ไป๋หย่วนฮ่าวเห็นถึงสายตาที่น่ากลัวของต้วนชิงหมิงต้วนเจิ้งที่ไม่พูดไม่จานิ่งเงียบเมื่อครู่ยังคงกลัดกลุ้มเป็นอย่างมากถึงกับพะว้าพะวังถอยหลังไปสองก้าวจ้องมองไปยังต้วนชิงหมิง พูดอึกๆ อักๆ แต่กลับยืนหยัดแข็งแกร่งว่า “ชิงหมิง พ่อตัดสินใจไปแล้ว จะต้องเป็นเจ้าคนเดียวเท่านั้น...เจ้าจะไม่แต่งไม่ได้!”
เด็กสาวหมุนตัวกลับมาในทันทีแววตาวาววับคู่นั้นของนางแสดงความรังเกียจออกมาทำให้หัวใจของไป๋หย่วนฮ่าวถึงกับต้องเจ็บปวดอย่างที่สุด เขาอยากจะอ้าปากแก้ต่างทว่ากลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ดวงหน้าที่งดงามของนางชะงักลงทันทีเพ่งมองไปยังเด็กหนุ่มเบื้องหน้าพลางกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ “เช่นนั้นคุณชายไป๋ ชิงหมิงขอถามหน่อยว่า...ตอนที่ท่านบอกกับน้องสาวข้าว่าจะดูแลตลอดไป ท่านเคยคิดถึงประโยคที่ว่า ‘ถ้าไม่ใช่ต้วนชิงหมิงจะไม่แต่งเด็ดขาด’ บ้างหรือไม่?ในเมื่อท่านสัญญากับน้องอวี้หราน เหตุใดถึงไม่ยอมปล่อยชิงหมิงไป?หรือว่าในสายตาของท่านลูกสาวจวนต้วนจะขออะไรก็ได้และทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ?”
ทุกถ้อยทุกวาจาที่นางพูดกับเขาดุดันดุจน้ำแข็งที่เย็นเยียบบาดลึกลงมาทำให้ใบหน้าของไป๋หย่วนฮ่าวที่เสแสร้งซีดเผือดลงทันที! ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่อยู่ขาพลันอ่อนแรงคล้ายจะล้มลงไปกับพื้น!
เด็กหนุ่มคิดว่าตัวเองฉลาดปราดเปรื่องเกินใครคิดบัญชีคนนั้นทีคนนี้ที คิดว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้หรือแต่นางกลับมองทะลุปรุโปร่งจนหมดมานานแล้ว และเขาเลือกที่อดทนอดกลั้นอย่างมากเชื่อว่ารอมานานก็เพื่อวันนี้!
ต้วนชิงหมิงแผนการของเจ้าช่างแยบยลอย่างมาก... เจ้ามันใจดำอำมหิตเสียยิ่งกว่าอะไร!
เด็กสาวหันหน้ากลับมาพร้อมนัยน์ตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตานางคุกเข่าดังตุบ ลงไปที่พื้นต่อหน้าต้วนเจิ้ง ร้องไห้อย่างเจ็บปวดทุกข์ทรมาน “ท่านพ่อ ขอให้ท่านเห็นแก่หน้าท่านแม่ทำตามที่ลูกต้องการด้วยเถอะเจ้าค่ะ...”
หยุดเว้นจังหวะเพียงชั่วครู่พลันเห็นดวงตาดำของนางราวกับคบเพลิง พูดออกมาทีละคำอย่างหนักแน่นชัดเจน “คนแบบนี้ ลูก ไม่ แต่ง!” นางไม่มีทางเดินกลับไปสู่ประตูนรกอีกเป็นแน่
ต้วนชิงหมิงที่กำลังร้องห่มร้องไห้ใบหน้าเต็มไปด้วยความน่าสงสารและความโกรธแค้นและท่าทางที่ดูอ่อนแอผสมกับความแข็งแกร่งช่างคล้ายคลึงกับใบหน้าฮูหยินติงโหรวเป็นอย่างมาก!
ต้วนเจิ้งจ้องมองและถอนหายใจอย่างแผ่วเบารีบเอื้อมมือไปจับนาง พูดอย่างปวดใจว่า “ชิงหมิงกำลังทำอะไรบอกว่าไม่แต่งก็จะไม่แต่งหรือ ไม่ต้องมาคุกเข่า!”
ผู้เป็นบิดารีบเข้าไปช่วยนางเช็ดคราบน้ำตาทว่าแววตาที่มองนางนั้นเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามที่หนักแน่นมั่นคง...สีหน้าแบบนั้นเหมือนกับท่านแม่ทัพที่ได้รับชนะศึกนับร้อยกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูดังนั้นสายตาจึงเผยถึงท่าทางดุดันและสายตาพิฆาตออกมา
หันมองยังไป๋หย่วนฮ่าวพูดอย่างเยือกเย็น “การหมั้นหมายของชิงหมิงกับคุณชายไป๋ถือว่าสิ้นสุดลงตรงนี้ ส่วนอวี้หรานถ้าคุณชายไม่ให้คำตอบอย่างนั้นลุงจะเขียนจดหมายไปให้ท่านพ่อเจ้ ช่วยตัดสินและจัดการเรื่องนี้!”
ท่าทีของบุตรสาวทำให้เขาเข้าใจอย่างชัดเจนนางหมดหวังกับเด็กหนุ่มเบื้องหน้าจนหมดสิ้นมิหนำซ้ำต้วนเจิ้งก็ไม่ชอบท่าทีแบบนี้ของเขา ดังนั้นเรื่องในครั้งนี้ต้วนเจิ้งต้องให้คำตอบกับต้วนชิงหมิง!
พูดจบก็หน้าขึงขังพลางจูงมืออันน้อยของต้วนชิงหมิงรีบก้าวเดินออกไป
ภาพแผ่นหลังของทั้งคู่ทำให้ไป๋หย่วนฮ่าวหน้าขาวซีดเป็นไก่ต้ม จนต้องผงะถอยหลังไปสองก้าวสิ่งที่อยากจะพูดกลับนิ่งอึ้งจนพูดไม่ออก
ในที่สุดเรื่องมาถึงจุดนี้จนได้ ไป๋หย่วนฮ่าวรับรู้รสชาติที่ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวว่าเป็นความรู้สึกที่แย่แค่ไหน เขาเข้าใจแล้วว่าวาสนาระหว่างเขากับต้วนชิงหมิงเหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านไป มิอาจจะย้อนมาได้อีกแล้ว!
หัวเราะขึ้นมาอย่างน่าสมเพช...เขานึกว่าตัวเองฉลาดเป็นกรด แต่กลับถูกนางพังลงจนไม่เหลือท่าดูท่าแล้วคุณหนูใหญ่จวนต้วน คงจะไม่มีความรู้สึกรักใคร่เขาแม้แต่น้อยเดิมทีเขากับนางห่างกันแค่เพียงเอื้อมมือ แต่ตอนนี้เขากลับผลักนางออกไปไกลแสนไกล!
เขากับนางในชาตินี้คงไร้วาสนาต่อกันจริง!
แต่ต้วนชิงหมิงเขาจะไม่ยอมแพ้!
สักวันเขาจะต้องทำให้นางร้องไห้และวิงวอนเพื่อขอแต่งงานเข้าจวนไป๋! ถึงตอนนั้นเขาจะเหยียดหยามนางให้ถึงที่สุดให้นางเสียใจในสิ่งที่ทำกับเขาในวันนี้
…...
ต้วนอวี้หรานวิ่งไปร้องไห้ไปเสียงร้องไห้ของนางดังคล้ายใจจะขาด วิ่งผ่านระเบียงทางเดินและอ้อมสระดอกไม้จนในที่สุดเสียงก็เงียบลง
คนในจวนต้วนทั้งหมดต่างรู้เรื่องที่นางสูญเสียความบริสุทธิ์ไม่นานเรื่องที่ถูกไป๋หย่วนฮ่าวมอบฐานะได้เพียงอนุภรรยาก็ตามมาอีกระรอก
แม้ต้วนเจิ้งจะสั่งให้ปกปิดเป็นความลับห้ามนำไปพูดต่อทว่าเรื่องนี้กลับแพร่กระจายไปอย่างลับๆ จนทั่วจวนต้วน
ที่เรือนหลิวหรงแม้นางจะถูกกักบริเวณอยู่ แต่ไม่นานก็ได้รับรู้เรื่องราว นางโกรธจนลมออกหู จนเริ่มเต้นเร่าๆ ด้วยความโกรธขึ้นมา
สิ่งของที่อยู่เต็มห้องอันไหนที่เขวี้ยงปาได้ ก็เอามาเขวี้ยงปาจนหมดแล้วในที่สุดหลิวหรงนั่งบนเก้าอี้หายใจฟึดฟันด้วยความโกรธ ต้วนชิงหมิงที่น่ารังเกียจเมื่อวานยังวางแผนจัดการอวี้หรานไม่พอวันนี้ยังใจกล้าหน้าด้านไปพูดยุแยงให้อวี้หรานฟัง ท้ายที่สุดคิดไม่ถึงว่าอวี้หรานยังไปยืนตรงหน้าไป๋หย่วนฮ่าว แล้วถูกเขาดูถูกเหยียดหยามต่อหน้าต้วนเจิ้ง
นางโกรธจัดจนฉีกทึ้งผ้าเช็ดหน้าในมือขาดออกเป็นสองส่วน...กล้าเล่นงานอวี้หราน ต้วนชิงหมิง สงสัยเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว? เวลาเดียวกัน เห็นแม่นมหวางยกกาน้ำชาเดินเข้ามาพลางหันไปพูดกับหลิวหรง“นายหญิงไม่ต้องโกรธเคืองไป ครั้งนี้คุณหนูใหญ่จะต้องไปแล้วไปลับไม่กลับมาแน่นอนนายหญิงให้นางดีใจสักวันสองวันเถอะเจ้าค่ะ!”
นางเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ฟังเอ่ยเสียงดังละม้ายตะคอกด้วยอารมณ์โกรธ “แต่คิดไม่ถึงว่าคนชั่วนั้นจะกล้ารังแกอวี้หราน!”
ต้วนอวี้หรานถือเป็นแก้วตาดวงใจของหลิวหรง!นางรักและทะนุถนอมเรียกได้ว่ายุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม!ทว่าตอนนี้ต้วนชิงหมิงกลับกล้าดีอย่างไรมารังแกบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของนางเช่นนี้จะให้อดทนและปล่อยนางไว้ได้อย่างไร?
บ่าวรับใช้ในเรือนทั้งหมดถูกไล่ออกมาบรรยากาศภายในห้องทำให้พวกนางรู้สึกกดดัน
แม่นมหวางย่องเข้ามายืนต่อหน้าหลิวหรงอย่างเงียบเชียบยกกาน้ำชาประคองในมือทั้งสอง พูดโน้มน้าวอย่างระมัดระวัง “นายหญิงดื่มน้ำชาคลายความโกรธเถอะเจ้าค่ะพรุ่งนี้คุณหนูใหญ่จะต้องออกเดินทางไปที่ทุรกันดาร ได้ยินมาว่าเส้นทางลำบากมีทั้งโจรและหัวขโมย ถ้าคุณหนูใหญ่เดินทางแล้วเป็นอะไรไปนายหญิงจะไม่เสียแรงโกรธเปล่าประโยชน์หรือเจ้าคะ?”
หลิวหรงปัดถ้วยชาที่อยู่ในมือแม่นมหวางคว่ำล้มพูดอย่างโมโห “พรุ่งนี้อะไรกันข้าต้องการให้คนชั่วนั้นได้รับผลกรรมในวันนี้ ไม่สิ...ต้องได้รับผลกรรมเดี๋ยวนี้...”
นางคิดทุกวิถีทางเพื่อทำลายชื่อเสียงของต้วนชิงหมิงแต่จนถึงวันนี้ชื่อเสียงของบุตรสาวของนาง กลับถูกต้วนชิงหมิงใช้วิธีต่างๆที่เคยโดนพวกนางทำร้าย มาทำลายต้วนอวี้หราน!อีกทั้งยังหลอกต้วนอวี้หรานไปหาต้วนเจิ้งกับไป๋หย่วนฮ่าวจนได้รับการดูถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรงเรื่องนี้ถ้าแพร่ออกไป อีกหน่อยต้วนอวี้หรานจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
หลิวหรงกัดฟันกรอดๆและตีไปที่แม่นมหวาง “เจ้าจัดการเรียบร้อยหรือยัง?รอให้คนชั่วนั่นก้าวเท้าออกจากจวน ก็ไม่มีทางได้กลับมาอีก?”
มือที่เหี่ยวย่นของแม่นมหวางถูกน้ำร้อนลวกจนแดงไปหมด ทว่าระหว่างที่หลิวหรงกำลังโกรธ แม่นมไม่กล้าที่จะเป่าและขยับตัวแม้แต่น้อยนางตั้งใจฟังที่หลิวหรงถามขึ้น นางถอนลมหายใจพลางพูดขึ้น “นายหญิงวางใจได้ บ่าววางแผนทุกอย่างเป็นอย่างดีแล้ว!” วันนี้ตอนเช้าแม่นมหวางไปแจ้งพวกหลิวเฉียงที่เคยร่วมกันทำงานมาเรียบร้อยแล้วคิดไปคิดมาแล้วขอเพียงต้วนชิงหมิงก้าวเท้าออกจากประตูใหญ่จวนต้วนการที่นางจะมีชีวิตรอดกลับมา โอกาสแทบจะริบหรี่เต็มที
ใบหน้าหลิวหรงก็บูดเบี้ยวเหยเกกัดฟันพูดขึ้นด้วยความโมโห “ไปบอกคนพวกนั้นอย่าให้ต้วนชิงหมิงคนชั่วตายเร็วเกินไปล่ะ!”
ดวงตาของนางหรี่เล็กลงอย่างโหดเหี้ยมเลือดเย็น...ต้วนชิงหมิง ครั้งนี้ข้าจะให้เจ้าตายโดยไม่รู้ว่าตายด้วยฝีมือของใคร!
ทันทีที่เห็นใบหน้าของหลิวหรงแม่นมหวางที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ตัวสั่นเทิ้มขึ้นมา นางติดตามหลิวหรงมาสิบกว่าปีจึงเข้าใจวิธีการต่างๆของนายหญิงอย่างแจ่มแจ้ง ทว่าคุณหนูใหญ่จวนต้วนที่กล้าล่วงเกินหลิวหรงช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ไม่รู้เลยว่ากำลังใกล้ความตายเข้ามาทุกขณะ