ภายในรถที่กำลังแล่นอย่างรวดเร็วไปบนท้องถนนไม่มีเสียง ใด ๆเล็ดลอดออกมาจากคนที่นั่งอยู่ในรถยุโรปหรูสีบรอนซ์เงินทั้งสองคนชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยสายตาคู่คมที่ยังจับจ้องอยู่บนท้องถนนเบื้องหน้าไม่มีไหวติง การรับรู้ทางสายตาประสานกับการทำงานของมือที่จับพวงมาลัยและเท้าที่เหยียบคันเร่งจนเกือบมิดเท่าที่พื้นที่ว่างบนท้องถนนจะเอื้ออำนวยถึงแม้จะไม่มีการเปล่งเสียงออกมา ไม่มีการหันมามอง และไม่มีการััใด ๆแต่คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน ยังสามารถััได้ถึงกลิ่นอายของความกราดเกรี้ยวที่แผ่รังสีออกมาจากตัวเขา
จนหญิงสาวที่นั่งมาข้างกันต้องกัดริมฝีปากของตนเองแน่นเพื่อข่มความกลัวที่กำลังเกิดขึ้น เธอไม่กล้าจะเอ่ยห้ามปราม ไม่กล้าขอร้องไม่กล้าจะเปิดประตูแล้วะโลงจากรถไปตอนนี้ ไม่กล้าทำอะไรทั้งสิ้นแม้แต่จะหายใจตอนนี้ก็ยังแทบไม่กล้า หรือจะบอกว่าเธอกลัวจนแทบลืมหายใจอาจจะตรงกว่าสองมือเล็ก ๆ กำกันไว้แน่น แล้วปิดเปลือกตาลงเลือกที่จะไม่รับรู้ภาพตรงหน้าและอารมณ์ของคนข้าง ๆ
ภายในห้องนอนที่ใช้สำหรับรับแขกของบ้านพงษ์พิมุขเก้าอี้ไม้เสริมเบาะนุ่ม ๆ ถูกดึงให้มารองรับร่างใหญ่ ๆ ของชายหนุ่มเ้าของบ้าน ที่เลือกจะนั่งมองสาวร่างเล็กที่ตกอยู่ในห้วงนิทราอยู่ข้างเตียงแผ่นหลังกว้างค้อมลงเล็กน้อย เพื่อให้ข้อศอกหนาสามารถวางอยู่เหนือหัวเข่าแกร่งทั้งสองของตัวเองได้มือทั้งสองประสานกันยกขึ้นส่งนิ้วหัวแม่มือมากดบีบนวดระหว่างหัวคิ้วให้ตนเองหลังจากที่นั่งมองคนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างครุ่นคิดมาสักครู่
เขาไม่อยากคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเขาไปไม่ทัน ดอกไม้ที่ดูบอบบางจะถูกย่ำยีจนชอกช้ำไปเพียงใดคิดแล้วก็นึกขอบใจลูกน้องคนสนิทของเขา ที่ชอบพูดออกนอกเื่ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เขารำคาญอยู่บ้าง แต่ครั้งนี้กลับทำให้เขาพอเดาสถานการณ์ได้ และไปช่วยเธอออกมาได้ทัน
ก่อนหน้านี้สองชั่วโมง
ที่นั่งของชายร่างใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ข้างเตียงนอนหากทว่าเขานั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศเล็ก ๆ ที่ซื้อเอาไว้เพื่อรองรับงานที่เขาไม่ได้คิดว่าจะกลายมาเป็งานรองที่เสมองานหลักอย่างในตอนนี้ วัสสะเป็ นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จทั้งในตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์ และทองคำจนมีคนมากมาย้าทราบเคล็ดลับการประสบความสำเร็จของเขาการทาบทามให้ไปเป็ที่ปรึกษาบ้าง ไปเป็วิทยากรบ้างจึงเกิดขึ้น จากรายสองรายก็ปากต่อปาก จนชายหนุ่มคิดว่าคงต้องจัดการให้เป็ระบบมากขึ้น ออฟฟิศเล็ก ๆแห่งนี้จึงถูกซื้อเอาไว้ พร้อมกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างชานนท์ที่ถูกดึงตัวมาช่วยจัดคิวและเอกสารต่าง ๆ ให้เขาด้วย
อันที่จริงหากจะต่อเติมบ้านของเขาเพื่อใช้เป็ออฟฟิศก็ทำได้ แต่เขาไม่ชอบให้ใครเข้าไปยุ่มย่ามในพื้นที่ส่วนตัวและเป็ไปไม่ได้ที่คนขี้รำคาญจะปล่อยให้คนที่มาติดต่องานเดินเข้าเดินออกอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเขาดังนั้นการซื้อพื้นที่ข้างนอกทำออฟฟิศคือทางออกที่ดี
“พี่วัสครับ บริษัท ไอแอนด์ยู พร็อพเพอร์ตี้ จะเชิญพี่ไปบรรยายเื่การลงทุนในธุรกิจอสังหาฯในงานสัมมนากลางเดือนนี้ พี่จะรับไหม”
“นายดูตารางละกัน ถ้าว่างก็รับ” วัสสะเอ่ยตอบชานนท์ทั้งที่ไม่ได้ละสายตาออกจากหน้าจอสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยข้อมูลเพื่อให้เขาใช้วิเคราะห์การลงทุนได้
“ว่างครับ ผมดูแล้ว”
“อืม...” คำตอบรับสั้น ๆส่งออกมาโดยที่สายตาไม่ได้ละจากหน้าจอสี่เหลี่ยมอีกอยู่ดี จนกระทั่งผู้ที่เป็ทั้งเพื่อนทั้งน้อง และลูกน้องเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเอง จากที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานมานั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่
วัสสะเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอสี่เหลี่ยมก็เห็นแววตาที่ปกคลุมไปด้วยความสงสัย คำถามสั้น ๆ จึงถูกส่งออกไป “มีอะไร” ก่อนที่จะกลับไปให้ความสนใจกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กตามเดิม
“พูดก็พูดนะพี่ บริษัท ไอแอนด์ยู ก็ใหญ่อยู่นะ”
“อืม”
“ผมก็ได้ข่าวว่าดูแลพนักงานดี เงินเดือนดี สวัสดิการดี เ้านายใจดี”
“อืม”
“แต่ทำไมผมเห็นฝ่ายบุคคลของเขานั่งรถเสี่ยนพ เข้าโรงแรมไปด้วยกัน”
“ฝ่ายบุคคล!? คนไหน?” น้ำเสียงที่มีน้ำหนักมากกว่าเดิมดังขึ้นสายตาคู่คมย้ายมาจับจ้องอยู่ที่คนขี้สงสัยทันที
“ก็คุณพระพาย คนที่รับผิดชอบเื่การจัดสัมมนา ที่เราเจอบ่อย ๆ นั่นไงพี่นั่งรถเข้าโรงแรมไปกับเสี่ยนพเฉยเลย ไม่รู้ว่าคิดจะเปลี่ยนไปทำงานกับเสี่ยนพหรือเปล่า” คนพูดยังพยายามคิดในสิ่งที่เป็ไปได้ว่าทั้งสองคนอาจจะใช้โรงแรมเป็สถานที่พูดคุยกันเพราะโรงแรมหรูเดี๋ยวนี้ก็มีทั้งล็อบบี้ ห้องอาหาร ห้องสัมมนา ต่าง ๆ มากมายที่ไม่จำเป็ต้องเป็การเข้าไปใช้ห้องพักเพียงอย่างเดียว
แต่สำหรับอีกคนเซ้นส์ของเขาไม่ได้บอกเช่นนั้น วัสสะกระเด้งตัวจากเก้าอี้ตัวใหญ่ทันทีดวงตาคมมีแวววาบขึ้นมาทันที ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระด้าง “โรงแรมอะไร”
ชานนท์จ้องมองคนที่เป็รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยและเป็ทั้งเ้านายด้วยความงุนงง เขาแค่เล่าให้ฟังเฉย ๆอย่าง้าจะขอความคิดเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่คนตรงหน้ากลับทำท่าเหมือนเป็เ้านายจะเสียลูกน้องเองอย่างนั้นละ
“โรงแรม...”ชื่อโรงแรมที่เป็ทางผ่านระหว่างทางมาออฟฟิศนี้หลุดออกไปอย่างกระท่อนกระแท่นจากปากของชานนท์แต่ก็เพียงพอให้คนที่ยืนจ้องเขาเขม็งอย่างรอคอยคำตอบเดินพรวดพราดออกจากห้องทำงานของตัวเองไปโดยปล่อยให้ลูกน้องอย่างเขาอ้าปากค้างมองตาม อย่างไม่ทันจะได้ถามอะไรทัน ในที่สุดก็ได้แต่ยกมือเกาหัวตัวเองแกรกๆ แล้วบ่นพึมพำ “เป็อะไรของเขาวะ?”
ภาพลักษณ์ของเสี่ยนพ ที่นอกจากจะเป็เ้าของโรงงานผลิตเหล็กที่ใจบุญชอบบริจาคเงินช่วยเหลืองานการกุศลแล้ว ยังเป็คนกลัวเมียอีกด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ผิดไปจากความเป็จริงหากแต่คนวงในรู้ดีว่าความใจบุญของเสี่ยนพนั้น มีให้อย่างมากมายสำหรับลูกหนี้รายย่อยที่มี ลูกสาว หลานสาวที่พร้อมจะพามาขัดดอกให้อีกด้วย
ดังนั้นไม่ว่าพระพายจะเข้าโรงแรมไปกับเสี่ยนพด้วยวัตถุประสงค์อะไรวัสสะก็มองไม่เห็นข้อดีทั้งสิ้น หญิงสาวไม่ควรเอาตัวเข้าไปใกล้ผู้ชายเนื้อตัวเต็มไปด้วยกลิ่นคาวโลกีย์อย่างเสี่ยนพหรือจะให้ดีก็ไม่ควรเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนทั้งนั้น ยกเว้น...ตัวเขา
เปลือกตาบางที่ประดับอยู่บนดวงหน้าที่ซีดเซียวเริ่มขยับเขยื้อนหลังจากปิดนิ่งสนิทอยู่นานั้แ่ดวงตะวันยังส่องแสงเจิดจ้าจนคล้อยต่ำ และบัดนี้เลือนหายไปจากฟากฟ้าเป็ที่เรียบร้อย
พระพายกะพริบตาปริบๆ ปรับความคมชัดให้กับภาพที่เห็น เพดานห้องที่ประดับด้วยแชนเดอเลียร์คริสตัล ส่องแสงระยิบระยับราวกับเป็กลุ่มดาวน้อยๆ ผนังห้องที่ประดับวอลล์เปเปอร์ลายขรึมสีน้ำตาลอ่อน ตัดกับผ้าม่านสีน้ำตาลเข้มไร้ลวดลายเฟอร์นิเจอร์ในห้องเน้นใช้ไม้เนื้อดีเป็หลัก ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่มีอยู่ที่บ้านของเธอแล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกัน
หัวคิ้วที่โค้งเรียวได้รูปย่นเข้าหากันด้วยความสงสัยใบหน้ากลมตามโครงสร้างของร่างกาย ถึงจะดูซูบซีดลง แต่แก้มป่อง ๆก็ยังไม่ได้ลดลงไปเท่าไหร่นัก ค่อย ๆ หันกวาดตามองไปอีกด้านของห้อง
“คุณวัส!” เสียงแรกที่เอ่ยด้วยความใดังขึ้น พร้อม ๆกับการกระดกตัวลุกขึ้นจากท่านอนโดยอัตโนมัติเมื่อสายตาของเธอกระทบเข้ากับสายตาของชายหนุ่มที่ไม่รู้ว่ามานั่งจ้องเธออยู่ั้แ่เมื่อไหร่
“ใมากเหรอที่เป็ผม ไม่ใช่เสี่ยนพ” ดวงตาคมกล้าจ้องมองไปยังสาวร่างเล็กด้วยแววตาตัดพ้อระคนน้อยใจ
“ที่นี่มันที่ไหนคะแล้วคุณวัสสะ...เอ่อ...” พระพายเอ่ยถามในสิ่งที่ข้องใจ แต่แล้วก็แ่เสียงลงด้วยความตะขิดตะขวงใจที่จะเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่เขาไปเจอเธอถึงแม้เธออยากจะรู้ว่าเขาไปที่นั่นได้อย่างไรก็ตามที
ชายหนุ่มขยับตัวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยกขาขึ้นไขว่ห้าง กอดอก เป็ท่าที่สบายขึ้นสำหรับเขาหลังจากที่เผลอนั่งมองหญิงสาวนอนนิ่งแต่ใบหน้ากลมอิ่มปรับเปลี่ยนไปเรื่อยราวกับกำลังโลดแล่นอยู่ในโลกแห่งความฝันอันบรรเจิด อยู่นานจนลืมเมื่อยไปชั่วขณะ“ที่นี่เป็บ้านผมเอง คุณหิวหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ”สาวร่างเล็กรีบขยับตัวลงจากเตียง เมื่อรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอควรจะอยู่
แต่เหมือนว่าความรีบร้อนของเธอทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ร่างเล็กที่ดูอิดโรยหน้ามืด ยืนโอนเอนจนชายหนุ่มที่นั่งอยู่ต้องคว้าตัวเธอลงมานั่งพักที่ตักของเขาแทน