จากนั้นจึงสงบจิตเข้ากรรมฐานร่ายเคล็ดวิชาก้าวข้ามวงล้อแห่งวัฏะอีกครั้ง จากนั้นดวงจิตที่ผนึกด้วยไตรจักระและขุมพลังจิตอนันตอริยะก็ก้าวข้ามมิติแห่งเวลา ผ่านมิติแห่งภพ กลับสู่เจดีย์โถงบรรพกาลชั้นที่เก้าอีกครั้ง
"ข้ามีหลายอย่างที่ข้าจะต้องไปนำกลับมา"
"อย่างแรก ข้าจะควบรวมเข้ามาไว้ในถะเจดีย์ข้าก่อน ... เรือเหาะซีหยาง"
เรือเหาะซีหยาง เป็นหนึ่งในศัสตราพาหนะที่ลี้เฟยใช้ทักษะหลายด้านสร้างขึ้นมา โดยบนเรือเหาะซีหยางมีการเก็บเสี้ยวขุมพลังจิตและศัสตราวุธเก็บไว้ แต่จะแตกต่างกันไปในแต่ละพาหนะ สิ่งสำคัญของสรรพสิ่งที่ลี้เฟยสร้างไว้ จะสามารถจดจำตัวตนของลี้เฟยได้โดยไม่มีอุปสรรคของมิติแห่งเวลาและมิติแห่งสถานที่
ชายหนุ่มสวมใส่เสื้อผ้าสีฟ้าสดใส ก้าวเดินออกมาจากโถงห้องบรรพกาล ทอดมองออกไป มองดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง นับตั้งแต่ข้าเข้าไปที่โถงห้องมังกรบรรพกาล
และนั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อนในมิติบนดินแดนหยวนอามารแห่งนี้ ทว่ามันคือ เวลาเกือบสามเดือนบนชั้นเก้าในเจดีย์ที่อยู่ในโถงห้องมังกรบรรพกาล และมันคือ หนึ่งชั่วยามในมิติเทียนเซียน
"ห้าปีแล้วสินะ"
"ข้าข้ามกลับมาในวัฏนี้ในวัย 15 ปีก็ด้วยความเหลื่อมของมิติแห่งเวลา หาไม่แล้ว ข้าก็จะอายุมากกว่านี้"
ในเจดีย์ชั้นเก้าเมื่อสามเดือนก่อน อ้ายเหม่ยนำร่างของลู่ซือขึ้นไปวางบนแท่นศิลา ลู่ซือเห็นภาพและการกระทำทุกอย่างของอ้ายเหม่ย และยังอยู่ในความทรงจำมาตลอดเวลา
ในยามนั้น ความจริงแล้วชีพจรของลู่ซือมิได้หยุด เพียงแต่การเต้นของชีพจรนั้นแผ่วเบามาก อันมาจากการดึงพลังงานของไตรจักระ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ยังไม่เสียชีวิตแต่อย่างใด เมื่อนำร่างลู่ซือไปวางไว้ โดยธรรมชาติของศิลา จะดูดซับร่างเข้าไปในหินศิลานั้น หากเสียชีวิตปราณพลังที่อยู่ในร่างก็จะถูกดูดซับและสะสมในโถงห้องมังกรบรรพกาล และร่างนั้นก็จะถูกย่อยสลายเป็นพลังงานด้วยเช่นกัน
แต่หากยังมีชีวิตอยู่ เส้นทางการดูดซับพลังงานจากร่างจะเปลี่ยนเส้นทางในทางกลับกัน พลังงานในโถงห้องมังกรบรรพกาลจะถูกดูดซับเข้าสู่ร่างที่ยังมีชีวิต แท่นหินศิลาจะบดละเอียดปราณพลังทุกอย่างเข้าไปในทุกอณูร่างกายของสิ่งมีชีวิตบนแท่นศิลานั้น
ปราณของแต่ละอณูที่ละเอียดทำให้การเติบโตและสะสมซี่อินในร่างทำได้ดีกว่าปกติมาก ทำให้นอกจากจะรักษาร่างของลู่ซือไว้แล้ว ยังเป็นการรักษาบาดแผลทั้งภายในภายนอก และเติมเต็มซี่อินในร่างอย่างต่อเนื่อง ตลอดสามเดือนทำให้ตันเถียนมีขนาดใหญ่กว่าเดิมและกล้าแข็งกว่าเดิมเป็นเท่าทวีคูณ
ลู่ซือเดินไปที่ริมหน้าผาลานยอดเขาที่ห้า รวบรวมปราณเอกภพอีกครั้ง พลังเอกภพดึงพลังปราณจากบริเวณโดยรอบเข้ามาสู่ลู่ซือ การดึงปราณแม้จะเกิดกระแสการเคลื่อนไหวพลังธาตุธรรมชาติ แต่ไม่มีใครสัมผัสได้ในตอนนี้
ลู่ซือมองไปในทะเลที่มีหมอกสีเทาดำคละคลุ้งอยู่
"ซีหยาง" ลู่ซือกล่าวเบา ๆ หากแต่คำกล่าวเต็มไปด้วยพลังอำนาจแห่งขุมพลังจิต ในการกลับมาครั้งนี้ ลู่ซือกลับมาในวิถีแห่งจักรพรรดิ แม้จะยังห่างไกลกับวิถีเดิมในวัฏะก่อน แต่หากมีวิถีพลังที่สูงไม่น้อยกว่ากัน ทั้งนี้ก็ด้วยเคล็ดวิชาวงล้อแห่งวัฏะนั่นเอง
ภาพที่ปรากฏในทะเลไกลออกไป เรือเหาะบรรพกาลที่อยู่ในทะเล พลันลอยขึ้นและเคลื่อนมาที่ยอดเขาชั้นที่ห้าอย่างรวดเร็ว หมอกควันที่คลุมอยู่หายไป
"นายท่าน" บุรุษหนุ่มปรากฏเป็นภาพร่างเงาหน้าลู่ซือ บุรุษผู้นี้ แท้จริงคือ เสี้ยวพลังจิตที่ลี้เฟยปลูกไว้ในอดีต เพื่อให้ดูแลและเป็นผู้ใกล้ชิด
"ซีหยาง เจ้าเป็นเช่นไร"
"ข้าจดจำเจ้าได้ตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว แต่ด้วยวิถีพลังของข้ายังไม่เสถียรในยามนั้น ข้าจึงยังไม่ติดต่อเจ้า" ลู่ซือบอกบุรุษที่ยืนอยู่
"จงเล่าเหตุการณ์ให้ข้าฟัง ในช่วงที่ข้าหายเข้าไปในเจดีย์ มีเหตุการณ์ใดที่น่าสนใจบ้าง" ลู่ซือสอบถามและรับฟังเรื่องราวมากมายที่ซีหยางรวบรวมและรายงานให้ฟัง
"แล้วมีข่าวอื่นเกี่ยวกับเฟยหมิงหรือไม่" ลู่ซือถามต่อ
"ข้าสัมผัสได้ถึงพลังจิตแห่งหงส์เพลิงของนาง ที่นายท่านเก็บไว้ในจิตข้า แต่ข้ายังไม่แน่ใจนัก แต่ดวงจิตดวงนี้กำลังพัฒนาและกล้าแข็งขึ้นเรื่อย ๆ หาได้มีอันตรายแต่อย่างใด" ซีหยางพลางชี้ไปทางที่สัมผัสได้
"อีกเรื่อง ... นายท่าน"
"เกิดเหตุบนกลุ่มดาราจักรนอกดินแดน ข้าสัมผัสได้ว่ามีการก่อเหตุความวุ่นวาย โดยสร้างมหาวายุทำลายหลายดินแดน"
"มีหลายส่วนร่วงหล่นลงมาที่ภพภูมินี้ ..."
"พวกมันเป็นกลุ่มอสุรปิศาจที่นายท่านลงโทษไว้เมื่อหกแสนปีเศษก่อน"
"รวมถึงกลุ่มเซียนจีที่ถูกนายท่านกำราบไว้เมื่อสามแสนปีก่อนก็เข้าสู่ภูมิแห่งนี้แล้วเช่นกัน"
"นั่นคือสิ่งที่ข้าสัมผัสได้" ซีหยางกล่าวรายงานต่อเนื่อง
ลู่ซือเงียบไปสักพักหนึ่ง ครุ่นคิดลำดับเหตุการณ์ความสำคัญก่อนหลังที่จะต้องดำเนินการ
"ดีมาก ..."
"ถ้าเช่นนั้น ... ดูไปแล้ว ข้าจำเป็นต้องไปกำราบกลุ่มอสุรปิศาจก่อน"
"ข้าจะไปที่ดินแดนหยางซีฮันก่อน"
"เมื่อเสร็จภาระกิจนี้ ข้าจะเร่งตามหาเฟยหมิง และหยานเอ๋อ ก่อนจะไปดินแดนสุริยะเทพหามู่หยงฟ่าน"
"เราออกเดินทางกันเลย" ลู่ซือก้าวขึ้นเรือเหาะโบราณ จากนั้นเรือเหาะบรรพกาลก็พุ่งตัวออกและหายไปบนฟากฟ้าอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ผู้คนบนดินแดนซีแดนต่างเร่งค้นหาการหายไปของเรือเหาะบรรพกาลที่ลอยนิ่งอยู่กับที่มากว่าห้าปี ที่อยู่ ๆ ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย