ราชันย์ทวีคูณหมื่นเท่า

บทที่ 149: สู่หุบเขาอสนีบาตหมื่นทัณฑ์

บทที่ 149: สู่หุบเขาอสนีบาตหมื่นทัณฑ์

สามวันต่อมา...

ข่าวคราวเกี่ยวกับบทสรุปของการประลองคัดเลือกคู่หมั้นได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดในเมืองหลวงเทียนหลง ชื่อของ "ผู้อาวุโสรับเชิญเฟิงหลิน" ได้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ถูกเล่าขานไปทั่วทุกสารทิศ เขาคือบุรุษปริศนาที่ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า เอาชนะเหล่าอัจฉริยะด้วยพลังที่ไม่อาจหยั่งถึง ปฏิเสธการแต่งงานกับคุณหนูผู้เลอโฉมแห่งตระกูลหลิง แล้วพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้อาวุโสรับเชิญผู้ทรงเกียรติได้อย่างน่าทึ่ง

ในขณะที่โลกภายนอกกำลังวุ่นวายอยู่นั้น หลินฟานกลับใช้เวลาสามวันอย่างคุ้มค่าที่สุด

เขาไม่ได้เก็บตัวฝึกตน แต่กลับใช้เวลาทั้งหมดไปกับการศึกษาข้อมูลทุกอย่างที่เขาสามารถหาได้เกี่ยวกับ "หุบเขาอสนีบาตหมื่นทัณฑ์" เขาได้เรียนรู้ว่ามันไม่ใช่แค่ดินแดนที่เต็มไปด้วยพายุสายฟ้าธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่กฎเกณฑ์แห่งเต๋าสายฟ้าปั่นป่วนอย่างรุนแรง ทำให้เกิด "สิ่งมีชีวิตสายฟ้า" ที่แปลกประหลาดและอันตรายอย่างยิ่ง

และเขาก็ได้เตรียมความพร้อมของตนเองจนถึงขีดสุด รากฐานของจุดสูงสุดแห่งขอบเขตแก่นแท้ทองคำของเขามั่นคงอย่างสมบูรณ์แบบ เขาพร้อมแล้วสำหรับทุกความท้าทาย

ในที่สุด วันแห่งการออกเดินทางก็มาถึง
หลินฟานเดินทางมายังจุดนัดพบที่คฤหาสน์ของตระกูลหลิงตามเวลา

ภาพที่เขาเห็นทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย "คุณหนูหลิงเสวี่ยเหยา" กำลังยืนรอเขาอยู่ แต่บัดนี้นางไม่ได้อยู่ในชุดอาภรณ์ที่หรูหราและงดงามอีกต่อไป แต่กลับอยู่ในชุดนักผจญภัยที่รัดกุมและดูทะมัดทะแมง เผยให้เห็นถึงกลิ่นอายของผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งและเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ เคียงข้างนางคือผู้อาวุโสหยุนผู้สุขุม และองครักษ์ชั้นยอดของตระกูลหลิงอีกสี่นาย ทุกคนล้วนอยู่ในระดับแก่นแท้ทองคำขั้นสูง!

นี่คือเครื่องยืนยันว่าการเดินทางในครั้งนี้... อันตรายอย่างยิ่งยวด!

"ท่านผู้อาวุโสเฟิงหลิน เชิญทางนี้เจ้าค่ะ" หลิงเสวี่ยเหยากล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
พวกเขาไม่ได้ใช้เรือเหินเวหาขนาดใหญ่ แต่เป็น "กระสวยทะลวงอสนี" ยานพาหนะบินได้ขนาดเล็กที่เพรียวลมและถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความเร็วและการหลบหลีกโดยเฉพาะ

เมื่อทุกคนขึ้นไปบนกระสวยแล้ว มันก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าไปยังทิศเหนือด้วยความเร็วสูง
"หุบเขาอสนีบาตหมื่นทัณฑ์นั้นไม่ได้ถูกปกป้องแค่โดยธรรมชาติเท่านั้น" หลิงเสวี่ยเหยาเริ่มอธิบายระหว่างการเดินทาง "แต่ยังถูกผนึกไว้ด้วยค่ายกลบรรพกาลที่บรรพบุรุษของสี่ตระกูลใหญ่ได้ร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อหลายพันปีก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้พลังงานที่บ้าคลั่งข้างในรั่วไหลออกมาสู่โลกภายนอก"

"ป้ายผ่านทางที่ท่านได้รับมา และสายเลือดของพวกเราตระกูลหลิง คือ 'กุญแจ' ที่จะใช้เปิดทางเข้าไป"

หลังจากเดินทางมานานเกือบหนึ่งวันเต็ม... ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทาง

ภาพเบื้องหน้านั้นน่าเกรงขามอย่างถึงขีดสุด...

มันคือหุบเขาขนาดมหึมาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา... แต่ท้องฟ้าเบื้องบนหุบเขานั้นกลับมืดครึ้มอยู่ตลอดเวลา! ปกคลุมไปด้วยเมฆาวายุสีดำทะมึนที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง!

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยงงงง!

สายฟ้าบรรพกาลสีทองและสีเงินขนาดมหึมาฟาดฟันลงมายังพื้นดินเบื้องล่างอย่างต่อเนื่อง! เสียงคำรามของมันดังสนั่นหวั่นไหวจนทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน! อากาศในบริเวณนี้เต็มไปด้วยแรงกดดันของพลังสายฟ้าที่รุนแรงจนทำให้หายใจลำบาก!

ณ ปากทางเข้าหุบเขา... มีม่านพลังงานโปร่งใสที่มองไม่เห็นกั้นขวางอยู่... นี่คือค่ายกลผนึกบรรพกาล

"ถึงแล้ว" หลิงเสวี่ยเหยากล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง
นางและผู้อาวุโสหยุนเดินนำไปยังแท่นศิลาโบราณสองแท่นที่ตั้งอยู่หน้าทางเข้า พวกเขากัดปลายนิ้ว... แล้วหยดโลหิตของตนเองลงบนแท่นศิลา

พรึ่บ!

ม่านพลังงานที่เคยสงบนิ่งพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง! มันค่อยๆ เปิดออกเป็นช่องทางขนาดเล็ก... พอให้คนกลุ่มหนึ่งเดินผ่านเข้าไปได้...

เบื้องหลังช่องทางนั้น... คือโลกที่เต็มไปด้วยพายุสายฟ้าที่บ้าคลั่งและโกลาหล!

"เตรียมตัวให้พร้อมนะเจ้าคะ" หลิงเสวี่ยเหยากล่าวกับทุกคน สีหน้าของนางจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"เมื่อเราก้าวผ่านเข้าไปแล้ว... เราจะอยู่ในโลกที่แตกต่างออกไป"

"สายฟ้าที่นี่... มีชีวิต... และมันไม่ต้อนรับผู้บุกรุก"

สิ้นเสียง... นางก็เป็นผู้นำก้าวแรก... เข้าไปในดินแดนต้องห้ามแห่งนั้น...

การผจญภัยเพื่อตามหามรดกจักรพรรดิ... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างแท้จริง!

คล้ายกับเรื่องราชันย์ทวีคูณหมื่นเท่า ที่คุณอ่าน