ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    ตอนที่ 47 แค่พูดความจริงเท่านั้น

    ทันทีที่สิ้นเสียงฉินลู่

            สีหน้าของหยางซวี่ตงก็เปลี่ยนไปมืดมนทันที และพูดอย่างเย็นชา“ไอ้หมอนี่ แกกำลังยั่วยุฉันเหรอ”

            ฉินลู่ส่ายหัวและพูดว่า “เปล่า ฉันแค่พูดความจริงเท่านั้นฉันยกงานทั้งหมดให้เซี่ยหลิงจริงๆ ถ้าไม่เชื่อก็ถามเธอสิแค่ถามก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ”

            หยางซวี่ตงหันไปมองเซี่ยหลิง และถาม “ที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงไหม”

            เซี่ยหลิงพยักหน้า “ใช่ งานทั้งหมดฉันเป็นคนทำถ้าวันนี้ฉันไม่ลากเขาออกมาข้างนอก เขาก็จะนั่งอยู่เฉยๆ ทั้งวัน”

            หยางซวี่ตงพยักหน้า จากนั้นก็ตบไหล่ฉินลู่ และกล่าวว่า“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายต้องทำงานทั้งหมด”

            ฉินลู่มองหยางซวี่ตงขึ้นลงอย่างพิจารณา “นายเป็นใครกันสั่งให้ฉันทำฉันก็ต้องทำเหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่มีศักดิ์ศรีน่ะสิ”

            หยางซวี่ตงหัวเราะเยาะ “แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยกระจอกๆจะต้องมีศักดิ์ศรีไปทำไม ฉันไม่ได้เจรจากับแก แต่ฉันบอก ถ้าแกไม่ฟังก็ไสหัวออกไปลาออกไปซะ”

            เซี่ยหลิงที่อยู่ข้างๆ เห็นหยางซวี่ตงกลั่นแกล้งฉินลู่ เธอก็โมโหทันทีเธอผลักเขาและพูดว่า “หยางซวี่ตง นายจะทำอะไร”

            “เฮ้อ...” ฉินลู่ถอนหายใจและพูดกับเซี่ยหลิง “ดูเหมือนว่าฉันไม่สามารถสอนเธอได้จริงๆ นั่นแหละ เธอไปซะเถอะ”

            เซี่ยหลิงร้อนใจมากเมื่อเธอได้ยินคำพูดของฉินลู่เธอจ้องหยางซวี่ตงและพูดว่า “นายเข้ามายุ่งอะไรด้วย มันเกี่ยวอะไรกับนายไม่ทราบ”

            หยางซวี่ตงรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันกำลังช่วยเธอนะไอ้หมอใจดำคนนี้ผลักภาระงานทั้งหมดให้เธอทำนะ เห็นได้ชัดว่ามันรังแกหมอฝึกงานนี่ฉันกำลังช่วยเธอนะ”

            “หุบปาก!” เซี่ยหลิงพูดอย่างโกรธเคือง“ฉันกับนายเป็นอะไรกัน ต้องให้นายมาช่วยไหม”

            หยางซวี่ตงถูกเซี่ยหลิงด่า ใจของเขาก็ลุกเป็นไฟเมื่อเห็นสีหน้าพอใจของฉินลู่เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก จ้องฉินลู่อย่างโหดเหี้ยม“แกยิ้มอะไร!”

            “เมื่อกี้ฉันไม่ได้ยิ้มนะ” ฉินลู่โบกมืออย่างไร้เดียงสาจากนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่าๆๆๆ เข้ามาจุ้นจ้าน แต่คนอื่นเขากลับไม่เห็นหัวด้วยซ้ำฮ่าๆๆ ฉันนี่ขำเลย”

            หยางซวี่ตงโกรธจัด สีหน้าเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นเรื่อยๆเขาชี้หน้าฉินลู่และกัดฟันพูด “หมอมหาวิทยาลัยกระจอกอย่างแกกล้ามาล้อเลียนฉันเชื่อไหมว่าแกจะไม่ได้ตายดี”

            ฉินลู่ส่ายหน้า “ไม่เชื่อ”

            “ได้ๆๆ” หยางซวี่ตงสูดหายใจเข้าลึกๆและทันใดนั้นก็เขาก็ปล่อยลูกเตะออกไปราวกับต้องการจะเตะขึ้นไปที่ศีรษะของฉินลู่

            ลูกเตะนี้มีพลังมหาศาลจนเกิดเสียงลมตามมา

            เป็นท่วงท่าที่ถูกต้องตามมาตรฐานฉินลู่แค่มองก็รู้ทันทีว่านักศึกษาที่ชื่อหยางซวี่ตงที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นนักเทควันโดมืออาชีพ

            “อ๊ะ! นายทำอะไรเนี่ย!” เฉียนเชี่ยนและเซี่ยหลิงอุทานออกมาพร้อมกันทันที

            ฉินลู่ยังคงยืนนิ่งอยู่ ตอนที่ลูกเตะข้างกำลังจะกระทบเข้าที่ใบหน้าเขาก็เบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย

            แต่เขากลับไม่ได้โต้กลับ

            ในมหาวิทยาลัยหวาชิง เขาเป็นหมอ เขาจะสู้กับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยได้อย่างไรมันผิดจรรยาบรรณ

            หากอยากจะสู้ก็ต้องรอให้ออกจากมหา’ลัยไปก่อน...

            “อะไรกัน” หยางซวี่ตงประหลาดใจมากที่ฉินลู่หลบลูกเตะเขาได้

            แม้ว่าเขาจะใช้พละกำลังเพียงหกสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะหลบได้

            “หยางซวี่ตงนายกำลังทำอะไรอยู่!”เซี่ยหลิงรีบวิ่งเข้ามาบังข้างหน้าฉินลู่ และมองหยางซวี่ตงด้วยความรังเกียจ

            หยางซวี่ตงจัดขากางเกง และพูดนิ่งๆ ว่า“เกียรติของตระกูลหยางจะให้หมอมหาวิทยาลัยกระจอกๆ มาดูถูกได้ดูเหมือนว่าแกก็มีของนะ งั้นเรามาแข่งกันอย่างยุติธรรมสักตาก็ได้นะต่อสู้อย่างอิสระ อย่าหลบอยู่ข้างหลังผู้หญิง มันเหมือนเศษสวะ”

            เซี่ยหลิงพูดอย่างโกรธเคือง“หยางซวี่ตงนายอย่าทำตัวไร้ยางอายอย่างนั้นได้ไหม! นายเป็นประธานชมรมเทควันโดของมหาวิทยาลัยนะ จะแกล้งให้หมอมาแข่งกับนายนายมีศักดิ์ศรีบ้างไหมเนี่ย”

            หยางซวี่ตงหงุดหงิดมากที่เซี่ยหลิงไม่เข้าข้างเขาเลยสักครั้งเขาจึงพูดด้วยใบหน้าที่เย็นชาว่า “เซี่ยหลิง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอตอนแรกฉันก็ทำเพื่อช่วยเธอ แต่เธอกลับทำให้ฉันเสียใจอย่างนี้”

            เซี่ยหลิงเหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกฉินลู่ห้ามไว้

            เขาเดินไปข้างหน้าหยางซวี่ตง และพูดด้วยรอยยิ้มว่า“แค่การต่อสู้อย่างอิสระไม่ใช่เหรอ อันที่จริงช่วงนี้ฉันก็คันไม้คันมือมากต้องการหาคู่ต่อสู้มาฝึกด้วยสักหน่อย ฉันตอบรับคำเชิญของนาย”

            “ฉินลู่! นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย!” เซี่ยหลิงดึงชุดกาวน์ของฉินลู่และพูดอย่างกังวล“เขาเป็นประธานชมรมเทควันโดของมหาวิทยาลัยนะ เขาต่อสู้เก่งมากเขาได้รับรางวัลด้วยนะ นายจะไปตายเหรอ”

            ฉินลู่ยักไหล่และพูดว่า “บางครั้งผู้ชายแค่คุยกันมันก็ไม่มีประโยชน์หรอกต้องสู้กันเรื่องจะได้จบ”

            “ได้!” หยางซวี่ตงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชาและพูดว่า“ประโยคนี้พูดเหมือนพวกคนแก่ชะมัด งั้นคืนนี้ที่ชมรมเทควันโด ใครไม่มาเป็นหลาน”

            “ไม่มีปัญหา” ฉินลู่ทำสัญลักษณ์มือโอเค

            ฉินลู่มีความตื่นเต้นอยากจะลองของ

            ในเมื่อเป็นการต่อสู้ในสังเวียนอย่างยุติธรรมจึงไม่ถือว่าเป็นการตีนักศึกษา วะฮะฮ่าๆ

            หยางซวี่ตงเดินหัวเราะเยาะจากไป

            ผู้คนที่มามุงดูอยู่รอบๆ ต่างก็เริ่มพูดถึงเรื่องนี้

            “แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยของเราสมองมีปัญหาหรือเปล่ากล้าไปนัดต่อสู้กับหยางซวี่ตงเนี่ยนะ”

            “หยางซวี่ตงเก่งมากเลยเหรอเมื่อกี้ฉันเห็นหมอคนนี้หลบลูกเตะของเขาได้ด้วยนะ”

            “นั่นเป็นเพราะว่าหยางซวี่ตงยังไม่อยากลงมือจริงๆ ไงไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาคงลงไปนอนอยู่บนพื้นแล้ว”

            “ใช่แล้ว ฉันรู้จักหยางซวี่ตง เพื่อนร่วมห้องในหอพักของฉันก็อยู่ชมรมเทควันโดฉันได้ยินมาว่าหยางซวี่ตงได้รองอันดับสามในการแข่งขันเทควันโดระดับประเทศมีชื่อเสียงมากในวงการเทควันโด”

            “โอ้ เก่งขนาดนั้นเชียว หมอคนนี้ยังอ่อนหัดอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”

            “ไม่แน่หรอก เพราะยังไงเขาก็เป็นหมอ สามารถฟื้นฟูพลังเองได้...”

            บทสนทนาของฝูงชนทำให้ฉินลู่รู้สึกไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีหมุนตัวดันฝูงชนที่มามุงดูเดินจากไป

            “ฉินลู่! รอฉันด้วยสิ!”

            เซี่ยหลิงและเฉียนเชี่ยนมองหน้ากัน พวกเธอไม่มีกะจิตกะใจจะกินข้าวแล้วรีบตามเขาไป

            ตอนที่ผู้หญิงทั้งสองคนตามฉินลู่ทัน เขาก็เดินออกจากโรงอาหารไปแล้ว

            “ฉินลู่ นายโง่หรือเปล่า หยางซวี่ตงต่อสู้เก่งมากนะ ทำไมต้องตอบรับเขาด้วยล่ะ”เซี่ยหลิงเข้าไปขวางหน้าฉินลู่

            ฉินลู่เหลือบมองเธอ และพูดด้วยรอยยิ้ม“เด็กน้อยคนหนึ่งจะเก่งสักแค่ไหนกัน มาดูสิว่าคืนนี้ฉันจะจัดการเขาอย่างไร”

            “ฉันไม่รู้ว่าเขาเก่งแค่ไหน แต่ก็เก่งมากเกินพอที่จะสู้นายได้สองคนเลยนะ”เซี่ยหลิงเหลือบมองที่แขนขาเล็กๆ ของฉินลู่ และพูดอย่างดูถูก

            “น่าจะสี่คนนะเมื่อกี้ฉันได้ยินจากนักศึกษาในโรงอาหารพูดว่าคนที่ชื่อหยางซวี่ตงเป็นรองอันดับสามของประเทศ”เฉียนเชี่ยนพูดแก้

            “ก็แค่เทควันโด เป็นวิชาการต่อสู้ที่ท่าดีทีเหลวนั่นแหละ”ฉินลู่โบกมือและพูดอย่างดูถูก “ถ้าฉันเอาชนะนักเทควันโดไม่ได้ ฉันก็คงจะละอายใจต่ออาจารย์มากพวกเธอก็เห็นแล้วว่าถ้าฉันไม่ตอบรับ เขาจะกวนฉันอยู่เรื่อยๆคนบางคนถ้าไม่ลงไม้ลงมือมันก็ไม่หยุด”

            เซี่ยหลิงพูดอย่างเป็นกังวล “งั้นนายก็ยอมแพ้เถอะ! หรือไม่ก็ไม่ต้องไป!”

            ฉินลู่มองเซี่ยหลิงแปลกๆ และพูดว่า “บ้านเธอเหรอแล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ”

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน