เมื่อได้ยินสิ่งที่ฉางไห่พูด หลี่ซีเหวินก็หันกลับไปด้านข้างและพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ฉางไห่ ให้ฉันบอกนายนะ นายยังจำได้ไหมว่าใครกันที่ให้ขนมปังนึ่งสีขาวสองก้อนแก่พวกเรา เมื่อพวกเราไร้บ้านและต้องทนทุกข์ทรมานจากความหิวโหยและหนาวเหน็บ เป็นคุณลุงพนักงานคนนั้น” หลี่ซีเหวินขบกรามแน่นและพูดอย่างแน่วแน่ว่า “ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฉันก็ตัดสินใจแล้วว่า ถ้าวันหนึ่งฉันได้เป็นเจ้าของโรงงานขึ้นมา พนักงานคือคนที่ฉันไม่สามารถปฏิบัติอย่างเลวร้ายได้” ฉางไห่ตกตะลึง ทำไมเขาถึงจำเรื่องนี้ไม่ได้นะ???
นี่อาจเป็นไปได้ว่าสมองของเขากำลังลัดวงจรอยู่ก็เป็นได้ แต่เมื่อได้เห็นการขยิบตาของหลี่ซีเหวิน เขาก็เข้าใจทันทีว่า อีกฝ่ายแค่แสดงละคร
ในเวลานี้ เขาไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไปแล้วเพราะไม่รู้ว่าหลี่ซีเหวินจะซ่อนเล่ห์เหลี่ยมอะไรไว้อีกบ้าง
“ไม่เป็นไร หากหยางเป่ากั๋วจะไม่ใช่คน แต่ฉัน หลี่ซีเหวินจะไม่มีวันทำอะไรที่ผิดต่อพนักงานเด็ดขาด 8,000 หรือ 9,000 หยวนไม่ใช่เงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับฉันก็จริง แต่นั่นคือชีวิตของพนักงานเหล่านี้”
คำพูดไม่กี่คำนี้ได้กระทบจิตใจของทุกคน จากนั้นพวกเขาก็ถอนหายใจออกมายาว ๆ เกือบจะพร้อมกัน บางคนถึงขั้นปรบมือให้เลยทีเดียว
“พูดได้ดี”
“คน ๆ หนึ่งสมควรเป็นเหมือนบอสหลี่”
“บอสหลี่ พวกเราจะร่วมงานกับคุณนับจากนี้ไป”
หลี่ซีเหวินแอบภูมิใจ แต่ใบหน้าของเขากลับยังสงบนิ่งและยังเอามือไพล่หลัง “พี่น้องทุกคน ฉันสัญญาว่าจะรับประกันเงินเดือนของพวกนาย การทำเช่นนี้จึงถือเป็นเรื่องที่มีมนุษยธรรมและชอบธรรม ถูกต้องไหม”
“ถูกต้อง บอสหลี่มีเมตตา” ทุกคนพูดพร้อมกัน
“แต่ความเมตตาและความชอบธรรมก็เป็นส่วนของความเมตตาและความชอบธรรม แต่ท้ายที่สุดแล้วถึงฉันจะเป็นคนที่ชอบธรรมสำหรับพวกนาย แต่พวกนายคงจะไม่ปฏิบัติอย่างอยุติธรรมกับฉันหรอกใช่ไหม”
หลี่ซีเหวินพูดพร้อมกับมองไปที่กุญแจในมือของหลินชู
แล้วทุกคนก็เข้าใจในทันที
“หลินชู ส่งกุญแจให้บอสหลี่เร็วเข้าสิ”
“ใช่ พวกเราต้องเป็นคนชอบธรรมนะ”
“พวกเราไม่สามารถปล่อยให้บอสหลี่หมดกำลังใจได้”
เมื่อทุกคนพูดกันคนละประโยคต่อ ๆ กัน หลินชูผู้ซึ่งต้องการที่จะพูดอีกสองสามคำก็ถูกพนักงานผลักไปอย่างกะทันหัน เขาลังเลอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงส่งกุญแจให้กับหลี่ซีเหวิน
ไม่ใช่ว่าหลินชูไม่ต้องการที่จะส่งให้ เพียงแต่เขารู้สึกว่าหลี่ซีเหวินคนนี้ดูเหมือนกำลังหลอกลวงผู้คนอยู่
หลินชูขมวดคิ้วอย่างลับ ๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า
“บอสหลี่ ผมให้กุญแจคุณไปแล้ว และคุณสัญญาว่าจะให้เงินเดือนแก่พวกเรา ดังนั้นก็ควรมาตกลงเรื่องนี้กันก่อนไหมครับ”
หลี่ซีเหวินเลิกคิ้วขึ้นเบา ๆ หลินชูคนนี้ฉลาดจริง ๆ โชคดีที่เขาเตรียมพร้อมมาแล้ว
“ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่ให้เงินเดือนกับทุกคนนะ แต่ฉันก็มีข้อกำหนดเหมือนกัน”
“ข้อกำหนดอะไรครับ” หลินชูถาม
“เพราะท้ายที่สุดแล้ว บัญชีหนี้สินนี้ถูกทิ้งไว้โดยหยางเป่ากั๋ว ฉันย่อมต้องการเวลาในการตรวจสอบอย่างละเอียด ยิ่งไปกว่านั้นโรงงานนี้เพิ่งจะเริ่มต้นและบัญชีของโรงงานจำเป็นต้องได้รับการบันทึกใหม่ทั้งหมด ดังนั้นเงินเดือนของทุกคนจะถูกเลื่อนออกไปอีกหนึ่งเดือนและจะจ่ายพร้อมกับเงินเดือนในเดือนใหม่” หลี่ซีเหวินกล่าว
“อีกหนึ่งเดือน”
“ออกพร้อมเดือนใหม่เหรอ”
ทุกคนแสดงสีหน้าลำบากใจโดยพร้อมเพรียง แต่หลินชูพูดอย่างขวานผ่าซากว่า “บอสหลี่ ที่คุณพูดมาตั้งนาน ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการวาดเค้กก้อนใหญ่แล้วให้พวกเราทำงานให้คุณอีกหนึ่งเดือนนี่ครับ แม้ว่าหนึ่งเดือนจะไม่นาน แต่จะทำอย่างไร ถ้าหากคุณยังไม่จ่ายเงินเดือนให้เราอีก”
“ใช่ แล้วพวกเราจะทำยังไง ถ้าคุณไม่จ่ายเงินเดือนให้พวกเรา”
ความคิดของหลินชูนั้นเห็นได้ชัดว่านำหน้าคนอื่น ๆ อยู่หนึ่งก้าวและเขาสามารถเข้าประเด็นได้ด้วยประโยคเดียว ซึ่งนั่นทำให้ทุกคนเริ่มอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ กันในทันที
หลี่ซีเหวินเม้มริมฝีปากและยิ้ม
“หยางเป่ากั๋วสามารถทำบางอย่างได้ อย่างเช่นการติดค้างเงินเดือนได้ แต่ฉันทำไม่ได้งั้นหรือ ฉันไม่จำเป็นต้องทำให้ชื่อเสียงของตัวเองต้องเสียเพราะเงินแค่ 8,000 9,000 ถึง 10,000 หยวนเลยนี่”
หลี่ซีเหวินแสร้งทำเป็นเงียบไปครู่หนึ่งและเสริมว่า “ถ้าทุกคนกลัวที่จะทำงานให้ฉัน พวกนายสามารถออกไปจากโรงงานแปรรูปตอนนี้ได้เลย และมาหาฉันในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ส่วนเงินเดือนของพวกนายก็ยังได้รับคืนเช่นเดิม แต่ถ้าไม่กลัวที่จะทำงานกับฉันต่อ ก่อนหน้านี้หยางเป่ากั๋วให้เงินพวกนายเท่าไหร่ ในอนาคตฉันจะให้เงินเดือนเพิ่มอีก 100 หยวนต่อเดือน”
ข้อเสนอแรกของหลี่ซีเหวิน ทำเอาทุกคนอ้าปากค้างไปแล้วเพราะหลังจากที่ไม่ต้องทำงาน ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าพวกเขายังสามารถกลับมารับเงินเดือนก่อนหน้านี้ได้ แล้วจะมีอะไรให้ไม่พอใจอีกล่ะ
ทว่าข้อเสนอที่สองนี้กลับทำให้ทุกคนตกใจมากกว่าเดิมอีก
“อะไรนะ หนึ่งร้อยหยวน”
“ถ้างั้น ฉันก็สามารถหาเงินได้สองร้อยแปดสิบหยวนต่อเดือนใช่หรือเปล่า”
“นี่มันสร้างรายได้มากกว่าพนักงานประจำเสียอีกนะ”
ทุกคนแทบไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนและต่างแสดงความเต็มใจที่จะอยู่ทำงานต่อไป มีเพียงหลินชูเท่านั้นที่ยังคงเงียบอยู่
“เอาล่ะ ทุกคนอย่าขวางทางไปอาคารโรงงาน ตอนนี้กฎได้ถูกกำหนดไว้แล้ว การพัฒนาและการเติบโตของโรงงานขึ้นอยู่กับความพยายามของพวกนายทุกคน”
หลี่ซีเหวินกล่าวในขณะที่เขากำลังเปิดประตูอาคารโรงงานด้วยตัวเอง วัตถุดิบที่อยู่ภายในอาคารมีวางอยู่ทุกที่และบางอย่างก็ส่งกลิ่นออกมาแล้วด้วย
อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้อยู่ในความคาดหมายของหลี่ซีเหวินอยู่แล้ว ตราบใดที่ยังไม่ต้องจ่ายเงินเดือนสองเดือนในตอนนี้ สถานการณ์ก็ถือว่ายังดีอยู่
“วันนี้ พวกเราจะยังไม่ผลิตไส้กรอกแฮม แต่จะคัดแยกวัตถุดิบที่หมดอายุและเน่าเสียทิ้งไปก่อน ส่วนที่เหลือให้วางไว้บนกระดานไม้ที่สร้างขึ้นมา จำไว้ว่า สิ่งที่พวกเราจะผลิตในอนาคตไม่เพียงคงรสชาติของความอร่อยเอาไว้เท่านั้น แต่ยังต้องมั่นใจในเรื่องของคุณภาพ สุขภาพและถูกสุขอนามัยด้วย” หลี่ซีเหวินดูเหมือนจะมีความกระตือรือร้นอยู่ในสายเลือดและออกคำสั่งเสียงดัง
ความรู้สึกนี้ทำให้เขานึกถึงครั้งแรกที่ตัวเองได้เข้าครอบครองเรือของพ่อในชีวิตก่อน มันเต็มไปด้วยความคิดถึงและโหยหา
พนักงานหลายคนรีบวิ่งไปข้างหน้าและเริ่มยุ่ง จากนั้นหลี่ซีเหวินก็ตระหนักได้ว่าหลินชูยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ เขา
“ดูเหมือนว่านายยังมีบางอย่างอยู่ในใจสินะ” หลี่ซีเหวินพูดเบา ๆ
“ไม่ใช่แค่มี แต่มีไม่น้อยเลยล่ะครับ” หลินชูก็ไม่ได้ปิดบังเช่นกัน
“มาคุยกับฉันที่สำนักงานสิ!”
หลังจากที่หลี่ซีเหวินพูดจบ เขาก็มองไปที่ลุงตงที่ยืนอยู่นอกอาคารโรงงานและพูดว่า “ลุงตง ลุงน่าจะเป็นพนักงานเก่าแก่ที่นี่ ผมได้ยินมาว่าลุงรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องการขนส่ง ถ้าเต็มใจก็อยู่ แต่ถ้าไม่ ลุงก็ค่อยมารับเงินในอีกหนึ่งเดือนนะครับ”
“ผม...ผมขอจะคิดดูก่อนนะครับ!” ตงชูตอบ
หลี่ซีเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไรมาก จากนั้นก็พาหลินชูและฉางไห่ไปที่สำนักงาน
ในห้องทำงานเล็ก ๆ นี้ หลี่ซีเหวินยิ้มทันทีที่นั่งลง
“หลินชูใช่ไหม ต่อจากนี้ไปฉันจะเรียกคุณว่าหลินจือแล้วกัน”
“ผมยังไม่ได้ตกลงที่จะอยู่ทำงานสักหน่อย ดังนั้นยังไม่ต้องใจดีแบบนี้ก็ได้” หลินชูพูดห้วน ๆ
“เงินเดือนที่ฉันให้น้อยไปเหรอ” หลี่ซีเหวินถามเบา ๆ
“ไม่ เป็นเพราะคุณจ่ายเงินมากเกินไปต่างหาก” หลินชูหยุดเล็กน้อยและพูดว่า “พนักงานเหล่านั้นถูกชักจูงด้วยเงิน แต่ผม หลินชูไม่ยอม การได้เงินเพิ่มอีก 100 หยวนถือเป็นเรื่องดี แต่ผมไม่อยากจะเชื่อ ให้ตายเถอะ ถ้าผมเดาไม่ผิด คุณต้องการถ่วงเวลาไว้ใช่ไหม”
เมื่อเห็นว่าหลี่ซีเหวินนิ่งเงียบไป หลินชูก็พูดต่อ “มาวาดวงกลมขนาดใหญ่ทำให้เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แต่จริง ๆ แล้วมันก็แค่การหลอกลวงคนเหล่านี้ให้อยู่ทำงานโดยเปล่าประโยชน์ มันอาจไม่เป็นไร ถ้าหากหลังจากนี้หนึ่งเดือนคุณสามารถทำเงินได้ แต่ถ้าคุณทำเงินไม่ได้ล่ะ จะให้พวกเราดื่มลมตะวันตกเฉียงเหนือกับคุณงั้นเหรอ”
หลี่ซีเหวินยิ้มอย่างใจเย็น
“หลินชู นายมีความสามารถจริง ๆ ฉันรู้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน ว่านายจะกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมในอนาคต ฉันรู้สึกเสียจริง ๆ ที่นายทำงานอยู่ที่นี่”
“คุณหมายความว่ายังไง ยอมรับในสิ่งที่ผมพูดแล้วใช่ไหม” หลินชูขมวดคิ้วลึกยิ่งขึ้น
“ถูกต้อง!” หลี่ซีเหวินยิ้มอย่างมีเลศนัย “นายพูดถูกเกี่ยวกับกระบวนการ แต่ไม่ใช่ผลลัพธ์”
“คุณบอกว่าผลลัพธ์ไม่ถูกต้องงั้นเหรอ หมายความว่ายังไง” หลินชูไม่เข้าใจ