ตอนที่ 64
ภายในโรงพยาบาลเป่ยจิง คนไข้และบุคลากรทางการแพทย์ ต่างส่งเสียงฮือฮา แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ปรากฏตัวบนสื่อมานานแล้ว แต่ก็ยังมีคนจดจำหน้าตาของเขาได้อยู่ดี
แพทย์และพยาบาลที่ทราบเรื่อง รีบออกมามุงดู พวกเขาทุกคนล้วนชื่นชมชิงเทียน และหวังจะได้เห็นวิชาแพทย์ระดับปาฏิหาริย์ ด้วยตาของตนเอง
ชิงเทียนเดินแหวกฝูงชนเข้ามา เขาหยุดอยู่ที่หน้าห้องผู้ป่วย ด้านหน้ามีป้ายชื่อกำกับไว้ว่า อู่เฉาเหว่ย ภายในห้องพบชายวัยกลางคน นอนรักษาตัวอยู่บนเตียง โดยมีญาติคอยดูแล ดูจากสภาพบาดแผล น่าจะสร้างความเจ็บปวดให้ชายคนนี้ไม่น้อย
“ค...คุณหมอชิงเทียน!!" อู่เฉาเหว่ยเบิกตากว้าง เขาจำวันที่ตนเองห้ามชิงเทียน ไม่ให้เข้าโรงงานได้ วันนั้นเป็นวันที่เขาได้รู้ว่า เจ้าของบริษัทที่เขาทำงานให้ ก็คือแพทย์เทวะที่โด่งดัง
ชิงเทียนขอความร่วมมือ โดยให้ทุกคนออกไปรอด้านนอก จนเหลือเพียงตัวเขา จิ่วหยวนปิง และอู่เฉาเหว่ย ชิงเทียนทำทีเป็นล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แล้วนำกระปุกสมุนไพรที่เตรียมไว้ออกมา
สมุนไพรบดละเอียด ถูกพอกไว้ทั่วแขนของอู่เฉาเหว่ย ความรู้สึกเย็นสบายแทรกซึมไปทั่วผิวหนัง หลังจากผอกทิ้งไว้ราว 30 นาที ชิงเทียนจึงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดออก แผลไฟไหม้หายวับไปกับตา ผิวหนังขาวนวลราวกับผลัดผิวหนังใหม่ อู่เฉาเหว่ยจ้องมองท่อนแขนของตัวเอง ตาไม่กระพริบ
“น...นี่ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม"
“ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักครับ" ชิงเทียนเอื้อมมือไปจับไหล่อู่เฉาเหว่ย การที่ภายในบริษัทชิงเทียน มีพนักงานที่ทุ่มเทกับหน้าที่เช่นเขา ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี
หลังจากรักษาแขนให้อู่เฉาเหว่ยเรียบร้อยแล้ว ชิงเทียนก็ขอตัวกลับ ญาติและกลุ่มแพทย์ซึ่งยืนรออยู่หน้าห้อง รีบเข้ามาตรวจดูอาการ เมื่อเห็นว่าแขนของอู่เฉาเหว่ยหายเป็นปกติ พวกเขาต่างก็พากันตกตะลึง แผลที่ควรจะใช้เวลารักษาหลายเดือน กลับหายไปในพริบตา
“เอาสมุนไพรนี่ไปวางขาย ก็น่าจะทำเงินได้ไม่น้อยเลยนะ" ชิงเทียนมองดูกระปุกสีขาวในมือ ส่วนผสมเป็นสมุนไพรหายากหลายชนิด การวางขายตามราคาท้องตลาดคงเป็นไปไม่ได้ ไว้เขาค่อยปรึกษากับจางจื่อฉิงแล้วกัน
ข่าวการมาของชิงเทียน ล้วนกระจายออกไปราวกับไฟลามทุ่ง สำนักข่าวต่างแห่แหนมาสัมภาษณ์อู่เฉาเหว่ย เรื่องที่ชิงเทียนรักษาแขนให้กับเขา หลังการสัมภาษณ์เส็จสิ้น ข่าวทุกฉบับก็พาดหัวเกี่ยวกับแพทย์เทวะ ทั้งเรื่องยารักษาแผล และเรื่องที่เขาเป็นเจ้าของบริษัทผลิตเครื่องดื่ม ซึ่งได้รับความนิยมในขณะนี้ ชื่อเสียงของชิงเทียนในตอนนี้ โด่งดังยิ่งกว่านักแสดงบางคนเสียด้วยซ้ำ
ชิงเทียนกลับมาหารือเรื่องผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่กับจางจื่อฉิง “นั่นมันเป็นอะไรที่วิเศษไปเลยค่ะ" จางจื่อฉิง รู้สึกตื่นเต้นกับรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ กระดาษแผ่นหนึ่งถูกวางไว้บนโต๊ะ มันคือสูตรการผลิตที่ชิงเทียนได้จดเอาไว้
“หลังจากวิจัยและทดสอบแล้ว ช่วยผลิตตัวอย่างให้ผมตรวจสอบ ก่อนจะวางจำหน่าย อ่อ... อย่าลืมคำนวนต้นทุน พร้อมเสนอราคาขายให้ผมด้วย"
จางจื่อฉิงรับแผ่นกระดาษมา “เชื่อมือได้เลยค่ะ" เธอไม่เคยรูู้สึกถึงความท้าทายเช่นนี้มาก่อน ในตอนที่ฟ่านเสี่ยวโหรวชวนเธอมาร่วมงาน จางจื่อฉิงตอบรับเพราะเห็นว่าเธอเป็นเพื่อนสนิท แต่กลับกลายเป็นว่า ตัวเธอเริ่มจะรู้สึกสนุกกับงานนี้ขึ้นมาแล้ว
สูตรที่มอบให้จางจื่อฉิงมีทั้งสูตรครีมดูแลใบหน้า และสูตรยาพอกแผลที่ใช้รักษาอู่เฉาเหว่ย หลังจากจัดการเรื่องบริษัทแล้ว พวกเขาก็แวะไปพบกับชิงอัน ก่อนที่จะออกเดินทางไปที่หอนพเก้าสาขาหลัก
ด้านหน้าวิลล่า มีรถคันหนึ่งจอดอยู่ ถ้าจำไม่ผิด นี่น่าจะเป็นรถของเกาหลงซาน ชิงเทียนเข้ามาภายในวิลล่า ก็พบเกาหลงซาน กำลังนั่งพูดคุยอยู่กับชิงเหอตี้และชิงอันในห้องรับแขก
“อ่าวเพื่อนชิงเทียน ฉันกำลังตามหาอยู่พอดี" เกาหลงซานเอ่ยทัก เขาอายุพอๆกับกับชิงเหอตี้ แต่กลับเรียกชิงเทียนว่าเพื่อน ช่างเป็นอะไรที่แปลกพิลึก
ชิงเทียนสังเกตเห็นชายคนหนึ่ง ที่นั่งอยู่ภายในห้อง เขาแทบจะลืมชายคนนี้ไปแล้ว
“หลิวเฟิงฉิน ไม่ได้พบกันนายเลย"
หลิวเฟิงฉินยิ้มให้เขา “คุณหมอ ยินดีที่ได้พบคุณอีกครั้ง พอดีว่าผมพึ่งจะออกจากโรงพยาบาล จึงเดินทางมาเพื่อเยี่ยมลู่ซือ ไม่ทราบว่าเป็นเป็นอย่างไรบ้าง"
“เธอสบายดี อีกไม่นานอาการป่วยของเธอก็คงหายไป" ตอนนี้หลิวลู่ซือน่าจะทะลวงขอบเขตเรียบร้อยแล้ว เขาจะได้ทำการผสานรวมแก่นปราณ และร่างกายของเธอเข้าด้วยกันเสียที
หลิวฟางฉินฉีกยิ้ม ชิงอันเล่าให้เขาฟังว่าชายหนุ่มดูแลลูกสาวเขาเป็นอย่างดี “ขอบคุณครับ ผมขอพบเธอได้ไหม?"
“ช่วยรอสักครู่ได้ไหม แล้วเดี๋ยวผมจะพาคุณไปพบเธอ"
ชิงเทียนขอคุยกับชิงเหอตี้และชิงอัน เป็นการส่วนตัว เขาได้อธิบายเรื่องราวของผู้บ่มเพาะ และเสนอให้ทั้งสองคนมาเป็นผู้บ่มเพาะ ชิงอันไม่เชื่อสิ่งที่ชิงเทียนพูด เขาจึงสร้างเปลวเพลิงจากความว่างเปล่าขึ้นมา เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เธอดู
“หากพ่อและแม่เป็นผู้บ่มเพาะ จะสามารถยืดอายุไปได้หลายปี ถือซะว่าทำเพื่อผม"
ทั้งสองคนมองหน้ากัน แล้วหันมายิ้มให้ชิงเทียน “เข้าใจแล้ว เราจะเป็นผู้บ่มเพาะ จะได้อยู่อยู่ช่วยลูกเลี้ยงหลาน เพราะแม่คิดว่าลูกคงจะมีหลานให้แม่อุ้มหลายคนทีเดียว" ชิงอันเหลือบมองผ่านกระจกไปยังจิ่วหยวนปิง ที่กำลังยืนรออยู่ด้านนอก
“แค่กๆ ถ้าอย่างนั้นพ่อกับแม่ ก็เดินทางไปพร้อมเราเลยแล้วกัน"
เกาหลงซานเพียงแค่พาหลิวฟางฉิน มาพบชิงเทียนเท่านั้น หลังจากเส็จธุระแล้ว เขาก็ขอตัวกลับไปที่เมืองไท่หยวน ทุกคนขึ้นเครื่องบินส่วนตัวของจิ่วหยวนปิง เมื่อถึงกว่างตง พวกเขายังต้องนั่งเรือข้ามฝากไปยังเกาะไห่หลิง
ด้านหน้าหอนพเก้า มีเจ้าหน้าที่ยืนรักษาความปลอดภัยเต็มอัตรา เนื่องจากเคยมีศัตรูบุกมาแล้ว จึงต้องใช้มาตรการพร้อมรบ และตรวจตราเป็นพิเศษ
“หยวนปิง ลดการป้องกันลงได้แล้ว ดูสิแทบจะไม่มีลูกค้าคนไหน กล้าเข้ามาทานอาหารเลย"
“ทราบแล้วค่ะ ถ้าเช่นนั้นเราใช้รูปแบบม่านพลังดีไหมค่ะ" จิ่วหยวนปิงลองเสนอแนวทาง
ชิงเทียนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู “ฉันมีรูปแบบม่านพลังอยู่หนึ่งชนิด ที่คิดว่าน่าจะเหมาะกับการป้องกัน และการตอบโต้นะ ค่อยคุยเรื่องนี้ทีหลังแล้วกัน"
พวกเขาเดินลงมายังห้องลับที่อยู่ด้านล่าง ระหว่างทางจะมีเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้บ่มเพาะ คอยผลัดเปลี่ยนเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง ภายในห้องมีประตูแสงสีขาวลอยอยู่ดลางอากาศ เมื่อเข้าไปด้านใน ชิงเหอตี้ ชิงอัน และหลิวฟางฉิน ต่างตะลึงตะลานกับสิ่งที่อยู่ภายใน มันราวกับว่าพวกเขาทะลุมิติมายังอีกโลกหนึ่ง สิ่งก่อสร้างรวมถึงพระราชวัง ล้วนถูกออกแบบอย่างตระการตา
“สถานที่แห่งนี้มันคืออะไรกัน" ชิงเหอตี้เอ่ยถาม ผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในมีทั้งชายและหญิง แม้จะเป็นเมืองใหญ่ แต่กลับมีผู้อาศัยไม่ถึงหนึ่งร้อยคน
“ที่นี่มีไว้สำหรับผู้บ่มเพาะระดับหัวกระทิเท่านั้นครับ ไว้รอมีทรัพยากรบ่มเพาะมากกว่านี้ ผมถึงจะอนุญาติให้สมาชิกทั่วไปเข้ามาได้"
เหล่าหญิงสาวต่างออกมาต้อนรับ หลิวลู่ซือวิ่งเข้ามากอดพ่อของเธอ หลิวฟางฉินเองก็มีความสุขที่ได้พบลูกสาวอีกครั้ง หญิงสาวทั้ง 5 คนกล่าวทักทายพ่อแม่ของชิงเทียน ทั้งคู่ต่างอึ้งงัน พวกเขาไม่คิดว่าชิงเทียนจะเนื้อหอมขนาดนี้
ตอนนี้เย่เสวี่ยหลัน อยู่ในขอบเขตก่อตั้งลมปราณขั้นต้น เนื่องจากเธอเคยเป็นเซียนในชาติที่แล้ว การบ่มเพาะจึงก้าวหน้ามากกว่าคนอื่น ส่วน ฟ่านเสวี่ยโหรว เย่วหนิงเอ๋อ และหลานลู่จื่อ ยังคงอยู่ในขอบเขตรวบรวมลมปราณ
หลิวลู่ซือ อยู่ในขอบเขตสร้างแก่นปราณขั้นต้น เธอพร้อมสำหรับการหลอมรวมแก่นปราน เข้ากับกายหยินสุดขั้วแล้ว ชิงเทียนให้เวลลาเธอได้พูดคุยกับหลิวฟางฉิน โดยที่เขาจะเข้าไปรอในพระราชวัง
ใครบางคนสะกิดไหล่จิ่วหยวนปิง เธอจึงหันกลับไปดู “จิ่วฟาง!! ไม่ใช่ว่าเธอกลับไปที่สาขาเมืองหลวงแล้วเหรอ?"
“ก็บอกแล้วไงว่าจะพาไปพบคนๆหนึ่ง" เธอเดินจูงแขนจิ่วหยวนปิง เข้าไปหากลุ่มหญิงสาว “เสวี่ยหลันเป็นไงบ้าง ศิษย์พี่ของฉันผ่านเกณฑ์ไหม"
เย่เสวี่ยหลันมองพิจารณา “ขอบเขตก่อตั้งวิญญาน? ถือว่าเป็นอัจฉริยะระดับหัวกระทิเลยนะเนี้ย" ในชาติก่อนตอนที่เธออายุเท่ากับจิ่วหยวนปิง ก็อยู่ในขอบเขตก่อตั้งวิญญานเช่นกัน
จิ่วหยวนปิงรู้สึกแปลกใจ ที่หญิงสาวสามารถระบุขอบเขตพลังของเธอ โดยใช้เพียงสายตาจ้องมอง
“นี่คือเย่เสวี่ยหลัน เธอเป็นภรรยาของบอสใหญ่ในชาติก่อน และเป็นคนที่อาจารย์ให้ความเคารพอีกคนหนึ่ง" จิ่วฟางเคยพาเย่เสวี่ยหลันไปพบกับอาจารย์ของเธอ และจากบทสนทนา ดูเหมือนว่าพวกเธอจะรู้จักกันมาก่อน
เย่เสวี่ยหลันเผยรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับสู่ครอบรฃครัวของเรานะ ไปหาที่สงบๆคุยกันเถอะ" เหล่าหญิงสาวจับกลุ่มกันเดินกลับพระราชวัง ชายหนุ่มที่เข้ามาฝึกภายในโลกใบเล็ก ต่างรู้สึกอิจฉาบอสใหญ่ของพวกเขาเสียเหลือเกิน
หลิวลู่ซือเข้ามาภายในห้องของชิงเทียน หญิงสาวรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ที่ต้องอยู่กับเขาสองต่อสอง เธอนั่งลงเบาะที่ชิงเทียนจัดไว้ให้
ฝ่ามือทั้งสองข้างของชิงเทียนสัมผัสแผ่นหลังของเธอ เขาส่งปราณเข้าไปยังจุดตันเถียน ภายในมีแก่นปราณสีขาวนวล กำลังแผ่ไอเย็นออกมา ชิงเทียนเริ่มชักนำปราณหยิน ซึ่งแทรกซึมทั่วร่างกายของหลิวลู่ซือ ผสานหลอมรวมเข้ากับแก่นปราณ อุณภูมิภายในห้องลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว พายุหิมะก่อตัวลอยวนอยู่ภายในห้อง ทุกสิ่งอย่างล้วนถูกความเย็นเยือกแข็ง
เคล็ดวิชาของหลิวลู่ซือมีชื่อว่า เทพธารา นภาเยือกแข็ง ส่วนของจิวหยวนปิง คือเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์กาล เป็นเคล็ดวิชาที่จิ่วเหม่ย แย่งชิงมาจากผู้บ่มเพาะของวังเหมันต์ ซึ่งทั้งสองต่างก็เป็น เคล็ดวิชาสายปราณหยินระดับสูงทั้งคู่
ชิงเทียนใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมง การหลอมรวมจึงแล้วเส็จ หลังจากนี้จะไม่มีอุปสรรคใด มาขัดขวางหลิวลู่ซือได้อีกแล้ว ระดับพลังของเธอคงทะยานราวกับติดปีก
------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771