เมื่อถึงแผงขายที่จองไว้ พิริยารีบจัดแจงปูเสื่อผืนใหญ่และดึงเสื้อผ้าที่จะขายทั้งหมดออกมาวางเรียงไว้บนเสื่อแยกเป็กอง ๆ ตามประเภท แล้วเธอยังตั้งราวแขวนผ้าอีกหนึ่งราว ไว้แขวนโชว์ให้สะดุดตาคน
เธอกำหนดราคาขายให้ต่ำกว่าทั่วไปเล็กน้อยด้วย้าให้ขายออกไว เสื้อยืดอยู่ที่ 35 บาท เสื้อผ้าฝ้ายอยู่ที่ 45 บาท กางเกงสกินนี่และกางเกงยีนเอวสูงอยู่ที่ 75 บาท
“พี่ลองใส่ได้นะคะ หนูเตรียมผ้าถุงไว้ให้เผื่ออยากถอด กระจกแขวนอยู่ตรงราวผ้านะคะ”
“ขอบใจจ้ะน้อง สงสัยจะได้หลายตัว แบบและสีถูกใจมาก ๆ ราคาก็ไม่แพงด้วย แต่ถ้าซื้อหลายตัว น้องช่วยลดราคาให้อีกหน่อยได้ไหมคะ” ถึงจะเอ่ยปากว่าราคาไม่แพง แต่ตามวิสัยของคนก็อดไม่ได้ที่จะขอลดราคาอยู่ดี
“ถ้าพี่อุดหนุนเยอะหนูลดให้แน่นอนค่ะ แล้วก็เป็ลูกค้ารายแรกด้วย หนูจะลดให้เยอะเป็พิเศษ” พิริยาเอ่ยปากอย่างใจกว้าง
แล้ววันนี้ พิริยาจึงมียอดเปิดบิลที่อู้ฟู่ถึงหกร้อยบาท ยอดเงินนี้ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับเธอเป็อย่างมาก เธอรู้สึกว่าพลังใจในการมีชีวิตอยู่ได้เพิ่มขึ้นมาทีละน้อยแล้ว
เมื่อเปิดบิลแรกได้ ลูกค้าก็เริ่มทยอยเข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้าดั่งสายน้ำหลาก บางครั้งถึงกับรุมเบียดกันที่หน้าร้านกว่ายี่สิบคน จนเป็ที่อิจฉาตาร้อนของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าละแวกข้างเคียง เพราะความสวยและความแปลกของเสื้อผ้าที่ขาย เสื้อผ้าในร้านเธอขายดีเหมือนแจกฟรี หญิงสาวรู้สึกถึงความพองฟูของกระเป๋าสะพายที่ใช้เก็บเงินจนแทบจะอดใจไม่ไหวอยากควักเงินที่ได้มานับตรงนั้นเลย
ตอนนี้เวลาเกือบจะสองทุ่มแล้ว พิริยาเหลือเสื้อผ้าบนเสื่ออีกไม่ถึงสามสิบตัว เนื่องจากไม่มีความหลากหลายให้เลือก จึงไม่มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาซื้ออีก เธอจึงตัดสินใจที่จะเก็บร้านไปพักผ่อน เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับจังหวัด s แล้ว
“น้องคะ สะดวกคุยกับพี่หน่อยไหม”
พิริยาหันไปมองจึงได้พบผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง เธอคนนี้เคยเข้ามาเลือกดูเสื้อผ้าที่ขายเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน หลังจากเลือกดูเป็เวลานานก็ลุกเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ได้ซื้อเลยสักชิ้น เมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้ร้องทัก พิริยาจึงเลิกคิ้วมองเป็เชิงถาม
“น้องพอจะบอกแหล่งที่ขายส่งเสื้อผ้าแบบเดียวกับน้องรึเปล่า พี่อยากรับไปขายที่อื่น รับรองไม่ใช่ตลาดนัดนี้แน่ ๆ” ผู้หญิงคนนั้นสอบถามอย่างตรงไปตรงมา
พิริยาตาสว่างวาบ ไม่คิดว่าจะโชคดีจะเจอลูกค้ารายใหญ่แบบนี้ “พี่้าเยอะไหมคะ หนูรับมาจากแหล่งผลิตโดยตรง รับรองเลยว่านอกจากหนูแล้วไม่มีใครขายเสื้อผ้าแบบนี้แน่นอน”
“จริงเหรอน้อง โชคดีจัง พี่อยากได้เยอะพอควรนะ แต่ก็อยู่ที่ราคาส่งของน้องด้วยว่าแพงแค่ไหน เราไปหาที่เงียบ ๆ คุยก่อนดีกว่า” ผู้หญิงคนนั้นเดินนำไปที่ลานจอดรถซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ตลาดนัดอย่างไม่รีรอ
“น้องคิดราคาส่งยังไง”
“ลดได้อีกไม่เยอะค่ะ เพราะหนูขายชิดทุนแล้วอาศัยปล่อยไวค่ะ เสื้อยืดให้ที่ 30 บาท เสื้อผ้าฝ้าย 40 บาท กางเกงทั้งสองแบบ 65 บาทค่ะ หนูสามารถเอามาให้ได้วันนี้เลย”
“ลดอีกนิดได้รึเปล่า พี่จะสั่งทีเดียวเยอะ ๆ จะนำไปขายตลาดนัดใหญ่อาทิตย์หน้าค่ะ”
พิริยาเอียงหน้าคิดอยู่ชั่วครู่ “เสื้อลดไม่ได้แล้ว กางเกงให้ได้ที่ 60 บาทค่ะ หนูขอเป็จ่ายสดนะคะ เพราะหนูต้องกลับต่างจังหวัดพรุ่งนี้แล้ว”
ผู้หญิงคนนั้นทำตาโต “แล้วจะกลับมาอีกทีเมื่อไหร่คะ”
“ไม่แน่ใจค่ะ แต่คิดว่าคงอีกนาน เพราะใกล้เปิดเทอมแล้ว” พิริยาอ้าง
“ถ้าพี่มั่นใจในเสื้อผ้าเหล่านี้ แนะนำให้ซื้อไปเยอะ ๆ ทีเดียวนะคะ หนูรับประกันว่าแบบและเนื้อผ้าแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้แน่นอน”
หญิงวัยกลางคนคนนี้มีหรือจะไม่รู้ อยู่ในวงการค้าขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปมานานเกือบสิบปี เธอไม่เคยเจอเสื้อผ้าที่มีรูปแบบที่สวยงามและเนื้อผ้าที่ดูดีแบบนี้มาก่อน มั่นใจได้เลยว่าถ้านำไปขายในแหล่งประจำ แม้จะเพิ่มราคาไปอีกสองเท่า รับประกันเลยว่าต้องขายดีเป็เทน้ำเทท่าอย่างแน่นอน
“น้องรอแป๊บนะพี่ขอคำนวณเงินในกระเป๋าก่อน” เธอพร้อมที่จะเทหมดหน้าตักเลยทีเดียว
“พี่อยากได้กางเกงยีน 150 ตัว กางเกงแนบเนื้อ 200 ตัว เสื้อยืด 100 ตัว เสื้อผ้าฝ้าย 200 ตัว น้องมีของพอไหม”
“พอค่ะ...ยอดรวม 28,000 บาท หนูลดให้เหลือ 27,000 บาท พี่รอหนูครึ่งชั่วโมงนะคะ เดี๋ยวจะเอามาให้ที่นี่เลย” พิริยาเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น หลังจากบอกกล่าวลูกค้ารายใหญ่แล้วเธอก็รีบเข็นรถวิ่งดิ่งไปยังทิศที่ตั้งของสุสาน
ไม่เกินครึ่งชั่วโมง พิริยาก็เข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยกล่องใส่เสื้อผ้ากลับมาด้วยพร้อมกับเหงื่อที่แตกซ่กเต็มใบหน้า ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหอบ ๆ “มาแล้วค่ะ พี่นับดูก่อนนะคะว่าครบไหม หนูแถมให้ชนิดละสองตัวนะคะ”
“เร็วมากเลยค่ะน้อง” หญิงวัยกลางคนเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะหันไปเรียกสามีช่วยยกกล่องกระดาษขึ้นไปบนหลังรถกระบะของตัวเอง และเมื่อนับได้ครบตามจำนวนที่สั่ง เธอก็มอบเงินให้ตามจำนวนที่ตกลงกันไว้อย่างไม่รีรอ
“ขอบคุณพี่มากนะคะ ขอให้ขายดี ๆ กำไรเป็หมื่นเป็แสนค่ะ” พิริยาเอ่ยอวยพรปิดท้ายก่อนจะเข็นรถเข็นเดินกลับสุสานอย่างมีความสุข เมื่อมีเงินอยู่เต็มกระเป๋าความรู้สึกกลัวในสถานที่แห่งนี้ก็พากันหายไปอย่างไร้ร่องรอยเลยทีเดียว
เธอเข้าไปในคอนโดส่วนตัวก่อนจะเทเงินที่ขายได้ในวันนี้ออกมานับ ยิ่งนับก็ยิ่งตื่นเต้น ท้ายสุดยอดรวมทั้งหมดอยู่ที่สี่หมื่นเจ็ดพันบาท
“อื้อฮือ รวยไม่รู้เื่เลยเรา” หญิงสาวตาพราวระยิบระยับ นี่เป็เงินก่อนแรกในชีวิตทั้งสองชาติที่เธอสามารถหามันมาได้ด้วยตัวเอง ความรู้สึกภาคภูมิใจพุ่งทะยานขึ้นสูงแบบไม่เคยมีมาก่อน
ชาติก่อนเธอทำหน้าที่เพียงแค่ผลาญเงินที่ป๊ากับม้าหามาเท่านั้น เรียกว่าผลาญวันละล้านบาทก็ยังมี เธอไม่เคยรู้สึกถึงความทุกข์ของการขาดเงิน การอด หรือการข่มใจไม่ให้ซื้อเมื่อเจอของที่อยากได้
แต่พอมาชาตินี้ที่ต้องกระเบียดกระเสียรไปเสียทุกอย่าง เงินสี่หมื่นกว่าบาทนี้จึงมีค่าสำหรับเธอนัก แล้วอย่าลืมว่าตอนนี้คือปี พ.ศ.2525 ค่าครองชีพไม่ได้สูงลิ่วแบบเนื้อหมูกิโลกรัมละเกือบสองร้อยบาทอย่างในปี พ.ศ.2566 ที่เธอจากมา
เงินสี่หมื่นกว่าบาทในยุคนี้มีค่าเทียบเท่าเงินหลักแสนของยุคปี พ.ศ.2566 ได้อย่างสบาย สามารถซื้อที่ดินในหมู่บ้านของเธอตอนนี้ได้หลายแปลง
เพราะอารมณ์ดี ความอยากอาหารจึงกลับมา เธอไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เมื่อบ่ายของวานนี้
น่าแปลกใจจริง ๆ ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ดีที่ไม่เป็ลมไปเสียก่อน เธอคิดอย่างมีความสุขระหว่างเดินสำรวจพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าส่วนตัวเพื่อหาอะไรกิน แล้วก็เลือกเนื้อออสเตรเลียอย่างดีมาหนึ่งชิ้น วันนี้เธออยากกินสเต๊กพริกไทยดำ
เมื่อหาส่วนผสมครบแล้ว เธอก็นำมาปรุงที่ห้องครัวเล็กในคอนโดส่วนตัว หลังจากเสร็จเรียบร้อยก็ไปนั่งกินสเต๊กเนื้อนุ่มอย่างเอร็ดอร่อยในห้องนั่งเล่นพร้อมกับดูคลิปใหม่ล่าสุดจากแอปชื่อดังไปด้วย
เมื่อเพิ่มพลังให้ตัวเองเรียบร้อย เธอจึงรีบอาบน้ำเข้านอน พรุ่งนี้ได้เวลาเดินทางกลับบ้านไปหาลู่ทางสำหรับชีวิตใหม่ของตัวเองแล้ว เหมือนที่ลุงคำปันพูดไว้ หากเราไม่ท้อ ชีวิตจะไม่มีอะไรยาก พิริยาปิดตาลงพร้อมรอยยิ้ม คืนนี้เป็การนอนหลับที่ช่างปลอดโปร่งโล่งใจแตกต่างจากเมื่อคืนวานมากนัก