ปราบเดินออกมาด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวเขาได้แต่พ่นลมหายใจออกอย่างแรงครั้งแล้วครั้งเล่า เขาพลันยิ้มออกได้เมื่อพบเจอกับหญิงสาวผมสีน้ำตาลแดง
เซเลียยืนบิดร่างไปมาแล้วยิ้มออกอย่างดีใจ นางเดินเข้าหาเขาแล้วทำการสำรวจทั่วร่างของเขา ก่อนที่ทั้งคู่จะออกจากบริเวณสำรวจ
สองหนุ่มสาวเข้าสู่ห้องพักแล้วจัดการกับความคิดถึงในทันใด
รุ่งเช้าอีกวัน
ปราบออกมารับฟังข่าวสาร เขาได้แต่แปลกใจเมื่อคณะของทีมสำรวจที่มาได้กลับไปหมดแล้ว ครั้นเมื่อได้ฟังเรื่องราวเขาก็ยิ่งงุนงง
“ มันมีหินต้นกำเนิดจักรวาลอยู่ในห้องลับที่เท้าของรูปปั้นทองคำ “ เขาเอ่ย
“ ใช่ “ ซามานเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง
“ ไปดูกัน “ ปราบเอ่ย
“ ไป “ ซามานเอ่ย
ทั้งสามขึ้นยังรถหุ้มเกราะแล้วห้อตะบึงไปยังเขตเมืองโบราณอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงปราบทะยานร่างเข้าไปในเมืองโบราณแล้วลงไปยังลานกว้าง
เขาส่งโดรนส่องสว่างนำทางเข้าไปก่อนแล้วค่อยเดินตามไปอย่างช้าๆ
เซเลียที่เดินตามหลังพลันบีบมือของเขาไว้แน่น
ซามานกวาดตามองทั่ว
ในห้องเท้าของรูปปั้นทองคำยักษ์นี้มีอยู่หลายห้องล้วนถูกเปิดออกหมดสิ้นแล้ว ชายหนุ่มเขาสำรวจทีละห้องเขาพบพานเพียงร่องรอยของสิ่งที่เคยมี
“ หัวหน้า เป็นไปได้รึไม่ว่ามนุษย์หมาป่าเหล่านั้นถูกขึงไว้เพื่อบูชายัญ “ ปราบเอ่ย
“ เออวะ ความคิดเข้าท่า “ ซามานเอ่ย
“ ประตูคงถูกปิดแล้วเพราะมนุษย์หมาป่าพวกนั้นหลุดออกมา แล้วมันเข้ากัดกินผู้คนทีละคนสองคนจนหมดสิ้น “ ปราบเอ่ย
“ เป็นไปได้ “ ซามานเอ่ย
“ นี่พวกมันเอาไปจนหมดสิ้นไม่เหลืออะไรไว้เลยรึ “ ปราบเอ่ย
“ บ่อน้ำปราณต้นกำเนิดพวกมันก็เอาไปแล้ว “ ซามานเอ่ย
ปราบมองยังหัวหน้าเขาได้แต่ส่ายหน้า
“ ผลงานไม่มี ความดีไม่ปรากฏ เอายังไงละครานี้ “ ปราบเอ่ย
“ แล้วแต่โชคชะตา “ ซามานเอ่ย
“ ข้าจะกลับไปก่อน เอ็งที่เหาะได้ก็กลับเองแล้วกัน “ ซามานเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
ปราบจูงมือเซเลียออกสำรวจทั่วลานกว้าง เขากวาดตามองทั่วด้วยเนตรห้วงมิติ สองตาของเขาพลันเบิกโพลง
ชายหนุ่มวิ่งมายังผนังแล้ววางฝ่ามือลงยังห้วงมิติ “ วู๊มม “ ม่านพลังพลันไหวกระเพื่อม
เขากอดเซเลียไว้แน่นแล้วพาเข้าไปในห้วงมิติอย่างรวดเร็ว
เซเลียนั้นหาได้สนใจสิ่งใดนอกจากชายหนุ่มคนรักของนาง แม้นว่านางจะจดจำคำเตือนได้ว่าไม่ควรเข้าไปในห้วงมิติโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญ
“ วิ้ง “ ร่างของทั้งสองปรากฏอยู่ในสวนพฤกษชาติแห่งหนึ่ง
“ สวยจัง “ เซเลียเอ่ยออกมา
นางเร่งถอดรองเท้าของนางแลของเขาออกพร้อมกับเดินเท้าเปล่าไปทั่วสวนพฤกษชาติที่งดงาม
ทั่วอาณานั้นเต็มไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ ทั้งยังปรากฏสมุนไพรล้ำค่ามากมายส่งกลิ่นหอมกรุ่นขจรขจายไปทั่วอาณา ต้นไม้ใหญ่ออกผลสีสันสวยงามแลสุกงอม ลำธารเย็นใสมองเห็นยังปลาน้อยใหญ่สายพันธุ์ต่างๆ
“ ที่รัก “ เซเลียเอ่ยแล้วเข้าสวมกอดเขา
“ เราทำกันที่นี่ดีมั๊ย “ นางเอ่ยออกมาแล้วกอดเขาแน่น
ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วพร้อมกับส่งสัมผัสออกสำรวจอีกครั้งก่อนที่จะเริงรักกับนางภายใต้บรรยากาศที่เป็นใจ
สองหนุ่มสาวเปลือยเปล่าเดินสำรวจทั่วอาณาหลังจากที่เสร็จสม ร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองยามที่อยู่ในนี้นั้นมันเปล่งเรื่อเรือง
ชายหนุ่มให้แปลกใจยิ่งว่าเพราะสิ่งใด แต่ไม่ว่าจะคิดเช่นใดก็คิดไม่ออก
ปราบมาถึงยังต้นไม้ใหญ่ที่มีผลสีทองสุกใสเขาให้แปลกใจยิ่ง จึงยื่นมือไปจับมัน
“ อืม “ เขาร้องครางออกเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่
“ มันมีพลังปราณมหาศาลอัดแน่นอยู่ในนี้ “ ปราบเอ่ย
“ หากเรากินเข้าไปเห็นทีจะทะลวงขั้นพลังได้โดยง่าย “ ปราบเอ่ย
“ เลเวลอัพ “ นางเอ่ย
“ แน่นอน “ ปราบเอ่ย
ปราบบิดผลสีทองออกมาสองผลแล้วส่งให้นางหนึ่งผล
เขากัดมันลงไป “ ครืนน “ พลังปราณที่สุดแสนกล้าแกร่งนั้นแผดแผ่ออกทั่วกายาอย่างบ้าคลั่ง
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆแล้วทิ้งร่างลงนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่
“ วู๊มม “ เมื่อเขากินมันเข้าไปทั้งหมดมวลอากาศรอบกายาของเขาพลันไหวกระเพื่อม
เซเลียทิ้งลงนั่งเบื้องหน้าเขาแล้วกัดกินผลสีทองเข้าไป
“ วู๊มม “ มวลอากาศรอบกายาของนางพลันไหวกระเพื่อม
ชายหนุ่มยิ้มออกแล้วกดร่างลงยังพื้นหญ้าอ่อนนุ่มแล้วบรรเลงเพลงรักอีกครั้ง
หนึ่งชั่วโมงผ่านสองกายกอดกันกลมดิก พลังปราณจากผลสีทองนั้นวิ่งพล่านไปมาทั้งยังหมุนวนรอบสองกายา
ปราบมองยังหญิงสาวแล้วยิ้มออก “ มันคือผลหยินหยางทอง “ ปราบเอ่ย
“ หยินหยางต้องสองสีไม่ใช่รึ “ เซเลียเอ่ยถาม
“ นั่นมันเป็นสิ่งที่เรารู้ แต่นี่เราไม่รู้เพราะมันเก่าแก่มาก “ ปราบเอ่ย
“ อืม “ เซเลียพยักหน้า
“ ต่อมั๊ย “ ปราบเอ่ย
“ ยังไม่พออีกรึ เมื่อคืนก็ไม่รู้กี่ครั้ง นี่กะว่าจะเอาให้สมอยากเลยใช่รึไม่ “ นางเอ่ยออกมา
ชายหนุ่มยิ้มออกแล้วจูบปากสวยของนางจนนางอ่อนระทวย
สองหนุ่มสาวเที่ยวท่องไปในอาณาที่แสนงดงามอย่างไม่มีเบื่อหน่ายจนวันเวลาผ่านไปนานนับเดือน
เขาพานางออกจากห้วงมิติ เมื่อออกมาเขาพลันคิ้วขมวด
“ เอ็งไปไหนมา “ ซามานร้องตะโกนลั่น
“ หัวหน้าใจเย็น “ ปราบเอ่ย
เขาเดินเข้าหาซามานแล้วลากแขนของอีกฝ่ายมายังห้วงมิติแล้วโยนเข้าไปภายใน
จอมยุทธหลายคนที่มาตามหาเขาถูกโยนเข้าไปภายในห้วงมิติจนหมดสิ้น
“ กลับกันก่อน “ ปราบเอ่ย
“ ปราบ ฐานพลังที่ฝึกฝนเรียกว่าเช่นใดรึ “ เซเลียเอ่ยถาม
“ ปราณนภาเวลานี้อยู่ระดับห้าดาราหยินหยาง “ ปราบเอ่ย
“ อืม “ เซเลียพยักหน้า
“ เคยได้ยินอยู่บ้าง แต่มันไม่มีใครฝึกแบบนี้แล้วนี่ “ นางเอ่ย
“ มันเป็นของโบราณจึงไม่มีใครฝึก “ ปราบเอ่ย