ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 7 บทที่ 186 ข้าข่มเหงเจ้าแล้วจะทำไม?

            "นั่นคือผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์ที่หลอมรวมจากกฎเกณฑ์หมื่นวิถี!!"

            เซียนผู้หนึ่งจากมหานิกายหยินหยางอุทานเสียงหลง

            "อะไรนะ!"

            "ผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์!!"

            บรรดาเซียนผู้เร้นกายจากดินแดนต้องสาปผู้คนจากตระกูลหวังแห่งแดนเป่ยหยวน ตระกูลจินและผู้ฝึกตนผู้ทรงพลังจากวิหารเทพเป่ยจี๋ ต่างฉายประกายแห่งความละโมบ

            นั่นคือผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ!

            เป็นสมบัติหายากที่สุดในใต้หล้า!

            สำหรับผู้ฝึกตนที่เข้าใจกฎเกณฑ์แห่งมรรคานั้นนี่คือโชคลาภจากฟ้าดินที่เหนือจินตนาการ!

            เล่าลือกันว่ามีเพียงตอนที่จักรพรรดิอู๋สื่อที่บังเกิดเมื่อแสนกว่าปีก่อนเท่านั้นผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์ถึงปรากฏบนโลก

            หรือว่าผู้ที่ถือกำเนิดในเป่ยหยวนวันนี้จะมีร่างที่แกร่งเทียบเท่าจักรพรรดิไร้กำเนิด?

            เหล่าเซียนกว่าสิบชีวิตต่างรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาเริ่มร้อนรนจนแทบอยู่ไม่สุข และต่างทะยานขึ้นไปสำรวจภูเขาน้ำแข็งเบื้องหน้า!

            ทว่าทันใดนั้น

            ฟุ่บ!

            กระแสพลังโกลาหลหนาแน่นพลุ่งพล่านขวางกั้นเบื้องหน้าเซียนกว่าสิบชีวิต!

            จากนั้นร่างในชุดขาวก็ค่อยๆปรากฏขึ้นในอากาศ ก่อนเปล่งเสียงเย็นยะเยือกเสียดกระดูก

            "ผู้ใดข้ามเส้นนี้ ผู้นั้นดับสิ้น!"

            "หืม?"

            "ปราณโกลาหล!"

            "เขาคือมู่เสินฉวนกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งตงฮวง!!"

            เฒ่าสตรีผู้หนึ่งจากมหานิกายหยินหยางเบิกตากว้างและเผลออุทานออกมา

            "มู่เสินฉวน!"

            "เป็นเขาจริงด้วย!!!"

            "บุตรของเขาจะเกิดแล้วหรือ?"

            เซียนจากตระกูลจินผู้มีกล้ามเนื้อแข็งแกร่งกำยำ มองด้วยสายตาเหยียดหยามดุจงูพิษร้ายกาจ

            มู่เสินฉวนยืนตระหง่านกลางอากาศพลังปราณท่วมท้นผสานกับพลังโกลาหล กดทับจักรวาลแผ่กระแสความน่ากลัวอย่างหาที่สุดมิได้

            เขาไม่เอื้อนเอ่ยสักคำเพียงยืนหยัดอยู่ระหว่างฟ้าดิน ก็สามารถสยบเซียนนับสิบได้แล้ว

            ทว่านั่นก็เป็นเช่นนั้นจริง

            ชื่อเสียงของมู่เสินฉวนในตงฮวงนั้นเลื่องลือยิ่งนักมิด้อยไปกว่าตระกูลเก่าแก่ที่สืบทอดมาหลายแสนปี

            ชายหนุ่มมิเพียงแต่มีพลังยุทธ์ที่ยากหยั่งถึงยังควบคุมอาวุธจักรพรรดิไว้อีกด้วย

            เป็นความน่าสะพรึงกลัวที่เหล่าเซียนทั่วหล้าต่างไม่อยากเป็นศัตรูด้วย!

            แต่ในวันนี้ 

            ผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นวางอยู่เบื้องหน้า

            คงไม่มีผู้ใดหักห้ามใจได้

            พวกเขาฝึกตนมาถึงวันนี้ก็ควบคุมกฎแห่งมรรคาได้เพียงด้านเดียว

            หากสามารถสลักผลแห่งหมื่นวิถีนี้ไว้ในกายคงก้าวเข้าสู่ระดับมหาเซียนได้ในเวลาอันสั้น!

            ผงาดขึ้นเป็นหนึ่งในสุดยอดผู้แข็งแกร่งผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งดวงดาวโบราณ!

            "มู่เสินฉวนเจ้าแผลงฤทธิ์ในตงฮวงก็มากเกินพอแล้ว!"

            "ไยต้องมาช่วงชิงลมปราณฟ้าดินมากมายถึงเพียงนี้ในเป่ยหยวนของเราด้วย?"

            "เจ้าคิดว่าเหล่าเซียนแห่งเป่ยหยวนจะสามารถข่มเหงอย่างไรก็ได้เช่นนั้นหรือ?"

            กึ่งเซียนผู้หนึ่งจากวิหารเทพเป่ยจี๋ปรากฏตัวและตะโกนลั่น

            เดิมทีด้วยระดับพลังกึ่งเซียนของเขาคงมิอาจเข้าร่วมศึกใหญ่นี้ได้

            ทว่าวาจาเหล่านั้นกลับดึงเซียนทั้งปวงให้เข้าสู่แนวรบเดียวกันซ้ำร้ายยังโยนความผิดมหันต์ให้มู่เสินฉวนอีกด้วย

            เรียกได้ว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม!

            สิ้นเสียง ดวงตาของมู่เสินชวนก็ฉายแววเย็นชาก่อนกลายเป็นแสงทองเจิดจ้าอันตรธานหายไป

            ไม่กี่อึดใจหมัดเทพที่ห่อหุ้มด้วยแสงทองนับหมื่นก็โถมเข้าใส่!

            ครืน!!!

            กึ่งเซียนจากวิหารเทพเป่ยจี๋ส่งเสียงร้องเวทนาทั้งร่างแตกระเบิดกลายเป็นหมอกโลหิต แม้แต่วิญญาณก็ถูกขยี้จนแหลกละเอียด

            ผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งเซียนตายไปทั้งอย่างนั้น!

            ความหวาดหวั่นแล่นริ้วไปทั่วร่างเหล่าผู้ฝึกตนจากเป่ยหยวนที่อยู่ในที่นั้นต่างขวัญหนีดีฝ่อดวงตาฉายแววตระหนกสุดขีด

            ผู้มีกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งตงฮวงช่างไร้เทียมทานสมคำร่ำลือ!

            ถึงกับกล้าลงมือสังหารเซียนแห่งเป่ยหยวนเบื้องหน้า!

            "ข้าข่มเหงเจ้าแล้วจะทำไม?"

            สีหน้ามู่เสินฉวนเฉยเมยชุดขาวปราศจากรอยเปื้อน ปล่อยกระแสพลังออกมาปัดหมอกโลหิตที่โปรยปราย

            "เจ้า!"

            เหล่าเซียนกว่าสิบชีวิตทั้งตกใจและโกรธพลังกฎเกณฑ์อันน่ากลัวแผ่ซ่านไปทุกสารทิศ

            "มู่เสินฉวนเจ้าชักจะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว!"

            "จงทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียเถิด!"

            เสียงคำรนเย็นเยียบดังก้องเซียนกว่าสิบชีวิตต่างลงมือ แสงเทพสาดส่อง พลังแห่งวิถีกระเทือนโลก

            อาวุธเซียนที่ถูกหลอมโดยเซียนโบราณนับหมื่นปีก็ปรากฏกายออกมา 

            เพียงแค่กระแสพลังก็บดขยี้ความว่างเปล่าได้แล้วอำนาจนั้นน่ากลัวเกินบรรยาย!

            ครืน! โครม!!!

            มู่เสินชวนลงมือโดยไม่ลังเลบุปผาแห่งวิถีผุดขึ้นกลางเวหาสามดอกพลังปราณโกลาหลอันแรงกล้าแผ่ปกคลุมล้อมฟ้าดินเอาไว้

            กฎแห่งวิถีของเหล่าเซียนต่างร้องเสียงครวญคร่ำและถูกทำลายไปอย่างรวดเร็วความน่ากลัวจึงลดไปกว่าครึ่ง

            ดวงตาของมู่เสินฉวนล้ำลึกหว่างคิ้วส่องประกายแสงจ้า พลังปราณอันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นดินเป่ยหยวน

            กระทั่งเมืองที่อยู่ห่างออกไปพันลี้ยังสั่นสะเทือน 

            ธารน้ำแข็งมากมายล้วนระเหยกลายเป็นไออย่างรวดเร็วราวกับจะหลอมละลายโลกทั้งใบให้สิ้นสูญไป

            เวลาเดียวกันนั้นรอบกายมู่เสินฉวนก็ปรากฏกระแสพลังสีทองนับไม่ถ้วน ท่ามกลางลำแสงเหล่านั้นมีเทพเซียนที่มีรูปลักษณ์เช่นเดียวกับเขานั่งขัดสมาธิ ประสานมืออยู่ดูสง่าสมศักดิ์ศรีและศักดิ์สิทธิ์หาใดเปรียบ

            ครืน!!!

            เหล่าเซียนเพิ่งปะทะกันได้เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็มีเซียนจากตระกูลจินถูกแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลบ่าจากกายาศักดิ์สิทธิ์ทะลวงร่างจนโลหิตสีทองสาดกระเซ็นไปทั่วตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนดังระงม

            "ลงมือเต็มกำลัง!"

            "ลมปราณฟ้าดินของแดนเป่ยหยวนกำลังจะถูกบุตรของเขาดูดกลืนไปหมดแล้ว!"บรรพชนโบราณจากตระกูลหวังแห่งเป่ยหยวนตะโกนก้องจิตสังหารปกคลุมเต็มท้องนภา

            มิรู้ว่ากังวลถึงสภาพแวดล้อมของผู้ฝึกตนเป่ยหยวนหรือเพียงต้องการช่วงชิงผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์ที่หลอมรวมจากหมื่นวิถี!

            ในชั่วพริบตา เสียงฆ่าฟันก็ทะยานขึ้นสู่ฟ้าสถานการณ์ปั่นป่วนอย่างหาที่สุดมิได้

            มหาสงครามอุบัติขึ้นฉับพลันเหล่าผู้ฝึกตนจากเป่ยหยวนมากมายยังไม่ทันตั้งตัว

            ลำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ผสานพลังกฎแห่งวิถีส่องต้องลงมาทำให้แผ่นดินทรุดตัว และห้วงอากาศพังทลาย

            แม้แต่พลังของผู้แข็งแกร่งระดับเซียนก็ยังแตกสลายผู้ฝึกตนเคราะห์ร้ายนับไม่ถ้วนถูกลูกหลง ระเบิดแตกเป็นหมอกโลหิตแขนขาที่ขาดวิ่นกระจัดกระจายไปทั่ว เสียงร้องโหยหวนระงม ดุจแดนนรกบนดิน!

            และในขณะนั้น

            ลมปราณฟ้าดินที่พุ่งไปยังภูเขาน้ำแข็งยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

            ผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์ที่แขวนอยู่บนฟ้าดินยิ่งส่องสว่างขึ้นราวกับดวงอาทิตย์สีทองลูกใหญ่กำลังค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ฟากฟ้า

            พลังแห่งวิถีท่วมท้นแผ่ไปทั่วบริเวณนี้

            ห้วงอากาศรอบกายเหยาซีเริ่มบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง

            ภายใต้คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้นางก็ได้รับประโยชน์ไม่น้อย

            ‘มารดาอาศัยบุตร’ ใกล้จะเข้าควบคุมกฎเกณฑ์เบื้องต้นและก้าวเข้าสู่ระดับกึ่งเซียนแล้ว!!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน