The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่132 บุกดันเจี้ยน35 (มุ่งหน้าสู่ชั้นล่างสุด2)

              ‘เวทไฟ-อิมแพ็คพันซ์’

              ถุงมือสีแดงปะทะกับโล่สีดำ อากาศโดยรอบแผ่ขยายออก แรงปะทะส่งผลให้ทั้งคู่ทิ้งระยะห่างออกจากกัน แต่ฝ่ายเซนทอร์ถอยห่างไปไกลกว่าโดยยังถือโล่ป้องกันเอาไว้อยู่

              ตอนนั้นเองโล่เปล่งแสงสีแดงแล้วเกิดระเบิดขึ้น

              ‘ตู้มมมมมมมมม’

              ทว่า…ภาพนั้นสร้างความตกใจให้กับเซเลน่าอย่างมาก เพราะมันไร้รอยขีดข่วนใดๆ โล่สีดำสูงเกือบเท่าขนาด2คนต่อกันดูท่าทางแล้วจะไม่ใช่โล่ธรรมดา 

              ‘อะไรกัน!!!…บ้าน่า!!?…อิมแพคพันซ์เป็นสกิลที่ทำลายสกิลป้องกันศัตรูได้ทุกประเภทเลยนะแต่นี่มัน...’

              ไม่สิ…ไม่ใช่..แสงสีม่วงเมื่อกี้มันไม่ใช่สกิลป้องกัน..แต่มันน่าจะเป็นสกิลสร้างความทนทานหรือเสริมแกร่งให้อาวุธที่ถืออยู่มากกว่า...แบบนี้ชักยุ่งยากแล้วสิ

              เซเลน่าใช้มือซ้ายจับมือขวาของตัวเองที่รู้สึกปวดหน่วงๆเล็กน้อย

              เซนทอร์ถือโล่ป้องกันเตรียมร่ายสกิลแล้วพุ่งเข้าชนอีกครั้ง

              “งั้นเจอนี่หน่อย”

              ‘เวทไฟ-ริงบอมบ์’

              เกิดระเบิดวงแหวนขึ้นที่ใต้เท้าของเซนทอร์ชู้ตมันให้ลอยขึ้นฟ้า

              เซเลน่าหายตัวแล้วไปโผล่ที่ด้านหลังซึ่งอยู่ในจุดที่สูงกว่ามันเหนืออากาศ

              ขาของเธอห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงเตรียมถีบเซนทอร์จากด้านหลังหวังส่งมันลงไปนอนกับพื้น

              ‘ถ้าเป็นจุดนี้ละก็ป้องกันไม่ทันแน่’

              ‘เคร้ง…’

              เกิดเสียงกระแทก…เซนทอร์ขยับแขนหมุนโล่มาป้องกันได้ทันซึ่งผิดคาดไปมาก…ตอนนั้นเองมีเส้นเชือกสีม่วงหลายเส้นยืดออกมาจากโล่แล้วมัดตัวเซเลน่าเอาไว้… 

              “อะไรกัน!.”

              เซนทอร์ใช้มือทั้ง2ข้างกอดเธอแล้วพุ่งกลับหัวลงสู่พื้นในท่าโหม่งโลก 

              “เหวออออออออออออออออออ…”

              เซเลน่าพยายามดิ้นไปมาแต่ดิ้นไม่หลุดพร้อมกับแหงนหน้ามองพื้นดินซึ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆด้วยความเร็วที่สูงมากๆๆ

              "ว้ากกกกกกกกกกกกกกกก...."

              ตอนนั้นเองการโจมตีปริศนาพุ่งมาจากทางด้านข้าง…เซนทอร์รีบปล่อยเซเลน่าแล้วป้องกันมันไว้ได้ทัน 

              ตัวมันมองหอกสีขาวเงินบริสุทธิ์หุ้มด้วยแสงสีเขียวกำลังแทงโล่ตัวเองอยู่…ซึ่งผู้ใช้งานหอกเล่มนั้นคือเด็กหนุ่มผมสีขาว…แต่ถึงแบบนั้นเซเลน่าก็ร่วงลงไปอยู่ดี

              "ม่ายยยยยยยยยยยยย...นร้าาาาาาาาาาาาาาา"

              “เซเลน่า!..”

              ขณะที่เซเลน่ากำลังจะกำลังจะโหม่งพื้นก็มีเถาวัลย์หลายเส้นมามัดเธอไว้เอาไว้

              เถาวัลย์สีเขียวถูกยืดจนขีดสุดคล้ายยางยืด..แต่สุดท้ายก็สามารถรั้งตัวเซเลน่าเอาไว้ได้..ทำให้เธอรอดพ้นจากการโหม่งโลกในท่าอลังการงานสร้าง

              เด็กสาวผมแดงก้มคอลงในสภาพกลับหัวเพื่อมองไปยังต้นทางของเถาวัลย์ที่รั้งเธอเอาไว้

              “เอ๋?..เซซิเลียงั้นหรอ…”

              เซซิเลียซึ่งตอนนี้ใช้แอเรียลบินอยู่กลางอากาศกำลังใช้2มือจับที่ปลายเถาวัลย์ฝั่งตรงข้ามกับเซเลน่า...เธอเป็นคนใช้สกิลสร้างเถาวัลย์เพื่อช่วยเซเลน่าเอาไว้…ส่วนเรเวลตอนนี้ก็กำลังใช้แอเรียลบินสู้กับเซนทอร์กลางอากาศแทน

              สำหรับเซนทอร์ตัวถือธนูก่อนหน้านี้ถูกเรเวลกับเซซิเลียร่วมมือกันจัดการไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีรูอันเป็นตัวล่อให้

              “เจ้านี่ทำไมมันเก่งจัง…ตัวหัวหน้างั้นหรอ..”

              เรเวลกับเซนทอร์ร่อนลงสู่พื้นพร้อมกัน..ทันทีที่เท้าของทั้งคู่แตะพื้น..เรเวลเร่งฝีเท้าอย่างรวดเร็วแล้วขยับมือโจมตีด้วยหอกรัวๆ..ทั้งผ่า แทง ฟาด ฟัน จ้วง แต่ถูกโล่ของเซนทอร์ป้องกันได้หมด

              จังหวะนั้นเองเรเวลเกิดช่องโหว่ชั่วคราว..โล่สีดำเปล่งแสงสีเทาออกมา..เซนทอร์สะบัดโล่กระทุ้งใต้ลิ้มปี่ของเด็กหนุ่มซึ่งเป็นช่องโหว่

              “!”

              แต่กลับโล่ลากผ่านไปราวกับโจมตีอากาศ...เซนทอร์งงต่อปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะไม่เข้าใจทั้งที่เมื่อกี้ควรจะโจมตีโดนแท้ๆ

              “ฉันจงใจเปิดช่องโหว่ไงล่ะเจ้าโง่”

              มือซ้ายของเรเวลหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีทอง..ชกเข้าไปที่แก้มของเซนทอร์เต็มแรง..ไฟสีทองพุ่งทะลุจากแก้มซ้ายไปแก้มขวา ส่งผลให้ฟันมันร่วงหมดปาก          

              “แอร่ก..ฮี่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

              มันโกรธมากจึงใช้โล่ที่เคลือบด้วยแสงสีม่วงกระแทกเรเวลแบบพุ่งเข้าชนระยะประชิด..แต่ก็ต้องวืดอิงครั้งเพราะมันผ่านตัวเรเวลไปเฉยๆเหมือนไม่โดนอะไรเลย 

              “!”

              ท่ามกลางความตกใจของสัตว์ปีศาจที่ยังไม่จางหาย…เปลวเพลิงสีทองได้ห่อหุ้มร่างกายของเด็กหนุ่มอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นส่วนขาขวาแทน

              เรเวลเหวี่ยงขาขึ้นในท่าเตะเฉียงแนว45องศาจากขวาไปซ้าย เกิดประกายดาบห่อหุ้มด้วยไฟสีทองผ่าใส่เซนทอร์กลางหลัง…เซนทอร์รีบยกแขนไปด้านหลังผ่านทางศีรษะใช้โล่ป้องกันได้ทันโดยตัวมันไม่ได้หันกลับมา

              โล่สีดำเปล่งแสงสีม่วง..จนเกิดบาเรียทรงกลมสีดำแผ่ขยายออกไปรอบตัวสลายการโจมตีของเรเวลในพริบตา

              เรเวลที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบกระโดดถอยห่างออกมา

              “LV52 เท่ากับสกูร์ชิพและเท่ากับเซนทอร์ตัวอื่นๆแท้ๆ..แต่ความสามารถมันห่างกันเกินไปมั้ยเนี่ย…เอามันแทบไม่ลงเลย”

              สกิลที่เรเวลใช้เมื่อกี้นี้คือสกิล<Atlas Flame>เป็นสกิลสายเอนชานต์คล้ายๆกับสกิล<เอนชานต์ไฟเยอร์อบิลิตี้>ของเซเลน่า แต่<Atlas Flame>มีประสิทธิภาพสูงกว่าแถมยัง <อมตะ>ขณะใช้งานด้วย นอกจากนี้หากสละ BC 2 เกจ จะสามรถใช้งานสกิลนี้ได้โดยไม่ต้องร่ายแถมยังปรับประสิทธิภาพของสกิลให้ดีขึ้นอีกต่างหาก

              ตอนนี้จำนวนสแตค Block Counter (BC) ที่เรเวลสะสมมาเหลือแค่1เกจเท่านั้น 

              “โล่อั้นนั้นไม่มีวิธีทำลายเลยงั้นหรอครับ”

              รูอันถามขึ้นมาขณะมองศัตรูซึ่งกำลังชาร์จพลังอยู่..

              ‘เวทไฟ-ริงบอมบ์’

              เซเลน่าชกไปที่พื้นส่งผลให้เกิดระเบิดวงแหวนใต้ฝ่าเท้าของเซนทอร์..แต่คราวนี้มันไม่โดนชู้ตลอยเหมือนครั้งก่อนเพราะกระโดดหลบไปด้านข้างได้ทัน

              เธอหยิบเม็ดมานาโพ่ชั่นในถุงเวทมนตร์ขึ้นมากินอีกครั้ง

              ก่อนหน้านี้เรเวลกับเซเลน่าฉวยโอกาสโจมตีศัตรูไปได้คนละ1ครั้ง..แต่คราวนี้คงไม่มีอีกแล้ว

              “เซเลน่าเดี๋ยวฉันจะใช้อาร์ติเฟกซ์ของฉันส่งพลังของอนุภาคแสงจากหอกไปที่ถุงมือของเธอ..คิดว่าน่าจะทะลวงการป้องกันของโล่นั่นได้” เรเวลเสนอออกมาให้เด็กสาวผมแดงฟัง 

              “คิดว่าคงไม่ต้องหรอก..”

              เซเลน่าร่ายสกิลของตัวเองอีกครั้ง

              ‘เวทไฟ-พลาสม่าบอลแอทแทค’

              บอลทรงกลมสีแดงห่อหุ้มด้วยสายฟ้าสีน้ำเงินดุดันพุ่งเข้าใส่เซนทอร์

              สัตว์ปีศาจยกโล่ป้องกัน..จนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง

              เมื่อเวลาผ่านไปผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม..นั่นคือโล่นั่นไร้รอยขีดข่วนใดๆ..มีเพียงแค่ฝุ่นควันกับเศษสายฟ้าจากพลาสม่าบอลแลบไปมาบนผิวโล่เท่านั้น

              เซนทอร์ชาร์จพลังที่โล่อีกครั้ง…แต่คราวนี้เป็นการชาร์จพลังครั้งใหญ่กว่าที่ผ่านๆมา…อนุภาคพลังเวททั่วอากาศหลอมรวมที่ตัวโล่จนส่องแสงสว่างไปทั่วความมืดในดันเจี้ยน

              “ชิ..โถ่เอ้ยย..”

              เรเวลเตรียมตัวชาร์จสกิล<หอกแห่งปาฎิหาริย์>ทันที…แต่ถูกเซเลน่าเบรกไว้อีกรอบ…เด็กสาวผมแดงจับมือของเด็กหนุ่มผมขาวซึ่งกำลังกำหอกในมืออยู่

              “ไม่ต้อง..ฉันจัดการได้..เชื่อฉันสิ..”

              เรเวลหันมามองเซเลน่าด้วยใบหน้าไม่เข้าใจ..

              “พอดีมีสกิลอันใหม่ที่อยากลองดูหน่อยน่ะ..”

              เด็กสาวกล่าวจบแล้วเดินนำไปข้างหน้า..ปล่อยกลุ่มเพื่อนทั้ง3คนซึ่งอยู่ด้านหลังมองแบบงงๆ..ว่าทำไมเอ็งไม่ลองตั้งแต่ก่อนหน้านี้

              “เพราะสกิลนี้ตัวฉันอาจต้องแบกรับความเสียหายไปด้วยไงล่ะ…และสกิลนั้นของเรเวลมันกินพลังเวทมากเกินไปจนคิดว่าบางทีถ้าใช้สกิลอันนี้ของฉันอาจจะคุ้มกว่าก็ได้นะ…”

              เซเลน่ากล่าวจบแล้วออกวิ่งไปด้วยความเร็วสูงจนเกิดฝุ่นควันที่ปลายเท้า..รอบตัวเธอตอนนี้มีกระแสพลังเวทสีแดงหมุนวน..ทั้งหมดเคลื่อนที่ไปหลอมรวมที่อาร์ติเฟกซ์ถุงมือสีแดงทั้ง2ข้าง

              ตอนนั้นเองเซนทอร์ก็ชาร์จสกิลโล่เสร็จพอดี..มันย่อขาด้านหลังจนสุดแล้วโก่งตัวไปด้านหน้า…พร้อมกับยกโล่ที่มีอนุภาคแสงสีม่วงขึ้นมากันไว้

              เซเลน่าถีบพื้นด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นจนพื้นแตกละเอียด…ส่วนเซนทอร์ก็ทำแบบเดียวกัน

              ระยะห่างทั้งคู่ย่นเข้าหากันในพริบตา

              “ฉันอยากรู้เหมือนกัน..ว่าไอ้โล่แข็งๆของแก…มันจะทนนนนนน….ท่าาาานี้….ได้รึป่าววว”

              ‘FireMagic’

              เซเลน่าง้างหมัดขวาจนสุด 

              ‘NailGunPunch’ 

              “3ทบไปเลยยยยยยยยยยยย”

              ถุงมือสีแดงห่อหุ้มด้วยเปลวไฟหมุนดั่งเกลียวพายุจนพื้นรอบๆเริ่มหลอมละลายปะทะกับโล่แสงสีม่วงซึ่งมีอนุภาคพลังเวทเล็กๆควบแน่นอยู่

              เสียงปะทะกันดังสนั่นไปทั่วทั้งชั้นจนแก้วหูแทบระเบิด

              เกิดภาพซ้อนเป็นตะปู3ดอกขนาดยักษ์ถูกตอกเข้าไปในโล่อย่างรุนแรง

              ‘เปรีี้ยย!!!….เพล้งงงงงงงงงงง’

              เพียงแค่ดอกแรก..ก็ส่งผลให้โล่แตกกระจายแล้ว..ยังไม่พอ…พลังหมัดผสานกับภาพตอกตะปูตอกกระหน่ำลงกลางหน้าท้องของศัตรูซ้อนกันถึง2ครั้งส่งผลให้หน้าท้องของเซนทอร์ซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามหนาดุจกำแพงเหล็กทะลุเป็นรูและตัวขาดออกจากกันในทันที

              ร่างของเซเลน่าเคลื่อนผ่านตัวศัตรูไปอย่างงดงามในท่าชกค้างเอาไว้ 

             

     

     

              #คุยกับไรท์(คนเขียน)#

              แค่อยากลองกลับมามีวินัยอัพทุกวันอีกครั้ง…หรือไม่ก็วันเว้นวัน…เอาเป็นว่าขอไม่พูดมากละกัน..เดี๋ยวพูดแล้วทำไม่ได้อีก5555

              

     

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน