ไม่เทพแล้วไงครับ...จอมมาร!!!

    ตอนที่ 74 มันก็ต้องเป็นข้าอยู่แล้ว

    ตั้งแต่ที่ผมกลับมาก็ผ่านไปหกเดือนแล้ว ในที่สุดผมก็ได้เครื่องมือช่างที่ทำจากมิธริลมาแล้ว ไม่ว่าจะค้อน ทั่ง แม่พิมพ์กด เข็ม สิ่ว และ อื่นๆ ผมต้องใช้เวลาสามวันสามคืนในการทำเตาหลอมใหม่ที่ให้ความร้อนสูงมากๆ เพราะหลังจากที่ผมได้ศึกษาเจ้าก้อนมิธริล ไม่ว่าจะเป็นการกัด แทะ แกะ เกา จนได้ข้อสรุปมาว่า ต้องใช้อุณหภูมิที่สูงมากๆ รวมทั้งพลังเวทที่ใส่เข้าไปในเปลวไฟ ฟังแล้วอาจจะงง แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ นั่นคือ ต้องใช้เวทไฟที่มีความเข้มสูงในการหล่อ และหลอมมิธริล

    ยังดีที่ผมเรียกฮัจจิกับผองเพื่อนมาช่วยทั้งพ่นไฟ และหาอาหาร ตัวผมเองก็ต้องจัดการกับเตาหลอมใหม่เพื่อให้พลังงานความร้อนทำงานได้อย่างเต็มที่ เป็นงานที่ดูไม่ยากมาก แต่ต้องใช้ความอดทนสูง กว่าจะได้แต่ละชิ้น และจับจุดสำคัญได้ถูก ตัวผมก็แทบจะสุกไปครึ่งตัว

    สุดท้ายผมก็เรียกกระดูกเล็บมังกรของสเกเลตันดราก้อน…พ่อของฮัจจิเอามาทำหินลับมีด ค่อยๆ ฝน ค่อยๆ ลับคม กว่าจะเสร็จจนขั้นต้อนสุดท้ายก็ปาไปเดือนหนึ่งเต็มๆ

    ต่อจากนั้นก็เป็นส่วนสำคัญนั่นคือ รูปปั้น! ใช่แล้ว โมเดลของรูปปั้นคือ “ซาตาน” ในโลกที่จากมา ซาตานคือปีศาจแพะภูเขา ที่เป็นตัวแทนแห่งโทษะ และอื่นๆ อีกมากตามตำนาน ถ้าจะเอารูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามและหวาดกลัว ก็ต้องเป็นรูปแบบ บาโฟเมต ถ้าจะอ้างอิงจากเกมส์ อาจจะต้องมีปีกค้างคาวและถือเคียวขนาดใหญ่ จะว่าไป เอาแบบนั่งบัลลังก์ก็ดี ยืนอยู่บนกองกระโหลกก็ดี เพราะยังไง “ศิลานักปราชญ์” ก็ใส่ไว้ที่แท่นของรูปปั้นอยู่แล้ว รูปปั้นจะเป็นแบบไหนก็ไม่ใช่ปัญหา

    ผมร่างแบบออกมาสิบกว่าแบบตามที่คิดออก พร้อมกับเชยชมผมงานตัวเอง “อัจฉริยะจริงๆ” เพราะไม่ว่าจะมุมไหนก็ดูน่ากลัวน่าเกรงขามแบบสุดๆ และอย่างสุดท้ายก็คือ…ต้องได้รับอณุญาตจากเจ้าของสถานที่ก่อน ใช่แล้ว! เอาไปให้จอมมารเลือกเป็นคนสุดท้ายยังไงล่ะ!

    รุ่งเช้าของอีกวัน หลังจากที่ทำอาหารเช้าให้กับตัวเองเสร็จเรียบร้อย ตามด้วยของว่างแบบเบาๆ ผมก็เดินทางออกจากบ้านด้วยอารมณ์ที่ผ่านคลายแบบสุดๆ แดดไม่แรงเกินไป กลุ่มปีศาจเด็กๆ ก็ลากรถเข็นออกไปที่ประตูเมืองเพื่อเก็บสมุนไพรหารายได้อย่างสนุกสนาน เจ้าของโรงแรมที่ตื่นมาเพื่อพรมน้ำบนถนนหน้าโรงแรมก็โบกมือให้อย่างเป็นกันเอง สภาพถนนแม้จะไม่ได้สะอาดเรียบร้อย แต่ก็ไม่มีกองเลือดให้หม่นหมองใจ เช้าวันนี้ช่างสดใสเหมือนจะมีแต่เรื่องดีๆ จนกระทั่ง

    ฟี้วววว…..เผละ!!

    ดินแดนปีศาจมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ใครจะไปคิดว่าจะมีอีกาตัวหนึ่งบินมา_ี้ใส่ นี่มันบ้าอะไรกันนี่!!!!

    “อุ๊ยตาย คุณเจ้าของกิลด์นี่นา ทำไมถึงโชคไม่ดีตั้งแต่เช้า มานี่มะ เดี๋ยวจะล้างให้”

    “เออ…ขอบคุณนะครับคุณนายเจ้าของโรงแรง”

    “แหมๆ”

    ใช่แล้ว และน้ำที่ล้างก็คือน้ำที่ใช้พรมถนนนั่นเอง

    หลังจากที่ล้าง_ี้จนสะอาดในสภาพเปียกๆ แล้ว ผมก็เดินต่อไปที่ปราสาทจอมมารด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวเล็กน้อย ถึงแบบนั้น เป้าหมายผมก็ยังไม่เปลี่ยน ผมเดินมาด้านหน้าของกิลด์ที่เปิดทำการแล้ว แต่การทำความสะอาดบริเวณหน้าที่ทำการยังไม่เสร็จเพราะยังเช้าอยู่ ทำให้พื้นบางพื้นที่ยังมีไอเทมที่ดรอปจากพวกมอนสเตอร์ลากรถกองไว้เป็นก้อนๆ ส่งกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ออกมา แต่สำหรับผม เรื่องนี้เล็กน้อยมาก การเดินระวังนิดหน่อยก็ทำให้หลีกเลี่ยงลูกระเบิดพวกนี้ได้อย่างง่ายดาย 

    เหล่าปีศาจที่พร้อมกับงานในเช้าวันใหม่ก็ทยอยเข้าไปรับภารกิจที่ตัวเองชอบพร้อมทั้งเดินออกมาด้วยใจที่มุ่งมั่น บรรยากาศมันช่างต่างจากวันแรกๆ ที่ผมได้มาที่นี่ อย่างน้อยก็ไม่มีคนอดอยาก และทุกคนก็พร้อมที่จะทำงานเพื่อดำรงชีวิต ทำเอาผมอดยิ้มไม่ได้

    จนกระทั่งมีอ๊อคคนนึ่ง เดินออกมาจากที่ทำการกิลด์ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว

    “โดนแย่งงานไปอีกแล้ว!! เจ้าโอเกอร์นั่น เห็นว่าตัวใหญ่หน่อยเดียวก็มาขวางเอางานดีๆ ไปจากข้าหมด โถ่เว้ย!!!!”

    ป๊อง!!!

    จังหวะนั่นเอง ถังน้ำที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไปวางในตำแหน่งที่ดูยังไงก็เชิญชวนให้เตะ อ๊อคคนไม่รอช้า เดินเข้าไปหาถังน้ำใบนั้นพร้อมกับง้างเท้าขึ้นอย่างสุดแรง และเตะถังน้ำออกไปราวกับตั้งใจจะทำแต้มให้ได้ แต่ทว่า! เส้นทางการพุ่งของถังน้ำใบนั้นกลับพรุ่งตรงมาหาผมราวกับมีพลังงานบางอย่างดึงดูดเข้ามา แต่!…ไม่คณามือผมหลอกน่า

    “แอกเซล”

    ผมเพิ่มความเร็วถอยหลังเพื่อหลบถังน้ำที่ลอยมาหาอย่างฉิวเฉียด และยิ้มออกมาราวกับเป็นผู้ชนะ แต่ทว่า!…เท้าที่ก้าวถอยหลังกลับเหยียบเข้ากับไอเทมที่นุ่มลื่นแล้วมีกลิ่นอย่างจัง จะทำให้เท้าเกิดไถลเสียหลักและจำใจต้องใช้มือที่ว่างอยู่ค้ำไปที่พื้นเพื่อไม่ให้ตัวเองล้มลง

    แต่เจ้ากรรม!!!!…ดันมีไอเทมดรอปอยู่ตรงนั้นอีกก้อนนึง….!!!!!!

    "บะ บะ บะ บ้าเอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!

    และเรื่องราวก็จบด้วยการล้างไอเทมที่ติดมือและเท้าอยู่ตรงน้ำพุหน้าที่ทำการกิลด์นั่นเอง

    (-)

    ผมเดินไปที่ปราสาทจอมมาด้วยสายตาเลื่อนลอย และเข้าไปขอใช้ห้องอาบน้ำของทหารในปราสาท แต่ชุดใหม่ เผาชุดเก่า แต่ถึงจะทำขนาดนั้น กลิ่นไอเทมดรอปก็เหมือนจะวนเวียนอยู่แถวๆ จมูกผม ไม่หายไปไหน

    “โอ้…ท่านซาชิ! มาหาจอมมารหรือขอรับ?” คุณสม๊อก ที่พัฒนาเป็นอินคิวบัสแล้ว เข้ามาทักผมอย่างเป็นกันเอง

    “ครับ พอดีมีเรื่องที่ต้องปรึกษาจอมมารน่ะครับ ไม่ทราบว่า…จอมมารอยู่ไหมครับ”

    “พอดีเลยครับ จอมมารเพิ่งทานอาหารเช้าเสร็จ อีกสักพักคงจะไปบินเล่นแล้ว ถ้าไปตอนนี้อาจจะได้พบก็ได้ขอรับ”

    “ลำบากกันน่าดูเลยนะครับ”

    “เล็กน้อยขอรับ”

    (-)

    หลังจากพูดคุยกันเสร็จ คุณสม๊อกยิ้มให้และเดินจากไป

    ส่วนผมก็เดินมาที่โถงใหญ่ตามปกติ พอเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับจอมมารในชุดขี่ม้า…ไม่สิ ต้องบอกว่าขี่มังกร และกำลังขัดอานม้า…อานมังกรอย่างเพลิดเพลิน ถัดไปก็เป็นดิเอนด์ที่อยู่ในร่างมังกรตัวเล็กที่กำลังกินเนื้อย่างอย่างเมามัน

    “ไง! จอมมาร พอจะมีเวลาว่างไหม?” ผมถามจอมมารไปแบบสบายๆ

    “เจ้านี่ช่างไร้มารยาทเช่นเดิมเลยนะ แล้วมีธุระอะไร ข้าไม่ได้มีเวลาว่างมากหรอกนะ”

    ดูยังไงก็ว่างอยู่ชัดๆ

    “พอดีว่าจะมาปรึกษาแบบรูปปั้นที่จะเอามาติดตั้งศิลานักปราชญ์ไง พอดีออกแบบมาหลายแบบอยู่นะ”

    “ดี! ไหนละแบบที่ว่า”

    ผมได้ส่งกระดาษที่ออกแบบมาให้จอมมารไป แต่ทว่า…คิ้วจอมมารกลับยิ่งขมวดลงทุกทีที่เปิดแผนใหม่

    “นี่มันรูปของอะไร? ทำไมเจ้าถึงเอารูปแพะมาให้ข้าดู!?”

    “ก็มันเป็นสัญลักษณ์ของซาตานไม่ใช่หรือไง”

    “ข้าไม่เห็นจะเข้าใจ…สำหรับโลกของเจ้า แพะน่ากลัวนักหรือ?”

    “ก็มันเป็น…เออ..สัญลักษณ์…ไม่ใช่เหรอ?!!” ผมชักไม่แน่ใจ

    “แล้วเจ้าคิดว่ายัง? ทำไมตัวข้าต้องคิดว่าเจ้าแพะที่เดินสองขาได้มันน่ากลัวน่าเกรงขามถึงขนาดยกมันขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ของข้าด้วย”

    “นั่นก็….” นั่นน่ะสิ! ทำไมต้องเป็นแพะล่ะ??

    “ช่างน่าเบื่อ! ไปทำมาใหม่ซะ!” จอมมารโยนแผ่นกระดาษที่เหลือลงตรงหน้าผมพร้อมกับเมินหน้าหนี และแสดงท่าทีเหนื่อยหน่าย

    “แล้วจอมมารอยากได้แบบไหนล่ะ ผมจะได้ออกแบบให้” อยากได้แบบไหนก็บอกแล้วกัน ผมคิดแบบนั้น

    “มันก็ต้องเป็นข้าอยู่แล้ว…ไม่ใช่หรือไง!!!!!!”

    “ห๋า!!!???” จอมมารพูดในสิ่งที่ผมเคยคิดออกมา

    “ก็ข้าคือผู้ปกครองของดินแดนนี้ รูปปั้นที่จะตั้งเด่นเป็นสง่ากลางเมืองมันก็ต้องเป็นข้าสิ!”

    “เดี๋ยวๆๆ” จะเอาแบบนั้นจริงๆ งั้นเหรอ!!!

    “จะเดี่ยวทำไม?! หรือเจ้ามีความคิดที่ดีกว่าข้ามาขัดใจข้า!!!”

    “ก็มัน…”

    “ใช่แล้ว เพราะดินแดนนี้เป็นของข้า การที่จะมีรูปปั้นข้าอยู่กลางเมืองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่ ทั้งเด่น! น่าเกรงขาม! สง่างาม และเด่น…เอาตามนี้!! ห้ามปฏิเสธ!!”

    “แต่…” พูดว่า ‘เด่น!’ ตั้งสองรอบเลยเหรอ?

    “จะแต่ทำบ้าอะไร! ออกไปได้แล้ว ข้าจะไปธุระ แล้วก็…เอาแบบชูดาบตอนกำลังเหยียบกองซากศพมนุษย์ก็ไม่เลวนะ”

    “เอาจริงดิ!!!!”

    “แล้วก็เอาแบบที่เจ้าวาดใหม่มาให้ข้าดูก่อนนะ…ไปได้แล้ว" “ดิเอนด์ พวกเราไปกันเถอะ”

    ปฏิเสธทุกการโต้แย้ง และผมเองก็พูดไม่ออกเหมือนกัน เป็นครั้งแรกเลยนะที่ตอบโต้จอมมารไม่ได้ ผมได้แต่ยิ้มอย่างเหนื่อยใจหลังจากที่เห็นจอมมารกระโดนออกหน้าต่าง พร้อมๆ กับดิเอนด์ที่แปลงร่างเป็นมังกรตัวใหญ่ บินออกไปสุดสายตา