ตอนที่ 1 (7)
ทันใดนั้นก็รู้สึกว่านี่ออกจะน่าขายหน้าอยู่สักหน่อย แต่ตามมารยาทแล้วจะไม่ตอบก็ไม่ได้ หลินฉิงไห่จึงขยับริมฝีปากตอบเสียงเบา “ไม่มีอะไรครับ...แค่เย็นนี้มีนัดกับอาจารย์”
“อ้อ” เมื่อได้รับคำตอบ หยางฉุนก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ผม...” หลินฉิงไห่ขมวดคิ้ว ตระหนักในตอนนี้ว่านี่ดูจะเป็คำตอบที่ไม่เหมาะสมนัก ไม่ว่าอย่างไรเขาคนนี้ก็เป็คู่หมั้นของตัวเอง แม้จะเป็การแต่งงานแค่ในนาม และอีกฝ่ายจะรู้เื่ของเขาแล้วก็เถอะ แต่การพูดถึงเื่นี้อย่างไม่อ้อมค้อมระหว่างกินมื้อเช้าด้วยกันแบบนี้ เกิดจากความเลินเล่อของตัวเขาเองโดยแท้
“ไม่เป็ไร ฉันเข้าใจ ไม่ต้องอธิบาย” หยางฉุนละสายตากลับมาอ่านรายงานทางการเงินของตัวเองต่อ
แม้หยางฉุนจะบอกไปว่าไม่เป็ไร แต่หลินฉิงไห่ก็รู้สึกว่าบรรยากาศมื้ออาหารดูจะเยือกแข็งลงไปหนึ่งองศาอย่างชัดเจน ดูเหมือนเขาจะทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองเข้าแล้ว
จิตใจพลันหดหู่อยู่ครู่หนึ่ง เป็ตัวเขาเองที่ได้ใจและเลินเล่อเกินไปจริงๆ สินะ
“อย่าลืมเื่ผลกระทบที่จะตามมาด้วย เพราะยังไงก็ประกาศกับสื่อไปแล้วว่าพวกเรามาอยู่บ้านเดียวกันเพื่อลองอยู่กินกัน” หยางฉุนดื่มกาแฟหมดแก้วก็ลุกขึ้นยืนพร้อมเคาะหน้าโต๊ะพลางเอ่ยเตือน
จากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก หยิบเสื้อคลุมที่ลุงอู๋ส่งให้แล้วเดินจากไป
ขณะมองตามหลังหยางฉุนที่กำลังเดินห่างไป ความตื่นเต้นลิงโลดแต่แรกของเขาก็สงบลงราวกับถูกน้ำเย็นสาดใส่
หลังกินมื้อเช้าเรียบร้อย ยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะออกจากบ้าน หลินฉิงไห่เก็บล้างจานชามของตัวเอง แต่ลุงอู๋กลับเข้ามาห้าม ทั้งยังบอกให้เขาไปพักผ่อน หลินฉิงไห่ได้แต่กลับห้องนอน สองมือเท้าคาง และนั่งเหม่ออยู่ริมเตียง
เขาคิดในใจว่าเมื่อคืนยังรู้สึกว่าคุณหยางพอจะเป็มิตรอยู่เลย แถมยังไม่ได้มีอคติกับเขานัก แต่วันนี้ดูเปลี่ยนไปเป็อีกคน เฉยเมยและเ็า ทำเอาเขาจับทางไม่ถูก
ขณะคิดเื่นี้ เขาก็ดึงกระดาษสเก็ตช์ภาพแผ่นหนึ่งจากเล่มมาส่งๆ หยิบดินสอมาวาดเป็รูปแพะ หลังจากวาดคร่าวๆ ไปได้สักพักก็ถ่ายภาพและโพสต์ลงบล็อกส่วนตัว
*** ดอกพุดซ้อนผลิบาน : ทีแรกนึกว่าเ้าของบ้านจะเป็คนดีที่คุยด้วยง่าย ไม่คิดเลยว่าที่จริงแล้วจะเป็คุณแพะที่น่ากลัวสุดๆ (แนบรูป) ***
คำว่าแพะใน ‘พระคัมภีร์’ เป็คำที่สื่อความหมายถึงซาตาน หรือก็คือจอมมาร หยางฉุนเป็คนตระกูลหยาง ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่าหยางที่แปลว่า ‘แพะ’ พอดี เขาวาดแพะตัวหนึ่งไปเรื่อยเปื่อย แม้จะมีลักษณะเป็ลายเส้นการ์ตูน แต่ด้วยอารมณ์ขันที่มี ก็วาดจนกลายเป็แพะที่กำลังเดือดปุดๆ
*** คอมเมนต์ที่ 1 : คุณดอกพุดซ้อนโพสต์อีกแย้ว นี่มันตัวอะไรอะ เถียงกับเ้าของบ้านมาเหรอ
คอมเมนต์ที่ 2 : 555555555 แพะน่ารักอะ ทำไมมันตลกจัง
คอมเมนต์ที่ 3 : นี่ใช่แพะซาตานที่เป็มารนั่นหรือเปล่าคะ
...
คอมเมนต์ที่ 37 : +1 กับคอมเมนต์ที่ 1 เถียงกับเ้าของบ้านมาใช่ไหมคะ เป็ห่วงนะ~~
คอมเมนต์ที่ 38 : คือหน้าคุณแพะมันบับ ถึงคุณดอกพุดซ้อนจะบอกว่าน่ากลัวสุดๆ ก็เถอะ แต่ฉันว่าดูยังไง้ยังไงก็ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน
คอมเมนต์ที่ 39 : คอมเมนต์เมื่อกี้อะ ฉันก็รู้สึกเหมือนกันเปี๊ยบ...แถมดูๆ ไปยังรู้สึกว่าน่ารักนิดๆ ด้วยแหละ ***
...
เมื่อหลินฉิงไห่โพสต์รูป คอมเมนต์ก็ตอบกันเข้ามาเป็พรวนทันที หลังจากอ่านคอมเมนต์ เขาก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้น จากนั้นก็ปิดหน้าต่างเว็บไซต์ พร้อมส่งข้อความหนึ่งไปให้คู่หมั้นที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของเขา
*** ‘คุณหยาง ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้คุณต้องลำบากใจ ผมจะระมัดระวังเื่ผลกระทบ จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้คุณแน่นอนครับ’ ***
ตอนที่ข้อความถูกส่งมา หยางฉุนเพิ่งถึงบริษัท ทันทีที่โทรศัพท์มือถือสั่น เขาก็หยิบออกจากกระเป๋าเสื้อ เมื่ออ่านข้อความแจ้งเตือนที่หลินฉิงไห่ส่งมาก็เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังอึดอัดนิดหน่อย
เดิมทีเมื่อตอนเช้าเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะเคร่งขรึมขนาดนั้น แต่พอได้ยินหลินฉิงไห่บอกว่าจะมีนัดพบกับอาจารย์ ไม่รู้ว่าทำไมถึงหงุดหงิดขึ้นมา พอคิดว่าทั้งที่อีกฝ่ายเพิ่งย้ายเข้ามา ก็รีบร้อนนัดเดตกับคนรักเหมือนทนรอไม่ไหว เขาก็เกิดอาการหัวเสีย
แต่ระหว่างทางที่ขับรถมาทำงาน หลังจากใจเย็นลงสักพักก็รู้สึกว่านี่ไม่มีอะไรให้โมโหสักหน่อย ตัวเขาเองยังอยากหัวเราะเลย ที่หัวเสียไปอย่างนั้นเพราะนึกถึงเื่ที่ตัวเองชอบหยางอวิ่นใช่ไหม สุดท้ายการระบายอารมณ์กับคนที่ไม่รู้เื่ด้วยน่ะไม่มีประโยชน์อะไร
แค่อ่านข้อความ หยางฉุนก็พอจะจินตนาการท่าทางคอตกอย่างเหงาหงอยของเด็กน้อยคนนั้นได้ จึงตอบกลับข้อความไปแบบสบายๆ *** ‘ไม่เป็ไร ยังไงก็เป็เื่ที่พวกเรารู้กันอยู่แล้ว แค่ระวังหน่อยก็พอ ถ้าจะกลับบ้านดึกก็อย่าลืมส่งข้อความมาบอกฉันหน่อยละ’ ***
หลังตอบข้อความเรียบร้อย เขาก็เก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋า และรีบเข้าประชุมสำคัญใน่เช้า สำหรับเขานี่เป็เพียงเหตุการณ์ระหว่างวันที่ไม่ได้มีความหมายอะไร