ทันทีที่สิ้นเสียงฉินลู่
สีหน้าของหยางซวี่ตงก็เปลี่ยนไปมืดมนทันที และพูดอย่างเย็นชา“ไอ้หมอนี่ แกกำลังยั่วยุฉันเหรอ”
ฉินลู่ส่ายหัวและพูดว่า “เปล่า ฉันแค่พูดความจริงเท่านั้นฉันยกงานทั้งหมดให้เซี่ยหลิงจริงๆ ถ้าไม่เชื่อก็ถามเธอสิแค่ถามก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ”
หยางซวี่ตงหันไปมองเซี่ยหลิง และถาม “ที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงไหม”
เซี่ยหลิงพยักหน้า “ใช่ งานทั้งหมดฉันเป็นคนทำถ้าวันนี้ฉันไม่ลากเขาออกมาข้างนอก เขาก็จะนั่งอยู่เฉยๆ ทั้งวัน”
หยางซวี่ตงพยักหน้า จากนั้นก็ตบไหล่ฉินลู่ และกล่าวว่า“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายต้องทำงานทั้งหมด”
ฉินลู่มองหยางซวี่ตงขึ้นลงอย่างพิจารณา “นายเป็นใครกันสั่งให้ฉันทำฉันก็ต้องทำเหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่มีศักดิ์ศรีน่ะสิ”
หยางซวี่ตงหัวเราะเยาะ “แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยกระจอกๆจะต้องมีศักดิ์ศรีไปทำไม ฉันไม่ได้เจรจากับแก แต่ฉันบอก ถ้าแกไม่ฟังก็ไสหัวออกไปลาออกไปซะ”
เซี่ยหลิงที่อยู่ข้างๆ เห็นหยางซวี่ตงกลั่นแกล้งฉินลู่ เธอก็โมโหทันทีเธอผลักเขาและพูดว่า “หยางซวี่ตง นายจะทำอะไร”
“เฮ้อ...” ฉินลู่ถอนหายใจและพูดกับเซี่ยหลิง “ดูเหมือนว่าฉันไม่สามารถสอนเธอได้จริงๆ นั่นแหละ เธอไปซะเถอะ”
เซี่ยหลิงร้อนใจมากเมื่อเธอได้ยินคำพูดของฉินลู่เธอจ้องหยางซวี่ตงและพูดว่า “นายเข้ามายุ่งอะไรด้วย มันเกี่ยวอะไรกับนายไม่ทราบ”
หยางซวี่ตงรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันกำลังช่วยเธอนะไอ้หมอใจดำคนนี้ผลักภาระงานทั้งหมดให้เธอทำนะ เห็นได้ชัดว่ามันรังแกหมอฝึกงานนี่ฉันกำลังช่วยเธอนะ”
“หุบปาก!” เซี่ยหลิงพูดอย่างโกรธเคือง“ฉันกับนายเป็นอะไรกัน ต้องให้นายมาช่วยไหม”
หยางซวี่ตงถูกเซี่ยหลิงด่า ใจของเขาก็ลุกเป็นไฟเมื่อเห็นสีหน้าพอใจของฉินลู่เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก จ้องฉินลู่อย่างโหดเหี้ยม“แกยิ้มอะไร!”
“เมื่อกี้ฉันไม่ได้ยิ้มนะ” ฉินลู่โบกมืออย่างไร้เดียงสาจากนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่าๆๆๆ เข้ามาจุ้นจ้าน แต่คนอื่นเขากลับไม่เห็นหัวด้วยซ้ำฮ่าๆๆ ฉันนี่ขำเลย”
หยางซวี่ตงโกรธจัด สีหน้าเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นเรื่อยๆเขาชี้หน้าฉินลู่และกัดฟันพูด “หมอมหาวิทยาลัยกระจอกอย่างแกกล้ามาล้อเลียนฉันเชื่อไหมว่าแกจะไม่ได้ตายดี”
ฉินลู่ส่ายหน้า “ไม่เชื่อ”
“ได้ๆๆ” หยางซวี่ตงสูดหายใจเข้าลึกๆและทันใดนั้นก็เขาก็ปล่อยลูกเตะออกไปราวกับต้องการจะเตะขึ้นไปที่ศีรษะของฉินลู่
ลูกเตะนี้มีพลังมหาศาลจนเกิดเสียงลมตามมา
เป็นท่วงท่าที่ถูกต้องตามมาตรฐานฉินลู่แค่มองก็รู้ทันทีว่านักศึกษาที่ชื่อหยางซวี่ตงที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นนักเทควันโดมืออาชีพ
“อ๊ะ! นายทำอะไรเนี่ย!” เฉียนเชี่ยนและเซี่ยหลิงอุทานออกมาพร้อมกันทันที
ฉินลู่ยังคงยืนนิ่งอยู่ ตอนที่ลูกเตะข้างกำลังจะกระทบเข้าที่ใบหน้าเขาก็เบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย
แต่เขากลับไม่ได้โต้กลับ
ในมหาวิทยาลัยหวาชิง เขาเป็นหมอ เขาจะสู้กับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยได้อย่างไรมันผิดจรรยาบรรณ
หากอยากจะสู้ก็ต้องรอให้ออกจากมหา’ลัยไปก่อน...
“อะไรกัน” หยางซวี่ตงประหลาดใจมากที่ฉินลู่หลบลูกเตะเขาได้
แม้ว่าเขาจะใช้พละกำลังเพียงหกสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะหลบได้
“หยางซวี่ตงนายกำลังทำอะไรอยู่!”เซี่ยหลิงรีบวิ่งเข้ามาบังข้างหน้าฉินลู่ และมองหยางซวี่ตงด้วยความรังเกียจ
หยางซวี่ตงจัดขากางเกง และพูดนิ่งๆ ว่า“เกียรติของตระกูลหยางจะให้หมอมหาวิทยาลัยกระจอกๆ มาดูถูกได้ดูเหมือนว่าแกก็มีของนะ งั้นเรามาแข่งกันอย่างยุติธรรมสักตาก็ได้นะต่อสู้อย่างอิสระ อย่าหลบอยู่ข้างหลังผู้หญิง มันเหมือนเศษสวะ”
เซี่ยหลิงพูดอย่างโกรธเคือง“หยางซวี่ตงนายอย่าทำตัวไร้ยางอายอย่างนั้นได้ไหม! นายเป็นประธานชมรมเทควันโดของมหาวิทยาลัยนะ จะแกล้งให้หมอมาแข่งกับนายนายมีศักดิ์ศรีบ้างไหมเนี่ย”
หยางซวี่ตงหงุดหงิดมากที่เซี่ยหลิงไม่เข้าข้างเขาเลยสักครั้งเขาจึงพูดด้วยใบหน้าที่เย็นชาว่า “เซี่ยหลิง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอตอนแรกฉันก็ทำเพื่อช่วยเธอ แต่เธอกลับทำให้ฉันเสียใจอย่างนี้”
เซี่ยหลิงเหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกฉินลู่ห้ามไว้
เขาเดินไปข้างหน้าหยางซวี่ตง และพูดด้วยรอยยิ้มว่า“แค่การต่อสู้อย่างอิสระไม่ใช่เหรอ อันที่จริงช่วงนี้ฉันก็คันไม้คันมือมากต้องการหาคู่ต่อสู้มาฝึกด้วยสักหน่อย ฉันตอบรับคำเชิญของนาย”
“ฉินลู่! นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย!” เซี่ยหลิงดึงชุดกาวน์ของฉินลู่และพูดอย่างกังวล“เขาเป็นประธานชมรมเทควันโดของมหาวิทยาลัยนะ เขาต่อสู้เก่งมากเขาได้รับรางวัลด้วยนะ นายจะไปตายเหรอ”
ฉินลู่ยักไหล่และพูดว่า “บางครั้งผู้ชายแค่คุยกันมันก็ไม่มีประโยชน์หรอกต้องสู้กันเรื่องจะได้จบ”
“ได้!” หยางซวี่ตงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชาและพูดว่า“ประโยคนี้พูดเหมือนพวกคนแก่ชะมัด งั้นคืนนี้ที่ชมรมเทควันโด ใครไม่มาเป็นหลาน”
“ไม่มีปัญหา” ฉินลู่ทำสัญลักษณ์มือโอเค
ฉินลู่มีความตื่นเต้นอยากจะลองของ
ในเมื่อเป็นการต่อสู้ในสังเวียนอย่างยุติธรรมจึงไม่ถือว่าเป็นการตีนักศึกษา วะฮะฮ่าๆ
หยางซวี่ตงเดินหัวเราะเยาะจากไป
ผู้คนที่มามุงดูอยู่รอบๆ ต่างก็เริ่มพูดถึงเรื่องนี้
“แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยของเราสมองมีปัญหาหรือเปล่ากล้าไปนัดต่อสู้กับหยางซวี่ตงเนี่ยนะ”
“หยางซวี่ตงเก่งมากเลยเหรอเมื่อกี้ฉันเห็นหมอคนนี้หลบลูกเตะของเขาได้ด้วยนะ”
“นั่นเป็นเพราะว่าหยางซวี่ตงยังไม่อยากลงมือจริงๆ ไงไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาคงลงไปนอนอยู่บนพื้นแล้ว”
“ใช่แล้ว ฉันรู้จักหยางซวี่ตง เพื่อนร่วมห้องในหอพักของฉันก็อยู่ชมรมเทควันโดฉันได้ยินมาว่าหยางซวี่ตงได้รองอันดับสามในการแข่งขันเทควันโดระดับประเทศมีชื่อเสียงมากในวงการเทควันโด”
“โอ้ เก่งขนาดนั้นเชียว หมอคนนี้ยังอ่อนหัดอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”
“ไม่แน่หรอก เพราะยังไงเขาก็เป็นหมอ สามารถฟื้นฟูพลังเองได้...”
บทสนทนาของฝูงชนทำให้ฉินลู่รู้สึกไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีหมุนตัวดันฝูงชนที่มามุงดูเดินจากไป
“ฉินลู่! รอฉันด้วยสิ!”
เซี่ยหลิงและเฉียนเชี่ยนมองหน้ากัน พวกเธอไม่มีกะจิตกะใจจะกินข้าวแล้วรีบตามเขาไป
ตอนที่ผู้หญิงทั้งสองคนตามฉินลู่ทัน เขาก็เดินออกจากโรงอาหารไปแล้ว
“ฉินลู่ นายโง่หรือเปล่า หยางซวี่ตงต่อสู้เก่งมากนะ ทำไมต้องตอบรับเขาด้วยล่ะ”เซี่ยหลิงเข้าไปขวางหน้าฉินลู่
ฉินลู่เหลือบมองเธอ และพูดด้วยรอยยิ้ม“เด็กน้อยคนหนึ่งจะเก่งสักแค่ไหนกัน มาดูสิว่าคืนนี้ฉันจะจัดการเขาอย่างไร”
“ฉันไม่รู้ว่าเขาเก่งแค่ไหน แต่ก็เก่งมากเกินพอที่จะสู้นายได้สองคนเลยนะ”เซี่ยหลิงเหลือบมองที่แขนขาเล็กๆ ของฉินลู่ และพูดอย่างดูถูก
“น่าจะสี่คนนะเมื่อกี้ฉันได้ยินจากนักศึกษาในโรงอาหารพูดว่าคนที่ชื่อหยางซวี่ตงเป็นรองอันดับสามของประเทศ”เฉียนเชี่ยนพูดแก้
“ก็แค่เทควันโด เป็นวิชาการต่อสู้ที่ท่าดีทีเหลวนั่นแหละ”ฉินลู่โบกมือและพูดอย่างดูถูก “ถ้าฉันเอาชนะนักเทควันโดไม่ได้ ฉันก็คงจะละอายใจต่ออาจารย์มากพวกเธอก็เห็นแล้วว่าถ้าฉันไม่ตอบรับ เขาจะกวนฉันอยู่เรื่อยๆคนบางคนถ้าไม่ลงไม้ลงมือมันก็ไม่หยุด”
เซี่ยหลิงพูดอย่างเป็นกังวล “งั้นนายก็ยอมแพ้เถอะ! หรือไม่ก็ไม่ต้องไป!”
ฉินลู่มองเซี่ยหลิงแปลกๆ และพูดว่า “บ้านเธอเหรอแล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ”