บทที่ 15 ไข่เจียวแป้ง
บนถนนตะวันตกของเมืองหลวง ซูซีหัวหันกลับไปอย่างรวดเร็ว สายตากับชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนหลังม้า
สายลมโชยพัดผ่านพากลีบดอกท้อตกลงมายังศีรษะและบ่า ่เวลานั้นราวกับถูกหยุดนิ่ง
“ช่างบังเอิญจริง ๆ ที่แท้ก็เป็แม่ทัพเซียว”
ซูซีหัวยิ้มเล็กน้อย เป็ฝ่ายทำลายความเงียบงัน เซียวฝานลงจากหลังม้าโยนบังเหียนให้หลัวจือซิ่งที่อยู่เื้ั “นั่นสิบังเอิญจริง ๆ ไม่ทราบว่าคุณหนูซูจะแจ้งจุดหมายในการมาที่นี่ให้ข้ารับรู้ได้หรือไม่?”
“แน่นอน ข้าไม่มีอะไรต้องปิดบัง”
ซูซีหัวกล่าวตรง ๆ เล่าถึงความตั้งใจที่จะทำธุรกิจค้าขาย
เซียวฝานลูบคางของตน อย่างสงสัยถามว่า “แล้วคุณหนูซูมีแผนอะไรบ้างหรือ?”
“แผน…”
ซูซีหัวหันมองโดยรอบ ร้านค้าในบริเวณนี้ล้วนขายเฉพาะอาหารเบา ๆ อย่างเกี๊ยว หมี่ ขนม และชา
“แม่ทัพเซียวคิดว่าแผงอาหารในย่านนี้ขาดอะไรไปบ้าง?” นางไม่ตอบแต่ถามกลับ
เซียวฝานผู้ถูกถามยิ้มแล้วถาม “แล้วคุณหนูซูคิดว่าอย่างไรเล่า?”
“ดูจืดชืดไปหน่อย” ซูซีหัวเอ่ยเพียงห้าคำ แล้วเรียกอิงเถาและลี่จือให้ตามมา
เซียวฝานตามไปด้วยอย่างเงียบงัน ท่าทางสบาย ๆ ทำให้ซูซีหัวชำเลืองมอง “วันนี้กรมอาญาไม่มีงานหรือ?”
“มีเื่ต้องจัดการ”
"ถ้าหากมีเื่ต้องจัดการ แม่ทัพเซียวจะตามข้ามาทำอันใดเรา?”
เซียวฝานขวางทางซูซีหัวไว้ “ด้วยความสัมพันธ์ของเราทั้งสอง การเรียกขานนี้ควรเปลี่ยนแปลง”
“!”
อิงเถาและลี่จือใกับคำกล่าวที่ได้ยิน คุณหนูกับแม่ทัพเซียวมีความสัมพันธ์อันใดกัน?
ซูซีหัวหรี่ตา ถามอย่างรู้ทั้งรู้ “ข้ากับท่านจะมีความสัมพันธ์เยี่ยงไรกัน?”
พรึบ!
ป้ายประจำตำแหน่งปรากฏขึ้นต่อหน้าซูซีหัว เซียวฝานแย้มยิ้ม
ซูซีหัวนิ่งงัน คนผู้นี้ยังยึดติดกับเื่ป้ายอยู่อีก ท่ามกลางความเงียบงัน ซูซีหัวขบกรามก่อนเรียก “เซียวฝาน”
“ผิดแล้ว”
เซียวฝานส่ายหน้า ซูซีหัวเริ่มหงุดหงิด ทว่ามีเสียงชายอีกคนก็แทรกขึ้นมา “แม่ทัพเซียว”
ทั้งสองหันไปทางเดียวกัน เมื่อซูซีหัวเห็นคนผู้นั้น รู้สึกราวกับแสงสว่างปรากฏตรงเบื้องหน้า ด้วยท่าทางสง่างามและกิริยาสุภาพอ่อนน้อม
เขาเป็บุรุษที่สามารถใช้คำที่ดีที่สุดทั้งปวงมาพรรณนาได้ ทุกการกระทำล้วนนุ่มนวล สวมเสื้อคลุมยาวสีเขียวปักลวดลายกิ่งไผ่ ยิ่งมีความประณีตงดงาม
นางจ้องมองเนิ่นนาน เซียวฝานพลันหัวเราะเย้ย “งามหรือไร?”
ซูซีหัวพยักหน้าแล้วตอบรับโดยไม่รู้ตัว “งามนัก”
เป็หนุ่มงามที่แตกต่างจากเซียวฝานโดยสิ้นเชิง
“แม้งามปานนั้น ก็มิอาจเป็คนของเ้าได้”
เซียวฝานคว้าศีรษะของซูซีหัว ยามทั้งสองสบตากัน ซูซีหัวกะพริบตาปริบ ๆ แล้วผลักเขาออกไป
“แค่มองก็มิได้หรือ?” ซูซีหัวมองเซียวฝานอย่างเฉยเมย เดินเข้าไปสองสามก้าว โค้งคำนับอย่างนุ่มนวล “คุณชายนามว่าอะไรเ้าคะ?”
“ข้าชื่อเฉินจิ่งเจ๋อ”
“เฉินจิ่งเจ๋อ” ซูซีหัวทวนชื่อนั้น ก่อนยิ้มปรบมือ “เป็ชื่อที่ไพเราะนัก”
ไม่เพียงแค่ชื่อที่ไพเราะ แต่คนงดงามดด้วย
เฉินจิ่งเจ๋อจ้องมองนางอย่างไม่ละสายตาจนซูซีหัวรู้สึกประหม่า ก่อนเขายกมือคารวะกล่าวว่า “คุณหนูซูสรรเสริญข้าเกินไปแล้ว”
“ท่านรู้จักข้าหรือ?” ซูซีหัวสงสัย
“ข้าเคยพบคุณหนูซูครั้งหนึ่ง ในงานกวีเมื่อปีที่แล้ว” สายตาของเฉินจิ่งเจ๋อมองลงมา มีแววกังวลแฝงอยู่
งานกวีปีที่แล้วหรือ? โอ้ หมายถึงเมื่อปีก่อนสินะ
ซูซีหัวแข็งค้างชั่วครู นางยังมิได้เข้ามาในร่างนี้เมื่อปีก่อน นั่นหมายความว่า เฉินจิ่งเจ๋อได้พบเ้าของร่างเดิม
แปะ!
ขณะที่ตกอยู่ในห้วงภวังค์ มือหนึ่งก็ร่วงลงบนบ่าของซูซีหัว ทำให้นางใจนแทบร้องออกมา
เมื่อหันกลับไปก็พบว่าเป็เซียวฝาน นางพลันหงุดหงิดขึ้นมา
“ท่านทำให้ข้าใเช่นนี้ทำไม?”
เซียวฝานเลิกคิ้ว
“ใจริงหรือ?”
ซูซีหัวเขม่นเขา ทำให้คนใเขาอาจเกือบตายได้ไม่รู้หรือไร?
พริบตาถัดมา เซียวฝานกระซิบข้างหูนาง “ใก็ดีแล้ว เ้าคือคู่หมั้นของข้านี่”
“แม่ทัพเซียว?” ซูซีหัวมองด้วยสายตาประหลาด
มือของเซียวฝานที่วางอยู่บนบ่ากดลงเบา ๆ “หืม?”
“เซียว...ฝาน” นางเรียกชื่อเซียวฝานทีละพยางค์ แล้วยิ้มออกมา “เก็บมือของท่านไปได้แล้ว”
กล่าวถึงคู่หมั้นอันใดกัน เพียงแค่ข้อตกลงที่มีระยะสิ้นสุดเมื่อถึงเวลาอันสมควรเท่านั้น
เฉินจิ่งเจ๋อเอ่ยขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม “ความสัมพันธ์ของท่านทั้งสองช่างดีจริง ๆ”
ความสัมพันธ์ดีหรือ?
ซูซีหัวค่อย ๆ หันกลับมา แล้วหัวเราะจากแรงกดของมือบนบ่า “ใช่แล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเราดีมาก”
“ข้ากับซีหัวยังมีเื่ที่ต้องจัดการ คงไม่มีเวลาคุยกับคุณชายเฉินต่อแล้ว ขอตัวลา”
เฉินจิ่งเจ๋อจึงกุมมือคารวะ “แม่ทัพเซียว คุณหนูซู เชิญเถิด”
โดนเซียวฝานลากออกมา ซูซีหัวจึงรู้สึกคับแค้นใจนัก ยามเลี้ยวมุมถนน นางก็เหวี่ยงมือเซียวฝานออกทันใด
“แม่ทัพเซียว...เอาล่ะ เซียวฝาน เพียงคุยกันสองสามประโยค ท่านต้องหยาบคายถึงเพียงนี้เลยหรือ?”
“เ้ารู้หรือไม่ว่าเฉินจิ่งเจ๋อคือใคร?” เซียวฝานย้อนถาม ซูซีหัวขมวดคิ้วมุ่น
“เขาเป็ใครก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้านี่?”
“เ้ามิได้กล่าวว่าเขางดงามหรือ?”
ด้านหลัง อิงเถา ลี่จือกับหลัวจือซิ่งยืนห่างออกไป มองมาทางนี้ด้วยสายตาเป็ห่วง
คุณหนูของข้ากำลังทะเลาะกับอีกฝ่ายหรือ?
ซูซีหัวไม่รับรู้ความคิดของผู้คนเื้ั นางเพียงรู้สึกอึ้งงันใจ การกล่าวว่าผู้ใดงดงามนั้นเป็เื่ปกติธรรมดา ไม่ว่าชายหรือหญิงล้วนรักคนงาม นางยังกล่าวว่าเซียวฝานดูดีเลย แล้วมันจะมีปัญหาที่ตรงไหนกัน
ยามพิเคราะห์ในใจ ซูซีหัวจึงกล่าวออกมาตรง ๆ
“...” เซียวฝานนิ่งเงียบ
“แม่ทัพเซียว เหตุใดวันนี้ท่านจึงทำตัวประหลาดนัก?”