ตอนที่ 368 วิธีเดินทาง
ทั้งสามออกจากเขตทุ่งปะการังพร้อมด้วยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับพิกัดของวิหาร ตัวนกพิราบเองเมื่อได้กล่าวลาก็หายตัวไปอีกครั้ง ในครั้งนี้แม้แต่คีตาเองก็หาไม่พบแล้วว่าตัวตนใดที่นกพิราบกำลังใช้อยู่ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเองก็เจ็บใจไม่น้อย
ท้ายที่สุดแล้วโฟเรลก็ยืนยันว่าข้อสันนิษฐานของเรนเดลนั้นถูกต้อง การจะพบตัวนกพิราบนั้นมีจุดสังเกตอยู่สองจุด หนึ่งคือตัวตนที่นกพิราบใช้อยู่ต้องมีสีขาวบนร่าง
อย่างชุดกระโปรงสีขาวของเด็กหญิงคนนั้นหรือดวงตาสีขาวของปลาลายเหลือง
อีกจุดหนึ่งคือตัวตนนั้นจะต้องมีจุดที่เกี่ยวข้องกับ ‘สันติภาพ’ บนร่าง ของเด็กหญิงคนนั้นคือกำไลข้อมือที่มีรูปร่างคล้ายกับกุญแจมือหัก ๆ ส่วนของปลาลายเหลืองคือเศษและกิ่งของใบมะกอก ซึ่งทั้งสองสามารถสื่อถึงสันติภาพได้ในทางอ้อม
ตัวคีตาและนิทานเองไม่ได้ใช้พลังอาณาเขตในการตามหาสิ่งเหล่านี้ ทั้งสองต้องการปกปิดคำแห่งพลังคำอื่นยามอยู่ต่อหน้านกพิราบ ทั้งสองจึงไม่ได้เปิดใช้คำแห่งพลังใดเลยนอกเหนือจากที่สลักอยู่บนร่างอยู่ก่อนแล้วอย่าง แรงดึงดูดศูนย์กลาง และ ไล่ตามเป้าหมาย
จุดสังเกตเหล่านี้ต้องไม่ใช่สิ่งที่หายากจนเกินไปหรือมีเงื่อนไขพิเศษในการหา มันต้องเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็สามารถมองหาได้หากรู้วิธี ดังนั้นเขาจึงพอจะเดาออกได้ไม่ยากนักว่าทั้งสองข้อนั้นคือสิ่งใดโดยการสังเกตที่ตัวเด็กหญิง
ส่วนการใช้พลังเพื่อขัดขวางการสลายร่างไปเป็นขี้เถ้านั้น นิทานเพียงหมั่นไส้อีกฝ่ายล้วน ๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
“จะไปจุดที่นกพิราบระบุ เราต้องจ้างนักผจญภัยที่มีเรือระดับพอใช้ได้ไปด้วยครับ ตำแหน่งนั้นไม่ได้ไกลอะไรขนาดนั้น ถ้าหาจ้างจากบาราทรัมหรือเอเทอรัม ค่าจ้างน่าจะอยู่ในหลักแสนไกอา คุณเรนเดลไม่มีปัญหาใช่มั้ยครับ” หลังจากออกมาแล้ว ทั้งสองก็รวมพลนั่งจัดแจงแผนการต่อจากนี้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ด้านหน้าของเรนเดลและเซเรนเซ่คืออาหารที่หน้าตาแปลกเสียยิ่งกว่าที่ทั้งสองเคยกินมาที่บาราทรัม ในตอนนั้นอาหารส่วนมากทำจากแมลงที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี แม้จะหน้าตาประหลาดหาก็ได้รับการจัดจานให้ดูน่ารับประทานมาแล้ว แต่กับที่นครโอคานอสแห่งนี้ อาหารมันเกินคำว่าแปลกไปไกล เหตุผลหลักนั้นมาจากภาชนะที่ใช้ใส่อาหาร ซึ่งภาชนะดังกล่าวไม่ได้หมายถึง ถ้วย ชาม จาน อย่างที่เรนเดลเข้าใจ แต่หมายถึงสิ่งที่ใช้ใส่อาหารแต่ละจาน
อาหารจานน้ำจะถูกใส่ในสาหร่ายชนิดฟองหรือสาหร่ายที่เป็นเม็ดกลม ๆ ที่นิทานไม่รู้จัก เขาไม่แม้แต่จะเข้าใจเสียด้วยซ้ำว่าใส่เข้าไปได้ยังไง เวลากินจะต้องนำสาหร่ายเหล่านั้นเข้าปากในคำเดียว ตัวอาหารในนั้นจะถูกกะปริมาณให้พอดีสำหรับหนึ่งคำ แต่เพราะทุกมื้ออาหารย่อมไม่ได้ตักอาหารจานน้ำเพียงครั้งเดียว ดังนั้นอาหารจานน้ำเบื้องหน้านิทานจึงเป็นถ้วยที่เต็มไปด้วยเม็ดใสหลากสีวางกองกันเป็นชั้น
โชคยังดีที่ตัวสาหร่ายนั้นไร้รสชาติ แถมเวลาซดยังช่วยเพิ่มรสสัมผัสให้มีความเหนียวหยุ่น แม้จะไม่ค่อยเข้ากับอาหารจานน้ำแต่ก็ถือว่าอร่อย
อาหารแห้งจานอื่น ๆ นั้นจะละเว้นพวกที่ผัดน้ำหรือมีของเหลว มักเป็นอาหารแห้งที่ง่ายต่อการบรรจุ การปรุงมักจะถูกจำกัดอยู่ที่ผงเครื่องเทศแทนเครื่องปรุงเหลว เมื่อทำเสร็จแล้วจึงบรรจุอยู่ในเปลือกหอยไม่ก็เนื้อปลาหรือปู
หากจะให้สรุปง่าย ๆ ทุกจานของเผ่าใต้บาดาลนั้นเป็นอาหารสอดไส้หรือห่อไว้เพื่อไม่ให้ไหลไปกับกระแสน้ำ หน้าตาโต๊ะอาหารจึงมีแต่ก้อน เม็ด หรือห่ออะไรไม่รู้วางเต็มไปหมด แม้จะสวยแต่ก็ประหลาดที่สุดที่นิทานเคยเห็น ยังดีที่เรื่องรสชาตินั้นไม่ใช่ปัญหา นิทานและคีตานั้นเป็นคนและหมากินง่าย ไม่ว่าจะอะไรพวกเขาก็พร้อมจะลอง และอาหารของที่นี่ก็อร่อยเสียด้วย
นอกจากอาหารแล้วตัวจานชามเองก็แปลกไม่แพ้กัน พวกมันมักถูกแกะสลักหรือวาดลวดลายคล้ายปะการังและเปลือกหอย เรื่องหน้าตานั้นสวยงามจนนิทานคิดว่าจะซื้อไปฝากเพื่อน ๆ ที่นครรัตนะสักหน่อย แต่ที่แปลกคือภายใน พวกมันนั้นมีเยื่อบุเหมือนตุ่มดูดคล้ายกับที่เก้าอี้ที่บ้านเคลลัส แน่นอนว่าหน้าที่ของมันคือการกักอาหารไว้ไม่ให้หลุดออกไป
พวกเผ่าใต้บาดาลนั้นใช้มือแทนช้อนส้อมหรือตะเกียบ อาหารที่ถูกบรรจุอยู่ในรูปต่าง ๆ นั้นเหมาะมากกับการรับประทานด้วยมือ และที่นิทานประทับใจเป็นอย่างยิ่งคือการที่อาหารเหล่านี้ไม่เลอะเทอะเลยแม้แต่น้อย กินง่ายแถมยังต้องการเพียงการเช็ดมือเท่านั้น
“คุณเรนเดลครับ?” โฟเรลต้องกล่าวเรียกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเรนเดลนั้นเพลิดเพลินกับอาหารเพียงใด เขาอดยิ้มขำน้อย ๆ ในใจไม่ได้ นักบวชธุดงค์ส่วนมากต้องเดินทางเผยแผ่ศาสนา เวลาชีวิตส่วนใหญ่มักอาศัยป่าหรือต้นไม้ในการหลับนอน มีอะไรก็ต้องกินเอาง่าย ๆ อาหารอร่อย ๆ เหล่านี้จึงสมควรเป็นมื้อที่นาน ๆ ทีเธอจะมีโอกาสได้กิน
‘ขอโทษค่ะ จ้างพวกโจรสลัดใช่มั้ยคะ ได้ค่ะ ๆ’ เรนเดลที่เคี้ยวตุ้ยเต็มปากรีบเคี้ยวให้หมดก่อนจะนำผ้าขึ้นมาเช็ดปาก เธอตอบกลับด้วยกระดาษแปรสภาพเพราะสองมือของเธอนั้นไม่ว่าง
มื้อนี้เธอต้องคอยป้อนอาหารเซเรนเซ่เป็นระยะ ๆ อาหารรูปแบบห่อสอดไส้เช่นนี้ต้องใช้มือกิน การวางจานไว้ที่พื้นให้เซเรนเซ่ใช้ปากกัดเอานั้นยากกว่าปกติมาก อาหารจะแตกหรือหกเลอะเทอะได้ โดยเฉพาะจานน้ำ เธอจึงต้องคอยป้อนเซเรนเซ่
“ฟืด! ฟืด!”
อร่อย! อร่อย! หน้าตาแปลกแต่อร่อยมาก!
เซเรนเซ่พยายามกินอาหารในจานของตนอย่างคึกคักโดยไม่ต้องพึ่งนิทานมากจนเกินไป เพราะร้านนี้ไม่มีเก้าอี้สำหรับม้า มันจึงต้องพยายามลอยตัวอยู่กับที่โดยการเอาหางเกี่ยวขาโต๊ะไว้ แม้จะกินลำบากแค่ไหนมันก็มีความสุขกับอาหารในจานมาก
“จ้างนักผจญภัยครับไม่ใช่โจรสลัด” โฟเรลถอนหายใจ หากเป็นสถานที่แปลก ๆ ไกล ๆ ก็อาจจำเป็นต้องจ้างโจรสลัด แต่ในเมื่อสถานที่นั้นไม่ไกลจนเกินไป เพียงหานักผจญภัยที่เชี่ยวชาญการปฏิบัติงานทางทะเลก็สมควรมากพอแล้ว
‘จำเป็นต้องไปจ้างถึงที่ขุนเขาและพฤกษาเลยเหรอคะ ไปจากที่นี่ไม่ได้เหรอ’ เรนเดลบ่นออด หากต้องเสียเวลาเดินทางไปแถวนั้นอีกพวกเขาคงต้องเสียเวลาเป็นอาทิตย์
“ก็ไม่เชิงจำเป็นหรอกครับ แต่ถ้าจะจ้างจากที่นี่ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นหลายเท่าเพราะระยะทาง แถมการเดินทางจากนครโอคานอสไปดงโขดหินกระต่ายแฝดก็ต้องผ่านที่อันตรายหลายที่ด้วย” โฟเรลอธิบาย
จุดที่วิหารที่ 27 อยู่นั้นใกล้กับดงโขดหินกระต่ายแฝด ชาวเรือแถวนั้นเรียกมันว่า ดงกระต่ายแฝด เพราะแถวนั้นมีกระต่ายเงือกระดับอริยะถึง 2ตัว
ดงโขดหินกระต่ายแฝดนั้นใกล้กับเมืองบรูคัน เมืองท่าใหญ่ของพวกรูเบียสที่ทางตะวันตกของขุนเขาและพฤกษา หากจ้างนักผจญภัยจากแถวนั้นไป เพียงไม่กี่วันก็ควรจะถึงที่หมาย แต่ก็จะต้องเสียเวลาเดินทางไปถึงเมืองบรูคันอีกประมาณอาทิตย์กว่า ๆ
จากที่นี่พวกเขาต้องกลับเกาะลูนก่อน แล้วจึงต่อกลับไปยังเมืองท่าของอาณาจักรไฟกัลป์ แล้วค่อยเดินทางไปบาราทรัมเพื่อจ้างนักผจญภัย แล้วจึงไปออกเรือที่เมืองท่าบรูคัน
ทั้งหมดนั้นดีไม่ดีรวมขากลับอาจจะกินเวลาเกือบเดือน
ในทางกลับกัน หากออกเดินทางจากที่นี่ นอกจากจะต้องเสียเงินมากถึง 2ล้านไกอาสำหรับรางวัลภารกิจและการว่าจ้าง ยังต้องเดินทางเป็นเส้นตรงตัดผ่านพื้นที่อันตราย
เส้นทางเหล่านั้นมักเต็มไปด้วยโจรสลัดออกแล่นคอยดักปล้นพวกเรือโดยสารหรือเรือของนักผจญภัย บางจุดก็มีเกาะที่เป็นฐานหลักของกลุ่มโจรสลัดใหญ่ ยังไม่รวมถึงเหล่าสัตว์อสูรมากมายที่อาศัยอยู่ใต้น้ำในเส้นทางนั้น ๆ ทั้งหมดนี้สามารถเลี่ยงได้หากเลือกที่จะเดินทางด้วยเรือจากเมืองท่าบรูคัน
ข้อดีเดียวคงจะเป็นหากเดินทางตรงไปจากที่นี่เลยจะประหยัดเวลาได้เกินครึ่งโดยแลกกับความเสี่ยง จากที่นี่ถ้าให้ตรงไปแบบบ้าบิ่นก็คงจะใช้เวลาไม่กี่วันเท่านั้น
โฟเรลอธิบายให้เรนเดลฟังอย่างละเอียดว่าทำไมพวกตนควรจะหลีกเลี่ยงการเดินทางจากที่นี่ เรนเดลที่ได้ฟังก็นั่งขบคิดถึงผลได้ผลเสียและเวลาที่ตนเหลืออยู่
จากทะเลทรายฝังอัญมณีก็ผ่านมาได้ประมาณสองสัปดาห์ ตั้งแต่ออกเดินทางมาก็รวมได้เดือนกว่าแล้ว เหลือเวลาอีกประมาณ 2เดือน นิทานเงียบไปครู่หนึ่ง
พวกเพชฌฆาตกับคุณเลโออาสาจะไปหาแก่นจิตวิญญาณของราชินีฉลามสูบชีวิตให้ ทางฉันเองหลังจากนั้นก็ต้องไปหาขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้าต่อ
ไพลินบอกว่าเธอพอจะมีวิธีได้ขนปีกมาแล้ว และใช้เวลาไม่นานด้วย แต่เธอบอกว่าจะบอกหลังจากที่ฉันได้ศิลาแม่เหล็กบรรพกาลมาแล้วจะได้ไม่ได้เสียสมาธิ เหตุผลแปลก ๆ แต่ไพลินไม่โกหกอยู่แล้ว แต่ยังไงก็ต้องเผื่อเวลาไว้บ้าง
2เดือนนี้พวกเพชฌฆาตน่าจะมีเวลาเกินพอ ทางฉันเองถ้ารวมกับการเดินทางบวกกับเวลาที่ต้องไปหามาจริง ๆ ก็อาจจะขึ้นไปเป็นเดือน แล้วจะเหลือเดือนนิด ๆ สำหรับขนปีก..
พอถมเถล่ะน่า ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นละก็นะ นิทานนวดขมับของตนน้อย ๆ เขานั้นยังมีเวลามากพอ เหตุผลหลักมาจากการที่เพื่อนของเขาอาสาช่วยไปหาแก่นจิตวิญญาณให้ ไม่เช่นนั้นเวลาก็คงจะเฉียดฉิวจนน่ากลัว เพราะสถานที่ที่ราชินีฉลามสูบชีวิตอยู่นั้นก็ไม่ใกล้กับที่ที่เขาต้องไปเลยแม้แต่น้อย
ราชินีฉลามสูบชีวิตนั้นอยู่ในเขตน่านน้ำที่ต่ำลงไปจากขุนเขาและพฤกษาอีก เป็นเขตพื้นที่ของพวกกลุ่มการค้าเชียนเป่า ตัวเขาเองไม่อาจใช้ข่ายอาคมเคลื่อนย้ายไปนครเทียนหลงในทันทีเพราะจะเรียกความสนใจมากจนเกินไป ทำให้ต้องเสียเวลาเดินทางด้วยวิธีอื่น
กลุ่มเพชฌฆาตเองก็ไม่ต่างกันในเรื่องนี้ บางทีอาจต้องใช้เวลาทั้งเดือนรวมไปกลับเพื่อล่าราชินีฉลามสูบชีวิต ถ้าเขาต้องไปล่าเองคงต้องแข่งกับเวลามากกว่านี้หลายเท่า
‘เรามีวิธีไหนที่พอจะใช้เดินทางไปได้เร็วกว่านี้มั้ยคะ ไม่ต้องปลอดภัยมากก็ได้ จะให้เดินทางกลับไปเกาะลูนก่อน แล้วค่อยกลับเข้าฝั่ง หลังจากนั้นค่อยเดินทางไปเมืองท่าบรูคันแล้วค่อยออกอีกรอบฉันคิดว่ามันกินเวลาและอ้อมมากเกินไปค่ะ’
นิทานลองถามเพื่อหาทางเลือกอื่น แม้จะพอมีเวลาแต่เขาก็ควรจะเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับเหตุฉุกเฉิน
โฟเรลนั่งคิดช่วยหาทางแก้ปัญหา ช่องทางที่เขาว่ามานั้นปลอดภัยที่สุดแล้ว เพียงต้องอ้อมไปอ้อมมาหลายเที่ยวเท่านั้น ในสายตาเขาที่เป็นนักผจญภัยนี่เป็นการเดินทางอันปกติและธรรมดาที่สุดแล้ว ไม่ว่านักผจญภัยคนใดก็ต้องเลือกเหมือนเขา
“ถ้างั้นก็ต้องจ้างโจรสลัดครับ แต่จะจ้างจากที่นี่คงไม่ได้ ทางเกาะลูนก็ไม่ค่อยมีโจรสลัด” โฟเรลเสนออีกวิถีทางหนึ่ง
“ถ้าเรามุ่งตรงจากที่นี่ไปชุมเกาะแปดกะโหลกที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้น่าจะใช้เวลาประมาณสองวัน แล้วค่อยจ้างโจรสลัดจ้างที่นั่นไปดงโขดหินกระต่ายแฝดก็น่าจะราว ๆ สี่วัน”
ทั้งหมดนั่นรวมเวลากลับเข้าฝั่งจะเหลือแค่ครึ่งเดือน ไวกว่ากันมาก แต่จ้างโจรสลัดเหรอ…
“ราคาจะแพงกว่า น่าจะหลักล้านไกอาเหมือนกันครับ แต่คงไม่ถึงหลายล้าน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องอันตรายอาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่าไปจากที่นี่ก็ได้ครับ” โฟเรลคิดอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะแนะนำเพิ่ม
“ถ้าให้เวลาผมตามหากับสืบข่าวดี ๆ น่าจะพอหากลุ่มโจรสลัดที่ไว้ใจได้ได้อยู่ครับ” แววตาของโฟเรลทอประกายวาบ คำว่าไว้ใจได้ของอีกฝั่งบางทีอาจจะหมายถึงพวกที่เขาควบคุมได้เสียมากกว่า
คำพูดของโฟเรลทำให้เรนเดลผุดยิ้มกว้าง แนวทางของโฟเรลเข้ากันกับนิสัยของนิทานเสียเหลือเกิน เขารีบเก็บสีหน้าของตนเพื่อไม่ให้หลุดบุคลิกของเรนเดล นิทานที่พยายามคิดว่าควรทำแบบใดเพื่อให้เรนเดลเห็นด้วยกับวิธีการของโฟเรลนิ่งชะงักไป
‘ใช้พวกโจรสลัดที่ทีรานต้องการตัวได้มั้ยคะ คนพวกนั้นองค์เดรฟัสท่านน่าจะไม่ชอบใจ’ ตาของเรนเดลส่องประกายวาบ หากพวกโจรสลัดเหล่านั้นสมควรตาย เช่นนั้นเรนเดลต้องตกลงแน่