วนเหมือนเดิม
“ เฮ้ย… นี่มันอะไรกัน ไหนบอกว่า พลังเทพหมาป่าเทียนเผิงจะอยู่ได้ถึง 1 ชั่วยามไม่ใช่เหรอ?”
“ นี่มันเลือดสาวบริสุทธิ์9คน สามารถทำลายพิธีอัญเชิญเทพได้ รีบหนีก่อนเร็ว” เทพประจำเมืองส่งเสียงเตือนออกมา
ราเชนมองไปที่ทหารและชาวบ้าน ที่หนีหายไปหมดแล้วเหลือเขาคนเดียวที่ยืนต่อกรกับกองทัพนับแสน ก็สะดุ้งสุดตัว รีบใช้วิชาท่าเท้าวายุเหิน พุ่งตัวหนีไปในทันที
แต่ทว่ามีเงาประหลาดสองสายพุ่งออกมาจากบนเกี้ยวขนาดใหญ่ขององค์ชายมู่ฉิน
เข้ามาจับแขนของราเชนเอาไว้ มันคือ ลามาะผมทองสองคนนั่นเอง
“ จะหนีไปไหน เจ้าอ้วน” ลามะผมทองล็อคแขนของราเชนเอาไว้แน่น แต่ทว่ามันหารู้ไม่ ว่ามีมีดสีดำเมี่ยม พุ่งเจาะเข้าหัวของมันทั้งสองอย่างรวดเร็วพร้อมๆ กัน โดยที่มันปล่อยพลังปราณมาป้องกันแล้ว แต่ยังไม่อาจปกป้องได้ ตายไปพร้อมกันอย่างไม่คาดคิด ก่อนที่ราเชนจะหนีไป กลับมีไม้เท้าเก้าระฆังทอง พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ราเชนไม่ทันหันกลับมาดู ถูกกระแทกเข้าด้านหลัง จนกระดูกหลังถึงกับหัก สติดับวูบ ร่างล่วงหล่นจากอากาศ เทพประจำเมืองใช้มือสะบัดออกไป บังเกิดลมพายุแปลกประหลาดพัดร่างของราเชนปลิวหายไปในอากาศทันที
“ คุณชายข้าช่วยท่านได้เพียงเท่านี้ ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับชะตากรรมของท่านแล้ว หวังว่าบุญกุศลที่ท่านได้ช่วยชีวิตชาวเมืองเปี้ยนเฉิน จะช่วยส่งผลให้ท่านพ้นภัยวิบัติในครานี้”
ไม้เท้าเก้าระฆังทอง บินกลับมาสู่ในมือของ ลามะผมขาวที่ยืนอยู่ด้านข้างขององค์ชายมู่ฉิน
“ หยางเฟยหลง เป็นมันอีกแล้ว นี่มันทำได้ยังไงกันนี่?”
“ มันถูกไม้เท้าเก้าระฆังทองของข้าซัดใส่ จนกระดูกหลังของมันหักไปแล้ว แต่ก็น่าแปลก จู่ๆ ก็มีลมพายุประหลาดพัดพาร่างของมันหนีไปได้"
“ ไม่ว่าอย่างไร ข้าต้องเห็นร่างของมันไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ราชครูเหลียง ส่งคนไปจัดการกับมันให้ได้”
ลามะที่มีผมสีขาว ถือไม้เท้าเก้าระฆังทอง พยักหน้า แล้วสั่งลูกศิษย์ผมทองหกคนไปจัดการกับราเชน
“ ตามอินทรียักษ์นี่ไป ท่านจะพบมันอย่างแน่นอน” ปรมาจารย์จูชงเอ่ยจบก็เป่าปากออกไป นกอินทรียักษ์ ก็บินไปทางทิศที่ร่างของราเชนถูกลมประหลาดพัดไป ในทันที
ณ ป่ารัตติกาล เป็นป่าที่มีต้นไม้หนาทึบ แม้แต่แสงแห่งอาฑิตย์ยังไม่สามารถส่องผ่านมาลงผืนดินได้ ต้นไม้ที่สูงเสียดฟ้า ปกคลุมป่าอย่างหนาแน่น ดินแดนป่ารัตติกาลแห่งนี้ อยู่ห่างจากเมืองเปี้ยนเฉินไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ กว่าสิบกิโลเมตร ไม่ใช่เส้นทางที่ไปเมืองเอ้อเฉิน เพราะมันมีแต่ป่าทึบมีสัตว์ร้ายนานาชนิด ผู้คนไม่กล้าผ่านเข้าไป มีแต่ชนเผ่ารัตติกาลเท่านั้นที่อาศัยอยู่ แต่ตอนนี้ชนเผ่ารัตติกาลกลับถูก คนภายนอกบุกรุกเข้ามา แล้วลงมือเข่นฆ่า คนในเผ่าตายกันเกลื่อน ทั้งหมดหลบหนีเข้าไปในถ้ำ ซึ่งตอนนี้มีหัวหน้าเผ่าที่เป็นชายชรามีเขี้ยวงอกออกมา ที่มือมีกรงเล็บงอกออกมายาวเฟื้อย หายใจถี่ๆ ยืนตั้งมั่นเลือดศัตรูโชลมร่าง ไม่ยอมให้ใครผ่านเข้าไปส่วนลึกของถ้ำได้ โดยมีเด็กๆ ของเผ่ารัตติกาลยืนอยู่ด้านหลังเพียง 20 ชีวิต เท่านั้น
ชายที่เป็นหัวหน้านักฆ่า แต่งกายด้วยชุดสำดำทั้งชุด สวมหมวกสานห้อยกระบี่ไม้ลงอักขระยันต์ ยืนกอดอกมองดูลูกน้องใช้ลูกธนูทำจากไม้ และไม้แหลม กำลังเข่นฆ่าสังหารชาวบ้านที่เป็นเหมือนกับผีดูดเลือดด้วยสายตาเย็นชา
“ พวกเจ้าต้องการอะไรก็เอาไปเลย แต่อย่าทำร้ายเด็กๆ พวกนี้เลย” หัวหน้าเผ่ากัดฟันขอความเมตตาจากพวกนักฆ่า
“ สำนักฟ้าดิน ไม่เคยปล่อยให้เป้าหมายรอดไปได้ ปีศาจอย่างพวกเจ้าไม่ทางรอดแล้ว ฆ่าพวกมันให้หมด” หัวหน้านักฆ่าเอ่ยอย่างไร้ปราณี ลูกน้องประมาณห้าสิบคน ตั้งหน้าไม้เตรียมจะยิงใส่ร่างหัวหน้าเผ่าทันที
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงดังครืนมาจากข้างบนผนังถ้ำ
ตูม !! โครม !!
ผนังถ้ำด้านบนคล้ายถูกกระแทกด้วยสิ่งของบางอย่าง ทำให้ผนังถ้ำถึงกับแตกร้าวหินก้อนใหญ่ร่วงลงมากระแทกลงมาฝังกลบนักฆ่าหลายสิบชีวิตตายคาที่ ปิดทางเข้าภายในถ้ำด้านใน ทำให้นักฆ่าที่เหลือไม่อาจเข้าไปในถ้ำได้ และ แล้วร่างของราเชนก็ค่อยปรากฏกายขึ้น ต่อหน้าหัวหน้าเผ่ารัตติกาล
ราเชนเริ่มรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว พยายามจะกินยาเม็ดรักษาตัว แต่ทว่าไม่อาจขยับตัวได้ จนสติดับวูบไปอีกครั้ง
หัวหน้าเผ่ารัตติกาล เห็นร่างอ้วนตกลงมาจากฟ้า จนผนังถ้ำด้านบนทะลุปิดทางเข้าออก ก็รีบเข้ามาดูราเชน แล้วให้เด็กๆ พากันลากร่างของเขาเข้าไปรักษาภายในส่วนลึกของถ้ำ อย่างทุลักทุเล
ส่วนหัวหน้านักฆ่าฟ้าดิน กับลูกน้องที่เหลือรอดไม่ถึงสามสิบคน รีบออกมาจากถ้ำ แล้วเอ่ยอย่างตกใจว่า
“ นี่มันเกิดบ้าอะไรวะ ทำไมจู่ๆ ถ้ำถึงได้ถล่มลงมาเช่นนี้”
แต่ละคนต่างก็ส่ายหัว ไม่รู้จะตอบอย่างไร
“ เรียนหัวหน้าเจ็ด ให้คนของเราปีนขึ้นไปยอดเขาเพื่อตรวจสอบดู บางทีพวกเราอาจจะเข้าไปในถ้ำได้จาก ยอดเขาที่ถล่มลงมาก็ได้” ชายที่ปรึกษาคลุมหน้ำ ที่มาด้วยกันเอ่ยแนะนำ
“ อืม พวกเจ้าขึ้นไปตรวจสอบด้านบน ว่ามีทางเข้าหรือไม่ แล้วรีบมารายงานข้า”
ราเชนค่อยๆ ฟื้นตื่นขึ้นมา ร่างกายของเขาถูกผ้าพันรอบๆ ราวกับมัมมี่ ด้านหลังมีไม้พันดามเอาไว้แน่นไปหมด ด้านหน้าเห็นชายชรากับเด็กๆ เกือบยี่สิบคน นั่งมองเขาอยู่ด้วยความตื่นเต้น
“ ฟื้นแล้ว ท่านปู่ พี่ชายฟื้นแล้ว” เด็กชายวัยไม่ถึงสิบปี คนหนึ่งรีบเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น.....