ทะเลอันสวยงาม
เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่งเสียงลมที่พัดโบกสะบัด มันช่วยประโลมหัวใจ ฉันหันไปมองทะเลที่กว้างใหญ่มันทำให้เื่ของฉันดูเล็กนิดเดียวไปเลย
“ชีวิตมันมีอะไรมากกว่า ความรักหนุ่มสาวอีกนะ”
“นี่อิง เธอพูดเหมือนคนโตมากๆแล้วเลย”
ฉันหันไปมองอิงอย่างแปลกใจอิงเป็ผู้หญิงใส่แว่น ผมตรงสวย ผิวขาวเหลือง ตัวสูง บุคลิกดี หน้าตาธรรมดาแต่โดยรวมแล้วกลับดูดีมาก ในกลุ่มเพื่อนอิงดูเป็ผู้ใหญ่เกินอายุ ความคิดความอ่านมักรอบคอบเสมอจนเพื่อนๆต่างขอความคิดเห็นและที่สำคัญอิงชอบอ่านหนังสือมากๆ
ทุกคนจะเรียกอิงว่า หนอนหนังสือ เงินเดือนที่อิงได้จากการทำงานมักจะหมดไปกับค่าหนังสือเป็ส่วนใหญ่ จนเพื่อนอดเสียดายไม่ได้และสิ่งที่อิงตอบกลับไปคือ หนังสือเป็ขุมทรัพย์ที่มีค่ามากกว่าเงินทองถึงฉันจะไม่มีเงิน แต่มีความรู้ ชาตินี้ฉันก็ไม่อดตาย คำพูดของอิงในวันนั้นมันทำให้ฉันคิดได้ในวันนี้ และตอนนี้หนังสือคือเพื่อนเคียงข้างฉันไปแล้ว
“ดินสอ เธอก็ดูโตขึ้นมากๆเลยนะ” อิงพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและยิ้มให้ฉัน ฉันยิ้มตอบแล้วหันไปมองทะเล เพื่อสูดอากาศอีกครั้ง ทันทีที่หันไปก็เห็นยัยเพรฟะโลงไปเล่นน้ำเรียบร้อยแล้วตอนนี้เธอกำลังเข้ามาหาฉัน ฉันวิ่งนี้แต่ไม่พ้น เพื่อนๆคนอื่นช่วยกันจับฉันลงน้ำเรียบร้อย
ส่วนอิงบอกปฏิเสธทุกคนไปั้แ่ต้น เธอขออ่านหนังสือตากลมทะเลดูท่าทางจะมีความสุขมากเชียวแหละ ดูสงบเหลือเกิน ส่วนฉันและเพื่อนคนอื่นหัวเราะกันเสียงดังลั่นไปเลยทีเดียว
“เพรฟ นี่เธอเพรฟใช่ไหม”
“อ้าวเก้า”
“โลกกลมชิบ มาเจอกันกลางทะเล”
ฉันหันไปมองเพรฟกับเพื่อนของเธอที่บังเอิญเจอกันโลกกลมจริงๆนั่นแหละ อยู่กลางทะเลยังเจอกันได้อีก ขณะที่ฉันกำลังดูพวกเขาสนทนากันอยู่ก็รู้สึกว่ามีคนมองมาฉันหันไปมองตามสัญชาตญาณที่ควรจะมองกลับว่าเป็ใครกันนะมามองคนน่ารักอย่างฉัน เฮ้ยสุดหล่อวัวตายความล้ม ในร้านหนังสือนี่ เขินไปอีกโดยไม่รู้ตัว
“หน้าตาตอนนี้ฉันเป็ยังไงบ้างยังน่ารักอยู่ไหม”
ฉันถามยัยฟ้า อยากจะขอความช่วยเหลือเต็มที
“หน้าเธอตอนนี้น่ะหรอ”
ยัยฟ้ามองอย่างตั้งใจ
“ใต้ตาเธอเลอะมาสคารา”
และก้มมามองปากฉัน
“ปากเธอก็เลอะลิปที่ปาดไปถึงแก้มนี่เธอแต่งหน้ายังไง หาซื้อเครื่องสำอางค์ที่ติดทนนาน ไม่เลอะแบบนี้มาใช้หน่อยนะโดยรวมตอนนี้เธอน่าเกียจมาก”
ยัยน้ำตาลกับยัยดาวหัวเราะเสียงดังลั่นฉันอายสุดๆไปเลย ไม่น่าถามยัยฟ้าเลย ฉันเอาตัวเองดำน้ำลงไป เพื่อถูเครื่องสำอางค์ให้ออกทั้งหมดทันใดนั้นก็มีคนมาจับฉันขึ้นมา ฉันใเผลอ กลื่นน้ำลงไปอึกใหญ่ หายใจแทบไม่ทัน
“คุณเป็อะไรหรือเปล่า”
ฉันมัวแต่ใและกำลังจะจัดการกับตัวเองที่น้ำเข้าปากฉันให้คายออกมาหรือลงไปซะ
“ไม่ๆไม่เป็ไรคุณนั่นแหละที่ทำฉันใแล้วเผลอให้น้ำเข้าปากได้”
ฉันพูดแล้วลืมตาขึ้นเพื่อนๆมองมาที่ฉัน และฉันก็หันไปมองคนที่จับฉันอยู่ตอนนี้สุดหล่อวัวตายความล้มนี่นา มาช่วยจับทำไมเนี่ย
“ผมเห็นคุณอยู่ในน้ำมานานแล้วคิดว่าเกิดอันตราย เพื่อนคุณก็หัวเราะไม่หยุด ไม่ช่วยคุณสักนิด”
เขาพูดออกมาหลายประโยค ความหมายง่ายๆคือเขาเป็ห่วงฉันตำหนิเพื่อนๆฉัน เราไม่รู้จักกัน แต่ทำแบบนื้ทำไมกันนะ
“ปล่อยฉันก่อน หายใจไม่ออกแล้ว แครกๆ”
โอ้ย ค่อยโล่งหน่อยฉันหันไปมองเขาอีกเขา
“แมมโบ้ ไปทำอะไรตรงนั้นอ่ะมานี่เลยนะ”
เสียงสาวสวยอีกแล้ว แต่นี่เป็อีกคนไม่ใช่คนเดิมที่ร้านหนังสือ หมอนี่เ้าชู้ชะมัด แฟนสวยขนาดนี้ยังมาอ่อยฉันอีกกรี๊ด
เขาหันหลังกลับไปเล่นน้ำฝั่งตัวเองอีกครั้ง
“ดูแลตัวเองด้วย ไม่ไหวก็ขึ้นมาพักก่อนเถอะ”
ยัง ยังจะมาเป็ห่วงกันอีกเนอะตอนนี้สติ สมาธิ สัมปชัญญะหลุดไปหมดแล้ว ขอเวลาพักก่อนดีกว่าฉันขึ้นไปที่ชายฝั่งนอนเปลผ้าใบใกล้ๆอิง
“ดินสอ รู้จักแมมโบ้ด้วยหรอ”
“แมมโบ้ ใครน่ะอิง ตาสุดหล่อคนนั้นที่ฉันหรอ”
“ใช่น่ะสิ รู้จักด้วยหรอ”
“ไม่นะ ไม่รู้จัก เขาแค่มาช่วยฉัน”
“มาช่วยเธอหรอ ไม่รู้จักด้วย แปลกแฮะ”
“แต่เธอรู้จักนี่อิง”
“รู้จักสิ เพื่อนที่ทำงานน่ะ”
ฉันพยักหน้าไม่ได้คิดอะไร พอเดาได้ว่านิสัยคนเ้าชู้ มักชอบช่วยเหลือสาวๆสินะ ชิ
หลังจากนั้นเป็ต้นมาฉันก็เห็นแมมโบ้มาตลอด เพราะเขาชอบมองหน้าฉัน มองอยู่นั่นแหละ มองจนฉันเขิน ความจริงฉันอยากจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหาแล้วถามว่า มองหน้าอย่างนี้เมียไม่ว่าหรอ สักที
แต่ทำได้แค่คิดไม่อยากทำกลัวเมียจะมาตบฉันเนี่ย แล้วโลกก็ช่างกลมจนวงกลมยังอายอ่ะ เป็เพื่อนร่วมงานอิง เป็เพื่อนของเพื่อนข้างบ้านเพรฟอีกทีแล้วตอนนี้เพื่อนๆคุยกันว่า ไหนๆก็บังเอิญจะกันที่ทะเลแล้วก็นัดรวมกันสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนกันไปเริ่มสร้างคอนเนคชั่นนะ ว่ากันแบบนี้
จากคนหล่อ กลายเป็คนโรคจิตแอบมองฉันอยู่นั่นหมดเสน่ห์ ไม่มีความน่าสนใ จสำหรับฉันไปแล้ว ส่วนเขาก็ดูจะไม่ทุกร้อนก็สาวๆรายล้อมไปรอบกายซะขนาดนั้น เขายังเด็กอายุเท่าฉัน แต่ความเพล์บอยนี่ไม่เบาเลยจริงๆ
จู่ๆก็ลุกขึ้นมาเดินมาหาฉันแล้ว มานั่งข้างฉัน
“ผมของเบอร์คุณหน่อยสิ ดินสอใช่ไหม”
นี่เขาทำฉันตะลึ่งไปเลยนะ ไม่ๆนิ่งไว้
“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันไม่อยากมีแฟน”
“ผมไม่ได้รีบขนาดนั้น คุยกันเป็เพื่อนน่ะ”
อย่างนี้นี่เองฉันเลยบอกเบอร์เขาไป ขณะบอกเบอร์ก็คิดอะไรได้บางอย่าง
“แฟนคุณนี่ไม่มาตบฉันหรอคะ ทำแบบนี้”
“ไม่ครับ ผมยังไม่มีแฟน”
ฉันตะลึ่นขึ้นมาทันที
“ผู้หญิงพวกนั้นคือเพื่อนผมเองทั้งหมดครับ”
ฮะ เพื่อน ฉันได้ยินผิดใช่ไหมเนี่ย
“ไม่ต้องสนใจหรอก เพื่อนก็คือเพื่อน ว่าแต่ดินสอทำไมถึงไม่อยากมีแฟนล่ะ”
“อืม เื่นี้ ฉันเพิ่งจะอกหักน่ะ อยากเริ่มต้นทำเพื่อตัวเองมีความสุขกับตัวเองก่อน”
“ก็ดีนะ งั้นเดี๋ยวเราจะคอยเป็กำลังใจให้”
“ขอบใจนะ”
บางทีเขาทำแค่นี้ฉันก็รู้สึกดีขึ้นมานิดหนึ่งแล้ว เพื่อนรอบข้างแซวกันใหญ่ โดยเฉพาะยัยเพรฟนางอยากจะให้ฉันโสดเป็เพื่อนแต่ นางบอกว่าถ้าเป็คนนี้ ฉันยอมให้เธอมีแฟน เอากับนางสิ
หลังจากที่มาเที่ยวทะเลครั้งนี้กับเพื่อนครั้งแรกใจฉันสงบลงมาก มีความสุขขึ้นเยอะ โดยเฉพาะแมมโบ้ เขาคุยด้วยและตั้งใจฟังฉันตลอดทุกครั้งที่เราคุยกันตอนนี้เขาเหมือนคนที่จะมาดามใจฉันเลยนะ เมื่อยังมีลมหายใจ ชีวิตนี้ก็ยังมีอะไรดีๆรอคอยอยู่เสมอ