เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 121 ปะทะเดือดเทียนจุน

    “ เอาล่ะไม่ต้องเอ่ยอะไรแล้ว ข้าไปจัดการ กับจักรพรรดิเซี่ยเสียนก่อน ค่อยมาว่ากันต่อ” เสี่ยวเทียนนำเรือเหาะออกมา แล้วพาหยุนซิน ไปที่วังหลวงกับตนด้วย

    พอมาถึงวังหลวงเสี่ยวเทียนก็ส่งเสียงออกไปได้ ยินไปทั่วทั้งเมืองว่า

    “ จักรพรรดิเซี่ยเสียน  ข้าเฉินเสี่ยวเทียน มาอยู่ต่อหน้าท่านแล้ว  แน่จริงก็ออกมาหาข้า  มาสู่กันตัวต่อตัว อย่าได้เสียเวลาอีกเลย ข้าไม่อยากฆ่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องอีกแล้ว”

    จักรพรรดิเซี่ยเสียน กำลังอยู่ในวังกับรัชทายาท และ ขุนนางทั้งหลาย พอได้ยินทุกคนต่างตกใจ  จักรพรรดิเซี่ยเสียน ถึงกับยืนขึ้นแล้วเอ่ยว่า

    “ สี่เจ้าสำนักคงพ่ายให้กับมันเสียแล้ว”

    “ เสด็จพ่อ   ลูก ขออาสาไปจัดการกับมันด้วยตัวเอง ทรงโปรดอนุญาตด้วย”

    รัชทายาทมีพลังแค่เซียนสวรรค์ระดับกลาง ขนาดเซียนสวรรค์ระดับสูง 4 คนยังพ่าย รัชทายาทจะเอาอะไรไปสู้

    หลังจากนั้นก็มีเหล่าองค์ชายอีกหลายคน ก็ขออาสาสู้ศึกในครั้งนี้ จนจักรพรรดิทนไม่ไหวยกมือบอกกับทุกๆ คนให้เงียบ

    “ พวกเจ้ายังไม่มีใคร สู้เจ้าสำนักทั้งสี่ได้เลยสักคน ขืนไปก็ตายเปล่า ข้าจัดการเอง” จักรพรรดิเซี่ยเสียน หายวับเข้าไปบนท้องฟ้า  ปรากฏต่อหน้าเสี่ยวเทียน

    “ เจ้าหรือ คือ เฉินเสี่ยวเทียน ยังเด็กอยู่แท้ ๆนึกไม่ถึงจะมีฝีมือร้ายกาจขนาดนี้

    แต่ถ้าให้ยุติธรรม อย่างแท้จริง ขอให้ผู้อาวุโสที่อยู่ในร่างของเจ้าออกมา แล้วเรามาสู้กันตัวต่อตัว”

    “ ไม่เลว สัมผัสการมีตัวตนของข้าได้ด้วย” ร่างของอาจารย์ลู่เอินปรากฏตัวออกมา 

    “ ต้องขออภัยด้วย ข้าเพียงอยากท้าสู้กับเขาตัวต่อตัว หากเฉินเสี่ยวเทียนแพ้ ต้องเป็นทาสรับใช้ ข้าเป็นเวลายี่สิบปี  ! แต่ถ้าหากข้าแพ้ ข้าจะทำตามข้อเสนอ ของเขาทุกอย่าง”

    “ ยุติธรรมบ้าอะไร แน่จริงลดระดับพลังเทียนจุน มาที่ เซียนสวรรค์เท่ากันกับข้าซิ”

    เสี่ยวเทียนกระแทกเสียงเข้าใส่

    “ เจ้ากลัว?”  จักรพรรดิเซี่ยเสียน หัวเราะเย้ยหยัน

    “ ต่อให้เจ้าเป็นเทียนจุนข้าก็ไม่กลัว มาเลยข้าอยากรู้นักว่า พลังของเทียนจุนของเจ้ากับพลังของข้าใครมันจะแน่กว่ากัน”  เสี่ยวเทียนเรียกพลังอสูร ของสามราชาออกมาเข้าร่าง แล้วเดินเข้าใส่ จักรพรรดิเซี่ยเสียนทันที

    “ มาเลย วันนี้ข้าจะทดสอบเด็กน้อยอย่างเจ้า หากไม่มีผู้อาวุโสเทียนจุนแล้ว เจ้าจะมีปัญญาทำอะไรข้าไหม” จักรพรรดิเซี่ยเสียนเอ่ยจบ ก็เดินเข้าหาเสี่ยวเทียนเช่นกัน แล้วตบเข้าที่หน้าอกของตน  ทันใดนั้นเอง ร่างของเสี่ยวเทียนเหมือนกับว่าพลังสามราชานั้นหายไปกว่าครึ่ง จึงเปิดตาที่สามมองออกไป พบว่า ถูกดูดเข้าไปในร่างของ จักรพรรดิเซี่ยเสียนไปครึ่งหนึ่ง

    “ หยกดูดพลังเซียน มีจริงๆ หรือนี่?”

    เอ่ยได้เท่านี้ กำปั้นอันทรงพลังก็อัดเข้าใส่หน้าเสี่ยวเทียน จนกระเด็นหงายหลังไปนอนกับพื้น พลังเทียนจุนที่เหนือกว่า แถมยังถูกดูดพลังอสูรออกไปได้อีก เสี่ยวเทียนถึงกับนอน นับดาวไปเลยทีเดียว

    เสี่ยวเทียนรีบส่งกระแสจิตไปถามอาจารย์ลู่เอินว่า จัดการกับมันอย่างไรดี

    “ ครั้งนี้เป็นบททดสอบของเจ้า หากไม่มีข้าสอน เจ้าจะหาวิธีเอาชัย คู่ต่อสู้กับ ที่มีพลังเหนือกว่านี้ยังไง” อาจารย์ลู่เอินไม่ยอมบอกวิธี

    “ โธ่ อาจารย์”   ที่ผ่านมาเสี่ยวเทียนโดนอาจารย์ลู่เอินสปอย มาตลอดเลยไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่ลำบากเลย เสี่ยวเทียนลองคิดหาวิธีด้วยตัวเอง แต่ไม่ทันคิดร่างก็ถูกพลังเทียนจุน บังคับให้ลอยขึ้นมา แล้วก็ถูกดูด เข้ามาในมือของจักรพรรดิเซี่ยเสียน เวลานี้ลำคอถูกจักรพรรดิเซี่ยเสียนบีบเอาไว้เรียบร้อย หากจักรพรรดเซี่ยเสีย ปล่อยพลังที่มือ บีบคอไป เสี่ยวเทียนได้ตายแน่ๆ

    “ ยอมแพ้หรือยัง?”

    “ ไม่มีวันซะหรอก”  เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็ปล่อยปล่อยพลังเทพเจ้าราออกไป

    แล้วใช้เท้าถีบ เข้าร่างของจักรพรรดิเซี่ยเสียน จนต้องปล่อยมือจนหลุด ร่างเซถอยหลังไปหลายก้าว

    “ นี่เจ้าอัญเชิญพลังเทพเจ้าโลกอื่น  มาใช้ได้ด้วยหรือนี่?”

    “ มาดูกันข้าไม่ใช้พลังเซียน ดูซิว่า เจ้ายังจะดูดพลังเทพเจ้าของข้าไปอีกได้ไหม”

    “ ได้ มาดูกัน”  จักรพรรดิตบมือไปที่หน้าอก อีกครั้ง  แต่ว่าหยกดูดพลังเซียนไม่สามารถดูดพลังของเทพเจ้าราเข้าไปได้  เสี่ยวเทียนเลยตะโกนออกไปว่า

    “ ฝ่ามือพลังเทพเจ้าเหมันต์พิโรธ” 

    เสี่ยวเทียนใช้พลังเทพเจ้าดึงพลังเหมันต์ออกไป กลายเป็นพลังไอเย็นสุดขั้วพุ่งเข้าใส่ร่าง จักรพรรดิเซี่ยเสียนทันที  แต่ว่าจักรพรรดิเซี่ยเสียนกลับมองมาด้วยสายตานิ่งเฉย ยกมือตอบโต้กลับ และพูดชื่อพลังออกมาเช่นกัน

    “ ฝ่ามือพลังคลื่นวายุสวรรค์ทลายฟ้า”

    พลังไอเย็นที่พุ่งมาเป็นกลุ่มก้อน ปะทะ เข้า กับ ลมพายุที่หมุนเข้าใส่อย่างรุนแรง

    เกิดเสี่ยงดังสนั่น  ตูม ๆ ๆ ๆ !! พลังของทั้งสองนั้นหายไป ทั้งสองคนต้องถอยหลังกันไปหลายก้าว

    เสี่ยวเทียนชักกระบี่อัสนีสายฟ้า ขึ้นมาแล้วชี้ไปบนฟ้า แล้วตวัดกระบี่เข้าใส่อีกครั้ง

    “ พลังกระบี่อัสนีเทพเจ้ามายาสังหาร” 

    ครั้งนี้เสี่ยวเทียนใช้พลังเทพเจ้ารา แทนใช้พลังเซียน เงากระบี่อัสนี พุ่งออกไปเป็นสายอัสนี กับกระบี่ นับร้อยจู่โจมพร้อมกัน   จักรพรรดิเซี่ยเสียน ไม่ตื่นตระหนกเรียกกระบี่ของตนออกมา แล้วตวัดไปมาสองรอบ ก็ปล่อยออกไปเช่นกัน

    “ พลังกระบี่เซียนวายุเทพสวรรค์ทำลายล้าง”

    คลื่นกระบี่มากันเป็นร้อยเป็นพันราวกับพายุ ปะทะกับ  เงากระบี่อัสนี  ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

    พลังทั้งสองก็ยังไม่มีใครเหนือกว่าใครอีก

    “ พลังกระบี่อัสนีมายาเงาพิฆาต” 

    ร่างของเสี่ยวเทียนกลายเป็นนับร้อยๆ เจ้าโจมตีต่ออีก แต่ว่าจักรพรรดิเซี่ยเสียนสลายร่างกลายเป็นลมหายไปในทันที

    “ นี่มันวิชาเดียวกันกับที่อาจารย์สอนเราเลย?”  เสี่ยวเทียนสงสัย

    เสี่ยวเทียนไม่กล้าใช้ เพลงกระบี่มายามหาวินาศ เพราะหากใช้ เมืองหลวงนี้ได้ถูกทำลายภายในกระบี่เดียวแน่  จึงเก็บกระบี่แล้วเตรียมใช้ พลังหมัดสยบฟ้าพิชิตจักรวาลดีกว่า  คิดได้ดังนั้น ก็สัมผัสถึงลมเย็นๆ พัดผ่านใบหน้า ขณะที่จะหลบ

    ก็ถูกลมที่กลายเป็นหมัดชกเข้าที่เบ้าตา หงายหลังไปนอนแผ่กับพื้น

    แล้วก็ถูกเท้าที่เป็นเพียงสายลมก้อนหนึ่ง เหยียบที่หน้าอก  ถึงกับ กระอักเลือดออกมาทันที

    “ เด็กน้อย เจ้าก็ยังคงเป็นเด็กน้อยอยู่ดี ยอมแพ้ซะเถิด เป็นทาสข้าแค่ยี่สิบปีเท่านั้น จากนั้นเจ้าก็จะเป็นอิสระ”  ร่างจริงจักรพรรดิเซี่ยเสียน ก็ปรากฏจึ้นโดยที่เท้ายังเหยียบอกเสี่ยวเทียนไม่ยอนปล่อย

    “ เจ้านี่ สมองคิดแต่จะหาคนมาเป็นทาส ฝันไปเถอะ” เสี่ยวเทียนจับที่เท้าของจักรพรรดิเซี่ยเสียน แล้วดูดพลังเทียนจุนของมันออกมาบ้าง 

    ร่างของจักรพรรดิถึงกับสั่นไปทั้งตัว พยายามใช้หยกดูดพลังกลับไป คราวนี้ เสี่ยวเทียนใช้มหายุทธดูดจักรวาล ดูดเข้าไปร้อยส่วน แต่หยกดูดพลังเซียนกลับเข้าไปแค่ ห้าสิบส่วน คราวนี้ พลังเทียนจุนเหลือเพียงครึ่งเดียว จึงถูกเสี่ยวเทียนที่จับขาเอาไว้ยกขึ้นอย่างง่ายดาย แล้วเริ่มฟาดไปกับพื้นทันที ป๊าป ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!

    เสี่ยวเทียนฟาดอย่างไม่ปราณี ร่างของจักรพรรดิที่ถูกดูดพลังไปจนเหลือแค่ครึ่งเดียวมิอาจต้านแรง ที่เหนือกว่าของเสี่ยวเทียนได้ ที่เวลานี้ รวมพลังสามราชาเทียนจุนแล้ว พลังเทพเจ้ารา  กระโดดคร่อมร่างที่นอนนิ่ง แล้วรัวหมัดใส่เป็นชุดไม่ยั้ง ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!

    จนหน้าตาของจักรพรรดิเซี่ยเสียนบวมช้ำไปหมด จากนั้นใช้เท้ากระทืบไปอีกหลายที จนร่างของจักรพรรดิจมธรนีไปกว่าครึ่งเมตร แล้วกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า

    แล้วปล่อยเขาคู่ลงมาที่หน้าอกของ จักรพรรดิเซี่ยเสียนอีกที   ปั้ก !!  กระดูกซี่โครงหักทุกซี่ เสี่ยวเทียนกระโดดขึ้นมาจากปากหลุม เหลียวมองหน้าจักรพรรดเซี่ยเสียนอีกครั้ง พบว่า หน้าตาที่บวมปูด กระดูกที่แตกหักกลับสมานได้อย่างรวดเร็ว เสี่ยวเทียนลอยตัวไปบนฟ้า แล้วตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดังว่า

    “ ฝ่าเท้ามังกรสยบโลกา”

    ฝ่าเท้ามังกรที่ใหญ่โตปรากฏขึ้นมา แล้วเหยียบใส่ร่างของ จักรพรรดิเซี่ยเสียนไปอีกที ตูม !  คราวนี้ ร่างของจักรพรรดิเซี่ยเสียนแบบติดดิน  พ่ายแพ้อย่างราบคาบ

    ไม่นานจักรพรรดิเซี่ยเสียนก็ตระกายขึ้นมาจากหลุมอย่างหมดแรง ด้วยสภาพที่ร่างกายเป็นปกติ แค่หมดแรงนอนแผ่ไปเท่านั้น

    “ ยอมแพ้หรือยัง?”

    “ บอกความต้องการของเจ้ามา?”

    ในที่สุดจักรพรรรดิเซี่ยเสียนก็ยอมแพ้ ไม่กล้าสู้ต่ออีก ได้แต่หันไปมองอาจารย์ลู่เอินแวบหนึ่งด้วยความสงสัย

    “ เลิกทาส ให้หมด เอาเมืองฉีเป็นตัวอย่าง หากไม่ทำตามข้ากลับมาอีก ข้าจะถล่มวังหลวง แล้วจะทำลายพลังยุทธ์ของเจ้าซะ แล้วจะส่งเจ้ากับลูกหลานทุกคนไปเป็นทาสดูบ้าง ต่อไปจะได้รู้ว่า คนเหล่านั้นเขารู้สึกเช่นไร”

    เสี่ยวเทียนไม่รอคำตอบก็ลอยตัวขึ้นไปบนเรือ  โดยที่เห็น หยุนซินกำลังใจเต้นรัวๆ 

    เอามือปิดปาก ไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะเอาชนะ จักรพรรดิเซี่ยเสียนได้

    อาจารย์ลู่เอินเดินเข้ามาหา จักรพรรดิเซียเสียนที่ยังคงคุกเข่าเจ็บใจอยู่ที่พื้นแล้วพูดว่า

    “ ข้าเคยสอนเจ้าอ้วนเซี่ยอู่เทียน ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาล้วนเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเหนือใคร แต่ทำไมพันปีผ่านไป พวกเจ้ากลับลืมรากเง้า ของตน  ลืมแล้วไปว่าอดีตของพวกเจ้าก็เป็นแค่เพียงคนธรรมดา คนหนึ่งเท่านั้น”  อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบก็หายวับไป  จักรพรรดิเซี่ยเสียนฟังจบก็ตกตะลึง พรึงเพลิด นึกขึ้นได้พลังมหายุทธดูดจักรวาลนั้นเป็นวิชาของท่านอาจารย์บรรพบุรุษเซี่ยอู่เทียน  พอหายสงสัย ก็รีบคุกเข่าโขกศรีษะไปกับพื้นสามครั้ง แล้วเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า

    “ ขอบพระคุณท่านปรมาจารย์ที่สอนสั่ง”

    เสี่ยวเทียน เห็นอาจารย์ลู่เอินขึ้นมาก็เรียกให้ หยุนซินมาคารวะ อาจารย์ลู่เอิน

    “  หยุนซิน คำนับท่านผู้อาวุโส”

    อาจารย์ลู่เอินมองหน้าของหยุนซิน ก็พบร่างวิญญาณสัตว์เทพในตำนาน ที่อยู่ในร่างของหยุนซิน ซึ่งกำลังหลับไหลอยู่ ก็พยักหน้า

    “  เจ้ามีปีกแล้วหรือยัง”  อาจารย์ลู่เอินเอ่ยถามทันที เสี่ยวเทียนสงสัยไม่รู้ว่าอาจารย์ทำไมถามเช่นนี้

    “ ยังเจ้าค่ะ อีก 15 วันข้าอายุครบแล้ว ปีกคงงอกออกมาเจ้าค่ะ”

    “ หืม เจ้าก็มีปีกกับเขาด้วยรึ ? นี่เจ้าเป็นนกหรือไง?”

    “ ไม่ใช่ พวกเราคือมนุษย์ทั่ไป เป็นชาวปีกสวรรค์ ไม่ใช่นก”

    “  มนุษย์ที่ไหนเขามีปีกกันบ้าง”  เสี่ยวเทียนยังไม่เข้าใจ

    “  มิติที่พวกหยุนซินอยู่นั้น  เป็นมิติของแดนสวรรค์   ถือว่าเป็นชาวสวรรค์เผ่าหนึ่ง

    ดินแดนที่เผ่าปีกสวรรค์อยู่ นั้นมีแต่ยอดเขาสูงชัน ปฐมบรรพบุรุษของชาวปีกสวรรค์นั้นคือ นางพญาหงส์ไฟ  มีลูกหลานสืบทอดกันมาหลายรุ่น มีคนหนึ่งหนึ่งได้เป็นขุนพลสวรรค์ชื่อ ว่าเหลยเจี้ยนจื่อ  ข้าจำได้ว่า พวกเจ้ามีการแบ่งชนชั้นกันด้วยใช่หรือไม่?”

    “ ผู้อาวุโสกล่าวถูกต้อง พวกเรานับถือ นางพญาหงส์ไฟเป็นเทพประจำเผ่า และก็มีท่านเหลยเจี้ยนจื่อ เทพวิหคสายฟ้า  เป็นเทพผู้พิทักษ์ของเผ่าเรา  ในรอบร้อยปีที่ผ่านมา ชาวปีกสวรรค์ที่เป็นพวกปีกขาว เริ่มมีอำนาจเป็นชนชั้นปกครอง ก็เริ่มแบ่งชนชั้น  จัดพวกปีกหลากสี เป็นพวกชั้นต่ำ  ท้ายที่สุดก็เกิดสงคราม ระหว่างพวกปีกขาวกับพวกปีกหลากสี สุดท้ายพวกเราปีกหลากสีแพ้ จึงต้องกลายมาเป็นทาสพวกมันทั้งหมด ส่วนลูกที่เกิดมา ขอแค่ลืมตาดูโลก ก็ต้องถูกตราประทับทาสเหมือนกันทุกคน 

    แล้วสุดท้ายข้าถูกองค์ชายรัชทายาท ฉางอี้ บังคับเป็นนางบำเรอ  แต่ว่าอาชิงเพื่อนของข้าช่วยข้าหนีลงไปดินแดนมนุษย์ได้ แต่ว่านางกลับถูกตราประทับทาสระเบิดศรีษะ ต้องตายอย่างน่าอนาถ”  น้ำตาของหยุนซินเริ่มไหลออกมา

    “ เฮ้อ ชั่วช้าจริงๆ แล้วนี่พวกเราจะเข้าไปดินแดนปีกสวรรค์ของเจ้าอย่างไร?”

    “ ข้าไม่รู้  ข้าลงมาได้ แต่ขึ้นไปไม่ได้”  หยุนซินเอ่ยตามตรง เสี่ยวเทียนถึงกับเกาหัวไม่รู้จะทำอย่างไร 

    “ ทำอย่างไรดีอาจารย์?”     อาจารย์ลู่เอิน ชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้าแล้วกรีดเป็นวงกลม แล้วเรือเหาะก็พุ่งเข้าไปวงกลมนั้น  แล้วก็ทะลุเข้ามาอีกมิติหนึ่งทันที

    ท้องฟ้าที่มิติแห่งนี้ดูเข็มขึ้น มองไปรอบๆ มีแต่ภูเขาลอยฟ้า สูงชันเต็มไปหมด

    บรรยากาศแตกต่างกับ โลกพิภพเก้าชั้นมาก เสี่ยวเทียนถึงกับพูดออกมาว่า

    “ โอ้ พลังเซียนหนาแน่นจริงๆ หากข้าอยู่ที่นี่ ไม่เกินสามเดือน ข้าได้กลายเป็นเซียนสวรรค์ ระดับสูงได้อย่างแน่นอน”.....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน