กบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ

    EP-116 แวมไพร์สาว (NC)

    กลับไปที่ทรานซิลวาเนีย แอนนารีบบอกข่าวดีกับชาวเมืองว่าแดร็กคูล่าตายแล้ว ส่วนเอรีล่าและมาริซก้าซ่อนตัวอยู่ในปราสาท เนื่องจากก่อนหน้านี้พวกเธอทำชั่วมามาก หากชาวเมืองรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ก็คงรีบเข้าไปในปราสาทวาเลเลียเพื่อชำระแค้น

    เนี่ยฝานเข้าร่วมงานเลี้ยงที่ถูกจัดขึ้นสามวันสามคืนเต็ม ระหว่างนั้นแวนนักล่าปีศาจได้ออกเดินทางแล้ว แม้ว่าระหว่างพวกเขาเหมือนจะเป็นศัตรู แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีส่วนร่วมในการฆ่าแดร็กคูล่า

    หลังจากงานเลี้ยงจบลงแอนนาได้เดินเข้าไปหาเนี่ยฝาน ก่อนจะหันไปมองสองสาวแวมไพร์ข้างหลัง

    “พวกหล่อนเหมือนว่าจะติดคุณแจเชียวนะ”

    “แน่นอนสิ หลังจากนี้มาริซก้าและเอรีล่าคือคนรับใช้ของผม”

    นี่คือตำแหน่งที่เนี่ยฝานได้ไตร่ตรองไว้ก่อน อย่างน้อยก็จะไม่ขัดกับภรรยาหลวงอย่างแอนนา มิฉะนั้นหากหล่อนรู้ว่าอีกฝ่ายที่สร้างบาปมามากยืนอยู่เสมอตน ใจคงไม่สามารถยอมรับได้

    “งั้นคุณคงจะไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับฉันหรอกใช่ไหม”

    “แน่นอน แต่ต้องไม่เอาถึงตาย”

    เนี่ยฝานไม่สามารถปฏิเสธการทรมานของแอนนา มิฉะนั้นก็เท่ากับว่าเขาผิดคำพูดกับเธอ

    “ดีจัง งั้นเอรีล่า มาริซก้า รีบๆ เดินตามฉันไปที่ห้องขังได้แล้ว อีกเดี๋ยวพวกเธอจะได้พบกับความสุข”

    แอนนาเผยรอยยิ้มสยองซึ่งดูผิดจากคาแรกเตอร์ของนางเอกตามต้นฉบับ

    หลังจากนั้นไม่นานเสียงกรีดร้องจึงดังไปทั่วปราสาท

    เวลแคลเองก็รู้ถึงสัญญานี้จึงไม่เข้าไปยุ่ง หลังจากดื่มยาแก้พิษเขาจะไม่กลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าอีก ตอนนี้กำลังหันไปดำเนินการธุรกิจประจำสกุลที่ปล่อยไว้มาเนิ่นนานเพราะเรื่องของแดร็กคูล่า

    ส่วนอเล็กซี่ไม่ได้ดื่มยาแก้พิษ ชายผู้นี้เป็นวัสดุทดลองชั้นดี มันคงน่าเสียดายหากเขากลายเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ไร้ประโยชน์

    ...........

    หลายวันผ่านไปตั้งแต่สังหารแดร็กคูล่า เนี่ยฝานรู้ว่าตัวเองสามารถเดินทางไปยังโลกอื่นได้แล้วหลังจากบันทึกโลกนักล่าปีศาจแห่งนี้

    แต่ก่อนหน้านั้นเขาต้องบอกกับแอนนาก่อน แล้วรอคำตอบว่าเธอจะเอายังไงต่อ แต่เพราะกำลังยุ่งอยู่กับธุรกิจในตระกูลเนี่ยฝานจึงไม่เข้าไปรบกวนเธอ

    เนี่ยฝานกำลังนั่งอยู่ในปราสาทวาเลเลีย ชมหิมะข้างนอกที่ยังคงตกลงมา

    วันนี้ชาวเมืองยิ้มหน้าบานมีความสุข หลังจากที่ข่าวเกี่ยวกับแดร็กคูล่าถูกฆ่ากระจายออกไปมันก็ได้เรียกให้นักลงทุนที่แต่เดิมไม่กล้ามาที่นี่ ต่างเดินทางมาค้าขายด้วยความยินดี

    ประตูห้องถูกเปิด เป็นมาริซก้าและเอรีล่าเดินเข้ามา หล่อนอยู่ในชุดยั่วยวนตัวเดิมซึ่งแทบจะปิดส่วนต่างๆ ไม่มิด ต้องบอกเลยว่านี่คือชุดยั่วจระเข้ ผู้กำกับทำให้แวมไพร์สาวกลายเป็นหนึ่งในไอคอนของภาพยนตร์ที่ไม่สามารถละสายตาไปได้ แม้ว่าตามต้นฉบับพวกหล่อนจะต้องตายทั้งหมดก็ตาม

    “นายน้อยเนี่ย ตอนนี้แอนนากำลังยุ่งอยู่กับงานของปราสาท ถ้ายังไงเรา...”

    เพียงแค่เจตจำนงถูกเขียนใหม่ มาริซก้าจึงคิดว่าเนี่ยฝานคือคนรักของตนเมื่อ 100 ปีก่อน

    ริมฝีปากแสนหวานของแวมไพร์สาวโฉบลงมาบนใบหน้าของเขา สัมผัสนี้ค่อนข้างเย็นยะเยือก ผิดกับมนุษย์ที่มีร่างกายอบอุ่น

    เอรีล่านั่งคุกเข่าบนพื้นแล้วคว้าอวัยวะเพศสีดำที่กำลังตื่นตัวออกมาจากเป้ากางเกง

    “กลิ่นแรงมาก แต่ฉันชอบนะนายน้อย”

    “อย่าด่วนกินสิเอรีล่า รอฉันด้วยคน”

    เนี่ยฝานก้มหน้ามองแวมไพร์สาวสองคนที่กำลังยื้อแย่งแท่งรัก ภาพนี้ค่อนข้างหาดูได้ยาก ดังนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายวิดีโอเก็บไว้

    หัวหยักร้อนรุ่มเข้าไปในโพรงปากแสนเย็นราวกับน้ำแข็ง มันทำให้เนี่ยฝานรู้สึกตื่นตัว เป็นความเสียวที่แปลกใหม่ นอกจากนั้นแล้วปากของทั้งคู่ยังดีมาก ทั้งดูดเลีย เม้มตรงปลายแล้วกลืนลงไปลึกถึงคอหอย

    ผู้หญิงฝั่งตะวันตกมีลำคอที่ค่อนข้างยาวกว่าชาวเอเชีย ดังนั้นตรงส่วนนี้ของพวกเธอใช่ว่าใครจะเลียนแบบได้

    ชุดสีขาวถูกถอดวางไว้บนพื้น เผยให้เห็นร่างยั่วยวนราวกับซัคคิวบัสในเทพนิยาย ยอดถันสีชมพูเต่งตึง หน้าท้องแบนราบ สะดือเจาะด้วยจิลสีทอง โหนกนูนไร้พรมหนาบดบังทิวทัศน์ เนินอูมๆ สีชมพูไร้ร่องแยกออก ราวกับสิ่งนี้ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน ส่งกลิ่นยั่วยวนรัญจวนใจ เพียงเห็นเป็นต้องซุกหน้าเข้าไปใกล้ๆ แล้วลงลิ้นละเลงรัก

    เอรีล่า มาริซก้าหลับตาพริ้ม สองต่อหนึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเนี่ยฝาน ในขณะที่เขาลงลิ้นอีกคนก็ใช้นิ้วสอดเข้าไปแล้วขยับนิ้วตรงส่วนปลายเน้นๆ เข้าตรงจุดจีสปอร์ต ทำเอาเอรีล่านิ่วหน้า ต้องร้องครวญด้วยขาที่สั่นเทา ก่อนจะปล่อยน้ำรักออกมาเต็มมือเขา

    เนี่ยฝานรู้ว่าเครื่องของทั้งสองคนติดแล้ว จึงจับพวกเธอหันหลังแล้วเอามือวางไว้บนผนัง ร่างของเขาลอยเหนือพื้น ก่อนจะดันแท่งแข็งขึงเข้าไปในเนื้ออ่อนด้านในอย่างช้าๆ

    เลือดสีแดงไหลออกมา พร้อมกับเสียงคำรามของมาริซก้า เนี่ยฝานสัมผัสถึงแรงตอดรัดที่แน่นมากๆ เหมือนกับอลิซและหนี่ฉาง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะพวกเธอไม่ใช่มนุษย์ เป็นเรื่องธรรมดาที่ร่างกายจะแข็งแกร่งกว่า

    การร่วมรักกับแวมไพร์ถือเป็นสิ่งที่วิเศษ โดยเฉพาะเจ้าสาวของแดร็กคูล่าสองคน มีความงามเทียบเท่ากับแอนนา แต่กลับอ่อนน้อมต่อเนี่ยฝานราวกับลูกแกะ

    ......

    ในระหว่างที่เดินดูฟาร์มวัวนมข้างนอกปราสาท เวลแคลหันไปพูดกับแอนนาว่า

    “เหมือนว่าเขากำลังเตรียมตัวที่จะจากไปนะ”

    “คงใช่ ว่าแต่พี่บอกฉันทำไม”

    “ที่ผ่านมาเราสองพี่น้องไม่เคยได้ใช้ชีวิตของตัวเอง เพราะเรื่องการสังหารแดร็กคูล่าซึ่งเหมือนกับคำสาบานของบรรพบุรุษ แต่ตอนนี้แดร็กคูล่าตายแล้ว น้องเองก็ควรมีชีวิตเป็นของตัวเอง”

    “แต่ท่านพี่...”

    “ฟังนะแอนนา พี่อยู่คนเดียวได้ อีกสิ่งหนึ่งคือพี่หาผู้หญิงมาแต่งเป็นภรรยาได้ รับรองว่าตระกูลวาเลเลียของเราจะยังคงอยู่สืบต่อไป ดังนั้นอย่าได้ลังเลเพราะพี่เลย น้องควรจะรู้หัวใจของตัวเองนะ”

    แอนนาอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงเงียบ หลังจากนั้นจึงเผยรอยยิ้ม

    “ขอบใจนะท่านพี่ บางทีตระกูลวาเลเลียอาจเหมือนกับโซ่ที่ผูกฉันไว้จริงๆ หลังจากนี้ไปฉันจะเป็นคนใหม่”

    เวลแคลยิ้มให้กับน้องสาว แม้ว่าเขาจะไม่พอใจเนี่ยฝานเรื่องเจ้าสาวแดร็กคูล่าแต่ก็ไม่สามารถมีปากเสียงไปโต้แย้งได้ โดยเฉพาะเมื่อน้องสาวมีใจให้ฝ่ายนั้น

    ......

    แอนนาเดินเข้าไปในปราสาทช่วงเย็นของวัน ระหว่างทางเธอเห็นเอรีล่า มาริซก้ากำลังยิ้มมีความสุข หัวใจพลันเจ็บปวด ราวกับสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญไป

    เมื่อมาถึงห้องเนี่ยฝานก็พบว่าเขากำลังนั่งดื่มไวน์อยู่คนเดียว

    “อ้าวแอนนา ทำธุระเสร็จแล้วเหรอ”

    “ฉันปล่อยให้พี่ดูแลส่วนที่เหลือน่ะ” แอนนาตอบแล้วเดินเข้าไปแย่งแก้วในมือเขา ก่อนจะดื่มทั้งหมดลงไปในลำคอ ใบหน้าของเธอเห่อร้อนขึ้น แต่ดวงตายังกระจ่างใส

    “คุณกำลังจะไปแล้วเหรอ”

    “ใช่ ผมอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว แดร็กคูล่าถูกจัดการ ไม่มีเหตุผลที่ผมจะอยู่ในทรานซิลวาเนียต่อ”

    “ฉันจำได้ตอนนั้นคุณบอกว่าเหตุผลหนึ่งที่มา นอกจากเรื่องของแดร็กคูล่าแล้วก็เป็นผู้หญิงชื่อแอนนา ฉันอยากรู้ว่าคุณตั้งใจจะทำอะไรกับเธอ”

    “ผมรักเธอและขาดเธอไม่ได้ ผมจะพาเธอไปด้วย นี่คือคำตอบของผม”

    ดวงตาของทั้งคู่สอดประสาน ก่อนที่แอนนาจะเข้ามานั่งตักเนี่ยฝานแล้วจูบริมฝีปากเขาอย่างเผ็ดร้อน

    “แอนนา...นอกจากนั้นผมยังมีเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกก่อนออกเดินทาง”

    “เรื่องไหน หรือว่าเรื่องที่คุณมีอีหนูอีกคนอยู่ที่บ้าน”

    แอนนากัดหูเขาจนแดงแล้วใช้ลิ้นไซ้ซอกคออย่างช้าๆ เอวของเธอขยับไหวเหมือนกับงูเลื้อย เย้ายวน ยากเกินที่จะหักห้ามใจได้

    เนี่ยฝานจับเอวหญิงสาว กระซิบข้างหูเสียงแผ่วเบา

    “ผมไม่ใช่คนในโลกนี้”

    “ความหมายที่กำลังพูดถึงคืออะไร”

    แอนนาหยุดการกระทำ ใช้สองมือประคองใบหน้าของเขาไว้แล้วตั้งคำถาม

    “ผมเป็นนักเดินทางจากต่างโลก มีความสามารถในการเดินทางข้ามไปยังโลกต่างๆ เธอเองก็เห็นอาวุธปืนแล้วใช่ไหม อำนาจการยิงของมันไม่ใช่สิ่งที่คนในยุคนี้เข้าถึงได้ มันเป็นสิ่งประดิษฐ์จากอนาคต”

    คำตอบของเขาทำเอาแอนนาชาที่หนังศีรษะ เธอไม่คิดเลยว่าความจริงจะลงเอยแบบนี้

    “มันเหลือเชื่อมาก ดังนั้นโลกของคุณก็ก้าวหน้ากว่าโลกของฉันสิ”

    “ใช่ ราวร้อยปีเห็นจะได้”

    “ว้าว เมื่อไปถึงที่นั่นฉันคงตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งแน่ๆ เลย”

    “นอกจากนั้นแอนนา โลกที่ผมเดินทางยังมีโลกที่กำลังจะตาย ผมตั้งทีมด่านสุดท้ายไว้ต่อกรกับซอมบี้”

    “ซอมบี้...? ปีศาจเหรอ”

    “ประมาณนั้น ไวรัสจากบริษัท ‘ร่ม’ ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก เรากำลังทำสงครามกับซอมบี้ หากมีแอนนาเข้ามาช่วยผมคิดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นมาก”

    นี่คือสิ่งที่เนี่ยฝานได้คิดทบทวนดีแล้ว แอนนาต่างจากอัลบาหรือคนอื่นๆ เธอเป็นนักรบตัวจริง ผู้หญิงแบบนี้ไม่สามารถอยู่เฉยๆ หรือทำธุรกิจอย่างตงเหรินได้ ชีวิตของเธอคือสนามรบ

    “งั้นฉันจะช่วยเอง ขอแค่เพียงคุณอยู่ที่นั่นกับฉัน แต่หลังจากไปที่โลกนั้น ฉันจะกลับมาหาพี่ชายได้อีกหรือเปล่า”

    “ได้สิ กลับมาได้ทุกเมื่อนั่นแหละ”

    คล้ายกับเรื่องกบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ ที่คุณอ่าน