บทที่ 18
หวั่นไหว
หลังจากที่ผมจอดรถสนิทจึงเรียกน้ำพริกที่หลับอยู่ให้ตื่น แต่เรียกยังไงยัยเด็กขี้เซานี้ก็ไม่ยอมขยับตัวผมจึงเอี้ยวตัวไปปลดเข็มเข็ดนิรภัยให้น้องจังหวะนั้นผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆที่มาจากตัวของน้ำพริก จึงเผลอจ้องหน้าพร้อมกับเขี่ยผมที่ตกลงมาปกหน้าออก
"เวลาหลับแล้วไม่ดื้อก็น่ารักดีนะ"ผมคิดในใจ
"อือ อย่ากวนนะน้องจะนอน" เสียงน้ำพริกบ่นพึมพำ
"พริกถึงคอนโดแล้วตื่น"
"หืมม ถึงแล้วหรอ อุ้ย!!" น้ำพริกตื่นลืมตา พร้อมกับทำหน้าใเพราะตอนนี้หน้าเราสองคนอยู่ใกล้กันมาก
"พี่วินจะทำอะไรอะ"น้ำพริกถามพร้อมกับขยับตัวออกห่างให้ชิดประตูรถ
"พี่ปลุกเราตั้งนานไม่ตื่นเลยปลดเบลล์ออกให้ เราก็ตื่นพอดี" พี่วินอธิบายให้ฉันฟังฉันก็จึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"อ่อ ขอบคุนค่ะไปแล้วนะคะ" น้ำพริกเอ่ยขอบคุณแล้วรีบลงจากรถทันที
"แล้วสอบพรุ่งนี้จะให้พี่ไปติวที่ห้องไหม"พี่วินถามหลังจากที่ก้าวเข้ามาในลิฟต์พร้อมกัน
"แค่สอบย่อยไม่ได้สำคัญอะไรมากพริกไม่รบกวนดีกว่าค่ะ"น้ำพริกตอบพร้อมภาวนาให้ถึงชั้นที่ตัวเองอยู่โดยเร็ว
"แล้วพรุ่งนี้สอบกี่โมงพี่จะได้ไปส่ง"
"9 โมงค่ะ"น้ำพริกบอก
"งั้นพรุ่งนี้รอพี่ที่ล็อบบี้เหมือนเดิมนะเดี๋ยวพี่ไปส่ง"พี่วินบอก
"หนูไปเองดีกว่าค่ะสะดวกกว่าแล้วก็มีนัดกับเพื่อนจะไปทำรายงานด้วย"ฉันรีปปฎิเสธเพราะไม่อยากจะยุ่งวุ่นวายกับพี่วินไปมากกว่านี้
"เดี๋ยวพี่พาไปจะทำกันที่ไหนละ"พี่วินถามย้ำอีกครั้ง
น้ำพริก
โอ้ยยยก็บอกว่าจะไปเองไงจะเซ้าซี้เพื่ออะไรเนี่ย! ทีเมื่อก่อนไม่เห็นจะเป็แบบนี้ถ้าไม่โดนบังคับจากคุณป้าก็คงไม่ยอมไปรับไปส่ง ตอนนี้จะมาทำดีด้วยเพื่ออะไรปวดหัวกะพี่แกจริงๆ
"ไม่เป็ไรค่ะต้องไปหลายที่แล้วก็ว่าจะชวนกันไปหาชื้อหนังสือที่ห้างด้วยไปเองน่าจะสะดวกกว่า" ฉันปฎิเสธอีกครั้ง
"ไม่ใช่ว่านัดหนุ่มวิศวะไว้นะ"พี่วินพูดพร้อมกับจ้องหน้าฉัน อ้าวหาเื่อีกแล้ว จะอะไรกันนักหนาเนี่ยคุยกันดีๆไม่ได้เลยใช่ไหม
"ไม่ได้นัดใครทั้งนั้นแหละค่ะพริกไม่เคยนัดเจอกับคนอื่น หรือถ้าเจอก็คงเป็พรมลิขิตละมั้งค่ะ"ฉันพูดออกไปพร้อมจ้องหน้าตอบ
"เราเป็คู่หมั้นของพี่รู้ไหมว่าพูดอะไรออกมา อย่าท้าทายพี่นะ" พี่วินพูดเสียงเข้ม
"พริกพูดความจริงนี่ค่ะไม่เคยนัดกับใคร ไม่เคยทำอะไรลับหลังคนอื่นอยู่แล้วอย่าคิดว่าพริกจะเหมือนพี่วินสิค่ะ"น้ำพริกเอ่ยเสียงเรียบแต่ยังจ้องหน้าพี่วินอยู่
"อย่ามาย้อนพี่นะมันไม่เหมือนกันพี่เป็ผู้ชายไม่เสียหาย เราเป็ผู้หญิงแถมยังมีคู่หมั้นอยู่แล้วด้วยคนอื่นจะมองเราไม่ดี"
"พริกไม่แคร์หรอกค่ะว่าใครจะมองพริกยังไง เพราะพริกรู้ตัวเองดีว่าทำอะไรอยู่ ไปก่อนนะคะ"
"โธ่โว้ย"พี่วินสบถออกมาอย่างหัวเสีย
ฉันพูดจบก็เดินออกมาจากลิฟต์ทันทีแล้วไงอะทีตัวเองควงคนอื่นไปทั่วไม่เป็อะไรทีฉันแค่บังเอิญเจอพี่เกียร์ก็ทำเป็เื่ใหญ่อย่างกะไปฆ่าใครตาย ฉันคิดพร้อมกับเดินไปเข้าห้องเพื่ออาบน้ำแล้วออกมาอ่านหนังสือที่จะสอบพรุ่งนี้
คณะบริหาร
เช้าอันแสนจะสดใสหรอ?? เมฆครึ้มๆพร้อมฝนที่พร้อมจะตกทุกเมื่อทำเอาบรรยากาศในห้องเรียนหลังจากที่ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเสร็จแล้วเต็มไปด้วยนักศึกษาที่ง่วงนอนเต็มไปหมดซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงตัวฉันด้วยที่หอบสังขารขับรถมาั้แ่ 8 โมงเพื่อเลี่ยงการเจอพี่วิน
"แกวันนี้ไปเดินห้างกันไหม"อั้มถามทำลายความง่วง
"อือไปสิไปหาชื้อหนังสือเพิ่มด้วย"ฉันตอบอั้มออกไป
"วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะนักศึกษาคาบหน้าขอความกรุณาตั้งใจเรียนกว่านี้ด้วย" หลังจากสอนไปจนหมดเวลาอาจารย์พูดขึ้นเสียงดังพร้อมกวาดตามองพวกเด็กนักศึกษาี้เี ที่พร้อมจะเลื้อยหลับกันได้ตลอดเวลาแล้วเดินออกไปจากห้องเรียน
พอถึงห้างกว่าจะหาที่จอดเป็รถก็เกือบ20นาที เราจึงรีบเดินไปยังร้านอาหารทันทีเื่กินเื่ใหญ่หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วเราเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นกินกันสองคนนั่งโต๊ะริมกระจก
ในระหว่างที่กินอยู่ก็สังเกตเห็นกลุ่มชายหญิงใส่เสื้อช็อปคณะวิศวะม.ที่ฉันเรียนอยู่เดินผ่านไปแว่บๆเห็นแต่ข้างหลัง คงไม่ใช่กลุ่มพี่เกียร์หรอกมั้ง คิดอย่างนั้นจึงกินต่อจนอิ่ม ก็ได้ฤกษ์ไปร้านหนังสือสักที
"พริก ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ แกเข้าไปรอที่ร้านหนังสือก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป"อั้มพูดพร้อมกับเดินไปหาห้องน้ำทันที
ฉันจึงเดินเข้าไปในร้านหนังสือกวาดสายตาหาเล่มที่้าทันทีจากนั้นก็ดูหนังสือไปเรื่อยๆจนมาสะดุดตากับหนังสือเล่มนึงที่อยู่ชั้นบนสุดที่ชื่อว่า"ทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก (The Butterfly Effect)" น่าสนใจจัง
แต่มองหาบันไดไม่เจอจึงได้แต่เขย่งเท้าพยายามจะเอื่อมหยิบหนังสือให้ได้แล้วอยู่ๆก็มีมือใหญ่ที่ซ้อนมาจากด้านหลังหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมาจากชั้นหนังสือ
"อ่ะพี่หยิบให้" เสียงคุ้นๆพอหันกลับไปก็เจอพี่เกียร์ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังพอดีทำให้หน้าของฉันอยู่ตรงอกของพี่เขาพอดี