เกือบที่จะพลบค่ำในที่สุดชิงหลงและหลินเอ๋อก็มาถึงชายแดนระหว่างสองแคว้นใหญ่ ซึ่งเห็นได้ชัดจากเมืองสองเมืองที่ตั้งติดกันมีเพียงกำแพงหินที่กั้นกลางระหว่างสองเมืองเอาไว้
“ตี๋เจียนกับตี๋ซู ชื่อของสองพี่น้องที่ต้องอยู่กันคนละแคว้นแต่เพราะเกิดในสายเืเดียวกัน จึงได้ตกลงกันว่าจะสร้างเมืองของพวกเขาที่นี่ เป็สัญลักษณ์ของเขตุแดนทั้งสอง”ชิงหลงกล่าวอธิบายให้กับหลินเอ๋อฟัง
“แลดูประชาชนในเมืองจะมั่งคั่งกันจัง”หลินเอ๋อกล่าว
“ที่นี่เป็จุดการค้าชั้นยอดของทั้งสองแคว้นเลยนี่นา อาหาร อาวุธยาและอื่นๆล้วนผ่านเข้าออกจากทางนี้ ภาษีไหลเข้าออกทั้งสองแคว้นอยู่ตลอดๆเมืองทั้งสองนี่ก็ได้รับอนิสงฆ์ไปด้วยย่อมเป็เื่ธรรมดา”พวกเขาพากันเดินไปยังโรงเตี้ยมใกล้ๆเพื่อเข้าพัก
และเมื่อทั้งสองย่างก้าวเข้ามา สายตาคู่หนึ่งก็จับจ้องมองไปที่หลินเอ๋อทันที ก่อนจะเปลี่ยนไปมองหลินเฟยที่อยู่ในอ้อมอกของผู้เป็แม่ ก่อนที่เ้าของสายตาคู่นั้นจะเผยรอยยิ้มออกมา ไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่หากเป็ฉางเฟยนั้นเอง เขาได้รับข่าวจากน้องสาวของตนว่าหลินเอ๋อเดินทางใกล้จะถึงเขตุชายแดนแล้วจึงได้มารอ ถึงจะไม่ได้เจอหน้ากันเป็ปีแต่เขาก็ยังจำนางได้
ใบหน้าของนาง ดวงตาของนาง รูปร่างของนางเขาจำมันได้หมดและไม่มีทางลืม เหมือนอย่างที่เขาพบนางครั้งแรกอารมณ์และความคุ้นเคยยังคงมีอยู่ไม่จางหายต่อให้เขาแต่งงานใหม่แล้วก็ตาม และถึงแม้จะเห็นชิงหลงแต่ฉางเฟยก็ไม่ได้รู้สึกผิดแปลกอะไรเพราะรู้มาจากฉางซื่อด้วยเช่นกันว่าตาเฒ่าคนนั้นไม่ได้เป็อะไรกับนางเพียงแค่ผู้ร่วมเดินทางในเส้นทางเดียวกันเท่านั้น
เมื่อทั้งสองจัดการเช่าที่พักเรียบร้อยจึงได้แยกย้ายกันไปพักคนละห้อง หลินเอ๋อที่จัดการข้าวของเสร็จเรียบร้อยพาหลินเฟสมายังโรงอาบน้ำหญิง เมื่อลงมาแช่เ้าตัวน้อยดูจะตื่นตัวเป็พิเศษเพราะปกติหลินเฟยจะได้อาบน้ำปกติที่ไม่เย็นและไม่ร้อนจนเกินไป
“เ้าชอบมั้ย ชอบหรือเปล่า”หลินเอ๋อถามบุตรสาวของตนพร้อมๆกับเอาน้ำลูบตามเนื้อตัวของนางเพื่อทำความสะอาดเนื้อตัวบุตรสาว
แอ้... แอ้....
เสียงของบุตรสาวดังอยู่เป็ระยะๆพร้อมท่าทางสนุกสนาน ถือว่าเป็เพียงไม่กี่ครั้งที่หลินเอ๋อจะได้อาบน้ำพร้อมๆกับลูกของนาง
เมื่ออาบน้ำเสร็จทั้งแม่ทั้งลูกจึงได้พากันมาแต่งตัว ก่อนจะออกไปหาชิงหลงซึ่งมาตามทีหลังว่าให้ไปพบที่หน้าโรงเตี้ยม หลินเอ๋อจึงไปและไม่ลืมหยิบกระบี่ที่พึ่งได้มาไปด้วย แน่นอนว่าชิงหลงเป็คนให้นำติดตัวไป
“ข้าจะสอนวิชากระบี่ให้กับเ้า เพราะเ้าได้กระบี่มาแล้วถึงจะไม่ยอมบอกว่าได้มายังไงก็ตาม”
“ข้าบอกไม่ได้จริงๆ แต่ข้าได้มาอย่างถูกต้องอย่างแน่นอน”หลินเอ๋อเลี่ยงที่จะตอบถึงต้นเหตุที่นางได้กระบี่มา
“เอาเถอะ”
“ว่าแต่ ข้าจะได้เรียนวิชาที่ชื่อว่าอะไรงั้นเหรอท่านผู้เฒ่า”ไม่รอช้า หลินเอ๋อเอ่ยถามทันที
“วิชากระบี่หมึก”ได้ยินชื่อวิชาก็ทำให้หลินเอ๋อต้องขมวดคิ้วในทันที
“เข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี่มาก่อน มันคือวิชาแบบไหนกัน”ชิงหลงมองหลินเอ๋อก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นทำให้หลินเอ๋อรู้ได้ในทันทีว่าจะต้องทำอะไร นางส่งหลินเฟยให้กับชิงหลงเป็คนอุ้ม
“กระบี่หมึกเป็เคล็ดวิชาที่เรียนง่ายแต่ใช้งานยาก ร้อยทั้งร้อยผู้ฝึกส่วนใหญ่ไม่ตายก็พิกาลจากการฝึกวิชานี้ มีเพียงหนึ่งในล้านเท่านั้นที่จะฝึกมันได้”
“มันน่ากลัวขนาดนั้นแล้วทำไมท่านถึงอยากให้ข้าใช้มันล่ะ”ถามด้วยความสงสัยและหวาดหวั่นอยู่ในใจนิดๆ
“เพราะเ้าคู่ควรกับมันไง”หลินเอ๋อทำหน้าเหวออีกหนกับคำตอบของชิงหลง”วิชากระบี่หมึกจะเน้นการโจมตีระยะไกลเป็หลัก ไม่เน้นเข้าจู่โจมเว้นเสียแต่ถูกประชิดตัว มีทั้งหมดแปดกระบวนท่าจากของเดิมที่มีสิบสอง ถูกประยุคมาเรื่อยๆจนมันเข้าที่”พูดไปเดินนำไปยังสถานที่ซึ่งชิงหลงมองไว้เป็ที่ฝึก
“หลักการง่ายๆของวิชานี้คือการใช้มือข้างถนัดในการฝึกซึ่งเ้าถนัดขวา ห้าในแปดกระบวนท่าเป็การโจมตีระยะไกลและระยะใกล้อีกสาม สองในสามเป็การโมตีโดยอาศัยพลังลมปราณส่วนอีกหนึ่งอาศัยพลังธรรมชาติ หากใช้ไล่เรียงทั้งสามอย่างเหมาะสมจะเกิดเป็การต่อกระบวนท่าที่ยอดเยี่ยม พิชิตศัตรูได้ทีละหลายๆคนในเวลาเดียวกัน”
“มันรุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอวิชากระบี่หมึกเนี่ย”
“แน่นอน ข้าเคยเห็นในงานประลองเมื่อหลายปีก่อน จอมยุทธท่านหนึ่งผู้ใช้วิชานี้สามารถเอาชนะจอมยุทธอีกแปดคนได้ในการต่อกระบวนท่าทั้งสามในคราเดียว น่าเสียดายที่เขาดันชิงลาโลกไปเสียก่อนในหอนางโรม ช่างเป็เื่เศร้าแท้...”พูดพร้อมอุ้มหลินเฟยเดินไปนั่งยังม้านั่งไม้ตัวยาว
“แล้ว ข้าจะต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนล่ะท่านผู้เฒ่า”เมื่อหลินเอ๋อถามขึ้นอีก ชิงหลงจึงหันไปมองที่สระน้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีผู้คนกำลังลงเล่นอยู่เป็จำนวนมากทั้งเด็กและผู้ใหญ่
“ส่งกระบี่เ้ามาแล้วใช้กระบี่ไม้ในการฝึก ฟันน้ำด้วยแขนข้างขวาสิบหนแล้วพักรอครบเมื่อเ้านับถึงห้าแล้วจึงฟันอีกสิบหน วนไปจนกว่าข้าจะบอกให้หยุด”
“ฟันน้ำ เนี่ยนะ”หลินเอ๋อทวนคำสั่ง นางพึ่งจะอาบน้ำมาต้องมาเปียกอีกแล้วงั้นเหรอ ชิงหลงพยักหน้าเป็คำตอบซึ่งดูเหมือนนางก็จะขัดไม่ได้ ก่อนจะยอมถอดชุดคลุมออกแล้วส่งกระบี่ให้กับชิงหลง นำกระบี่ไม้สำหรับฝึกเดินลุยน้ำที่ลึกเพียงเอวของนาง ก่อนจะเริ่มฟันน้ำตามที่ชิงหลงอธิบาย
เมื่อเวลาแปลเปลี่ยนไปจนเข้าสู่่พลบค่ำชิงหลงจึงได้ให้หลินเอ๋อหยุดพักการฝึก นางปวดร้าวไปทั่วแขนขวาจนแทบจะยกมันขึ้นไม่ได้ ชิงหลงจึงต้องอุ้มหลินเฟยไปส่งให้ถึงที่ห้องพัก เ้าตัวเล็กก็ดูจะไม่มีท่าทีดื้อแต่อย่างใดนางไม่รบกวนผู้เป็แม่ที่ปวดแขนขวาเอามากๆ
เมื่อชิงหลงออกจากห้องไปหลินเอ๋อจึงเดินไปเปลี่ยนชุดในอีกห้องหนึ่งให้หลินเฟยนอนเล่นอยู่ในห้องนอนเพียงลำพัง ในขณะเปลี่ยนชุดหลินเอ๋อมองตัวเองในกระจกบานเล็กกลมซึ่งวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง นางจับผมที่ยาวสลวยของตนก่อนจะนึกย้อนไปถึงอดีต
กึก!!..
ทว่าเสียงที่ดังมาจากภายในห้องนอนก็ต้องดึงหลินเอ๋อออกจากถวังค์แห่งความคิดแล้วรีบแต่งตัวเดินกลับเข้าไปยังห้องนอน ในจังหว่ะที่ประจวบเหมาะหลินเอ๋อต้องชะงักเท้าในทันทีเมื่อมีใครอีกคนที่เหมือนจะรีบออกมาจากห้องนอนเช่นกัน ในระยะที่แทบจะชนกันหลินเอ๋อเหมือนคนไร้สติ ดวงตาทั้งสองจ้องมองใบหน้าอันแสนคุ้นเคยถึงแม้จะไม่ได้เห็นมาเนิ้นนานก็ตามที
“ฉางเฟย....”
ชิงหลงในจอนนี้กำลังเดินเที่ยวชมเมืองในยามค่ำ หาสุรารสเลิศดื่มย้อมใจในขณะรับลมเย็นๆและมีบ้างที่จะมองหญิงงามที่ผ่านไปผ่านมา แสงไฟจากโคมไฟหลากสีสันที่ประดับอยู่ตามบ้านเรือนทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอารมณ์
“ท่านปู่ๆ...”จู่ๆก็มีเด็กน้อยคนหนึ่งมากระตุกชายเสื้อของตาเฒ่าทำให้ต้องหันไปมอง
“มีอะไรเหรอเ้าหนู”
“ข้าขอเงินท่านไปซื้อหมั่นโถกินได้หรือไม่ แม่กับน้องของข้าพวกเขาหิวมากไม่มีอะไรกินเลย”ชิงหลงชะงักไปเมื่อได้ยินแบบนั้น ก่อนจะยิ้มให้เด็กน้อยแล้วหยิบเอาเงินในเสื้อส่งให้
“ข้าให้เ้าห้าตำลึง หวังว่าจะทำให้เ้ากับครอบครัวอยู่รอดได้อีกหลายวันนะ”
“ขอบพระคุณขอรับ”เด็กน้อยรับเงินพร้อมทั้งน้ำตาก่อนจะรีบวิ่งไปซื้อหมั่นโถตามที่เขา้า ชิงหลงละสายตาไปมองอย่างอื่นแทนก่อนจะออกเดินไปเรื่อยๆ คิดถึงเื่ที่จะฝึกให้กิบหลินเอ๋อขึ้นมาในขณะที่กำลังเดินชมเมือง
ณ โรงเตี้ยม
“มีคนบอกว่าท่านถูกจับตัวไป บอกว่าท่านจะถูกปะาในอีกไม่ช้า”หลินเอ๋อเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นกับนางและลูกในระหว่างที่ฉางเฟยไม่อยู่ เขาตั้งใจฟังมันโดยที่ยังไม่ได้พูดอะไร”ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้ หรือท่านหนีออกมาได้แล้วสำเร็จ”
“หลินเอ๋อ ฟังข้านะ ข้าไม่ใช่คนที่เ้าพูดถึง”ฉางเฟยตอบกลับ”ข้าไมได้ต้องโทษอะไร ข้าสบายดี”
“แล้วท่านหายไปไหนมา ฮึก.. ทำไมถึงไม่กลับมาหาข้าในวันนั้น... อยู่ๆท่านก็หายไปทิ้งให้ข้าต้องอยู่กับลูกของเราเพียงลำพังสองคน...”นางร้องถามทั้งน้ำตา ส่วนฉางเฟยเขายังไม่พูดอะไรได้แต่ดึงนางมากอดเอาไว้
“ขอข้าโทษ ต่อจากนี้ไปข้าจะไม่ทิ้งเ้ากับลูกของเราอีกแล้ว”
“ฮึก... หมายความว่าเช่นไร”ฉางเฟยผละหลินเอ๋อออกจากอ้อมกอด
“หลินเอ๋อ ข้าแต่งงานใหม่แล้ว”เหมือนคำตอบของเขาเปรียบดังมีดกรีดลึกเข้าไปในหัวใจดวงน้อยๆของนาง คำตอบของฉษงเฟยดังวนเวียนอยู่ในหัวของหลินเอ๋อไม่ยอมเงียบลงซักที จู่ๆดวงตาทั้งสองก็เอ่อล้นไปด้วยน้ำไสๆที่ไหลออกมาไม่ยอมหยุด
“ท่าน.. “
“แต่ข้าก็ไม่ลืมเ้านะ นี้ไงข้าตั้งใจว่าหลังจัดการทุกอย่างเสร็จข้าจะกลับมารับเ้า รับลูกของเราไปอยู่ด้วยกัน”
“ไปอยู่ด้วยงั้นเหรอ... ท่านทิ้งข้าไปแต่งงานกับคนอื่นแล้วยังคิดจะมารับข้าไปอยู่ด้วยอีกงั้นเหรอ!..”
“แล้วมันไม่ดีตรงไหนหลินเอ๋อ”คำพูดทุกคำของฉางเฟยยิ่งทำให้หลินเอ๋อรู้สึกเสียใจไปพร้อมๆกับความโกรธ นางผลักเขาออกห่างและลุกขึ้นยืนก่อนจุ้มหลินเฟยที่มองทั้งคู่อยู่ขึ้น
“ไหนบอกว่ารักข้าไง ไหนบอกว่าจะอยู่กับข้า อยู่กับลูก จะอยู่กันอย่างครอบครัวตลอดไปไง!”
“แล้วที่ข้ากำลังทำอยู่มันไม่ใช่หรือไง!!”ฉางเฟยถามกลับเสียงดังด้วยอารมณ์ที่เหมือนจะไม่เป็อย่างเดิมบ้าง
“ให้ข้าไปเป็อนุภรรยาของท่าน ทั้งๆที่ข้าเป็เมียคนแรกของท่าน นี้คือสิ่งที่ท่านคิดว่ามันดีแล้วสินะ!!”
“เ้าควรจะดีใจนะที่อย่างน้อยข้าก็ยังเห็นเ้าอยู่ในสายตา ทำให้ข้ากลับมารับเ้าและลูกไปอยู่ด้วย”
“ท่านมันคนเห็นแก่ตัว ท่านมันเลวที่สุด!!”ฉางเฟยไม่ตอบอะไรกลับไป”ข้าว่าเื่ของข้าและท่านขอจบลงเพียงแค่นี้เถอะ! ต่อจากนี้อย่าได้เจอกันอีกเลย!!”
“หลินเอ๋อ!”ไม่พูดเปล่าฉางเฟยเข้าไปหมายจะจับตัวนางไว้แต่อีกฝ่ายถอยหลบออกก่อนทัน”เ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้นะ ข้าเป็สาเป้นสามีของเ้านะ!”
“สามีชั่วช้าเช่นนี้ข้าไม่้า! ท่านไม่สมควรเป็พ่อของลูกค้าด้วยซ้ำ!”
“มันจะมากไปแล้วนะหลินเอ๋อ!!”ไม่พูดเปล่าฉางเฟยชักกระบี่ในฝักออกมาแล้วชี้ไปหาหลินเอ๋อ เป็สิ่งที่เขาไม่เคยทำมันมาก่อน นั้นยิ่งทำให้หลินเอ๋อน้ำตาไหลออกมา
“ท่านมันก็แค่ผู้ชายเลวๆคนหนึ่ง ที่ข้าไม่ควรสนใจอีกต่อไป”
“หยุดปากของเ้าเดี๋ยวนี้!!”
เป้งงง!!!
จังหว่ะที่ฉางเฟยเกิดพลั่งมือฟันกระบี่ใส่หลินเอ๋อ มือของนางกลับชักเอากระบี่ขึ้นสนิมที่ได้มาเมื่อครั้งก่อนขึ้นมารับเอาไว้ได้ทัน ฉางเฟยในตอนนี้ดูเหมือนจะคุมสติของตนไม่ได้และหลินเอ๋อที่ผ่านเื่ราวๆต่างๆมาเหมือนจะพบแล้วว่านางควรทำเช่นไรต่อไป
“กลับไปกับข้า เดี๋ยวนี้!!”
“เชิญเ้ากลับไปคนเดียวเถอะ เพราข้าและลูกจะไม่ไปกับเ้า!!”
“หลินเอ๋อ!!!”ฉางเฟยถอยห่างออกมาก่อนจะพุ่งเข้าหาหลินเอ๋ออีกครั้งทว่ามีเหรอที่หลินเอ๋อซึ่งตอนนี้นางเข้าสู่โหมดเอาจริงเอาจังแล้วจะยอมยืนเฉยๆ สิ่งที่ชิงหลงฝึกให้นางในตอนนี้นางกำลังนำมันมาใช้ หลินเอ๋อหลบการจู่โจมของอดีตสามีผู้ชั่วช้าก่อนจะรีบวิ่งโดยมีหลินเฟยอยู่ในอ้อมอก น้ำตาของหญิงสาวยังคงไหลถึงแม้ในใจจะรู้สึกเศร้าก็ตาม
“หลินเอ๋อ!!”และที่ไล่ตามนางมาคือชายชั่วฉางเฟยซึ่งไม่ยอมลดละ ้าจะพานางกลับไปด้วยให้เสียจงได้ ทำเอาลูกค้าที่เข้ามาพักในโรงเตี้ยมพากันแตกตื่น หลินเอ๋อไม่สนใจอะไรวิ่งฝ่าผู้คนออกมาจากโรงเตี้ยม ส่วนฉางเฟยเองก็พยายามจะตามนางออกมาเช่นกันทว่าเมื่อออกมาแล้วกับไม่พบนาง มองหาทางไหนก็ไม่เจอไม่รุ้ว่านางไปทางไหนแล้ว
หลินเอ๋อในตอนนี้วิ่งเท้าเปล่ามือข้างหนึ่งถือกระบี่เหน็บแขนอยู่ส่วนอีกข้างอุ้มลูกน้อย สองแก้มที่เคยขาวนวลบัดนี้อาบไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ นางจากที่ก่อนหน้านี้ดูเอาจริงเอาจังเพราะความโกรธแต่ตอนนี้ความเศร้าและความจริงกำลังเล่นงานนาง ทำให้นางอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด
ตึก!!
และเพราะไม่ทันได้มองทางทำให้นางวิ่งมาชนเข้ากับแผ่นหลังของคนที่เดินสวนทางกับนาง ในจังหว่ะที่กำลังจะล้มนางก็ถูกโอบกอดเอาไว้ได้ทัน เสียงของหลินเฟยที่ร้องขึ้นทำให้หลินเอ๋อต้องปลอบนางแล้วเงยหน้ามองเพื่อจะขอโทษ
“เ้าร้องไห้ทำไม”
ฮื่อออออ!!!!.........
แต่กลับกลายเป็ยิ่งร้องหนักกว่าเดิม