[42] พรีเซนเตอร์
หลายวันต่อมา“ขออนุญาตครับ ผมเซ็ท อคิราห์ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”เซ็ทว่าหลังจากหิ้วขนมและน้ำเล็กๆ น้อยๆ เป็นการซื้อใจคนในกองที่ต้องอยู่ทำงานร่วมกัน เขาเดินเข้าไปทักทายทีมงานอย่างสุภาพ และเมื่อเห็นว่าช่างภาพยังไม่มาก็เลยขอให้ทีมงานคนนึงช่วยแนะนำสถานที่ให้คร่าวๆ เนื่องจากหลังจากวันนี้ไปเป็นเวลาสามวัน จะเป็นงานเป็นถ่ายโฆษณาและถ่ายแบบพรีเซนเตอร์น้ำหอมของแบรนด์ Scent แบรนด์ย่อยของ Perfume แบรนด์ผลิตภัณฑ์น้ำหอมระดับต้นๆ ของเอเชียสำหรับตีตลาดวัยรุ่น เซ็ทเลยต้องเก็บกระเป๋ามาค้างคืนที่อื่นอีกครั้ง ซึ่งนั่นก็คือที่นี่ ...สตูดิโอขนาดไม่ใหญ่แถบชานเมืองจะถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำตลอดช่วงสามวันพอรู้คร่าวๆ ถึงห้องสำคัญต่างๆ เซ็ทก็เดินกลับไปเตรียมตัว เพื่อให้ตัวเองพร้อมตลอดเวลาก่อนเริ่มงาน จะได้ไม่มีคำติไร้สาระใดๆ มากวนใจ ‘----ไม่----XXXX---ไม่-----!!!’‘---ผล---ทดลอง-ที่--------สำเร็จ----’เสียงในหัวดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เซ็ทรู้สึกปวดแขนทั้งสองข้างจนแทบยกไม่ขึ้น หากแต่เขาไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไปให้คนภายนอกจับสังเกตได้ ไม่นานความเจ็บปวดก็จางหายไป...กำลังจะทำงานสำคัญ มีสมาธิเข้าไว้เซ็ทเดินไปหาสไตล์ลิสต์ประจำงานนี้ รับเสื้อผ้าที่ใช้ในการถ่ายทำมาสวม ก่อนที่ช่างแต่งหน้าประจำกองจะมอบหน้าที่แต่งหน้าเซ็ทตลอดทั้งสามวันให้เจ๊เจสซี่แทนตัวเอง เนื่องเพราะเจ้าหล่อนนั้นมีเจ๊แกเป็นไอดอล แม้ตัวเองจะมีฝีมือได้ทำงานให้แบรนด์ดังๆ แต่ก็ยังอยากเรียนรู้จากเจ๊เจสซี่อยู่ดี “เซ็ท ใกล้ได้เวลาแล้วนะ ทำให้เต็มที่ไปเลยล่ะ”เซ็ทพยักหน้ารับคำพูดปลุกใจของผู้จัดการส่วนตัว เขาเดินออกจากห้องเตรียมตัวไปยังสถานที่ถ่ายทำด้วยท่าทีสบายๆ บนใบหน้ายังประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าตากล้องของงานนี้ที่พึ่งมาถึง เขายิ้มแย้มไม่ต่างจากเซ็ท ทว่าคนรอบข้างกลับรู้สึกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางภูเขาหิมะอย่างไรอย่างนั้น“ผมเซ็ทครับ วันนี้ขอฝากตัวด้วยนะครับ ผมยังใหม่ในวงการนี้อยู่มาก ถ้าตรงไหนทำได้ไม่ดีก็ติชมได้เลย ขอความกรุณาด้วยครับ”“แน่นอน ฉันชื่อ ‘แหลม’ ช่วงสามวันนี้จะช่วยเคี่ยวจนข้นแน่นอนเจ้าหนู ยังไงก็ขอชมเชยที่นายพร้อมทำงานดีมาก”สองหนุ่มต่างวัยจับมือกันแล้วเขย่าไปมา สำหรับทีมงานนั้นดูจะใจชื้นขึ้นเล็กน้อยเมื่อตากล้องกับนายแบบดูจะเข้ากันได้ แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ทั้งสองทำนั้นคือการทักทายของคนที่ทำงานร่วมกันในฐานะมืออาชีพ ไม่ได้เป็นมิตรอะไรกันจริงหรอก ช่างกล้องคนดังไม่คิดจะกดดันนายแบบให้ตื่นกลัวก่อนถ่ายจริงจนงานเสีย หากตอนทำงานทำได้ดีก็จะชื่นชมแล้วเป็นมิตรกันแบบนี้ต่อไป แต่หากเริ่มถ่ายแล้วทำได้ไม่ดีค่อยด่าให้เละเทะหรือไล่ออกก็ยังไม่สาย นั่นเป็นความคิดของผู้ที่อยู่ในวงการมานาน ซึ่งเซ็ทก็พอเดาออกได้ไม่ยากแต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ตากล้องเป็นคนมีวุฒิภาวะมากพอ ไม่ใช่พวกอีโก้สูงหรือสุดโต่ง เพราะเมื่อตากล้องไม่หาเรื่องดูถูก เซ็ทก็ไม่จำเป็นต้องหาเรื่องทะเลาะ เขาวางตัวเป็นเด็กมีสัมมาคารวะธรรมดาต่อไปเหมือนปกติทว่าการทักทายที่อบอุ่นปนเย็นยะเยือกก็ถูกขัดจังหวะด้วยฝีมือนางเอกสาวที่รีบพุ่งเข้ามาในสตูดิโอ เธอรีบโค้งตัวขอโทษด้วยเสียงที่ดังสนั่น“ต้องขอโทษที่มาสายค่ะ!”“ไม่เป็นไรคุณปรางค์เพราะเรายังไม่ได้เริ่มถ่ายทำ ...แต่คุณรู้มั้ยว่าในการทำงานนั้น การมาสายเพียงหนึ่งนาทีก็อาจจะหมายถึงเงินมูลค่ามหาศาลที่ต้องเสียเปล่า หวังว่าคุณจะจำคำพูดผมไว้แล้วไม่มาสายอีก มิฉะนั้นบทนางเอกของงานชิ้นนี้ก็อาจจะต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนอื่นที่รู้มูลค่าของงานมากกว่าคุณ” แหลมกล่าวปัดด้วยรอยยิ้มสุภาพเหมือนเดิมจนหญิงสาวที่พึ่งมาถึงใจชื้นขึ้น แต่ถ้อยคำที่เหลือของเขาก็ทำเอาเธอต้องก้มหัวขอโทษอีกหลายต่อหลายครั้ง“ฉันจะไม่มาสายอีก ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ ขอโอกาสให้ฉันด้วยนะคะ!”“ได้แน่นอน สำหรับครั้งนี้ล่ะนะ เชิญคุณนางเอกเข้าไปเตรียมตัวให้พร้อมดีกว่า ระหว่างนั้นผมจะถ่ายภาพพระเอกของเราไปพลางๆ ก่อน”ปรางค์รีบรับคำแล้วผลุบหายเข้าไปในห้องเตรียมตัวพร้อมกับผู้จัดการที่พึ่งเดินตามหลังมา แหลมจึงเปลี่ยนเป้าหมายกลับมายังเซ็ทอีกครั้ง เขาพูดคุยกับเด็กที่ดูจะรู้เวลามากกว่าอย่างเซ็ทอีกสองสามประโยคก็เดินกลับไปประจำที่ของตน“คอนเซ็ปต์ของภาพพาร์ทนี้คือพลังชีวิต ความร่าเริง อารมณ์ ความเป็นวัยรุ่น ลองตีโจทย์ตามความคิดของนายให้ฉันดูหน่อยนะเจ้าหนู”“จะลองดูนะครับ”เซ็ทว่าแล้วเดินเข้าไปในฉากที่ถูกเซ็ตติ้งเป็นห้องนอนสีขาว มีโต๊ะหนังสือแล้วก็โซฟาตัวกว้างอยู่ไม่ไกล เห็นแล้วก็ถึงกับต้องแอบคิดนิดนึงว่าสถานที่แบบนี้จะแสดงถึงพลังชีวิตยังไง คุณช่างภาพเล่นเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ใหม่ไม่ตรงตารางแถมไม่เข้ากับฉากเพราะตั้งใจจะดูฝีมือสิท่า...ช่างคิดจริงๆ...แต่ในเมื่อท้าทายมาก็ต้องตอบรับนั่นแหละ...เซ็ทกระดุมเสื้อเชิ้ตจากคอลงมาหลายเม็ดจนแหวกเห็นแผ่นอกแกร่ง เห็นกล้ามท้องแน่นอยู่รำไร ดึงเสื้อให้คลาย ปลดกระดุมตรงข้อมือ ขยี้ผมที่เซ็ตไว้ให้ยุ่ง ก่อนจะกระโดดลงไปนอนบนเตียงกว้าง เซ็ทให้โรประเมินตำแหน่งแสงไฟและกล้อง ทำการจำลองภาพแล้วทำนิ้วโอเคให้ช่างภาพ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเตรียมพร้อมแล้ว เซ็ทก็เริ่มเปิดม่านการถ่ายทำ“อื้อ...”เซ็ททำท่าขยี้หัวดูจะหน้านิ่วคิ้วขมวดหน่อยๆ ใช้มือปิดปากน้อยๆ จากนั้นก็แกล้งยืดตัวแล้วอ้าปากหาว เขาทิ้งจังหวะไว้ให้แหลมสามารถกดชัตเตอร์ได้ จากนั้นจึงค่อยลุกจากเตียง แม้จะมีท่าทางที่ติดขี้เกียจอยู่บ้างแต่แววตานั้นเป็นประกายสดใสเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตราวกับพร้อมเริ่มวันใหม่ ทุกท่วงท่าทุกจังหวะไหลลื่นไม่มีติดขัด เนื่องจากเซ็ทรู้ว่ามีกล้องคอยแอบถ่ายอยู่ตลอดการถ่ายทำเพื่อเอาไปตัดต่อทำคลิปโปรโมตอีกช่องทางเซ็ทหยิบขวดน้ำหอมหน้ากระจกขึ้นมาดมกลิ่นแล้วก็เหยียดยิ้มบางด้วยความพึงพอใจ เขานั่งบนโต๊ะเครื่องแป้งทำท่าทางและสีหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ขยับเปลี่ยนท่าโพสเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเปลี่ยนมุมของรูป แต่มือก็ยังถือขวดน้ำหอมแบบเนียนๆแชะ! แชะ!“ใช้ได้ มีกึ๋นพอสมควรเลยนี่”แหลมอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยปากชมเชย เพราะคอนเซ็ปต์ของภาพที่เขากำหนดมันไปคนละทางกับฉากที่ถูกเซ็ตไว้ เจ้าเด็กนี่เลยใช้การแสดงสีหน้าเข้ามาแทนที่การแสดงออกของร่างกายที่ถูกจำกัด“ขอบคุณมากครับ” จากแววตาตอนแรกเจ้าตัวน่าจะรู้ว่าตัวเองกำลังถูกทดสอบ แต่ที่ไม่ทักท้วงเรื่องที่เขาเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ภาพใหม่ ไม่ใช่การอวดดี แต่เป็นเพราะต้องการรับบททดสอบจากเขาแล้วแสดงให้เห็นว่าตัวเองทำได้สินะก่อนจะเริ่มงานแหลมยังคิดอยู่ว่าอีกฝ่ายเป็นมือใหม่ เขากลัวว่าเด็กนี่จะทำงานครั้งนี้ล่ม ขนาดเขาที่เป็นช่างภาพมืออาชีพมีชื่อเสียง กว่าจะได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ถ่ายทำยังต้องผ่านไม่รู้กี่ขั้นตอน แหลมไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมเบื้องบนถึงให้เจ้าหนูนี่มารับงานยักษ์ชิ้นนี้โดยไม่ต้องผ่านอะไรเลย...ทว่าจากที่เห็นเมื่อครู่ก็พอจะเข้าใจอะไรๆ มากขึ้นแล้ว บางครั้งความสามารถก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์จริงๆ ช่างเป็นพรสวรรค์ที่น่าอิจฉานัก...แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าหนูนี่ก็ยังเป็นเด็กใหม่ ยังต้องสั่งสอนสั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ “ลองขยับตัวให้มากขึ้นแล้วเปลี่ยนมุมของฉากบ้าง นายเล่นกับแสงไฟเก่ง ภาพเมื่อกี้ก็สวยมาก แต่งานนี้เราต้องคัดรูปที่ดีที่สุดจากรูปเป็นร้อยๆ ไม่ใช่ถ่ายแค่สิบกว่ารูปแล้วเสร็จเหมือนงานเล็กๆ หรอกนะ แล้วก็สื่อพลังออกมาทางสายตาน่ะทำได้ดี แต่เพิ่มอินเนอร์เข้าไปอีก”“ได้ครับ ผมจะลองดู”เซ็ทเปลี่ยนมุมถ่ายเป็นตรงนู้นตรงนี้ แหลมก็ขยับกล้องถ่ายตาม ผู้มีประสบการณ์มากกว่ายังให้คำแนะนำอย่างเป็นมืออาชีพไปเรื่อยๆ ในขณะที่เซ็ทก็ขยับร่างกายตอบสนองต่อเสียงที่แหลมพูดได้อย่างรวดเร็ว“ขยับไปตามที่นายคิด ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะตามถ่ายไม่ทัน ตอนทำงานต้องดูระดับของช่างภาพแล้วค่อยทำงานให้เข้าขากันด้วย”“ครับ”“แขนซ้าย นั่นแหละ หน้า เงยขึ้นอีกหน่อย ใช่ดี ดีมาก ขอสายตาแบบเจ้าเสน่ห์เหล่มองมาที่กล้องไม่ต้องมองตรงๆ ใช่นั่นแหละ”แหลมพอใจมากกับการที่ได้เซ็ทมาเป็นนายแบบ เจ้าเด็กใหม่มหัศจรรย์ของวงการทำตามคำสั่งของเขาได้ไม่ยาก การเคลื่อนไหว แววตา สีหน้า ท่าทาง มุมกล้อง มุมตกกระทบของแสงไฟ เขาปรับใช้ทุกอย่างออกมาได้เป็นอย่างดี จากที่แรกๆ ยังให้คำแนะนำและช่วยจัดท่าบ้าง หลังๆ แหลมแทบไม่ต้องพูดอะไรอีกเลย“ต่อไปอารมณ์เซ็กซี่เย้ายวน น่าหลงใหล”แหลมยังคงถ่ายเซ็ทไปหลายต่อหลายรูป ด้วยฉากแบบเดิมๆ แต่เมื่อการสื่ออารมณ์เปลี่ยนไป รูปที่ได้ก็เปลี่ยนตาม เมื่อได้ถ่ายรูปในทุกอารมณ์ที่ต้องการนางแบบที่ต้องเข้าฉากด้วยก็เดินออกมาพอดี“พร้อมแล้วค่ะ ขอโทษที่ช้านะคะ”“ยังไม่ช้าเท่าไหร่หรอก ถ้ายังไงก็มาเริ่มกันเลย ลองถ่ายเดี่ยวดูก่อนแล้วกัน คอนเซ็ปต์ของภาพที่ฉันต้องการคือพลังชีวิต ความร่าเริง วัยรุ่น”...หวังว่าจะไม่ได้มีดีแค่ชื่อแต่ฝีมือไม่ได้เรื่องนะ เพราะในความเป็นจริงแค่เข้างานสายเขาก็อยากจะโยนเธอออกนอกสตูดิโอแล้ว เข้าวงการมาก็นานอย่ามาตกม้าตายเพราะบททดสอบง่ายๆ ละกัน...เพราะเขาต้องการเป็นผู้ชนะในงานครั้งนี้“เอ๋ ไม่ใช่ว่าเราต้องถ่าย...”“คุณมีปัญหาอะไรเหรอ?”เสียงนิ่งๆ ของแหลมทำเอานักแสดงดีกรีนางเอกสาวหน้าหวานส่ายหน้าปฏิเสธแทบไม่ทัน เธอทำหน้าเครียดๆ แล้วเดินเข้าฉากช้าๆ ...แล้วไม่กี่นาทีต่อมาเสียงบ่นของช่างภาพก็ดังขึ้น เป็นถ้อยคำที่ทำเอาคนฟังน้ำตาร่วง“เธออาจจะเป็นนักแสดงก็จริง แต่ผมไม่คิดนะว่าฝีมือการถ่ายแบบของเธอจะง่อยขนาดนี้ ผมต้องการภาพถ่ายแบบไม่ใช่รูปติดบัตรนักเรียน ถ้ายังไงให้ทางต้นสังกัดเปลี่ยนคนมารับงานนี้เถอะ เวลาแค่สามวันผมไม่คิดว่าเธอจะพัฒนาตัวเองได้อย่างก้าวกระโดดหรอก”“ขะ-ขอโทษค่ะ ขอโอกาสให้ฉันเถอะนะคะ ฉันจะพยายามให้ดีที่สุดค่ะ”“เฮ้อ เราอาจจะต้องเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ภาพสักเล็กน้อย”ไม่ใช่ว่าแหลมใจอ่อนต่อน้ำตาและเสียงหวานๆ ของปรางค์ เพียงแต่ไม่ต้องการให้งานล่าช้า หากจะหานางแบบใหม่ในตอนนี้กว่าจะได้เริ่มถ่ายอีกทีก็คงจะหลายวัน กำหนดการต่างๆ ก็จะเลื่อนไปซะหมด แหลมขยับมือให้เซ็ทเดินเข้าไปในฉาก เซ็ทก็ทำตาม เพียงแค่มองสายตาที่ส่งมา เซ็ทก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรเซ็ทขยับตัวดึงให้ปรางค์ต้องขยับตาม เพราะต้องการตีตลาดวัยรุ่นจึงทำให้ภาพออกมาเซ็กซี่เกินจำเป็นไม่ได้ หากแต่สามารถสื่ออารมณ์ให้กลายเป็นรักหวานแหววได้ ภาพของคู่รักที่เน้นหนักที่นายแบบนั่นแหละแชะๆ! แชะๆ!เพราะน้ำหอมมีสูตรผู้หญิงและผู้ชาย เซ็ทเลยต้องจัดท่าให้ตัวเองเด่นในส่วนของตัวเอง และต้องช่วยส่งให้ปรางค์เด่นในส่วนของผู้หญิงให้ได้ แต่ถ้าปรางค์ไม่สามารถยืนคู่เซ็ทได้ด้วยความสามารถ ภาพในฝั่งผู้หญิงของเธอก็จะเป็นแค่ภาพทั่วไป เป็นแค่ไม้ประดับประดับภาพๆ หนึ่งเท่านั้นยังไงก็ตาม มีเวลาแค่สามวันในการถ่ายทั้งภาพนิ่งและถ่ายโฆษณา อย่างน้อยที่สุดก็ต้องภ่ายภาพตามกำหนดการณ์ไว้ให้ได้ก่อน ...เพราะงานนี้ไม่ได้จบแค่ส่วนของพวกเขาแค่ทีมเดียว“ทำดีเซ็ท ทั้งสองคนไปเปลี่ยนชุดแล้วเตรียมเปลี่ยนสถานที่ ฝนข้างนอกกำลังตกต้องรีบไปถ่าย แล้วก็ปรางค์ สายงานแสดงที่เธอถนัดคงไม่ทำให้ผิดหวังนะ แล้วก็รีบยกระดับการถ่ายภาพนิ่งตัวเองซะ”นางเอกสาวรับคำเสียงเบา ด้วยรู้ตัวดีว่าการถ่ายภาพเมื่อครู่เธอถูกคนที่เด็กกว่าชักจูงให้คล้อยตามไป แต่ดูแล้วเธอคงกลายเป็นพร็อพๆ หนึ่งของฉากซะมากกว่า เธออดเจ็บใจไม่ได้ที่โดนว่าจนไม่เหลือชิ้นดีแบบนั้น เธอที่อยู่ในวงการนี้มานานจนมีโอกาสได้รับงานใหญ่ขนาดนี้ ฝีมือของเธออ่อนด้อยกว่าเด็กใหม่ที่พึ่งเข้าวงการไม่ถึงปีอีกเหรอ“คุณปรางค์ รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวคุณแหลมจะรอนาน”“หนวกหูน่า! ทั้งๆ ที่นายแจ้งเกิดด้วยการเป็นตัวประกอบในละครของฉัน อย่ามาสั่งฉันนะ!”“...คุณปรางค์ ผมอาจจะได้เป็นตัวประกอบในละครของคุณแต่ผมไม่ได้แจ้งเกิดเพราะมันหรอกนะ ถ้าคุณเป็นมืออาชีพจริงๆ ก็ช่วยแสดงความเป็นรุ่นพี่ให้ดูหน่อยเถอะ”เซ็ทไม่ได้พูดมากไปกว่านั้น เขาเดินไปที่ห้องแต่งตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่และแต่งหน้าทำผมเพิ่ม สไตล์ลิสต์ประจำงานเตรียมชุดสำหรับเปลี่ยนและชุดเข้าฉากให้พร้อม เมื่อออกมาเตรียมตัวก็เจอปรางค์ที่มีสีหน้าที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง...ดูเหมือนว่าจะยุง่าย...“เข้าใจลำดับตรงกันนะ ถ้าทำไม่ดีก็ต้องอยู่นานรู้ใช่มั้ย?”เซ็ทและปรางค์พยักหน้ารับ ดูเหมือนว่าด้วยเป็นสายงานที่ถนัดปรางค์เลยดูจะผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ด้วยตัวโฆษณาที่หนึ่งกลิ่นมีหลายเวอร์ชั่น เลยต้องถ่ายกันหลายแบบปรางค์กางร่มเดินอยู่ริมฟุตบาท ในเวลานั้นเองเซ็ทก็วิ่งเหยาะๆ ผ่านเธอไป หญิงสาวเงยหน้าขึ้นทำตาโต ก่อนจะรีบหันหน้ามองตามแผ่นหลังที่วิ่งผ่านไป ในขณะเดียวกันเซ็ทที่เนื้อตัวเปียกปอนก็หันกลับมามอง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ปรางค์ก็พูดขึ้นช้าๆ ด้วยน้ำเสียงน่ารัก “...ถ้าคุณจะไปที่สถานี ให้ฉันไปส่งคุณมั้ยคะ?”เซ็ทชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้ม แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มหู“รบกวนด้วยนะครับ”ฉากแบบเดียวกันถูกถ่ายซ้ำหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้ได้หลากหลายมุมกล้อง เป็นการง่ายสำหรับการนำไปตัดต่อ ฉากนั้นก็เป็นฉากที่ปรางค์กางร่มให้เซ็ทแล้วเดินไปด้วยกัน เซ็ทที่เนื้อตัวเปียกปอนได้รับผ้าเช็ดหน้าจากปรางค์ เขารับมาแล้วนำมาเช็ดหยดน้ำบนใบหน้า ทำท่าดมกลิ่นที่ติดอยู่แล้วทำหน้าฟินแบบแอบๆเซ็ทแอบคิดไม่ได้ว่ามันช่างเป็นฉากที่ดูโรคจิต แต่ในเมื่อทางนั้นต้องการแบบนี้ ในฐานะนักแสดงก็ต้องทำออกมาให้ดีที่สุด “หอมจัง...” เซ็ทว่าเหมือนตกอยู่ในภวังค์ แต่แล้วก็หน้าแดงรีบแก้ตัว “ผมหมายถึงตัวคุณ เอ๊ยผ้าเช็ดหน้า เอ่อ...แบบไหนก็ดูไม่ดีสินะ”“...ขอบคุณนะคะ คุณก็หอมเหมือนกัน”ปรางค์หลุดหัวเราะตามบท หน้าแดงๆ ด้วยความเขินอาย กล่าวชมกลับเสียงหวาน ทั้งสองคนยิ้มให้กัน และก่อนที่จะแยกกันตรงหน้าสถานี พวกเขาก็หลุดถามออกมาพร้อมกัน“ขอโทษนะครับ คุณชื่อ...? / เอ่อ...คุณชื่อ...?”“บรรยากาศดีมาก ไปถ่ายที่อื่นต่อ”โฆษณาไม่กี่สิบวิอาจจะทำให้คนดูคลั่งตาย น้ำหอมกลิ่นหวานแบบเป็นธรรมชาติมีชื่อเรียกว่าแรกพบ ซึ่งตีความเป็นรักแรกพบน่าจะเหมาะกว่า ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะถ่ายเสร็จสินค้าล็อตแรกภายใต้แบรนด์ Scent มีทั้งหมดเจ็ดกลิ่น เป็นของผู้ชายสองกลิ่นและของผู้หญิงสามกลิ่น และอีกสองกลิ่นคือใช้ได้ทั้งหญิงทั้งชาย ของผู้หญิงจะเป็นกลิ่นโทนหวานคือแรกพบ โรแมนซ์และเลิฟลี่ ส่วนของผู้ชายจะเป็นกลิ่นสบายๆ ชื่อว่าคูลไอซ์กับสกายทรี และอีกสองกลิ่นที่เหลือคืออเมซิ่งและมิราเคิล ทั้งหมดเป็นน้ำหอมที่ทั้งกลิ่นและราคาเหมาะกับพวกวัยรุ่น เป็นราคาที่ไม่สูงเท่าแบรนด์ตั้งต้นพอให้เด็กเอื้อมถึงในช่วงเวลาสามวันเซ็ทและปรางค์ต้องถ่ายโฆษณาสำหรับสองกลิ่นคือแรกพบและสกายทรี กลิ่นละสามเวอร์ชั่นรวมแล้วทั้งหมดหกแบบ กับรูปถ่ายแบบเป็นภาพโปสเตอร์รวมแล้วทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่ายี่สิบแบบ เนื่องจากต้องได้รูปมากพอมาทำเป็นคอลเล็กชั่นพิเศษของแถมสำหรับผู้สั่งซื้อรายแรกๆ ส่วนอีกห้ากลิ่นเป็นคนอื่นที่รับผิดชอบซึ่งไม่ได้มาถ่ายร่วมกัน แต่ระยะเวลาที่ใช้ในการทำงานเท่ากันทุกอย่าง เพราะในวันสุดท้ายพรีเซนเตอร์ทุกคนต้องมาถ่ายร่วมกัน ...หนึ่งกลิ่นต่อหนึ่งคน เจ็ดกลิ่นก็เจ็ดคน สมกับแบรนด์ชั้นนำ ทุนหนาจริงๆ...อย่างไรก็ตามแต่ งานครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นงานชิ้นยักษ์ที่มีเวลาจำกัด ท้าทายความสามารถของทุกฝ่ายน้ำหอมเจ็ดตัวแยกสถานที่ถ่ายทำสามกลุ่มสามที่ เท่ากับว่ามีช่างภาพที่รับผิดชอบสามคน ในขณะที่นายแบบนางแบบต้องแข่งขันกันเอง สินค้าต้องแข่งกันเอง ช่างภาพก็ยังต้องแข่งกัน สุดท้ายแล้วภายใต้กรอบเดียวกันสินค้าแบรนด์เดียวกัน ผลงานของใครและพรีเซนเตอร์คนไหนจะเป็นคนพรีเซนต์สินค้าออกมาได้ดีที่สุดกันแน่?...“แบบนี้ใช้ได้มั้ยคะ?”“ตอนถ่ายภาพนิ่งจะไม่เห็นการขยับตัว เพราะงั้นใช้สายตาในการสื่อสารให้มากขึ้นอีก เอาให้ได้ยิ่งกว่าตอนที่กำลังแสดงน่ะเข้าใจมั้ย”“เข้าใจแล้วค่ะ!”ปรางค์พยายามพัฒนาตัวเองให้ได้มากเท่าที่ทำได้ เพราะเมื่อสินค้าออกวางจำหน่ายเธอจะเป็นแค่หนึ่งในเจ็ดคนที่เป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์นี้ ทุกคนมีรูปเดี่ยว แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีการถ่ายคู่ เป็นการสื่อว่าน้ำหอมสองตัวสามารถใช้ร่วมกันได้ ในขณะที่จะมีกลุ่มสามคนที่น้ำหอมสามารถจับคู่สลับใช้ร่วมกันได้ แต่ประเด็นสำคัญก็คือ ท่ามกลางพรีเซนเตอร์สินค้าแบบกลิ่นต่อกลิ่น ไม่ว่ายังไงเธอก็ห้ามถูกกลืนดับเป็นอันขาด“เซ็ท มองให้หวานกว่านี้ นายกำลังหลงรักเธอ โอเค?”เซ็ทได้แต่พยักหน้ารับแล้วมองปรางค์อย่างหวานเชื่อม (แหวะ) เด็กหนุ่มผู้อยู่ในห้วงรักยื่นหน้าเข้าไปใกล้นางเอกสาวจนเธอหน้าขึ้นสี ทั้งสองยิ้มให้กันบางๆ มองกันด้วยความรักใคร่จนทะลุออกมาจากรูปถ่าย แม้ว่าเซ็ทกับปรางค์จะแทบไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว แต่ก็ทำงานร่วมกันได้ดี“ผมว่าก้มอีกหน่อยจะสวยกว่านะ”“เข้าใจล่ะ ไม่ต้องทำหน้าแปลกใจ ถึงนายจะเป็นมือใหม่ในวงการแต่นายก็ถ่ายแบบได้ดีกว่าฉัน ในเมื่อฉันต้องการทำงานให้ออกมาดีที่สุด ฉันเลยยอมฟังคำแนะนำของนายก็เท่านั้น”เซ็ทยักไหล่ยิ้มรับคำพูดซึนๆ ของรุ่นพี่ในวงการ พวกเขาอาจจะต้องแข่งกันทำผลงาน แต่สำหรับงานถ่ายแบบคู่ ถ้าไม่ได้ช่วยกันดึงให้ภาพออกมาโดดเด่น มันก็ไม่เรียกว่าภาพคู่ที่สมบูรณ์แบบหรอก“ปรางค์ขยับเข้าไปใกล้อีก ขยับปากให้เป็นคำพูดให้อ่านง่ายขึ้นด้วย”โฆษณาของกลิ่นแรกพบที่ปรางค์เป็นพรีเซนเตอร์นั้นจะเป็นแนวรักหวานซึ้ง ในขณะที่กลิ่นสกายทรีที่เซ็ทรับผิดชอบจะออกแนวอิสระเป็นกลิ่นของท้องฟ้ากว้าง อาจจะดูเป็นการลำเอียงนิดหน่อยเพราะแหลมเล่นถ่ายโฆษณากลิ่นแรกพบให้เซ็ทโดดเด่นพอๆ กับปรางค์ แต่กลิ่นสกายทรีนั้นปรางค์เป็นตัวประกอบอย่างเห็นได้ชัด“โอเคสวย!”เซ็ทยืนอยู่ใต้ฟ้าโปร่ง มีปรางค์ที่ยืนห่างออกไป กลิ่นหอมที่พัดผ่านสายลม จบลงด้วยรอยยิ้มกว้างของเด็กหนุ่มที่ฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีครามสดใส เป็นการโฆษณาง่ายๆ ที่ชวนให้จินตนาการถึงกลิ่นของท้องฟ้า“นอนทำอะไรตรงนี้เหรอ?”“เธอว่าหอมมั้ย กลิ่นของต้นไม้ สายลม ท้องฟ้า สดชื่นดีเนอะ?”“อื้อ เหมือนนายเลยล่ะ”เซ็ทยิ้มแย้มตอบรับคำพูดของหญิงสาว เขาแหงนหน้ามองฟ้าแล้วลุกไปหยิบลูกฟุตบอลมาถือ ใช้ปลายเท้าเตะลูกฟุตบอลไปบนท้องฟ้ากว้างแล้วก็หัวเราะ“ใช้ได้ อีกรอบนะ”‘---ความเข้ากันได้ของ---อยู่ที่----’‘---อย่านะ---!!!’...ถึงงานจะดูเครียด แต่ถ้าทำใจให้โล่งมันก็สนุกและท้าทายดี แต่เสียงในหัวนี่ช่วยหายไปสักทีจะได้มั้ย อยู่ๆ ก็ดังขึ้นมาสักพักก็หายไป อาการปวดหัวนี่น่ะแทบจะเก็บสีหน้าไม่อยู่แล้ว...สองวันกับการถ่ายส่วนของตัวเอง วันที่สามกองถ่ายก็เปลี่ยนสถานที่ นายแบบนางแบบรวมทั้งสิ้นเจ็ดชีวิต ได้ไปรวมตัวกันในสถานที่แห่งหนึ่ง ทุกคนที่ทำงานนี้ล้วนแต่เป็นหนุ่มสาวที่มีชื่อเสียงในวงการทุกคน ผู้ที่ทำงานนี้ต่างทักทายกันแบบผ่านๆ ไม่ได้สนิทสนมชิดเชื้ออะไรกันนัก...แต่แล้วก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาด้านใน เขามองไปที่พรีเซนเตอร์ทุกคนแล้วชี้ไปที่เซ็ท“เธอจะได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับแบรนด์ Scent ไม่ใช่แค่พรีเซนเตอร์ของน้ำหอมรุ่นสกายทรีแล้วนะ เซ็ท อคิราห์”ท่ามกลางความตกตะลึงและไม่เข้าใจของทุกๆ คน ทั้งตัวนายแบบนางแบบ ทีมงานทุกคนและช่างภาพทั้งสามทีม เซ็ททำได้เพียงชี้ไปที่ตัวเองแล้วตอบรับด้วยคำพูดกึ่งคำถามเพียงคำเดียว“...ครับ?”...อยู่ๆ มันเกิดอะไรขึ้น แม้แต่เซ็ทก็ตอบไม่ได้...
ภายในห้องๆ หนึ่ง หญิงสาวถูกจับมัดด้วยจนดิ้นหนีไม่ได้ ไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่สามารถสลัดหลุดผ้าเหนียวๆ ที่ควบคุมตัวเธออยู่ แต่ต่อให้บังเอิญสลัดหลุด รอบตัวที่มีพี่ยักษ์หน้าตึงยืนเฝ้าไม่คลาดสายตา เธอไม่คิดหรอกว่าตัวเองจะหนีออกไปได้“จะจับฉันไว้อีกนานมั้ย?”“ยัง การวิเคราะห์ยังไม่เสร็จสิ้น เธอไม่มีสิทธิไปไหนทั้งนั้น”คำถามรอบที่สิบของเธอถูกตอบด้วยถ้อยคำเดิมๆ เธอถูกจับมาอยู่ที่นี่ได้หลายวัน จากที่สติแตกก็เริ่มกลับมามีสติบ้างแล้ว อยากจะพูดเหลือเกินว่าเธอแค่บินได้ไม่ได้ทำอะไรแปลกประหลาดตรงไหน แต่พอมาคิดอีกที แค่บินได้ก็แปลกเกินคนธรรมดาไปมากโขแล้ว “ถามจริงว่าพวกนายจะจับฉันไว้อีกนานมั้ย นี่จับฉันมาทำอะไรกันแน่?”“การวิเคราะห์ยังไม่เสร็จสิ้น ไม่สามารถตอบได้”เธอขมวดคิ้วมุ่ยปาก มองไปรอบๆ ก็มีแต่แผ่นกระจกใสที่มองไม่เห็นด้านตรงข้าม ทำใจได้สบายอยู่พักเดียวก็เริ่มกลัวขึ้นมาอีกหน เธอจะโดนจับเชือดผ่าสมองเป็นการศึกษากายวิภาครึเปล่า?เธอเป็นแค่เด็กม.ปลายธรรมดา ที่อยู่ๆ ก็รู้ว่าตัวเองบินได้ การบินได้มันเหมือนกับความฝัน เธอก็เลยออกไปร่อนอยู่บนท้องฟ้ามันทุกคืน แต่ในวันหนึ่งหลังจากบินเพลินๆ ตอนกลางคืนได้ไม่นานก็ต้องถูกใครไม่รู้จับตัวมา ใครจะโชคร้ายเท่าเธอคงไม่มีอีกแล้วขนาดมีคนเห็นตอนเธอโดนลักพาตัว ไอ้พุงพลุ้ยนั่นยังไม่คิดจะช่วยเธอเลยสักนิด!ไอ้สารเลวเอ๊ย! แจ้งตำรวจให้สักหน่อยก็ไม่ได้ด้วยนะ!“ไม่ต้องกลัวไปนังหนู ไม่ตายหรอก”ชายชราเดินออกมาจากประตูอัตโนมัติ เขาว่าด้วยน้ำเสียงใจดีอบอุ่นและอ่อนโยน มันอาจจะเป็นประโยคคำพูดที่ช่วยให้ใจชื้น แต่สำหรับเธอแล้วเรียกได้ว่าสังหรณ์ร้ายมันดังเตือนซะมากกว่า“คุณตาเป็นใคร...?”“นั่นสิ เป็นใครนะ”...เธอมองเห็นเขายิ้มให้ แล้วอยู่ๆ ภาพตรงหน้าก็ตัดไป ไม่มีอะไรในระยะสายตานอกจากสีดำ ประโยคเดียวที่ดังก้องอยู่ในใจจะมีใครสักคนไหมที่ได้ยิน......ใครก็ได้ช่วยด้วย......{เห็นมั้ยล่ะว่าถ้าผมไม่กวนผมก็ไม่มีบทอ่ะ}
‘ทำไม่ได้ไม่ใช่เรื่องแย่ แต่ทำไม่ได้แล้วไม่พยายามทำให้ได้สิถึงจะเป็นเรื่องแย่’
----------------------ไม่เข้าใจว่าทำไมเว็บมันขึ้นว่าผิดพลาดอะไรสักอย่างบ่อยๆ //สโลว์ไลฟ์ไปหน่อยต้องขออภัย มาลงช้าเพราะเน็ตแล้วก็เพราะแมวเองนี่แหละ แอบคิดว่าตอนนี้มันดูไม่มีอะไรเลย แล้วก็ไม่มีอะไรจริงๆ ลบแก้ใหม่ไปหลายรอบอยู่แต่ก็ออกมาแนวเดิม หากไม่ชอบนี่ต้องขอโทษล่วงหน้าจริงๆ ค่ะ แมวรู้สึกมีอะไรอยากพิมพ์เยอะแยะ แต่ถ้าพิมพ์ทั้งหมดมันคงยาวไป เอาเป็นว่าดีใจกับเซ็ท สงสารน้องผู้หญิง เอ็นดูโร แล้วก็ขอบคุณนักอ่านทุกท่านเหมือนเดิมค่า รักรีดนะคะ เมี้ยวๆ ขอบคุณทุกคอมเม้นต์และทุกกำลังใจที่มอบให้ด้วยค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ แมวอาจจะไม่ได้ตอบเพราะแมวไม่รู้ว่ากวีบุ๊คตอบเม้นต์ได้มั้ยและถ้าได้ทำยังไง ;_; แต่แมวได้อ่านทุกข้อความ ขอบคุณมากๆ ค่ะ