เมื่อความรู้สึกดี ๆ ที่อีกฝ่ายมีให้ซึมลึกเข้าสู่หัวใจที่โหยหาและว่างเปล่าของนภันต์มากขึ้นทุกวัน เขาเองไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ากำลังอ่อนไหวเพราะการกระทำของคิรากรไม่น้อย
แม้ที่ผ่านมาเคยคิดเอาไว้แล้วว่าความรักของเขาคงจะไม่มีวันสมหวังหรือลงเอยกับใครได้อีก แต่คิรากรทำให้ตัวเขาเปลี่ยนใจในที่สุด จนนภันต์เผลอคาดหวังว่าเขาคือความรักครั้งสุดท้ายในชีวิตนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคิรากรลึกซึ้งมากกว่าคนที่เคยคบมาในอดีต นภันต์พยายามประคองความรักที่อีกฝ่ายให้มาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเพราะกลัวว่าจะมีอะไรมาสั่นคลอนชีวิตรักของคนทั้งสอง เื่ราวการคบกันจึงเป็ไปอย่างลับ ๆ ที่ไม่อาจบอกใครได้
นภันต์ไม่้าให้คิรากรอึดอัดใจถ้าคนนอกรู้ว่าเขาคบกับตัวเองจนกระทบกับการงานที่เขารัก หรือเป็ต้นเหตุให้มีใครฉกฉวยดึงดาวที่อยู่บนฟ้าให้ต่ำลงมา
ดังนั้นตลอดสามปีที่ผ่านมาจึงไม่มีใครระแคะระคายเลยว่าทั้งคู่เป็คนรักกัน หากแต่นั่นเป็สิ่งที่นภันต์พอใจมากอยู่แล้ว ขอเพียงแค่ได้อยู่เคียงข้างกันแบบนี้ทุกวันก็มีความสุขจริง ๆ
แม้ว่าจะมีอยู่หนึ่งเื่ที่เขาไม่ชอบสักเท่าไหร่ แต่กลับยอมทำให้ได้เพราะกลัวว่าจะเสียคิรากรไป
ในวันที่ความรักพวกเขาสุกงอม คิรากรจึงเป็คนแรกที่ได้ััเรือนร่างของนภันต์อย่างถึงอกถึงใจ จนกระทั่งผ่านไปไม่นาน เขาจึงได้รู้ว่ารสนิยมบนเตียงของคิรากรสวนทางกับภาพลักษณ์ที่ทุกคนได้เห็นมากแค่ไหน
ทั้งโซ่ที่ล่ามข้อเท้า ปลอกคอหรือแม้กระทั่งบีบคอของเขาจนเกิดเป็รอยนิ้วปรากฏบนผิวสีน้ำผึ้ง แววตาที่มองลงมาเวลากระแทกกระทั้นเหมือนเสือร้ายจ้องเขมือบ
ครั้นเสร็จสมในแต่ละครั้งแล้ว คิรากรที่แสนอ่อนโยนก็จะกลับมาประทับเข้าร่างเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน คำบอกรักพรั่งพรูจากปาก ทั้งยังถามไถ่ด้วยความเป็ห่วงจนทำให้เขาลืมไปเลยว่าหากเมื่อครู่คิรากรไม่ปล่อยมือที่บีบคออยู่ อาจจะต้องพูดเซฟเวิร์ดจริง ๆ แล้วก็ได้
ดังนั้น ไม่ว่าจะร่วมรักกันบ่อยครั้งสักเท่าไหร่ นภันต์ไม่เคยนึกชินกับสิ่งเ่าั้เลย
ใด ๆ ล้วนทนได้หมด แต่พออีกฝ่ายเอ่ยปากในสามปีให้หลังว่าจะต้องแต่งงานเพราะอยากมีลูก เขากลับเศร้าขึ้นมาทันทีเพราะคิรากรไม่เคยพูดถึงเื่มีลูกเลยสักครั้งราวกับว่าไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย
“เฮ้อ ใจคนเรามันก็คงเปลี่ยนได้ตลอดเวลานั่นแหละมั้ง” นภันต์ปลอบใจตัวเองอยู่ที่มุมหนึ่งของบาร์ในโรงแรม เขาใช้การ์ดพิเศษที่ได้มาจากคิรากรอย่างเต็มที่เป็ครั้งแรกนับั้แ่วันที่ถูกบอกเลิก
สายตามองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือพลันความคิดในใจประเดประดังเข้ามาไม่ขาดสาย
แม้แต่รูปคู่ยังไม่มีเลย
ความรักครั้งสุดท้ายของฉัน พังเละไม่เป็ท่าเลยนี่นา
ทำไมถึงเป็แบบนี้อีกแล้วนะ หรือว่าจะต้องแห้งเหี่ยวอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต
คนที่เหมาะสมกันกับฉันอย่างที่พี่บอกยังไม่เกิดอีกหรือไง
โอ๊ะ รู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องอยู่เลย ตอนนี้สภาพฉันคงดูไม่ได้สุด ๆ ไปเลยสินะ แต่ไม่นี่ ยังไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย
ั์ตาสีดำล้ำลึกมองคนข้างกาย ประมวลผลด้วยสมองที่ไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่แล้วขมวดคิ้วคิดว่าตัวเองตาฝาด ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะมีใบหน้าที่หล่อเหลาแต่พูดง่าย ๆ ว่าคนละสไตล์อย่างเห็นได้ชัด
คนหนึ่งเหมือนเทพบุตรจุติมา ส่วนอีกคนเหมือนทูต์บนฟากฟ้า แต่ไม่ว่าจะคนไหนก็ไกลเกินเอื้อมถึง
“นาย... เอ่อ คุณจิรายุ” นภันต์ทักทายรู้ดีว่าเขาเป็ใคร “สวัสดีครับ”
เขารู้จักน้องชายต่างแม่ของคิรากรอย่างผิวเผินตามงานที่อาจจะต้องเจอกันเป็ครั้งคราวเท่านั้น ไม่สามารถเข้าหาทักทายได้เหมือนอย่างคนในครอบครัวของคู่รักอื่นเพราะต้องแอบคบกัน
ดังนั้น นภันต์จึงไม่เคยคิดเลยว่าคนข้างกายรู้หมดทุกอย่างว่าเขากับพี่ชายตัวเองเป็อะไรกัน
ทั้ง ๆ ที่วันนี้ตั้งใจจะดื่มให้เมาเพียงเล็กน้อยแล้วกลับบ้าน แต่น้องชายของอดีตแฟนกลับชวนคุยปลอบใจเขาเสียอย่างนั้น ทั้งยังสั่งเหล้ารสชาติที่ไม่เคยดื่มมาให้อีกด้วย รู้ตัวอีกทีก็ตอนถูกประคองออกมาจากบาร์ด้วยสติที่เลือนรางได้ที่
“เมื่อกี้นี้ผมบอกที่อยู่คุณแล้วนี่นา ช่วยพาผมไปส่งแท็กซี่ได้ไหมครับ” นภันต์เอ่ยพึมพำกับจิรายุแต่อีกฝ่ายกลับบอกเขาว่า “นายพูดอะไรงำงึมอยู่คนเดียว เมามากขนาดนี้จะปล่อยให้กลับบ้านคนเดียวได้ยังไง”
งึมงำ งึมงำ
“อือ ฉันกำลังจะพานายไปนอนที่เตียงอยู่นี่ไง”
ในใจของนภันต์กำลังคิดว่า เมื่อกี้ฉันพูดแบบนั้นเหรอ ให้ตายสิ เหล้ายี่ห้ออะไรทำไมแรงขนาดนี้เนี่ย
ทันทีที่ได้ััพื้นผิวนุ่มของที่นอน นภันต์รู้สึกได้ว่าศีรษะและร่างกายที่หนักอึ้งได้มีที่พักพิงเสียที เปลือกตาค่อย ๆ ปิดหลับลงไปอย่างง่ายดาย
แต่ไม่ทันไรเขากลับเข้าสู่ภาพฝันเสมือนจริง ััได้ถึงสิ่งที่กำลังลูบไล้เรือนร่างตัวเอง จำอะไรไม่ค่อยได้นอกจากสิ่งที่คนคร่อมร่างเขาอยู่พูดออกมาสองสามประโยค
“ต่อจากนี้ไป จำไว้ว่านายเป็ของฉัน นภันต์”
“บอกแล้วไม่ใช่เหรอให้เรียกฉันว่าเจย์”
นภันต์ขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมคนตรงหน้าถึงเอาแต่พูดเป็กันเองกับเขามาั้แ่เมื่อครู่แล้ว ทั้ง ๆ ที่อายุน้อยกว่าตั้งห้าปี หรือว่าเป็เพราะกำลังฝันอยู่ “แต่ว่า... ทำไมผมถึงฝันลามกแบบนี้ เพิ่งถูกทิ้งมาอยู่หยก ๆ”
แม้จะพยายามผลักไสเพราะความเขินอายและรู้สึกผิดที่ทำเื่อย่างว่ากับน้องชายแฟนเก่าไปเท่าไหร่แต่กลับถูกทูต์ล่อลวงด้วยใบหน้าหล่อเหลาอยู่ร่ำไป จนท้ายที่สุดแล้วภาพทุกอย่างก็ตัดฉับกระทั่งเช้าวันต่อมา
ครั้นลืมตาขึ้นมาด้วยความสะลึมสะลือจึงอ้อยอิ่งนอนเล่นต่อคิดว่าตัวเองอยู่บ้านแต่กลับต้องเบิกตาโพลงเพราะเ้าของท่อนแขนที่โอบกอดเขาเอาไว้ขยับตัวขยุกขยิก
นภันต์หันขวับไปมองคนข้างหลังทันที ยิ่งเห็นใบหน้าจิรายุก็ยิ่งตื่นตะลึงจนต้องหยิกแก้มตัวเองเพราะคิดว่ายังไม่ตื่นจากฝันอันยาวนาน แต่ถึงอย่างนั้นกลับจำไม่ได้เลยว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้างและสังเกตได้ว่าข้าวของต่าง ๆ รอบตัวไม่ใช่บ้านของตัวเองจึงค่อย ๆ ยกแขนข้างนั้นออกแล้วย่องเบา ๆ อย่างคนคิดจะหนีจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
กระซิก กระซิก
“หือ กระซิกเหรอ” เพียงสองสามก้าวที่เขาลงมาจากเตียงกลับได้ยินเสียงนั้นจึงหันไปมองที่ต้นทางพลันได้เห็นว่าจิรายุกำลังร้องไห้ด้วยใบหน้าทูต์นั้น
“พี่กำลังจะหนีผมไปเหรอครับ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “พี่จะฟันแล้วทิ้งเหรอครับ”
น้ำตาเอ่อคลอเบ้าดวงตาคู่สวยจนนภันต์ไม่อาจต้านทานเดินกลับมาที่เตียง “อย่าร้องไห้เลยนะ ค่อย ๆ คุยกันก่อน ผมไม่ได้จะทำแบบนั้นนะครับ”
“ความบริสุทธิ์ของผม ครั้งแรกของผม พี่จะไม่รับผิดชอบเหรอครับ” ท่าทางไร้เดียงสาสะท้อนออกมาจากภาพลักษณ์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“หือ...ครั้งแรก... รับผิดชอบ...” นภันต์ประมวลผลความคิดไม่ทัน พยายามนึกย้อนกลับไปว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างจนเผลอนึกไปแล้วว่าเขาเป็คนกระทำกับเด็กน้อยแสนบริสุทธิ์คนนี้ได้ลงคอเชียวหรือ
“พี่ครับ ตอนที่ทำแบบนั้นพี่ก็รู้สึกดีมากแท้ ๆ ทำไมตอนนี้คิดจะทิ้งผมไปล่ะครับ ผมทำอะไรผิดไปเหรอ ร่างกายของผมยกให้พี่ทั้งหมดเลยนะครับ พี่จะไม่รับผิดชอบจริง ๆ เหรอ ั้แ่ตรงนี้ถึงตรงนี้ ไม่มีตรงไหนที่พี่ไม่ได้ัั ทุกตารางนิ้วมีแต่ร่องรอยของพี่เต็มไปหมด” คนตรงหน้าน้ำตาไหลป้อย ๆ จนนภันต์เผลอติดฟิลเตอร์เด็กน้อยสามขวบให้เรียบร้อย
ทว่า จู่ ๆ ภาพที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมา่สติเลือนรางเริ่มฉายชัดเจนจึงได้รู้ว่าคนที่โดนกระทำตลอดทั้งคืนคือเขาต่างหากและคนที่ขยับไม่ยอมหยุดก็คือเ้าเด็กไร้เดียงสาตรงหน้า
“เอ่อ คุณจิรายุ คือว่าเมื่อคืนผมเมามาก...” เขาเกริ่นนำเล็กน้อยแต่โดนขัดไว้ก่อน
“เรียกผมว่าเจเจสิครับ”
“...” สายตาของเขามองอีกฝ่ายกำลังคิดว่าท่าทางออดอ้อนนั่นต่างจากร่างคนเมื่อคืนลิบลับ
“เจเจครับ จำผมให้ดีนะครับ” เขายังคงย้ำเตือนไม่ให้ลืมเื่นี้ “พี่จะรับผิดชอบด้วยการคบกับผมใช่ไหมครับ ผมไม่ขัดข้องเลย ขอเบอร์ไว้หน่อยได้ไหม เอาไว้วันหลังเราไปเดตกันนะครับ”
“...” นภันต์ยังคงนั่งนิ่งตามไม่ทัน
“ผมชอบตอนที่พี่ยิ้มมากเลยครับ เพราะฉะนั้นอย่าร้องไห้จนตาบวมอีกเลยนะ” เ้าตัวพูดอย่างนั้นแล้วยิ้มกว้าง “ผมดีใจที่ได้เจอพี่อีกครั้งนะครับ แล้วก็ดีใจที่พี่เป็คนพรากความบริสุทธิ์ของผมไป”
“เดี๋ยวก่อนครับ...” นภันต์กุมขมับ ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกเหมือนเขาเป็คนล่อลวงเด็กน้อยตรงหน้าอย่างไรอย่างนั้น “ที่ว่าคบกันนี่คืออะไรเหรอครับ บางทีผมอาจจะยังไม่สร่างแต่คุณช่วยบอกผมให้แน่ใจได้ไหมครับว่าคุณอยากให้ผมรับผิดชอบยังไง”
เจเจยิ้มจนตาหยีทำนิ้วข้างซ้ายเป็วงกลมแล้วจิ้มนิ้วชี้ข้างขวาขยับเข้าออกเป็เชิงสัญลักษณ์เื่อย่างว่าจนนภันต์หน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาทันใด “พี่ได้ผมแล้ว คงไม่ใจร้ายทิ้งผมแล้วบอกว่าเป็วันไนท์แสตนด์หรอกใช่ไหม ร่างกายผมมีแต่รอยที่พี่ป้ายจองเต็มไปหมด ขายไม่ออกแล้วล่ะครับ”
เมื่อได้ยินคนตรงหน้าพูดถึงรอยแดง เขากลับขมวดคิ้วจ้องท่อนบนที่เปลือยเปล่าของตัวเอง “คนที่มีร่องรอยเต็มไปหมดมันผมไม่ใช่เหรอครับ”
กระซิก กระซิก
นภันต์ร้อนรนใจ “ตกลงครับ ผมจะรับผิดชอบคุณเอง แต่ว่าบางทีคุณอาจจะเบื่อผมในตอนหลังก็ได้ ถ้าเป็อย่างนั้น ช่วยบอกผมด้วยแล้วกันนะครับ”
“พี่ ผมไม่มีทางเบื่อพี่หรอก” เจเจเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่เป็รักแรกของผมเลยนะครับ”