อู๋หลิวที่ยืนมองอยู่ทางด้านหลังของฟ่านอี้ ตระหนักรู้ได้ในทันทีว่าไม่ควรปล่อยให้จ้านเฟินถิงมาเพ่นพ่านอยู่ในบ้านหลังนี้และไม่ควรปล่อยให้จ้านเฟินถิงมาทำตัวหยาบคายอยู่ต่อหน้าเธอและต่อหน้าฟ่านอี้
หากเป็จินเซี่ยคนเก่าหล่อนอาจจะเคยหลงคารมและเคยหลงใหลในหน้าตาหล่อเหลาจอมปลอมของผู้ชายคนนี้แต่สำหรับอู๋หลิวที่เป็อินฟลูเอนเซอร์สาว และเคยผ่านโลกมาอย่างโชกโชนผู้ชายพรรค์นี้ก็เป็ได้แค่ขยะเปียกที่ต้องรีบกำจัดทิ้งให้สิ้นซาก!ขืนปล่อยไว้ก็รังแต่จะส่งกลิ่นเหม็นรบกวนคนอื่น!
อู๋หลิวในชุดนอนเก่า ๆเดินก้าวเท้าอย่างเชื่องช้ามาหยุดอยู่ที่ข้างกายของฟ่านอี้หล่อนวางมือลงบนท่อนแขนแข็งเกร็งของเขาแล้วบีบเบา ๆ เป็เชิงบอกให้เขาใจเย็นลงก่อน
คราวนี้อู๋หลิวเป็ฝ่ายหันมายืนเผชิญหน้ากับจ้านเฟินถิงแทนดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเชื้อเชิญให้เขาเข้าใกล้ และเคยยั่วยวนเขาในอดีตตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็แข็งกร้าว เ็า และแหลมคมดุจปลายเข็มหมุดรังสีอำมหิตบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากร่างบอบบางของหล่อนทำจ้านเฟินถิงถึงกับเผลอนิ่งชะงักไปชั่วคราว
"พี่เซี่ย…พี่เป็อะไรไป ทำไมมองผมด้วยสายตาแบบนั้น?" เขาเรียกชื่อเธอและเอ่ยถามเธออย่างไม่แน่ใจ
อู๋หลิวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากบางสวยขยับเอื้อนเอ่ยวาจาเจ็บแสบที่สุดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"เป็อะไรมันก็เื่ของฉันเอาเป็ว่าเก็บปากเน่า ๆ ของนายไว้ซะ ถ้าพูดอะไรดี ๆ ออกมาไม่ได้ก็อย่าพูดออกมาเลยจะดีกว่า! ประตูอยู่ทางนั้น ไสหัวกลับไปซะ!!"
เสียงตวาดนั้นก้องกังวานไปทั่วบ้านจ้านเฟินถิงเบิกตากว้างอ้าปากค้างเติ่งด้วยความตกตะลึงเขาไม่คิดว่าจินเซี่ยจะกล้าตวาดใส่เขาแบบนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่ยังไม่เกิดเื่ จินเซี่ยยังแอบเขียนจดหมายนัดให้เขาออกมาหาหล่อนอยู่เลยแล้วตอนนี้หล่อนเป็บ้าอะไรของหล่อน
"ที่นี่คือบ้านตระกูลฟ่านไม่ใช่สถานที่ให้สุนัขมาเห่าหอนเพ่นพ่าน!"อู๋หลิวไม่เปิดโอกาสให้มันได้ตั้งตัวหล่อนสาดคำพูดหยาบคายชุดใหญ่ใส่หน้าจ้านเฟินถิงอย่างไม่ยอมลดละ
“ขืนยังทำตัวหน้าด้านไม่ยอมออกไป ฉันสาบาน! ว่าฉันจะเอาเื่ชั่ว ๆของนายที่ฉันพอรู้มาบ้างไปบอกผู้บังคับบัญชาของนายให้หมด อ้อ! แล้วเื่ที่นายแอบไปคั่วกับนังนักร้องในไนน์คลับนั่นฉันก็จะเอาไปบอกกับจินเหยาด้วย”จินเซี่ยทำตัวแข็งข้อและพูดจาก้าวร้าวกับอีกฝ่ายอย่างผ่าเผย
"จินเซี่ย...นี่เธอ!"จ้านเฟินถิงหน้าแดงก่ำสลับกับซีดเผือดความโกรธและความอับอายแล่นพล่านขึ้นมากระจุกรวมอยู่ที่ใบหน้าของเขา
เฟินถิงยกมือขึ้นมาชี้หน้าเธอปลายนิ้วของเขาสั่นระริกอย่างเสียอาการ “นี่เธอกล้าไล่ฉันได้ยังไงลืมไปแล้วหรือไงว่าใครที่..." น้ำเสียงของเขาขาด่ไปเพราะถูกอีกฝ่ายพูดแทรกแซงขึ้นมาอย่างฉับพลัน
"ฉันไม่ลืม!"อู๋หลิวสวนกลับทันควัน ั์ตาของหล่อนมีประกายไฟวาวโรจน์ดุจนางพญามาร"เพราะฉันจำได้ดี ว่านายคือตัวอะไร และเคยทำพฤติกรรมคาว ๆ อะไรไว้บ้างฉันถึงได้ขยะแขยงนายจนแทบอยากอาเจียนออกมายังไงล่ะ! ออกไป! ออกไปให้พ้น ๆก่อนที่ฉันจะเอาไม้กวาดไล่ตีนายเหมือนหมูเหมือนหมา!"
ฟ่านอี้ที่ยืนอยู่ข้างหลังมองภรรยาของตัวเองด้วยความตะลึงงันเขาไม่เคยเห็นจินเซี่ยในมุมนี้มาก่อน...มันเป็มุมที่หล่อนกล้าปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองและกล้ายืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาซึ่งเป็แค่ไอ้ใบ้ไร้ค่าคนหนึ่ง
จ้านเฟินถิงรู้สึกเสียหน้าอย่างหนักเขากัดฟันแน่นจนสันกรามเด่นชัด จ้านเฟินถิงหันหน้าเหลือบมองซ้ายมองขวาเริ่มเห็นชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาชะโงกหน้าเข้ามาให้ความสนใจเพราะได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย
เขาที่กลัวตัวเองจะเสียหน้ามากไปกว่านี้และกลัวว่าเื่คาว ๆ ของตัวเองจะแพร่ออกไป จนกระทบกับหน้าที่การงานที่กำลังไปได้สวยเขาจึงไม่อยากอยู่ที่นี่ต่ออีก ยิ่งได้เห็นแววตาเอาจริงของจินเซี่ยมันก็ยิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกว่าผู้หญิงอย่างหล่อนไม่ใช่ ‘ของตาย’ ที่เขาจะมาเล่นสนุกได้อีกแล้ว
"ฝากไว้ก่อนเถอะ!นังบ้าเอ๊ย!"
ทหารหนุ่มมาดร้ายสบถออกมาอย่างหัวเสียเขาหมุนตัวหันหลังให้กับสองสามีภรรยานั่นแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ท่าทางที่เคยองอาจตอนเดินเข้ามาตอนนี้กลับดูเหมือนหมาหางจุกตูดยังไงก็ไม่รู้
อู๋หลิวมองตามแผ่นหลังชายสารเลวไปจนลับสายตาเธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความโกรธที่ยังร้อนระอุอยู่ในอก
แล้วทันใดนั้นอาการปวดหัวตุบๆ ที่น่ารำคาญสิ้นดีก็ดันกำเริบขึ้นมาอีกหนทำร่างเล็กของหญิงสาวเซถลาเล็กน้อยจนเกือบทรงตัวไม่อยู่