แสงคบเพลิงวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าขาวผ่องที่นอนแน่นิ่งไร้สติอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ศศิวิมลหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกแ่เบาด้วยความใจนช็อกสลบไป ทว่าบรรยากาศรอบตัวเธอยามนี้กลับร้อนรุ่มเสียยิ่งกว่ากองเพลิง นายก้อน นายมั่น และบรรดานายพรานหนุ่มนับสิบชีวิตที่เบียดเสียดกันอยู่ภายในเพิงพักต่างยืนล้อมกรอบด้วยสภาพที่น่าเวทนาและชวนตัณหา แก่นกายอวบหนาทุกแท่งในกางเกงของพวกเขากำลังบวมเป่ง แดงก่ำ และส่งกระแสความปวดแสบปวดร้อนจนแทบจะะเิออกมาเป็เสี่ยงๆ
"ทำอย่างไรกันดีวะ แม่ศศินางสลบไปแบบนี้ ใครจะช่วยพวกเราล่ะทีนี้?" นายมั่นกระซิบเสียงสั่นด้วยความกระวนกระวาย มือหยาบยังคงกุมเป้ากางเกงที่ตุงโปนเอาไว้แน่นจนเส้นเืปูด
ยายฟักที่รีบเดินเข้ามาพร้อมผ้าชุบน้ำเย็นเพื่อจะเช็ดตัวให้หลานสาว ถึงกับต้องชะงักกึกเมื่อกวาดสายตาไปเห็นเป้ากางเกงของชายฉกรรจ์นับสิบที่ยืนเรียงรายกันอยู่เต็มเพิง นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอาปนเวทนา
"พวกเ้ามันพวกมักมากในกามตัณหา หาเื่ใส่ตัวแท้ๆ แต่อาการหนักขนาดนี้ ขืนปล่อยไว้มีหวังได้เน่าตายกันจริงๆ แน่"
เมื่อยายฟักเอ่ยเปิดทางเช่นนั้น บรรดาพรานป่าที่เหลืออดก็พากันกรูเข้ามาใกล้แคร่ทันที ความละอายใจถูกความกำหนัดแผดเผาจนมอดไหม้ นายก้อนผู้เคยลิ้มรสปากแม่ลูกอ่อนมาแล้วเป็คนแรก ทนเห็นร่างระหงของหมอยาสาวนอนแน่นิ่งไม่ได้ เขาค่อยๆ ประคองศีรษะและร่างนุ่มนิ่มของศศิวิมลขึ้นมาพิงตักของตนเองอย่างถือวิสาสะ
"แม่ศศิจ๋า ฟื้นขึ้นมาช่วยพวกข้าเถอะนะจ๊ะ พิษร้ายมันกัดกินจนแสบไปหมด พวกเราใจจะขาดอยู่แล้ว" นายก้อนกระซิบเสียงพร่า พร้อมกับใช้มือหนาปลดเชือกคาดเอวและรูดกางเกงของตนเองที่บวมเป่งออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นแก่นกายลำใหญ่ยาวที่ตั้งชันตระหง่าน ท่ามกลางความมืดของราตรี
ร่างไร้สติของศศิวิมลถูกแรงกระตุ้นและแรงเขย่าทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ขยับไหว เธอกะพริบตาปรับโฟกัสท่ามกลางความสลัว ก่อนที่ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาจะเป็ลำเอ็นอวบหนาสีเข้มขนาดั์นับสิบแท่งที่ตั้งโด่เด่รายล้อมอยู่รอบตัว ยิ่งไปกว่านั้น นายก้อนยังจงใจดันส่วนหัวหยักที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำเมือกเข้ามาจ่อชิดริมฝีปากอิ่มที่ยังคงเผยอค้างด้วยความใ
"อื้อ นี่พวกนาย" ศศิวิมลครางประท้วงด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แรงพยายามจะขัดขืนช่างน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับแรงโถมของพรานป่าผู้กระหายหิว
"ช่วยพวกข้าทีนะแม่ศศิ นะแม่ศศิ นะได้โปรดเถอะ มันบวมจนเ็ปไปหมดแล้ว ช่วยเอาพิษของมันออกจากแท่งเอ็นพวกเราที ไม่งั้นพวกเราได้อักเสบตายแน่ๆ"
นายมั่นและพรานคนอื่นๆ ส่งเสียงเว้าวอนระคนบังคับกลายๆ มือหนาหลายคู่ช่วยกันประคองจับศีรษะและประคองสะโพกของหมอยาสาวเอาไว้ ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธแม้แต่น้อย
ท่ามกลางแสงคบเพลิงที่วับแวมสาดส่องภายในเพิงพักอันมิดชิด บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายราคะและไออุ่นจากหยาดเหงื่อของชายฉกรรจ์นับสิบชีวิต ศศิวิมลที่พึ่งฟื้นคืนสติขึ้นมาบัดนี้หัวสมองขาวโพลนไปหมด รสััจากการดูดอมขับพิษเมื่อวันวานยังคงตราตรึง ทว่าครานี้เธอต้องเผชิญหน้ากับพรานหนุ่มทั้งค่ายที่พร้อมใจกันงัดอาวุธร้ายตระหง่านล้อมรอบจนไม่มีทางหนี
นายก้อน พรานหนุ่มคนแรกไม่รอช้า คุกเข่าลงมาที่แก้มอีกข้างขยับสะโพกสอบส่งแท่งเอ็นสีดำขลับยาวใหญ่อันเป็เอกลักษณ์ ที่บวมเป่งเพราะพิษแมลง กดเบียดส่วนหัวหยักมนที่ฉ่ำเยิ้มเข้าใส่ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อทันที
อึ่ก! ศศิวิมลกลืนน้ำลายอึกลงคอช้อนสายตาปรือปรอยขึ้นมอง ก่อนจะอ้าปากออกกว้างงับความใหญ่โตของพรานก้อนเข้าไปจนมิดด้าม
อรั่ก! ๆ ๆ โพรงปากอุ่นนุ่มดูดรูด ลิ้นเรียวระรัวเลียสลับกับการดูดกลืนเน้นหนักจนเกิดเสียงชื้นแฉะ
อ่าส์! ๆ ซี๊ดดดด! พรานก้อนเบิกตากว้าง จิกทึ้งเส้นผมนุ่มของเธอแน่น กระเด้าสะโพกสวนเข้าปากรัวกระชั้นในโค้งสุดท้ายจนหยาดธารน้ำรักผสมพิษร้ายพวยพุ่งฉีดทะลักเต็มปากหมอยาสาวจนเธอแก้มป่องตุ่ย ก่อนที่เธอจะกลั้นใจบ้วนทิ้งลงข้างแคร่
ไม่ปล่อยให้ริมฝีปากอิ่มได้พัก นายมั่น พรานหนุ่มคนที่สองขยับเข้าสวมรอยแทนที่ทันที เอกลักษณ์แท่งรักของนายมั่นนั้นสั้นทว่าอวบอัดหนาขยายใหญ่โตจนโคนปูดโปนด้วยเส้นเื ส่วนหั่วบวมเป่งจนเหมือนลูกโป่งที่กำลังจะแตก
ส่วบ! ๆ ๆ ศศิวิมลใช้มือเรียวทั้งสองข้างกำรอบโคนหนาแทบไม่มิด ก่อนจะก้มใบหน้าสวยลงไปใช้ริมฝีปากรูดรั้ง ลิ้นเลียวนรอบรอยหยักหนาขยี้ปุ่มกระสัน
โอยยย! ซี๊ดดดด! นายมั่นครางลั่นป่า แผ่นหลังหนาแอ่นหยัดสะโพกสวนอัดเข้าปากเธออย่างบ้าคลั่ง สับสะโพกเน้นๆ สองสามครั้งสุดท้ายจนน้ำกามอุ่นร้อนฉีดพุ่งกระฉูดเต็มลิ้นเล็กๆ ของเธอจนล้นทะลักริมฝีปาก
ถัดมาเป็ พรานแก้ว ชายฉกรรจ์ร่างกำยำ เอกลักษณ์แท่งเอ็นของพรานแก้วยาวเรียวโค้งงอนทว่าดำสนิทดุดัน หัวแดงก่ำด้วยพิษแมลงป่า ศศิวิมลช่ำชองวิชาราคะขึ้นเรื่อยๆ เธองับรูดเข้าออกลึกสุดลำคอจนส่วนหัวหยักกระแทกชนคอหอยดัง อึก อึก
อ่าส์! ๆ ๆ พรานแก้วครางซี้ดซาดลั่นเพิงพัก ร่างกายกำยำเกร็งกระตุกรัวบิดส่ายสะโพกสู้ตอบรับจังหวะการดูดอมอันดุดันของหมอยาสาว ก่อนจะปลดปล่อยหยาดธารสวาทผสมพิษร้ายพุ่งฉีดทะลักลึกเข้าสู่ช่องปากอุ่น
ต่อไปยัง พรานสิงห์ พรานหนุ่มผิวเข้ม เอกลักษณ์ลำเอ็นของพรานสิงห์ดุดัน มีปุ่มปมรอบลำยาวและหัวหยักบานทะโร่ขนาดั์ แกนกลางบวมเป่งจนแทบปริ
อ้าาาส! ศศิวิมลอ้าปากจนกรรไกรแทบข้างค้าง สองมือเรียวช่วยเค้นรูดจากโคนจรดปลาย ลิ้นเล็กๆ ระรัวเลียรอบปุ่มปมเนื้อเน้นย้ำสร้างความเสียวสยิวรุนแรงเกินพิกัด พรานสิงห์ทนความกระสันไม่ไหว จิกหัวกระแทกกระทั้นสวนลึกเข้าปากเธอถี่กระชั้นในโค้งสุดท้าย เน้นย้ำป่าเถื่อนจนน้ำรักสีขาวขุ่นพวยพุ่งฉีดสลักลึกเต็มโพรงปากหมอยาสาวจนะเิความทรมานออกไปจนหมดสิ้น
ศศิวิมลทำหน้าที่หมอยาสวาทเยียวยาพรานหนุ่มที่เหลือทีละคนอย่างไม่รู้อิ่ม ทั้งอม ทั้งดูด ทั้งเลีย สลับเปลี่ยนหมุนเวียนอมแก่นกายดำคล้ำหลากรูปแบบของชายฉกรรจ์ทั้งค่ายจนช่ำชอง
โพรงปากอุ่นนุ่มตอดรัดแ่ารูดรั้งดูดกลืนความ้าของเหล่าชายฉกรรจ์จนเกิดเสียงลามกชวนสยิวดังระงม ผสานกับเสียงครางกระเส่าโอดโอยของพรานป่าที่บัดนี้สิ้นฤทธิ์เดช
ทุกคนสยบอยู่แทบเท้าของเธอ จนกระทั่งพรานคนสุดท้ายปลดปล่อยหยาดธารธารารสอุ่นหยดสุดท้ายออกมาจนสะอาดหมดจด
ทุกคนนอนหมดแรงอิ่มเอมใจอยู่รอบแคร่ไม้ไผ่ ทิ้งให้ศศิวิมลนั่งหอบหายใจกระเส่า ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดเหงื่อปนคราบน้ำสวาทที่เลอะเต็มลำคอขาว หน้าอก และริมฝีปาก