“ป้ารองว่าพี่ใหญ่จะได้ค่าตลับไม้ กับค่ารังผึ้งคืนหรือไม่” หลินฮวาถามอย่างอดสงสัยไม่ได้
หลินเว่ยเว่ยไม่ได้ตอบกลับหลานสาว นางมั่นใจว่าหลินลี่ทำได้แน่นอน หลินลี่เป็นคนที่มีทักษะในการเข้าหาผู้คน อีกทางหนึ่งก็เป็นแม่เหล็กดึงดูดหายนะ
นั่นเป็นสาเหตุที่หลินเว่ยเว่ยปล่อยให้หลานสาวผู้นี้เข้าไปในเมืองหลายครั้ง เพราะในตอนนั้นป้ารองไม่ได้อยู่กับบ้านสามแล้ว หลินลี่เป็นอิสระสามารถไปไหนมาไหนได้ตามสบาย
หลินลี่จำเป็นต้องสร้างสายสัมพันธ์กับใครหลาย ๆ คน เพื่อให้นางผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากไปได้ นางไม่สามารถเอาตัวหลานสาวออกห่างเรื่องวุ่นวายได้เช่นเดียวกันกับตัวเอง
“ป้ารองดูนั่นสิ พี่ใหญ่กลับมาแล้ว” หลินฮวาร้องขึ้นมา เด็กสาวรีบวิ่งไปหาพี่ใหญ่อย่างดีใจ
หลินซานที่กำลังถอนต้นหญ้าบริเวณในรั้ว เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงของหลินฮวา และก้มลงถอนหญ้าดังเดิม
ทุกอย่างอยู่ในสายตาของผู้เป็นป้าทั้งหมด ทั้งท่าทางอ่อนเพลียของหลินลี่ เสียงแหลม ๆ ของหลินฮวา ท่าทีระแวดระวัง และพูดน้อยของหลินซาน ทุกคนต่างมีสิ่งที่อยู่ในใจกันทั้งนั้น
ขาไปหลินลี่แบกตะกร้าที่หนักอึ้งไป แต่ขากลับนางแบกใจที่สั่นเทากลับมาแทน หญิงสาวยังคงยิ้มแย้มพูดคุยกับน้องสาวอย่างดีใจ
หลินเว่ยเว่ยไม่ได้ถามคำถามที่สงสัยออกไปตรง ๆ ถ้าหลินลี่ต้องการปกปิดนางก็ไม่จำเป็นต้องเปิดโปง
“ป้ารอง พี่ใหญ่ได้ก้อนตำลึงกลับมาเยอะแยะเลย ทั้งยังมีตั๋วเงินเสียด้วย ข้าอยากกินเกี๊ยวหมูตัวอวบ ๆ เบื่อเนื้อเค็มจะแย่ ส่วนเนื้อกระต่ายข้าก็เบื่อเช่นกัน” หลินฮวาถูกป้ารอง และพี่ใหญ่เลี้ยงมาด้วยเนื้อหลายเดือน จนนางเป็นเด็กที่เลือกกินเสียแล้ว
วันนั้นทั้งสองไม่อยู่บ้าน จึงไม่รู้เรื่องหีบสมบัติ หลินฮวาจึงไม่กล้าเรียกร้องอันใดมาก แม้ป้ารองจะมีตำลึงติดตัว แต่เด็กสาวรู้ดีว่าป้าต้องเก็บไว้ให้เจ้าก้อนแป้ง
“ไว้วันหลังนะฮวาเอ๋อร์วันนี้พี่ใหญ่ลืมซื้อมาน่ะ” หลินลี่เอ่ยเสียงเบา นางใช้พลังกายเฮือกสุดท้ายในการค้าขายกับเถ้าแก่ และรีบตรงกลับบ้านมาอย่างรวดเร็ว
หลินฮวายิ้มยินดี “ข้ารอได้ วันนี้เจ้าสามได้ปลามา ข้าจะแสดงฝีมือทำอาหารเอง ป้ารองกับพี่ใหญ่ไปพักผ่อนเถอะ”
หลินเว่ยเว่ยตากระตุก อาหารของหลินฮวางั้นหรือ นางไม่ได้คาดหวังในรสชาติแม้แต่น้อย แค่กินแล้วไม่ตายก็เพียงพอแล้ว
หลินซานถอนหญ้ารอบ ๆ บ้านจนพอใจ เขาก็เข้าบ้านมาในสภาพมอมแมม หลินลี่มองน้องชายที่นับวันยิ่งเปลี่ยนไปอย่างปวดใจ
เมื่อเห็นทุกคนมาอยู่กับพร้อมหน้าพร้อมตา หญิงสาวก็นึกถึงเรื่องที่นางได้ยินมาจากสตรีพวกนั้น ในตอนนั้นนางยังกลัวอยู่จึงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้
“ข้าได้ยินว่าพวกเขาพบศพคนโดนทำสัตว์ป่าทำร้ายบนภูเขาหมู่บ้านต้าสิง เท่ากับว่าอยู่ไม่ไกลจากบ้านพวกเราน่ะสิ ตอนนี้พวกเจ้าห้ามเข้าป่าหลังบ้านเราเด็ดขาด เจ้าสามก็ห้ามไปจับปลา ยิงกระต่ายที่นั่นอีก น้องรองด้วยไม่ต้องไปหาเก็บผลไม้ป่าแถวนั้น” หลินลี่พูดเตือนออกไป แม้หมู่บ้านต้าสิงจะอยู่ห่างไกลหมู่บ้านนางเกือบร้อยลี้ ทั้งภูเขาต้าซานหลังบ้านของนางก็ใหญ่โต ที่เข้าป่าไปก็เป็นเพียงป่ารอบนอกเท่านั้น
“ไหนว่าท่านพ่อฆ่าพวกมันไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ” หลินฮวาถามอย่างสงสัย
หลินลี่ส่ายหัวอย่างปลง ๆ แล้วนึกถึงเรื่องที่ได้ยินตอนกำลังเดินกลับบ้าน “ระวังไว้ก่อนนั้นดีแล้ว ข้าแอบได้ยินมาว่าเขาเป็นอันธพาลที่เคยมารังแกคนหมู่บ้านเราเมื่อก่อน”
“ข้าเคยเห็นเขา เป็นชายร่างใหญ่ ผิวคล้ำ แถมหน้ายังมีรอยแผลถึงคออีก” หลินฮวายังจำอันธพาลคนนั้นได้ แต่ตอนนั้นบิดายังอยู่นางจึงไม่นึกกลัว
เด็กชายที่นั่งอยู่มุมห้องหน้าซีดเผือด เขาไม่รู้จักอันธพาลนั่นว่าเคยทำอะไรไว้ หรือโหดเหี้ยมเพียงใด แต่พอได้ฟังลักษณะที่พี่รองพูดมาเขาก็ตัวสั่นไปทั้งตัว เพราะเขาพึ่งเห็นชายคนนี้เมื่อเดือนที่แล้ว
ที่บ้านของเขา…
วันนั้นเขากลับมาจากล่าสัตว์ในขณะที่พี่ใหญ่กับพี่รองไปเดินป่า ส่วนเขากำลังล่ากระต่ายแถวบ้าน เขาตามกระต่ายมาจนเกือบถึงบ้านและจับมันได้ในที่สุด
เขาตั้งใจจะเอาไปอวดป้ารอง เพราะหวังคำชมเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ตกใจเกือบหมดสติเมื่อเห็นชายร่างใหญ่ที่มีแผลเป็นบนใบหน้ากำลังสู้กับชายชุดดำที่หลังบ้านของเขา
หลินซานปล่อยกระต่ายหลุดมือทันที เขาไม่แม้แต่จะก้าวขาออกจากที่ซ่อนด้วยซ้ำ ป้ารองอยู่บ้านเพียงคนเดียวแต่เขากลับไม่มีความกล้ามากพอ เขาได้แต่ร้องไห้อย่างช้ำใจ
ในที่สุดชายร่างใหญ่ก็ถูกชายชุดดำสังหาร ด้วยกระบี่ด้ามยาว เลือดยังคงเจิ่งนองอยู่บนพื้น เขายังคงขาสั่นไม่หยุด ชายชุดดำเดินเข้าบ้านของพวกเขาและลากชายร่างใหญ่ออกไป แต่เขายังคงหลบในที่ซ่อนอย่างขี้ขลาด ในที่สุดก็ได้ยินเสียงพี่ใหญ่และพี่รอง เด็กน้อยถึงกล้าออกมา
หลินซานรีบตามหาป้ารองแต่ก็ไม่พบ เขาร้อนใจอย่างมาก กำลังจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เห็นให้หลินลี่ฟัง ก็พบหลินเว่ยเว่ยเปิดประตูออกมาจากห้องใต้ดิน
หลินซานได้เก็บเงียบและไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง มีเพียงแค่เขาที่รับรู้ถึงความขลาดของตน เขาจึงรู้สึกผิดกับป้ารองมาโดยตลอด
“อาซานเป็นอะไรไปหรือ” หลินฮวาถามอย่างเป็นห่วง บ้านนี้ไม่มีใครปกติสักคน
เด็กชายส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้า ข้าจะไปจับปลา"
“ไม่ได้!!” หลินฮวา และหลินลี่ประสานเสียงกันทันที
“อาซาน เจ้าไม่ได้ฟังเรื่องที่พี่ใหญ่เล่าหรือ ตอนนี้กำลังมีสัตว์ร้ายกำลังเพ่นพ่าน ถ้าคืนนี้ได้ยินเสียงแปลก ๆ ก็ให้มาที่ห้องป้ารองและลงไปซ่อนข้างล่างดีกว่า” หลินลี่พยายามรับมือกับเหตุการณ์นี้
“ข้าก็หวังให้มันคือสัตว์ร้ายจริง ๆ” หลินซานพูดจบก็เดินออกไป
เพราะเขารู้ดีว่าชายคนนั้นตายเพราะอะไร เขากลัวว่าชายชุดดำคนนั้นจะย้อนกลับมาอีก อีกจึงต้องสำรวจรอบบ้านจนพอใจถึงวางใจได้ นี่เป็นสาเหตุให้เด็กชายเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
คนบ้านสามต่างแปลกใจในตัวหลินซาน หลินลี่เหนื่อยเกินไปจึงไม่ได้สนใจอะไรอีก ส่วนหลินฮวาขอตัวไปทำกับข้าว
มีเพียงหลินเว่ยเว่ยที่มองหลินซานค่อย ๆ เดินออกไป บางทีคงถึงเวลาแล้วที่นางต้องไป เพราะตัวนางก็ดึงดูดอันตรายมามากมายเหลือไป