เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 65 วิกฤต พิษสยบปราณ

    สายลมยามเที่ยงโชยพัดเอื่อยเฉื่อยหอบไอแดดร้อนระอุเข้ามาภายในห้องโถงกว้างของสมาคมแพทย์หลงเหมิน ทว่ากลิ่นอายความสุขสงบผ่อนคลายในยามรับประทานอาหารกลางวันพลันสลายหายไปในพริบตา เมื่อภัยมืดลึกลับที่แฝงตัวอยู่ในน้ำดื่มและอาหารเริ่มสำแดงฤทธิ์เดชอย่างป่าเถื่อนรุนแรงและปะทุขึ้นมาพร้อมๆ กันประดุจคลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่ง


    *เคร้ง...! เพล้ง...!!!*


    เสียงชามแกงกระเบื้องเคลือบและเหยือกน้ำดินเผาบรรจุน้ำสมุนไพรรวมส่วนกลางร่วงหล่นกระแทกพื้นศิลาดังเพล้งระเบิดระงมแตกกระจายพินาศไปทั่วบริเวณ พร้อมๆ กับร่างของเหล่าหมอรุ่นเยาว์ ศิษย์แพทย์ฝึกหัด และคนไข้ที่รอการรักษานับสิบคนพลันตัวงอคุดคู้ ร่วงหล่นจากเก้าอี้และตั่งไม้ลงไปนอนชักเกร็งสั่นระริกอยู่บนพื้นอย่างน่าอนาถใจ


    "อึ่ก...! ลมปราณ... ลมปราณในร่างของข้ามันขุ่นหนืดจนขยับไม่ได้...!" แพทย์ฝึกหัดหนุ่มคนหนึ่งร้องโหยหวนเสียงหลง ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำดำทะมึน แววตาเบิกกว้างสั่นระริกด้วยความทรมานแสนสาหัส ยามเมื่อกระแสลมปราณชี่ในร่างที่เคยไหลลื่นแปรสภาพกลายเป็น "โคลนตมเหนียวข้นหนืดขุ่น" คืบคลานเชื่องช้าอัดแน่นตามข้อต่อกระดูกจนขยับร่างกายไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว


    "อึดอัดอกเหลือเกิน...! ราวกับมีภูเขานับร้อยทับทรวงอกอยู่... ลมปราณตกตะกอนจนตีบตันผนังชีพจรหลักหมดแล้ว!" ผู้อาวุโสสมาคมแพทย์คนหนึ่งที่นั่งกินน้ำสมุนไพรอยู่ใกล้ๆ พลันกุมอกตัวสั่นระริก ผิวหนังปูดโปนขยายตัวบวมเป่งตามจุดชีพจรสำคัญ ก่อนจะโก่งคอกระอักเลือดก้อนสีดำเหนียวข้นกลิ่นคาวคลุ้งออกมาคำโตชโลมพื้นศิลา


    ความโกลาหลขยายตัวรวดเร็วประดุจกองไฟลามทุ่ง เพียงไม่ถึงครู่เดียว เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงกระอักเลือดคั่งก็ดังประสานระงมก้องไปทั่วสมาคมแพทย์หลงเหมิน หมอและคนไข้นับร้อยชีวิตพากันล้มพับลงไปกองกับพื้นชักบิดเกร็งจนกระดูกข้อมือและข้อเท้าส่งเสียงลั่น กร๊อบ... กร๊อบ... จากการหดเกร็งตีบตันของทางเดินปราณที่แห้งกรอบและโดนแรงดันบีบรัดอย่างทารุณ กลิ่นคาวเลือดคั่งหนาแน่นอบอวลจนชวนคลื่นไส้อาเจียน


    "ถอยไป! นี่คือฤทธิ์ของยาพิษสะกดจุดตันเถียนระดับสูง! รีบนำเม็ดโอสถล้างพิษร้อยสมุนไพรอัปเกรดมาจ่ายแจกเร็ว!" แพทย์อาวุโสผู้ดูแลตึกรีบสั่งการด้วยใบหน้าซีดเผือด พยายามนำยาเม็ดล้างพิษป้อนใส่ปากผู้ติดพิษ


    ทว่าผลลัพธ์กลับยิ่งเลวร้ายและน่าตระหนกตกใจรุนแรง! ทันทีที่กลืนโอสถล้างพิษเข้าไป ตัวยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นดันลมปราณกลับกลายเป็นปัจจัยเร่ง "แรงดันชีพจร" ทวีคูณ พลังปราณที่พยายามทะลวงผลักดันเอาปราณเหนียวขุ่นตะกอนเหล่านั้นออกไปกระแทกเข้ากับผนังชีพจรที่ตีบตันอยู่แล้วอย่างจัง ส่งผลให้เส้นชีพจรฝอยทั่วร่างของพวกเขาร้าวระเบิดและฉีกขาดอย่างสาหัสทันที!


    "อ๊าค...!!!" เหยื่อเคราะห์ร้ายต่างแอ่นกายกรีดร้องอย่างทรมาน แสงสีดำม่วงปะทุตามข้อมือข้อเท้า ก่อนจะพ่นเลือดสีดำทะลักออกมาท่วมปากมากกว่าเก่าจนบางคนสลบเหมือดล้มลงจมกองเลือดทันที สร้างความวิกฤตและขวัญเสียระดับขีดสุดไปทั่วสมาคมแพทย์ที่ไร้หนทางสู้


    ไป๋ซือหนิงจ้องมองภาพโศกนาฏกรรมตรงหน้าด้วยดวงตาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้ง หัวใจของนางสั่นไหวเจ็บปวดราวกับถูกคีมเหล็กบดบี้ จิตวิญญาณแห่งวิญญาณแพทย์หญิงผู้บริสุทธิ์ไม่อาจเพิกเฉยทนเห็นเพื่อนพ้องและคนไข้ดิ้นรนสูญสิ้นอายุขัยไปต่อหน้าต่อตาได้ นางกัดฟันแน่นจนห้อเลือด รีดเค้นลมปราณแท้จริงก้าวรุดหน้าเข้าสู่จุดศูนย์กลางความโกลาหลทันที


    "หลีเฮง...! พิษนี้ประหลาดนัก ยิ่งใช้ยาล้างพิษทั่วไปดันลมปราณ ชีพจรยิ่งปะทุระเบิดฉีกขาด ข้าต้องใช้แสงเยียวยาศักดิ์สิทธิ์เข้าไปเจือจางลบล้างปราณขุ่นหนืดเหล่านี้ด่วนที่สุด!" นางตะโกนบอกเขาเสียงสั่นเครือ


    นางไม่รอช้า สองฝ่ามือเรียวงามประสานท่องมนตราวิญญาณแพทย์ ขับเคลื่อนส่งคลื่นพลัง "แสงเยียวยาศักดิ์สิทธิ์" ทรงพลังของนางออกไปทันที คลื่นพลังแสงอุ่นประกายสีทองเรืองรองขาวสะอาดยวบยาบแผ่รัศมีกระจายตัวโชยคลุมร่างผู้ติดพิษสี่ห้าคนแรก แสงสีทองไหลแทรกซึมเข้าสู่จุดชีพจร เข้าไปชะล้างโคลนตมหนืดเหนียวละลายให้เจือจางและกลับมาไหลลื่นปกติ ช่วยชีวิตและสลัดความอุดตันออกไปได้รวดเร็ว


    "สวรรค์โปรด...! ปราณหนืดขุ่นสลายไปแล้ว ลมปราณกลับมาเดินได้ปกติ!" ศิษย์หมอร้องอุทานน้ำเสียงระคนตื่นเต้นยินดี


    ทว่าปริมาณผู้ติดพิษสะกดปราณสวรรค์ในโถงสมาคมมีมากกว่าร้อยคน และละอองปราณขุ่นหนืดในร่างของพวกเขายังคงทับถมหนาแน่นหน่วงเหนี่ยว ไป๋ซือหนิงไม่สนใจภาระของตนเอง นางวิ่งรุดหน้ากระจายคลื่นแสงล้างเจือจางพิษขุ่นหนืดให้คนไข้ไปทีละคน สองคน จนปาเข้าไปเกือบสามสิบคนอย่างเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งเม็ดเหงื่อผุดพรายชโลมแก้มเนียน ผิวพรรณสั่นระริก หน้าสวยซีดเผือดไร้สีเลือด ปราณแท้จริงในตันเถียนแห้งผากประดุจแม่น้ำขาดน้ำในฤดูแล้ว


    "ไป๋ซือหนิง! พอเถอะ! ปราณแท้จริงในตันเถียนและรากฐานวิญญาณแพทย์ของเจ้าแห้งขอดถึงขีดสุดแล้วนะ หากฝืนชะล้างไอพิษขุ่นหนืดต่อ ตัวเจ้าจะพังทลายเสียเอง!" หลีเฮงตะโกนเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังร้อนใจสืบเท้าก้าวประชิด


    ทว่าหญิงสาวแสนดีกลับฝืนส่งยิ้มบางเบาชวนทะนุถนอม ส่ายหน้าดื้อดึงไม่ยอมหยุดมือ "ข้า... ข้าทนเห็นพวกเขาชีพจรฉีกขาดตายต่อหน้าไม่ได้หรอกจ้ะ... หลีเฮง..."


    นางกัดฟันเค้นพลังแสงเยียวยาเฮือกสุดท้ายสาดส่งออกไปชุบชีวิตเด็กน้อยคนไข้จนวิกฤตพ้นผ่านสำเร็จ ในเสี้ยววินาทีนั้น พลังแสงสีทองบนสองมือพลันวูบดับหายไปทันที ร่างระหงที่เคยยืนเด่นสง่าสั่นสะท้านก่อนจะอ่อนยวบปวกเปียก พลังลมปราณแท้จริงในร่างเหือดแห้งเกลี้ยงเกลาเป็นศูนย์ล้มสลบครืนลงมา ดีที่หลีเฮงก้าวเท้าพริ้วไหวดั่งเงาอสูรช้อนอ้อมแขนโอบรับตัวนางไว้แนบกายได้ทันท่วงที ชายหนุ่มประคองร่างนุ่มอุ่นไร้สติพยุงนอนราบบนโซฟามุมห้องอย่างห่วงใย


    หลีเฮงหันกลับมามองความวิบัติวินาศที่ยังคงปกคลุมสมาคมแพทย์ แววตาคมฉลาดเปี่ยมเล่ห์พลันหรี่ลงเปล่งประกายโหดเหี้ยม แผ่กลิ่นอายมารทมิฬลึกลับออกมาสกัดความร้อน


    'ตระกูลฉู่ ผู้อาวุโสจง... พวกเจ้ากล้าเล่นงานคนของข้า และสร้างภัยปั่นป่วนลมปราณขุ่นหนืดกวาดล้างสมาคมแพทย์เยี่ยงนี้ เห็นทีข้าจะปล่อยพวกเจ้าไว้ไม่ได้อีกแล้ว!'


    ชายหนุ่มดึง "เสื้อคลุมลวงตาเกราะเงา" สีดำหม่นออกจากคลังระบบสวมใส่คลุมไหล่ฉับพลัน อักขระลวงตาทำงานพรางกายบดบังตัวตน ลบรอยเท้า ลบกลิ่นอาย และระงับจิตแท้จริงของเขาทั้งหมดลง 100% กลมกลืนหายไปกับธาตุอากาศอย่างราบคาบ หลีเฮงก้าวเยื้องย่างอย่างเงียบกริบตรงดิ่งเข้าสู่ห้องครัวและคลังวัตถุดิบสมุนไพรกลางคืนหลังสมาคมแพทย์ทันควัน


    ภายในครัวหลังร้านอันอบอวลไปด้วยหมอกควันและกลิ่นคั่วสมุนไพรไหม้ ยามนี้ หวังชิง สายลับตระกูลฉู่กำลังร่วมมือกับ จ้าวเฟิง สมุนข้างกายผู้อาวุโสจงเพื่อเร่งทำลายพยานหลักฐานหลบหนีอย่างกระหืดกระหอบ


    "เร็วเข้าจ้าวเฟิง! รีบเทน้ำกรดชะล้างขอบหม้อต้มและถังน้ำสมุนไพรลบล้างไอพิษขุ่นหนืดเร็ว! ส่วนถุงยาพิษที่เหลือกับขวดยาหินหยกดำสนิทนี่ ข้าจะโยนทิ้งลงในเตาถ่านไฟเผาผลาญให้สูญสิ้นในคราวเดียว!" หวังชิงเอ่ยอย่างร้อนรน สองมือกำขวดหยกดำเนื้อดีและถุงสมุนไพรแปลกปลอมเงื้อเตรียมหย่อนโยนลงเตาไฟที่กำลังลุกไหม้แดงฉาน หากหลักฐานชิ้นสำคัญเหล่านี้โดนไฟคลอกจนเป็นเถ้าถ่าน ตระกูลฉู่จะรอดพ้นความผิดลอยนวลไร้ความผิดทันที


    "จะรีบร้อนทำลายพยานหลักฐานขวดหยกดำยาพิษสะกดปราณสวรรค์ไปใยกันขอรับ พี่ชายสุนัขรับใช้ตระกูลฉู่ทั้งสองคน?"


    เสียงทุ้มกวนประสาทราบเรียบเย็นชาพลันดังสะท้อนก้องข้างใบหูของพวกมันจากความว่างเปล่าไร้รูป หวังชิงและจ้าวเฟิงสะดุ้งเฮือกขนหัวลุกตั้งชัน รีบหันขวับชักมีดสั้นเตรียมตวัดจู่โจม ทว่าสายไปเสียแล้ว!


    หลีเฮงเผยร่างพริ้ววาบสะบัดฝ่ามือประดุจกรงเล็บปีศาจ กดทักษะ "อุ้งมือมาร ขั้น 2" บีบกระแทกเข้าที่ข้อมือของหวังชิงและสับไหล่จ้าวเฟิงพร้อมกันเสียงดังสะท้าน พร้อมเคลื่อนลงไปส่วนล่างเพื่อโจมตีจุดยุทธศาสตร์กึ่งกลางตัวอย่างรวดเร็ว!


    *กร๊อบ...! อั่ก...!!!*


    แรงบีบสะกดทำให้ข้อมือหวังชิงหักร้าวอ่อนแรงปล่อยขวดยาพิษหยกดำและถุงวัตถุดิบหลุดมือ หลีเฮงพลิกตัวสะบัดเท้าเตะเกี่ยวคว้าขวดหยกและถุงหลักฐานกลางอากาศมาถือไว้อย่างกระชับรวดเร็ว ส่วนจ้าวเฟิงที่หัวไหล่แตกทรุดตัวคุกเข่าลงพื้น หลีเฮงไม่เปิดโอกาสให้ตอบโต้ พลิกนิ้วชี้จี้จิ้มสะกดจุดด้วยสกิล "ดรรชนีอ่อนล้า" เข้าที่จุดลมปราณกวนหยวนกลางแกนลำตัวของพวกมันอย่างจังหน่วง!


    "อึ่ก...! พลังฝีมือ... ลมปราณสูญสิ้นสูญหายหมด... อวัยวะเพศหดแข็งเกร็งไม่ตอบสนอง...!" สายลับทั้งสองตาเหลือกลอยดวงตาสั่นริก ใบหน้าเปลี่ยนเป็นแดงสลับเขียว ก่อนจะล้มพับลงไปนอนเกลือกกลิ้งดิ้นพล่านด้วยความทุกข์ทรมานอย่างสิ้นท่าหมดสภาพบนพื้นครัวสกปรก


    หลีเฮงแค่นหัวเราะในลำคออย่างรื่นเริง เก็บขวดยาพิษหยกดำที่เป็นหลักฐานสำคัญและถุงสมุนไพรแปลกปลอมเข้าสู่มิติระบบเรียบร้อย ก่อนจะดึงเชือกป่านวิเศษจากแหวนมิติมัดร่างสายลับทั้งสองคนรวมเข้าด้วยกันติดกับเสาไม้หลักห้องครัวอย่างแน่นหนาไร้ทางดิ้นรน


    "พยานหลักฐานและคนร้ายมัดตัวอยู่ในการควบคุมของข้าเรียบร้อยแล้ว!" หลีเฮงแสยะยิ้มกะล่อนไร้ยางอาย "เอาล่ะ... ได้เวลากลับไปเริ่มขั้นตอนการสัมผัสบำบัดนวดถอนพิษ เพื่อทะลวงจุดชีพจรขุ่นหนืดและเติมพลังปราณหยางแท้จริงกู้ชีพจรคืนให้แก่ไป๋ซือหนิงแสนสวยของข้าแล้วสิ... คืนนี้คงได้ฟาร์มแต้มแมงดาสนุกสนานแน่ๆ!"


    ชายหนุ่มสะบัดกายเดินออกไปจากห้องครัว ทิ้งไว้เพียงหนอนบ่อนไส้ที่สิ้นท่าและหลักฐานเด็ดชิ้นสำคัญ พร้อมประจัญหน้าศึกเปิดโปงแล้ว


    - จบบทที่ 65 -


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม) ที่คุณอ่าน