เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 82 เรื่องครึกครื้น (3)

            สวีลี่ฉวินเป็นบุตรเพียงคนเดียว จึงไม่ต้องพูดเลยว่าเขาจะมีพี่น้องไหมแน่นอนว่าไม่มี

            แล้วแม่เฒ่าสวีมีหลานชายได้อย่างไร

            หยางอวี้หลานไม่ใช่คนโง่ ไม่นานเธอก็คิดออกถึงความเป็นไปได้

            พระอาทิตย์กำลังตกดินหญิงชราหลายคนนั่งถือพัดอยู่หน้าอาคารพลางพูดถึงแม่เฒ่าสวี

            “แม่หม้ายที่ต้องดูแลลูกเพียงลำพัง อีกทั้งยังเป็นลูกชาย ไม่ง่ายเลยจริงๆ”

            “ดีที่แม่สามีใส่ใจ เมื่อถึงเทศกาลแม่สามีของเธอจะมาหาพร้อมกับให้ของมากมายไม่ว่าจะเป็นหมูเห็ดเป็ดไก่ ใส่หม้อมาจนล้น”

            “ใช่แล้ว ซุนลี่เหมยกินไม่หวาดไม่ไหวหัวปลากับตีนไก่ถูกตัดโยนทิ้งลงถังขยะหมด”

            ปีใหม่ หมูเห็ดเป็ดไก่…

            หยางอวี้หลานทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล ช่วงปีใหม่จะได้รับสวัสดิการผู้อำนวยการโรงพยาบาลรู้สถานะของครอบครัวเธอ จึงดูแลเป็นพิเศษด้วยความเห็นอกเห็นใจทุกครั้งเมื่อมีอาหารเหลือ ก็มักจะแบ่งมาให้เธอเยอะหน่อย

            ทุกครั้งเธอจึงนำข้าวของกลับบ้านมากมายแต่น่าแปลกคือผ่านไปไม่ถึงสองวันของเหล่านั้นมักจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย

            พอสอบถามแม่สามีก็จะบอกว่าแบ่งไปให้เพื่อนบ้านหลังซ้ายและขวารวมถึงญาติพี่น้อง เมื่อเธอรู้ว่าของเหล่านั้นไม่ได้เสียเปล่าก็ถือเสียว่าเป็นการแสดงน้ำใจหยางอวี้หลานจึงไม่พูดให้มากความ

            แต่ความจริงถูกเปิดเผยแล้ว…

            จากคำนินทาของหญิงชราเหล่านั้น กล่องความทรงจำของเธอก็เปิดออกหลายปีมานี้เธอยุ่งอยู่กับงาน เรื่องบางอย่างเธอไม่มีเวลาใส่ใจแต่เมื่อนำมาปะติดปะต่อก็พบความจริงที่ค่อยๆ ปรากฏ

            หยางอวี้หลานพุ่งความสนใจไปที่ชื่อของคนผู้หนึ่ง “ซุนลี่เหมย”

            “ใช่ เธอนั่นแหละ!”

            นัยน์ตาที่ไม่ค่อยดีและขุ่นมัวมองไปทางด้านหลังของเธอ “บังเอิญจริงๆ หล่อนมาพอดี ลี่เหมยพี่สะใภ้เธอมาน่ะ”

            เมื่อได้ยินเสียงคนคุ้นเคยเอ่ยทัก ซุนลี่เหมยก็รีบเดินเข้ามาพอดีกับที่หยางอวี้หลานหันไปมองพอดี

            แม้จะผ่านไปแล้วสิบกว่าปี ทว่ารูปลักษณ์ไม่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนซุนลี่เหมยแค่ดูมีอายุมากขึ้น หยางอวี้หลานหันไปมองก็จำได้ทันที

            ที่แท้ก็เป็นเธอจริงๆ!

            ดวงตาสองคู่ประสานกัน หยางอวี้หลานตัวแข็งทื่อ

            เรื่องในอดีตผุดขึ้นมา ย้อนกลับไปเมื่อสิบหกปีก่อนทีมช่วยเหลือทางการแพทย์นั่งรถแทรกเตอร์ไปยังชนบทซึ่งในเวลานั้นผ่านบ้านเก่าของซุนลี่เหมย จึงให้เธอติดรถไปด้วยเนื่องจากเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์เพียงสองคนในทีมทำให้พวกเธอมักจะอยู่ด้วยกันและคุยเรื่องอาการต่างๆ ช่วงตั้งครรภ์ ในเวลานั้นสวีลี่ฉวินได้ดูแลเสิร์ฟน้ำอุ่นและขนมให้เธออย่างขยันขันแข็งเธอยังทักทายกับซุนลี่เหมยด้วยท่าทีเป็นมิตร มีอะไรน่ารับประทานก็มักจะแบ่งให้

            จากนั้นก็เกิดพายุทำให้ดินถล่ม ก้อนหินกลิ้งลงมาจากเทือกเขา

            ในสถานการณ์คับขัน สวีลี่ฉวินรีบพุ่งเข้ามาโดยไม่คิดชีวิต

            หินก้อนใหญ่ตกลงมาทำให้เธอหมดสติเมื่อฟื้นก็พบว่าโลกของเธอได้เปลี่ยนไป

            สวีลี่ฉวินถูกก้อนหินกระแทกอย่างแรงจนขาหัก

            เพื่อรักษาชีวิตของเขาไว้จำเป็นต้องตัดขา และเป็นเพราะเขาเด็กในท้องคนนี้ถึงรอดตาย หยางอวี้หลานดีใจมากให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลเขาไปตลอดชีวิต

            การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นและรู้สึกประทับใจสวีลี่ฉวินแม้ว่าหลายปีมานี้เขาจะขี้โมโห แม่เฒ่าสวีก็พูดจาหาเรื่องตลอดเธอพยายามเต็มที่เพื่อประคับประคองครอบครัวโดยไม่คิดถอดใจ

            แต่ในวันนี้เมื่อได้เผชิญหน้ากับซุนลี่เหมยกลับทำให้เธอสงสัยเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงปีนั้น

            สวีลี่ฉวินสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยการแพทย์แต่เธอเรียนจบจากวิทยาลัยแพทย์ธรรมดา ถึงแม้ในยุค 80 การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเป็นเรื่องยากสามารถพูดได้ว่าผู้ที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยมีน้อยมากสวีลี่ฉวินแสดงท่าทีไม่พอใจเธอเท่าไร หลังจากแต่งงานกันก็มักจะเย็นชาใส่

            เมื่อทีมแพทย์เดินทางไปต่างเมือง เขากลับมีท่าทีอบอุ่นและกระตือรือร้นมากขึ้น

            สิ่งที่คิดในเวลานั้นคือสวีลี่ฉวินคงเห็นใจเธอที่ต้องอุ้มท้องไปในชนบทด้วยความลำบากความรู้สึกหวานฉ่ำในตอนนั้นเป็นความทรงจำดีๆ ไม่กี่อย่างหลังชีวิตแต่งงาน

            แต่ในวันนี้มาลองคิดดู เขาตั้งใจเอาใจใส่ใครกันแน่

            เมื่อมองตั้งแต่จุดนี้ในวันที่เขาพยายามพุ่งเข้ามาช่วยด้วยความกระตือรือร้นแท้ที่จริงตั้งใจเข้ามาช่วยเธอ หรือว่า…

            เธอยกคอที่ตั้งแข็ง ก่อนจะมองซุนลี่เหมยที่อยู่ตรงหน้าสีหน้าของอีกฝ่ายดูตกใจซึ่งยืนยันได้ว่ามันคือเรื่องจริง

            “เธอ…”

            ดวงตาเบิกกว้างก่อนที่ซุนลี่เหมยจะชักเท้าและวิ่งหนีไป

            หยางอวี้หลานจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตนเองกลับมาได้อย่างไร

            ท้องฟ้ามืด เธอยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านมองประตูที่มีรอยถลอกซึ่งควรได้รับการซ่อมแซม เธอรู้สึกแค่ว่าในนั้นมีสัตว์ประหลาดกินคนซ่อนอยู่

            เพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังหิ้วถุงขยะออกมาทิ้งทักทายเธออย่างอบอุ่น

            “อวี้หลาน ทำงานล่วงเวลาอีกแล้วหรือ ทำไมไม่เข้าไปล่ะ ลืมกุญแจหรือนี่ครอบครัวสวี รีบออกมาเปิดประตูหน่อย!”

            เมื่อได้ยินเสียงตะโกน แม่เฒ่าสวีที่ได้ยินก็รีบเดินมาเปิดประตู

            เสียงเปิดประตู ก่อนจะมีเสียงโทรทัศน์ดังสิ่งที่ตามมาคือคำพูดกล่าวโทษของแม่เฒ่าสวีพร้อมสีหน้าไม่พอใจ “ทำไมกลับมาช้าแบบนี้คนแก่กับเด็กในบ้านหิวจะแย่ มัวยืนทำอะไรอยู่ รีบเข้ามาทำอาหารสิ เก็บของเสร็จก็รีบไปนวดให้ลี่ฉวินด้วย”

            หยางอวี้หลานเดินนิ่งเข้าไป เธอก้มตัวเพื่อเปลี่ยนรองเท้าสิ่งที่ได้ยินอยู่ในหูคือเสียงบ่นพึมพำของแม่เฒ่าสวี

            “แต่ละวันกลับมามืดค่ำ ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่ข้างนอก ปากบอกว่าไปทำงานใครจะไปรู้ว่าเธอแอบคบผู้ชายคนอื่นหรือเปล่า...”

            เมื่อเปลี่ยนรองเท้าเสร็จ หยางอวี้หลานยืนตัวตรงนัยน์ตาที่ปกติอ่อนน้อมถ่อมตน วันนี้กลับก่อตัวเป็นพายุ

            “เมื่อครู่ฉันไปที่หมู่บ้านสาม ถนนฟางมาค่ะ”

            เมื่อได้ยินประโยคนั้น แม่เฒ่าสวีก็รู้สึกเหมือนถูกสาปทั้งร่างคำก่นด่าหยุดชะงัก ดวงตาขุ่นมัวจ้องมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

            เป็นอย่างที่คิดจริงๆ สินะ…

            หยางอวี้หลานรู้สึกว่าหัวใจตกไปอยู่ตาตุ่ม

            สิ่งที่ได้เห็นได้ยินที่หมู่บ้านสาม ถนนฟาง ถึงแม้เธอจะมั่นใจแล้วแต่ลึกๆ ก็ยังแอบคาดหวัง

            พวกเขาแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว อาจเกิดข้อผิดพลาดก็ได้

            หากสวีลี่ฉวินทำไปเพื่อช่วยซุนลี่เหมยทำไมยอมรับการดูแลจากเธอด้วยท่าทีสงบเช่นนี้มาตั้งหลายปี หากแม่เฒ่าสวีรู้ว่าสวีลี่ฉวินคบชู้ทำไมยังกล้าเจ้ากี้เจ้าการบงการเธออยู่ตั้งหลายปี

            แต่ปฏิกิริยาของแม่เฒ่าสวีในวันนี้กลับทำให้ความหวังสุดท้ายของเธอดับสิ้น

            สิบหกปีเป็นเวลาเกือบหกพันวันหกพันคืนที่เธอต้องใช้ชีวิตจมอยู่กับความรู้สึกผิดวันนี้ความจริงเปิดเผยแล้ว เธอถูกหลอกมาตลอด

            สองแม่ลูกทำราวกับว่าเธอเป็นวัวแก่ที่ต้องอดทนต่อความยากลำบากมาถึงตอนนี้ก็ยังขัดขวางความเจริญของเธอทุกทาง

            หากยังทนต่อไป เธอคงเป็นพระพุทธเจ้าแล้วละ

            “คุณนี่มีลูกชายที่ดีจังเลย ที่เขาได้มีหลานชายให้คุณ!”

            “เธอ…เธอรู้แล้วหรือ”

            ความสุขในใจของแม่เฒ่าสวีหายไปหมดสิ้น

            “แม่ พูดอะไรคะ”

            ประตูห้องเปิดออก สวีเหวินเหวินยืนอยู่หน้าประตูดวงตาคู่นั้นยังคงบวมแดง แววตาเต็มไปด้วยความตกใจ และไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

            เมื่อเห็นชุดนอนบนตัวเหวินเหวินที่ถูกซักจนเป็นขุยหยางอวี้หลานก็สงสาร สัญชาตญาณของเธออยากปกปิดเรื่องนี้ไว้

            แต่สติของเธอบอกว่าในเมื่อมาถึงขั้นนี้เธอคงไม่สามารถรักษาครอบครัวต่อไป จะช้าหรือเร็วสวีเหวินเหวินก็ต้องรู้สู้บอกไปเลยตอนนี้ดีกว่า

            ภายใต้สิ่งเร้ามากมาย หยางอวี้หลานที่ใจอ่อนอยู่เสมอก็ตัดสินใจ

            “เหวินเหวิน หลังเลิกงานแม่ไปตรวจสอบที่ชุมชนนั้นตอนนี้เรื่องราวกระจ่างแล้วพ่อของลูกมีลูกชายอีกหนึ่งคนซึ่งมีอายุมากกว่าลูกหนึ่งเดือน

            “อะไรนะคะ”

            สวีเหวินเหวินตะโกน ก่อนจะถามโดยไม่รู้ตัว “ก็เท่ากับว่าเงินนั่น”

            หยางอวี้หลานพยักหน้า “นำไปให้พวกเขา”

            “ที่แท้เป็นเธอที่คอยยุแยงนี่เอง!”

            เมื่อได้ฟัง และรู้ว่าใครเป็นผู้ที่ออกความคิดนี้เป็นคนแรกแม่เฒ่าสวีก็หันไปมองสวีเหวินเหวิน “ฉันว่าแล้ว นังเด็กคนนี้ชอบทำให้ผิดหวังจริงๆช่วยคนนอกจัดการพ่อกับย่าของตนเอง”

            “แม่ของหนูไม่ใช่คนนอกนะคะ!”

            มือหยิบไม้ปัดขนไก่ที่อยู่ข้างประตูก่อนที่แม่เฒ่าสวีจะพุ่งตรงเข้าไปตีหน้าผากของสวีเหวินเหวิน

            หยางอวี้หลานเห็นเช่นนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความโกรธเข้าไปคว้าไม้ปัดขนไก่โดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น พร้อมเอาตัวบังบุตรสาว

            “กล้าดียังไงมาตีลูกสาวฉัน”

            แม่เฒ่าสวีหายใจหอบนัยน์ตาขุ่นมัวมองลูกสะใภ้เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อน้ำลายกระเด็นจากริมฝีปากที่เหี่ยวย่นขณะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “เปลี่ยนไปขนาดนี้เชียวหรือยังไม่ได้เลื่อนตำแหน่งก็ปีกกล้าขาแข็งขนาดนี้ นี่คงไม่เคยเห็นเราสองแม่ลูกอยู่ในสายตาเลยสินะหากยอมให้เธอไปจริงๆ บ้านหลังนี้จะมีที่ให้พวกเรายืนอยู่ได้ยังไง!”

            “นี่คุณยอมรับแล้วหรือคะ”

            “ยอมรับอะไร” แม่เฒ่าสวีชะงัก ก่อนจะดึงสติกลับมา “หากฉันไม่ยอมให้เธอศึกษาหลักสูตรระยะสั้นแล้วจะทำไม ปีนั้นเธอทำให้สวีลี่ฉวินบาดเจ็บจนต้องตัดขาแต่กลับคลอดเด็กไร้ประโยชน์ออกมา คนที่เป็นตัวซวยอย่างเธอยังกล้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในมณฑลอีกหรือ”

            “เรื่องขาของสวีลี่ฉวินมันถูกตัดเพราะฉันจริงๆ หรือคะ”

            เสียงรถเข็นดังขึ้น หยางอวี้หลานเห็นใบหน้ามืดมนของสวีลี่ฉวินก่อนจะรัวคำถาม

            “สวีลี่ฉวิน ตอนนั้นคุณคิดจะช่วยใครกันแน่”

            ประโยคที่มีข้อมูลมากเกินไปนี้ทำให้สวีเหวินเหวินที่ฟังอยู่ถึงกับตกตะลึงยืนนิ่งอยู่กับที่

            หยางอวี้หลานจ้องเขม็งไปที่สวีลี่ฉวินด้วยดวงตาแดงก่ำเมื่อเห็นเขาก้มศีรษะ เธอก็เข้าใจทุกอย่างทันที

            ขณะนั้นเธอรู้สึกราวกับหัวใจหยุดเต้น

            แต่บุตรสาวที่อยู่ข้างๆ คอยสนับสนุนเธอ จึงจะล้มไม่ได้อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้

            ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่ง ความคิดของเธอแจ่มชัดมากขึ้น

            “ฉันรู้แล้วว่าควรทำยังไง ฉันเชื่อว่าในใจของพวกคุณก็คงคิดไว้แล้วเหวินเหวินเป็นเด็กผู้หญิง พวกคุณไม่ต้องการ ฉันก็จะพาเธอไปด้วยบ้านนี้เป็นสวัสดิการของโรงพยาบาล เงินก็มาจากเงินเดือนของฉัน ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ควรเป็นของฉันรายจ่ายช่วงหลายปีมานี้ฉันจะไม่นับ แต่เงินเก็บทั้งหมดต้องเป็นของฉันฉันจะช่วยให้พวกคุณสมปรารถนา รวมถึงลูกชาย หลานชายด้วย!”

            “ไม่ได้!”

            แม่เฒ่าสวีคัดค้าน บ้านนี้เป็นของตระกูลสวี รวมถึงเงินก้อนนั้นหลานชายคนโตของเธอยังรอให้เธอซื้อบ้านให้ ลูกสะใภ้ของเธอก็รอให้เธอไปสู่ขอนั่นก็เพื่อตอบสนองความปรารถนา เพราะเธอก็ชรามากแล้วลี่ฉวินก็พิการสถานการณ์เช่นนี้จะทำให้หลานชายของเธอต้องเดือดร้อนไปด้วย

            อาศัยร่วมชายคากับแม่เฒ่าสวีมาหลายปีหยางอวี้หลานเห็นนิสัยของอีกฝ่ายทะลุปรุโปร่งตั้งนานแล้วจึงไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด

            “ได้หรือไม่ได้ไม่ใช่คุณเป็นคนตัดสิน หากพวกคุณไม่ตกลง ก็เจอกันในศาล!”

            หยางอวี้หลานช่างเย็นชายิ่งนักเธอทิ้งประโยคนั้นไว้ก่อนจะเข้าไปเก็บข้าวของบางส่วนและรีบดึงสวีเหวินเหวินที่ยังตกตะลึงออกมาจากที่นั่นท่าทีเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน

            “เหวินเหวิน พวกเราไปกันเถอะลูก”

            เธอผลักแม่เฒ่าสวีที่ยืนขวางออกไปอย่างง่ายดาย มือขวาถือกระเป๋ามือซ้ายจูงบุตรสาว ก่อนที่หยางอวี้หลานจะก้าวออกจากคุกที่ขังเธอมาถึงยี่สิบปี

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808