“ เอาล่ะไม่ต้องเอ่ยอะไรแล้ว ข้าไปจัดการ กับจักรพรรดิเซี่ยเสียนก่อน ค่อยมาว่ากันต่อ” เสี่ยวเทียนนำเรือเหาะออกมา แล้วพาหยุนซิน ไปที่วังหลวงกับตนด้วย
พอมาถึงวังหลวงเสี่ยวเทียนก็ส่งเสียงออกไปได้ ยินไปทั่วทั้งเมืองว่า
“ จักรพรรดิเซี่ยเสียน ข้าเฉินเสี่ยวเทียน มาอยู่ต่อหน้าท่านแล้ว แน่จริงก็ออกมาหาข้า มาสู่กันตัวต่อตัว อย่าได้เสียเวลาอีกเลย ข้าไม่อยากฆ่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องอีกแล้ว”
จักรพรรดิเซี่ยเสียน กำลังอยู่ในวังกับรัชทายาท และ ขุนนางทั้งหลาย พอได้ยินทุกคนต่างตกใจ จักรพรรดิเซี่ยเสียน ถึงกับยืนขึ้นแล้วเอ่ยว่า
“ สี่เจ้าสำนักคงพ่ายให้กับมันเสียแล้ว”
“ เสด็จพ่อ ลูก ขออาสาไปจัดการกับมันด้วยตัวเอง ทรงโปรดอนุญาตด้วย”
รัชทายาทมีพลังแค่เซียนสวรรค์ระดับกลาง ขนาดเซียนสวรรค์ระดับสูง 4 คนยังพ่าย รัชทายาทจะเอาอะไรไปสู้
หลังจากนั้นก็มีเหล่าองค์ชายอีกหลายคน ก็ขออาสาสู้ศึกในครั้งนี้ จนจักรพรรดิทนไม่ไหวยกมือบอกกับทุกๆ คนให้เงียบ
“ พวกเจ้ายังไม่มีใคร สู้เจ้าสำนักทั้งสี่ได้เลยสักคน ขืนไปก็ตายเปล่า ข้าจัดการเอง” จักรพรรดิเซี่ยเสียน หายวับเข้าไปบนท้องฟ้า ปรากฏต่อหน้าเสี่ยวเทียน
“ เจ้าหรือ คือ เฉินเสี่ยวเทียน ยังเด็กอยู่แท้ ๆนึกไม่ถึงจะมีฝีมือร้ายกาจขนาดนี้
แต่ถ้าให้ยุติธรรม อย่างแท้จริง ขอให้ผู้อาวุโสที่อยู่ในร่างของเจ้าออกมา แล้วเรามาสู้กันตัวต่อตัว”
“ ไม่เลว สัมผัสการมีตัวตนของข้าได้ด้วย” ร่างของอาจารย์ลู่เอินปรากฏตัวออกมา
“ ต้องขออภัยด้วย ข้าเพียงอยากท้าสู้กับเขาตัวต่อตัว หากเฉินเสี่ยวเทียนแพ้ ต้องเป็นทาสรับใช้ ข้าเป็นเวลายี่สิบปี ! แต่ถ้าหากข้าแพ้ ข้าจะทำตามข้อเสนอ ของเขาทุกอย่าง”
“ ยุติธรรมบ้าอะไร แน่จริงลดระดับพลังเทียนจุน มาที่ เซียนสวรรค์เท่ากันกับข้าซิ”
เสี่ยวเทียนกระแทกเสียงเข้าใส่
“ เจ้ากลัว?” จักรพรรดิเซี่ยเสียน หัวเราะเย้ยหยัน
“ ต่อให้เจ้าเป็นเทียนจุนข้าก็ไม่กลัว มาเลยข้าอยากรู้นักว่า พลังของเทียนจุนของเจ้ากับพลังของข้าใครมันจะแน่กว่ากัน” เสี่ยวเทียนเรียกพลังอสูร ของสามราชาออกมาเข้าร่าง แล้วเดินเข้าใส่ จักรพรรดิเซี่ยเสียนทันที
“ มาเลย วันนี้ข้าจะทดสอบเด็กน้อยอย่างเจ้า หากไม่มีผู้อาวุโสเทียนจุนแล้ว เจ้าจะมีปัญญาทำอะไรข้าไหม” จักรพรรดิเซี่ยเสียนเอ่ยจบ ก็เดินเข้าหาเสี่ยวเทียนเช่นกัน แล้วตบเข้าที่หน้าอกของตน ทันใดนั้นเอง ร่างของเสี่ยวเทียนเหมือนกับว่าพลังสามราชานั้นหายไปกว่าครึ่ง จึงเปิดตาที่สามมองออกไป พบว่า ถูกดูดเข้าไปในร่างของ จักรพรรดิเซี่ยเสียนไปครึ่งหนึ่ง
“ หยกดูดพลังเซียน มีจริงๆ หรือนี่?”
เอ่ยได้เท่านี้ กำปั้นอันทรงพลังก็อัดเข้าใส่หน้าเสี่ยวเทียน จนกระเด็นหงายหลังไปนอนกับพื้น พลังเทียนจุนที่เหนือกว่า แถมยังถูกดูดพลังอสูรออกไปได้อีก เสี่ยวเทียนถึงกับนอน นับดาวไปเลยทีเดียว
เสี่ยวเทียนรีบส่งกระแสจิตไปถามอาจารย์ลู่เอินว่า จัดการกับมันอย่างไรดี
“ ครั้งนี้เป็นบททดสอบของเจ้า หากไม่มีข้าสอน เจ้าจะหาวิธีเอาชัย คู่ต่อสู้กับ ที่มีพลังเหนือกว่านี้ยังไง” อาจารย์ลู่เอินไม่ยอมบอกวิธี
“ โธ่ อาจารย์” ที่ผ่านมาเสี่ยวเทียนโดนอาจารย์ลู่เอินสปอย มาตลอดเลยไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่ลำบากเลย เสี่ยวเทียนลองคิดหาวิธีด้วยตัวเอง แต่ไม่ทันคิดร่างก็ถูกพลังเทียนจุน บังคับให้ลอยขึ้นมา แล้วก็ถูกดูด เข้ามาในมือของจักรพรรดิเซี่ยเสียน เวลานี้ลำคอถูกจักรพรรดิเซี่ยเสียนบีบเอาไว้เรียบร้อย หากจักรพรรดเซี่ยเสีย ปล่อยพลังที่มือ บีบคอไป เสี่ยวเทียนได้ตายแน่ๆ
“ ยอมแพ้หรือยัง?”
“ ไม่มีวันซะหรอก” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็ปล่อยปล่อยพลังเทพเจ้าราออกไป
แล้วใช้เท้าถีบ เข้าร่างของจักรพรรดิเซี่ยเสียน จนต้องปล่อยมือจนหลุด ร่างเซถอยหลังไปหลายก้าว
“ นี่เจ้าอัญเชิญพลังเทพเจ้าโลกอื่น มาใช้ได้ด้วยหรือนี่?”
“ มาดูกันข้าไม่ใช้พลังเซียน ดูซิว่า เจ้ายังจะดูดพลังเทพเจ้าของข้าไปอีกได้ไหม”
“ ได้ มาดูกัน” จักรพรรดิตบมือไปที่หน้าอก อีกครั้ง แต่ว่าหยกดูดพลังเซียนไม่สามารถดูดพลังของเทพเจ้าราเข้าไปได้ เสี่ยวเทียนเลยตะโกนออกไปว่า
“ ฝ่ามือพลังเทพเจ้าเหมันต์พิโรธ”
เสี่ยวเทียนใช้พลังเทพเจ้าดึงพลังเหมันต์ออกไป กลายเป็นพลังไอเย็นสุดขั้วพุ่งเข้าใส่ร่าง จักรพรรดิเซี่ยเสียนทันที แต่ว่าจักรพรรดิเซี่ยเสียนกลับมองมาด้วยสายตานิ่งเฉย ยกมือตอบโต้กลับ และพูดชื่อพลังออกมาเช่นกัน
“ ฝ่ามือพลังคลื่นวายุสวรรค์ทลายฟ้า”
พลังไอเย็นที่พุ่งมาเป็นกลุ่มก้อน ปะทะ เข้า กับ ลมพายุที่หมุนเข้าใส่อย่างรุนแรง
เกิดเสี่ยงดังสนั่น ตูม ๆ ๆ ๆ !! พลังของทั้งสองนั้นหายไป ทั้งสองคนต้องถอยหลังกันไปหลายก้าว
เสี่ยวเทียนชักกระบี่อัสนีสายฟ้า ขึ้นมาแล้วชี้ไปบนฟ้า แล้วตวัดกระบี่เข้าใส่อีกครั้ง
“ พลังกระบี่อัสนีเทพเจ้ามายาสังหาร”
ครั้งนี้เสี่ยวเทียนใช้พลังเทพเจ้ารา แทนใช้พลังเซียน เงากระบี่อัสนี พุ่งออกไปเป็นสายอัสนี กับกระบี่ นับร้อยจู่โจมพร้อมกัน จักรพรรดิเซี่ยเสียน ไม่ตื่นตระหนกเรียกกระบี่ของตนออกมา แล้วตวัดไปมาสองรอบ ก็ปล่อยออกไปเช่นกัน
“ พลังกระบี่เซียนวายุเทพสวรรค์ทำลายล้าง”
คลื่นกระบี่มากันเป็นร้อยเป็นพันราวกับพายุ ปะทะกับ เงากระบี่อัสนี ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
พลังทั้งสองก็ยังไม่มีใครเหนือกว่าใครอีก
“ พลังกระบี่อัสนีมายาเงาพิฆาต”
ร่างของเสี่ยวเทียนกลายเป็นนับร้อยๆ เจ้าโจมตีต่ออีก แต่ว่าจักรพรรดิเซี่ยเสียนสลายร่างกลายเป็นลมหายไปในทันที
“ นี่มันวิชาเดียวกันกับที่อาจารย์สอนเราเลย?” เสี่ยวเทียนสงสัย
เสี่ยวเทียนไม่กล้าใช้ เพลงกระบี่มายามหาวินาศ เพราะหากใช้ เมืองหลวงนี้ได้ถูกทำลายภายในกระบี่เดียวแน่ จึงเก็บกระบี่แล้วเตรียมใช้ พลังหมัดสยบฟ้าพิชิตจักรวาลดีกว่า คิดได้ดังนั้น ก็สัมผัสถึงลมเย็นๆ พัดผ่านใบหน้า ขณะที่จะหลบ
ก็ถูกลมที่กลายเป็นหมัดชกเข้าที่เบ้าตา หงายหลังไปนอนแผ่กับพื้น
แล้วก็ถูกเท้าที่เป็นเพียงสายลมก้อนหนึ่ง เหยียบที่หน้าอก ถึงกับ กระอักเลือดออกมาทันที
“ เด็กน้อย เจ้าก็ยังคงเป็นเด็กน้อยอยู่ดี ยอมแพ้ซะเถิด เป็นทาสข้าแค่ยี่สิบปีเท่านั้น จากนั้นเจ้าก็จะเป็นอิสระ” ร่างจริงจักรพรรดิเซี่ยเสียน ก็ปรากฏจึ้นโดยที่เท้ายังเหยียบอกเสี่ยวเทียนไม่ยอนปล่อย
“ เจ้านี่ สมองคิดแต่จะหาคนมาเป็นทาส ฝันไปเถอะ” เสี่ยวเทียนจับที่เท้าของจักรพรรดิเซี่ยเสียน แล้วดูดพลังเทียนจุนของมันออกมาบ้าง
ร่างของจักรพรรดิถึงกับสั่นไปทั้งตัว พยายามใช้หยกดูดพลังกลับไป คราวนี้ เสี่ยวเทียนใช้มหายุทธดูดจักรวาล ดูดเข้าไปร้อยส่วน แต่หยกดูดพลังเซียนกลับเข้าไปแค่ ห้าสิบส่วน คราวนี้ พลังเทียนจุนเหลือเพียงครึ่งเดียว จึงถูกเสี่ยวเทียนที่จับขาเอาไว้ยกขึ้นอย่างง่ายดาย แล้วเริ่มฟาดไปกับพื้นทันที ป๊าป ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!
เสี่ยวเทียนฟาดอย่างไม่ปราณี ร่างของจักรพรรดิที่ถูกดูดพลังไปจนเหลือแค่ครึ่งเดียวมิอาจต้านแรง ที่เหนือกว่าของเสี่ยวเทียนได้ ที่เวลานี้ รวมพลังสามราชาเทียนจุนแล้ว พลังเทพเจ้ารา กระโดดคร่อมร่างที่นอนนิ่ง แล้วรัวหมัดใส่เป็นชุดไม่ยั้ง ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!
จนหน้าตาของจักรพรรดิเซี่ยเสียนบวมช้ำไปหมด จากนั้นใช้เท้ากระทืบไปอีกหลายที จนร่างของจักรพรรดิจมธรนีไปกว่าครึ่งเมตร แล้วกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า
แล้วปล่อยเขาคู่ลงมาที่หน้าอกของ จักรพรรดิเซี่ยเสียนอีกที ปั้ก !! กระดูกซี่โครงหักทุกซี่ เสี่ยวเทียนกระโดดขึ้นมาจากปากหลุม เหลียวมองหน้าจักรพรรดเซี่ยเสียนอีกครั้ง พบว่า หน้าตาที่บวมปูด กระดูกที่แตกหักกลับสมานได้อย่างรวดเร็ว เสี่ยวเทียนลอยตัวไปบนฟ้า แล้วตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดังว่า
“ ฝ่าเท้ามังกรสยบโลกา”
ฝ่าเท้ามังกรที่ใหญ่โตปรากฏขึ้นมา แล้วเหยียบใส่ร่างของ จักรพรรดิเซี่ยเสียนไปอีกที ตูม ! คราวนี้ ร่างของจักรพรรดิเซี่ยเสียนแบบติดดิน พ่ายแพ้อย่างราบคาบ
ไม่นานจักรพรรดิเซี่ยเสียนก็ตระกายขึ้นมาจากหลุมอย่างหมดแรง ด้วยสภาพที่ร่างกายเป็นปกติ แค่หมดแรงนอนแผ่ไปเท่านั้น
“ ยอมแพ้หรือยัง?”
“ บอกความต้องการของเจ้ามา?”
ในที่สุดจักรพรรรดิเซี่ยเสียนก็ยอมแพ้ ไม่กล้าสู้ต่ออีก ได้แต่หันไปมองอาจารย์ลู่เอินแวบหนึ่งด้วยความสงสัย
“ เลิกทาส ให้หมด เอาเมืองฉีเป็นตัวอย่าง หากไม่ทำตามข้ากลับมาอีก ข้าจะถล่มวังหลวง แล้วจะทำลายพลังยุทธ์ของเจ้าซะ แล้วจะส่งเจ้ากับลูกหลานทุกคนไปเป็นทาสดูบ้าง ต่อไปจะได้รู้ว่า คนเหล่านั้นเขารู้สึกเช่นไร”
เสี่ยวเทียนไม่รอคำตอบก็ลอยตัวขึ้นไปบนเรือ โดยที่เห็น หยุนซินกำลังใจเต้นรัวๆ
เอามือปิดปาก ไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะเอาชนะ จักรพรรดิเซี่ยเสียนได้
อาจารย์ลู่เอินเดินเข้ามาหา จักรพรรดิเซียเสียนที่ยังคงคุกเข่าเจ็บใจอยู่ที่พื้นแล้วพูดว่า
“ ข้าเคยสอนเจ้าอ้วนเซี่ยอู่เทียน ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาล้วนเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเหนือใคร แต่ทำไมพันปีผ่านไป พวกเจ้ากลับลืมรากเง้า ของตน ลืมแล้วไปว่าอดีตของพวกเจ้าก็เป็นแค่เพียงคนธรรมดา คนหนึ่งเท่านั้น” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบก็หายวับไป จักรพรรดิเซี่ยเสียนฟังจบก็ตกตะลึง พรึงเพลิด นึกขึ้นได้พลังมหายุทธดูดจักรวาลนั้นเป็นวิชาของท่านอาจารย์บรรพบุรุษเซี่ยอู่เทียน พอหายสงสัย ก็รีบคุกเข่าโขกศรีษะไปกับพื้นสามครั้ง แล้วเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า
“ ขอบพระคุณท่านปรมาจารย์ที่สอนสั่ง”
เสี่ยวเทียน เห็นอาจารย์ลู่เอินขึ้นมาก็เรียกให้ หยุนซินมาคารวะ อาจารย์ลู่เอิน
“ หยุนซิน คำนับท่านผู้อาวุโส”
อาจารย์ลู่เอินมองหน้าของหยุนซิน ก็พบร่างวิญญาณสัตว์เทพในตำนาน ที่อยู่ในร่างของหยุนซิน ซึ่งกำลังหลับไหลอยู่ ก็พยักหน้า
“ เจ้ามีปีกแล้วหรือยัง” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยถามทันที เสี่ยวเทียนสงสัยไม่รู้ว่าอาจารย์ทำไมถามเช่นนี้
“ ยังเจ้าค่ะ อีก 15 วันข้าอายุครบแล้ว ปีกคงงอกออกมาเจ้าค่ะ”
“ หืม เจ้าก็มีปีกกับเขาด้วยรึ ? นี่เจ้าเป็นนกหรือไง?”
“ ไม่ใช่ พวกเราคือมนุษย์ทั่ไป เป็นชาวปีกสวรรค์ ไม่ใช่นก”
“ มนุษย์ที่ไหนเขามีปีกกันบ้าง” เสี่ยวเทียนยังไม่เข้าใจ
“ มิติที่พวกหยุนซินอยู่นั้น เป็นมิติของแดนสวรรค์ ถือว่าเป็นชาวสวรรค์เผ่าหนึ่ง
ดินแดนที่เผ่าปีกสวรรค์อยู่ นั้นมีแต่ยอดเขาสูงชัน ปฐมบรรพบุรุษของชาวปีกสวรรค์นั้นคือ นางพญาหงส์ไฟ มีลูกหลานสืบทอดกันมาหลายรุ่น มีคนหนึ่งหนึ่งได้เป็นขุนพลสวรรค์ชื่อ ว่าเหลยเจี้ยนจื่อ ข้าจำได้ว่า พวกเจ้ามีการแบ่งชนชั้นกันด้วยใช่หรือไม่?”
“ ผู้อาวุโสกล่าวถูกต้อง พวกเรานับถือ นางพญาหงส์ไฟเป็นเทพประจำเผ่า และก็มีท่านเหลยเจี้ยนจื่อ เทพวิหคสายฟ้า เป็นเทพผู้พิทักษ์ของเผ่าเรา ในรอบร้อยปีที่ผ่านมา ชาวปีกสวรรค์ที่เป็นพวกปีกขาว เริ่มมีอำนาจเป็นชนชั้นปกครอง ก็เริ่มแบ่งชนชั้น จัดพวกปีกหลากสี เป็นพวกชั้นต่ำ ท้ายที่สุดก็เกิดสงคราม ระหว่างพวกปีกขาวกับพวกปีกหลากสี สุดท้ายพวกเราปีกหลากสีแพ้ จึงต้องกลายมาเป็นทาสพวกมันทั้งหมด ส่วนลูกที่เกิดมา ขอแค่ลืมตาดูโลก ก็ต้องถูกตราประทับทาสเหมือนกันทุกคน
แล้วสุดท้ายข้าถูกองค์ชายรัชทายาท ฉางอี้ บังคับเป็นนางบำเรอ แต่ว่าอาชิงเพื่อนของข้าช่วยข้าหนีลงไปดินแดนมนุษย์ได้ แต่ว่านางกลับถูกตราประทับทาสระเบิดศรีษะ ต้องตายอย่างน่าอนาถ” น้ำตาของหยุนซินเริ่มไหลออกมา
“ เฮ้อ ชั่วช้าจริงๆ แล้วนี่พวกเราจะเข้าไปดินแดนปีกสวรรค์ของเจ้าอย่างไร?”
“ ข้าไม่รู้ ข้าลงมาได้ แต่ขึ้นไปไม่ได้” หยุนซินเอ่ยตามตรง เสี่ยวเทียนถึงกับเกาหัวไม่รู้จะทำอย่างไร
“ ทำอย่างไรดีอาจารย์?” อาจารย์ลู่เอิน ชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้าแล้วกรีดเป็นวงกลม แล้วเรือเหาะก็พุ่งเข้าไปวงกลมนั้น แล้วก็ทะลุเข้ามาอีกมิติหนึ่งทันที
ท้องฟ้าที่มิติแห่งนี้ดูเข็มขึ้น มองไปรอบๆ มีแต่ภูเขาลอยฟ้า สูงชันเต็มไปหมด
บรรยากาศแตกต่างกับ โลกพิภพเก้าชั้นมาก เสี่ยวเทียนถึงกับพูดออกมาว่า
“ โอ้ พลังเซียนหนาแน่นจริงๆ หากข้าอยู่ที่นี่ ไม่เกินสามเดือน ข้าได้กลายเป็นเซียนสวรรค์ ระดับสูงได้อย่างแน่นอน”.....