เหล็กหวู่จือนั้นแตกต่างจากเหล็กชนิดอื่นๆ ดังนั้น การหลอมเย็นกับเหล็กหวู่จือจึงไม่สามารถใช้น้ำได้ ไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้อนุภาคในเนื้อเหล็กของมันถูกทำลายโดยสิ้นเชิง
แผนการครอบครองแร่ไฮเดอราบาดนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้น หวัง ชง จึงไม่ต้องการให้มีความผิดพลาดใดๆ แม้แต่นิดเดียว
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ขณะที่เสียงสนทนาด้านนอกถ้ำกำลังแผ่วเบาลงไปเรื่อย หวัง ชง ยังคงนั่งอยู่ภายในถ้ำอย่างเงียบสงบ
แต่เดิมแล้วมันคงเป็นไปได้ยากที่ หวัง ชง จะออกมาด้านนอกในเวลากลางคืนเช่นนี้ แต่ทว่าหลังจากเหตุการณ์ที่ชายแดนผ่านพ้นมาแล้วนั้น ความประทับใจในตัวของเขาต่อตระกูล หวัง ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แม้แต่มารดาของเขาก็ไม่ได้เข้ามาก้าวก่ายในสิ่งที่เขากำลังทำเช่นเดิมอีกต่อไป
“อีกนิดเดียว!!”
จู่ๆ หวัง ชง ก็ลืมตาขึ้นเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงแสงสว่าง มันเป็นเวลารุ่งอรุณที่แสงสว่างตัดผ่านความมืดเข้ามา
หวัง ชง ลุกขึ้นยืนพร้อมกับก้าวออกไปข้างหน้า จัดวางท่อนสนที่ เว่ย ฮ่าว เตรียมเอาไว้ให้ ก่อนที่เขาจะใช้ก้อนหินสองก้อนจุดไฟขึ้นมา
เมื่อเปลวเพลิงถูกจุดขึ้น หวัง ชง ก็ใช้คีบเหล็กคีบดาบหวู่จือเพื่อลนด้วยเปลวเพลิงเหล่านั้นอย่างระมัดระวัง
ภายในเวลาหนึ่งก้านธูปผิวเหล็กหวู่จือก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงสุกสกาว
หวัง ชง จ้องมองไปที่แสงสีแดงบนผิวเหล็ก ความมุ่งมั่นทั้งหมดของเขาถูกใช้ไปกับการจ้องมองในเวลานี้
ในขั้นตอนการหลอมเย็นนั้น การจ้องมองดีสีของเหล็กนับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
เหตุผลที่ หวัง ชง เลือกช่วงเวลาในการหลอมเย็นเป็นเวลาเช้าตรู่เช่นนี้ เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ง่ายที่สุดในการมองเฉดสีบนเหล็ก
เฉดสีต่างๆ บนผิวเหล็กสะท้อนให้เห็นถึงอุณหภูมิของมัน
หากว่ามันส่องสว่าง หรือมืดทึบจนเกินไป มันจะส่งผลต่อการขยายตัวของอนุภาคเนื้อเหล็กได้ การตัดสินใจของ หวัง ชง จึงมีผลอย่างมาก ที่จะทำให้ผลงานชิ้นนี้ออกมาดีมากเพียงใด
ความผิดพลาดในการวัดอุณหภูมิเพียงนิดเดียว อาจทำให้ได้อาวุธออกมาแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม การวัดอุณหภูมิยังเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในยุคนี้ ดังนั้น การมองเฉดสีของเหล็กที่กำลังรับความร้อนเข้าไปจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
“อีกนิดเดียวเท่านั้น!!”
ทันทีที่เหล็กหวู่จือลุกฮือด้วยเปลวเพลิง หวัง ชง ก็เปิดตากว้างพร้อมกับใช้คีมเหล็กคีบดาบหวู่จือวางลงในรางเหล็กที่เต็มไปด้วยน้ำมันเหลว
นี่คือสิ่งที่ หวัง ชง เตรียมเอาไว้ก่อนแล้ว
เมื่อเหล็กหวู่จือที่ถูกทำให้ร้อนขึ้นด้วยเปลวไฟสัมผัสกับน้ำมันเหลว กลุ่มความสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นมาหนาแน่นในทันที
“จะสามารถยกระดับของเหล็กหวู่จือให้สูงขึ้นได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเวลานี้แหละ!!”
หวัง ชง จ้องมองไปที่รางเหล็กด้วยใบหน้าตึงเครียด
จากเริ่มต้นตั้งแต่การเจรจาในสัญญา และการถลุงเหล็ก , การขึ้นรูปจนมาถึงขั้นตอนการหลอมเย็นที่เป็นตอนสุดท้ายนี้ แม้ว่า หวัง ชง จะมีความมั่นใจอยู่มากก็ตาม แต่เขาก็ยังมีความกังวลอยู่ภายในใจมากเช่นกัน
นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการตีเหล็กหวู่จือที่แท้จริง
ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา ภายในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ได้รับเหล็กหวู่จือไว้ในครอบครองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อาวุธที่ถูกตีขึ้นมาจากเหล็กหวู่จือภายในต้าถังนั้น ไม่อาจเทียบได้กับอาวุธของชาวอาหรับ และชาวตะวันตกไกล ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ค้นพบการหลอมเย็นที่ถูกต้อง
จากสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นนั้น มันทำให้คนจำนวนมากสงสัย ว่าชาวอาหรับขายแร่ไฮเดอราบาดปลอมให้กับทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
ความจริงแล้วมันเป็นเพราะพวกเขาขาดความรู้ในการหลอมเย็นมากกว่า
หากว่ามีใครสามารถเข้าถึงการหลอมเย็นที่ถูกต้องได้แล้วนั้น คุณภาพที่แท้จริงของเหล็กหวู่จือจะไม่ถูกเปิดเผยออกมาบนโลก และไม่มีทางที่มันจะกลายเป็นหนึ่งในสามอาวุธชั้นเลิศของโลกได้อย่างแน่นอน
ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา ผู้นำของชาวอาหรับได้ผูกขาดวิธีการหลอมเย็นที่เป็นเอกลักษณ์เช่นนี้เอาไว้ แต่ทว่าในช่วงชีวิตนี้ หวัง ชง ไม่มีทางปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นแน่นอน
***** ซู่วววววว *****
เมื่อควันสีขาวเริ่มเบาบางลงไปแล้วนั้น หวัง ชง ก็ใช้คีมเหล็กคีบดาบหวู่จือขึ้นมาจากรางเหล็กอีกครั้ง
ทันทีที่เหล็กหวู่จือถูกนำขึ้นมานั้น เศษโลหะก็แตกกร่อนออกมาจำนวนมาก
เนื้อผิวที่สีเงินเผยออกมาด้านนอก พร้อมกับแสงสว่างราวกับแสงของดวงจันทร์ได้สาดส่องขึ้นมาภายในถ้ำอย่างรวดเร็ว
“สำเร็จ!!”
เมื่อจ้องมองไปยังผิวดาบหัวใจของ หวัง ชง ก็เต้นระรัวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นอย่างมาก พื้นผิวของมันเป็นลูกคลื่นราวกับก้อนเมฆ และริ้วคลื่น อีกทั้งแสงสว่างที่เย็นเยียบของมันยังดูคล้ายกับฟันสีขาวของฉลามในห้วงทะเลลึก ที่ให้ความรู้สึกที่งดงาม แต่แฝงไปด้วยอันตรายเกินจะจินตนาการได้
อาวุธเหล็กหวู่จือชิ้นแรกได้ถือกำเนิดขึ้นบนทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
หวัง ชง กลายเป็นบุคคลแรกที่สร้างราชาแห่งอาวุธได้สำเร็จ
ในเวลานี้ ความตื่นเต้นภายในใจของเขาไม่อาจสงบลงได้แม้แต่นิดเดียว
***** ฟุ่บ *****
ผ้ากั้นสีดำที่ปากถ้ำถูกเปิดออก เมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวภายในถ้ำ เว่ย ฮ่าว และ หวัง เสี่ยวเหยา ก็รีบวิ่งเข้ามาภายในถ้ำทันที
“นะ........นั่นมันอาวุธอะไรกัน!?”
ทันทีที่เห็นแสงสว่างสีเงินเปล่งประกายในมือของ หวัง ชง , เว่ย ฮ่าว ก็ก้าวถอยออกไปด้านหลังโดยไม่รู้ตัวหลายก้าว
เว่ย ฮ่าว ไม่เคยเห็นอาวุธเช่นนี้มาก่อน ความเปล่งประกายของมันนั้นดูราวกับปรอท แม้ว่าผิวของมันจะมีรอยริ้วคลื่นที่งดงาม แต่ก็ยังไม่อาจบดบังความคมของมันได้
“ช่างเป็นอาวุธที่งดงาม และน่ากลัวอะไรเช่นนี้!?”
เว่ย ฮ่าว พึมพำ
หลังจากที่เกิดมาในตระกูลขุนนางชั้นสูง เว่ย ฮ่าว เคยเห็นอาวุธมาจำนวนมาก แต่ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นอาวุธเช่นนี้ มันดูราวกับอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสังหารเพียงอย่างเดียว แต่กลับมีความงดงามจนยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
เพียงแค่เห็น เว่ย ฮ่าว ก็ถูกดึงดูดโดยดาบเล่มนี้ทันที
“งดงามยิ่งนัก!!”
เสียงเล็กๆ สดใสของ หวัง เสี่ยวเหยา ดังขึ้น เว่ย ฮ่าว ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่หลงเสน่ห์ในดาบเล่มนี้
อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นแสงสว่างสีเงินก็มืดดับไปอย่างกะทันหัน นั่นเป็นเพราะ หวัง ชง ได้ใส่มันลงไปในปลอกไม้ พร้อมกับห่อด้วยผ้าสีดำอย่างรวดเร็ว
“เว่ย ฮ่าว รับไว้!!”
หวัง ชง กล่าวพร้อมกับโยนดาบเหล็กหวู่จือที่ถูกห่อด้วยผ้าออกไป เว่ย ฮ่าว รับพร้อมกับกอดมันไว้ในอกอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่าของเขา
“หวัง ชง นี่มันคืออาวุธอะไร!?”
เว่ย ฮ่าว กล่าวถาม
“นี่คือดาบเหล็กหวู่จือที่ข้าเคยบอกไว้!!”
หวัง ชง กล่าวตอบออกมาด้วยเสียงเรียบ เขาไม่ได้แปลกใจต่อท่าทีของ เว่ย ฮ่าว แต่อย่างใด เพราะสิ่งแรกที่เขาได้เห็นคือความงดงามของมัน ไม่ใช่พลังทำลายของมัน
ท่าทีของเขาคงจะเปลี่ยนแปลงไปกว่านี้มากนัก หากว่าได้เห็นพลังของมันท่ามกลางสนามรบ
หวัง ชง ยังจดจำความโกลาหลที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน เมื่อดาบเหล็กหวู่จือ ปรากฏตัวขึ้นในสนามรบเป็นครั้งแรก
เมื่อเขากล่าวถึงแผนการแร่ไฮเดอราบาดขึ้นมานั้น สิ่งแรกที่ เว่ย ฮ่าว กล่าวออกมาคือ กล่าวหาว่าเขาเป็นคนบ้า เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าแร่ชนิดจะมีราคาสูงเช่นนั้น
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ เว่ย ฮ่าว จำเป็นต้องกลับไปคิดทบทวนคำกล่าวทั้งหมดของเขาอีกครั้ง
“เว่ย ฮ่าว นี่เป็นดาบเล่มแรกที่ถูกตีขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์ เจ้าต้องทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครเห็นมันได้ ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเจ้าแล้ว!!”
หวัง ชง กล่าว
“อะ...อ่า....!!”
เว่ย ฮ่าว พยักหน้ารับด้วยใบหน้าที่แข็งค้าง
หวัง ชง พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะก้าวออกมานอกถ้ำ อาวุธเหล็กหวู่จือที่ถูกตีจนเสร็จนี้เป็นเพียงขั้นแรกของแผนการเท่านั้น
เวลาครึ่งเดือนได้ผ่านไปแล้ว หากว่า หวัง ชง ไม่สามารถรวบรวมเงินได้เก้าหมื่นตำลึงทอง ความพยายามทั้งหมดของเขาจะต้องสูญเปล่าไปทั้งหมด
สิ่งเหล่านี้ถูกระบุเอาไว้อย่างชัดเจนในสัญญาที่ถูกเขียนขึ้นในหอตรวจการณ์ต้าหลี่ แม้ว่า หวัง ชง จะสามารถขายมันได้ก็ตาม แต่มันก็ยังเป็นสิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบต่อภิกษุชาวสินธุทั้งสองอยู่ดี
“ไต้ซือทั้งสองจากสินธุจะต้องประหลาดใจแน่!!”
หวัง ชง ครุ่นคิดด้วยใบหน้าที่แขวนไว้ด้วยรอยยิ้ม
....................
ในเวลาเดียวกันนั้น ภิกษุชาวสินธุทั้งสองกำลังกังวลใจอย่างมาก
“อามิตตาพุทธ!!”
ภายในที่พัก ภิกษุนาม อาลัวโนดัน ยังคงพนมมือขึ้นเพื่อสวดมนต์อย่างเคร่งครัด แต่ทว่าใบหน้าของเขากลับแสดงให้เห็นถึงความกังวลใจอย่างชัดเจน
“อาลัวเจีย เจ้าคิดว่าคุณชายคนนั้นจะเปลี่ยนข้อตกลงของเราไหม!?”
หลังจากนั้นไม่นาน อาลัวโนดัน ก็กล่าวถามถึงปัญหาที่ติดอยู่ในใจของเขาออกมา
“นี่ก็ผ่านมาระยะใหญ่แล้ว ทำไมถึงยังไม่มีข่าวคราวจากเขา!?”
ยี่สิบวันผ่านพ้นมาแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้รับข่าวสารใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ความจริงแล้วพวกเขาแค่อดทนรออีกไม่กี่วันเท่านั้น แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างมันทำให้พวกเขามีความกังวลใจอย่างมาก
ในขณะที่พวกเขากำลังรอคอยอยู่นั้น สภาพในถิ่นกำเนิดของพวกเขาก็เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ มีคนจำนวนมากเริ่มตายไปเพราะความหิวโหย อีกทั้งช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานั้น พวกเขายังได้รับจดหมายจากมหาปุโรหิตโดยการเรียกตัวพวกเขากลับไปยังสินธุ
นี่เป็นจดหมายฉบับที่เจ็ดของเดือนนี้แล้ว
“ให้เวลาเขาอีกสามวัน เมื่อถึงเวลานั้นแล้วเขายังไม่สามารถทำตามสัญญาได้ พวกเราจะกลับไปยังสินธุ และทำตามคำแนะนำของท่านมหาปุโรหิตขายแร่ทั้งหมดให้กับอาหรับ!!”
อาลัวเจีย กล่าวพลางถอนหายใจออกมา
แม้จะดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลยก็ตาม หลังจากที่ลงนามในสัญญา แต่ความจริงแล้วพวกเขาทั้งสองต่างก็จับตาดู หวัง ชง ตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่มันดูราวกับเป็นการโยนหินลงไปในน้ำก็ตามได้ นอกจากการเคลื่อนไหวในการร่างสัญญาแล้วนั้น หลังจากนั้นก็ไม่มีสิ่งใดที่พวกเขาได้รับอีกเลย
พวกเขาพยายามติดตามข่าวเกี่ยวกับแร่ไฮเดอราบาดตามท้องถนนอยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าพวกเขาก็ยังไม่ได้รับข่าวใดๆ แม้แต่นิดเดียว
แต่เดิมแล้วพวกเขามีความมั่นใจในความสามารถของ หวัง ชง อย่างมาก แต่ทว่าในเวลานี้ แม้ว่า อาลัวเจีย จะกล่าวว่าให้เวลากับ หวัง ชง อีกสามวันก็ตาม แต่ความจริงแล้ว เขาไม่ได้มีความมั่นใจเหลืออยู่แม้แต่นิดเดียว
“ข้าคิดว่าคงจะล้มเหลว....!!”
อาลัวเจีย ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความสับสน พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าการขายแร่ไฮเดอราบาดในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์จะเต็มไปด้วยปัญหาเช่นนี้
“แต่.....ยังมีอีกหลายตระกูลที่นี่!! ทำไมพวกเราไม่ลองติดต่อพวกเขาดูล่ะ!?”
อาลัวโนดัน กล่าวถึงตระกูล จาง ที่เข้ามาสอบถามถึงแร่ไฮเดอราบาดในก่อนหน้านี้
“ไม่!!”
“พวกเขาไม่ใช่คู่ค้าที่พวกเรากำลังมองหา ตราบใดที่ราคาอาวุธในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ยังถูกเช่นนี้ พวกเขาไม่มีทางยอมรับราคาที่พวกเราตั้งขึ้นแน่ ท่านมหาปุโรหิตกำชับให้พวกเรามองหาคนที่สามารถทำการค้าได้ในระยะยาว พวกเขาไม่ใช่เป้าหมายของพวกเรา!!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อาลัวโนดัน ก็เงียบลง เป้าหมายของพวกเขาคือการมาที่นี่เพื่อรวบรวมอาหารกลับไปให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้คือการขายแร่ไฮเดอราบาดให้ได้
หากพวกเขาขายแร่ไฮเดอราบาดในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ให้กับคนทั่วๆ ไป มันจะทำให้พวกเขาไม่อาจขายได้ในราคาที่ดี หรือในราคาที่พวกเขากำหนดเอาไว้
ด้วยเหตุผลนี้ มหาปุโรหิตของพวกเขาจึงไม่ต้องการให้สิ่งนี้เกิดขึ้น จึงได้ส่งเหล่านักบวชออกไปยังทุกพื้นที่บนโลกใบนี้
แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์จะเป็นคู่ค้าที่เหมาะสมที่สุด แม้ว่าจะไม่สามารถขายได้ในราคาสูง แต่ก็ยังสามารถขายได้
ทว่าที่นี่กลับแตกต่างจากที่พวกเขาคาดหวังเอาไว้มาก
ขณะเดียวกันนั้น พวกเขาทั้งสองไม่ได้ตระหนักแม้แต่น้อยว่าพวกเขาไม่ใช่เพียงกลุ่มเดียวที่กำลังจับตาดู หวัง ชง อยู่
......................