ASTERRA
ภาค I — ดาวดวงแรกแห่งเซเลสเทรีย
ตอนที่ 09 — คนที่จำเขาได้ (1)
คนรับใช้เพิ่งติดกระดุมเสื้อคลุมตัวนอกเม็ดสุดท้ายเสร็จ เมื่อเซลีนบอกลูเซียนว่าผู้หญิงที่กำลังเดินทางมาถึงคฤหาสน์เป็คู่หมั้นของเขา
เขามองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมา
“เื่นั้นน่าจะอยู่ในหมวดสิ่งที่ควรบอกข้าก่อนนางมาถึง”
เซลีนซึ่งยืนอยู่ข้างโต๊ะไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจกับน้ำเสียงของเขา
“แม่กำลังบอกเ้าอยู่”
“หลังจากเมื่อคืนท่านแม่บอกว่านางเป็ผู้แทนจากราชสำนัก”
“นางก็เป็ผู้แทนจากราชสำนัก”
“และเป็คู่หมั้นของข้า”
“ใช่”
ลูเซียนเงียบไปครู่หนึ่ง
“มีอะไรอีกหรือไม่?”
เซลีนเลิกคิ้ว “หมายถึง?”
“ข้ากำลังพยายามประเมินว่าหลังประตูบานนั้นยังมีญาติ ภรรยา หรือลูกที่ไม่มีใครบอกข้าอีกหรือไม่”
คนรับใช้ที่กำลังจัดชายเสื้อให้เขาหยุดมือ
เซลีนหลุดหัวเราะเบา ๆ “ไม่มีภรรยา ไม่มีลูก”
“ดี”
“แต่แม่ไม่รับรองว่าจะไม่มีเื่อื่นทำให้เ้าปวดหัว”
“อย่างน้อยคราวนี้ข้าก็ได้รับคำเตือนแล้ว”
ลูเซียนหันกลับไปมองกระจก
เสื้อที่เตรียมไว้ให้เขาเป็สีดำเข้ม ตัดด้วยด้ายเงินบริเวณคอและข้อมือ ไม่ได้หรูหราจนดูเป็เครื่องแต่งกายสำหรับพิธีใหญ่ แต่เป็ทางการกว่าชุดที่เขาสวมอยู่ในคฤหาสน์ตลอดหลายวันอย่างเห็นได้ชัด
ชายหนุ่มในกระจกยังคงดูแปลกตาสำหรับเขาในบางจังหวะ
ใบหน้าเดียวกันนั้นกำลังจะพบผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้จักมันมานานกว่าที่เขาจำได้เสียอีก
“นางรู้เื่ความทรงจำของข้าแล้วหรือ?”
“รู้”
“ใครบอก?”
“พ่อของเ้าเป็คนส่งข่าวไปยังราชสำนัก หลังอาการของเ้าคงที่แล้ว”
ลูเซียนพยักหน้า อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องเป็คนแจ้งเื่นั้นตอนพบกัน
เซลีนมองเขาผ่านกระจก “เ้ากังวลหรือ?”
“ข้าไม่แน่ใจว่าควรกังวลเื่ไหนก่อน”
“นั่นฟังดูเหมือนกังวล”
“ถ้าเช่นนั้นก็คงใช่”
เซลีนเดินเข้ามาใกล้ ขยับปกเสื้อที่คนรับใช้จัดไว้ดีอยู่แล้วอีกครั้ง ลูเซียนปล่อยให้นางทำ
“ข้ากับนางรู้จักกันมานานหรือ?”
มือของเซลีนชะงักเล็กน้อย
“ั้แ่เด็ก”
“สนิทกัน?”
นางใช้เวลาตอบนานขึ้น
“เคย”
คำเดียวกลับบอกอะไรได้มากกว่าคำอธิบายยาว ๆ
ลูเซียนหันมามองมารดาเต็มตัว “แล้ว่หลัง?”
“ไม่ดีนัก”
“เพราะข้า?”
เซลีนสบตาเขา “ส่วนหนึ่ง”
ไม่มีคำปลอบ ไม่มีการพยายามลดน้ำหนักของคำตอบ
ลูเซียนนึกถึงเด็กฝึกงานในร้านหนังสือ ชายที่เดินชนเขาบนถนน และสายตาของคนในเวียร์โฮล์มเมื่อวาน
ความทรงจำของคนอื่นกำลังตามมาถึงประตูบ้านเร็วเสียกว่าที่คิด
“ข้าทำอะไรกับนาง?”
“ลูเซียน”
“ข้าควรรู้ไม่ใช่หรือ?”
“ควร” เซลีนตอบ “แต่แม่ไม่คิดว่าแม่ควรเป็คนเล่า”
เขานิ่งไป “เพราะ?”
“มันเป็เื่ระหว่างเ้ากับเอเลนา ถ้านาง้าให้เ้ารู้ เ้าควรได้ยินจากนางเอง”
ลูเซียนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“ตกลง”
เซลีนดูเหมือนเตรียมคำอธิบายเพิ่มไว้ แต่เมื่อเห็นว่าเขาไม่ถามต่อ นางจึงปล่อยเื่นั้นไว้
“แล้วเื่หมั้นหมาย?”
“ยังมีผลอยู่”
“หมายความว่าไม่มีใครยกเลิก”
“ใช่”
“และข้ากับนางยังไม่ได้ตกลงว่าจะทำอย่างไรกับมัน”
“เท่าที่แม่ทราบ”
ลูเซียนก้มมองถุงมือในมือ ก่อนสวมมันเข้าที่
“ดูเหมือนข้าจะทิ้งเื่ไว้ให้ตัวเองจัดการมากพอสมควร”
เซลีนถอนหายใจ “เ้าไม่จำเป็ต้องจัดการทุกอย่างวันนี้”
“ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจ”
เขาหยิบถุงมืออีกข้างขึ้นมา
“วันนี้ข้าคงเริ่มจากไม่ทำให้อะไรแย่กว่าเดิมก่อน”
แววตาของเซลีนอ่อนลงเล็กน้อย
“นั่นก็นับว่าเป็จุดเริ่มต้นที่ดี”
เสียงต่ำบางอย่างดังขึ้นจากภายนอก
ไม่ดังพอให้กระจกสั่น แต่ลึกจนลูเซียนรู้สึกได้ผ่านพื้นใต้รองเท้า
เขาหันไปทางหน้าต่าง
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ยาวกว่าเดิม คล้ายอากาศจำนวนมหาศาลกำลังถูกกดผ่านพื้นที่แคบ ๆ
เซลีนมองออกไปด้านนอก
“มาถึงแล้ว”
✦
ลูเซียนเคยจินตนาการราชรถเหาะไว้หลายแบบ
ไม่มีแบบใดตรงกับสิ่งที่กำลังลดระดับเหนือแนวต้นสน
ตัวรถยาวกว่ารถเดินทางของตระกูลเกือบสองเท่า สร้างจากไม้สีเข้มจนเกือบดำ เสริมโลหะสีเงินตามโครงและมุม ใต้ฐานมีแผ่นโลหะสลักอักขระหลายชั้นทอดจากหัวถึงท้าย แสงสีฟ้าขาวไหลผ่านร่องสลักเป็จังหวะ
มันไม่ได้พุ่งผ่านท้องฟ้าหรือเบาราวกับไร้น้ำหนัก ตรงกันข้าม ทุกครั้งที่ตัวรถลดระดับ อากาศเบื้องล่างจะกระเพื่อมจนหิมะบนพื้นปลิวออกเป็วงกว้าง ราวกับพาหนะทั้งคันกำลังต่อรองกับแรงที่พยายามดึงมันลงมา
ลูเซียนยืนอยู่ใต้ชายคาบันไดหน้าคฤหาสน์กับครอบครัวและคนรับใช้ที่ตั้งแถวรอรับ ลมเย็นพัดผ่านใบหน้า เขาขยับเสื้อคลุมเข้าหาตัวโดยไม่รู้ตัว
“นั่นคือราชรถเหาะ?”
แกร์ริกซึ่งยืนอยู่ด้านข้างเหลือบมอง “เ้าไม่เคยเห็น?”
ลูเซียนหันไปมองบิดา
แกร์ริกเงียบไปครู่หนึ่ง
“จริงสิ”
“ข้ากำลังพบว่าประโยคนั้นใช้ได้กับหลายเื่”
มุมปากของดยุกขยับเล็กน้อย
ราชรถลดระดับจนลอยเหนือพื้นเพียงไม่กี่ศอก แสงใต้ฐานค่อย ๆ จางลงพร้อมกับเสียงสั่นต่ำ ก่อนตัวรถจะััพื้นอย่างนุ่มนวลกว่าที่ขนาดของมันควรทำได้
ด้านหลังมีรถอีกสองคันลดระดับตามมา ขนาดเล็กกว่าและตกแต่งเรียบกว่า
ประตูเปิด
คนที่ลงมาก่อนเป็องครักษ์ในเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มแต่งเส้นทอง ตามด้วยเ้าหน้าที่ราชสำนักและผู้ติดตามอีกจำนวนหนึ่ง
ลูเซียนสังเกตสิ่งหนึ่งทันที
ท่าทางของคนรอบตัวเปลี่ยนไป
แกร์ริกยังยืนแบบเดิม แต่ความผ่อนคลายหายไปจากไหล่ เซลีนยืดตัวขึ้นเล็กน้อย คนรับใช้ทั้งหมดสงบนิ่งพร้อมกันโดยแทบไม่ต้องมีใครออกคำสั่ง
ราชวงศ์ไม่ได้เป็เพียงชื่อในหนังสือ
อำนาจมีท่าทางของมัน
จากนั้นประตูของราชรถคันหน้าก็เปิดกว้างขึ้น
หญิงสาวคนหนึ่งก้าวลงมา
ลูเซียนเห็นสีผมก่อน
สีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำเมื่ออยู่ใต้เงาหลังคารถ แต่เมื่อแสงบ่ายแตะผ่านกลับมีประกายเย็นคล้ายท้องฟ้าก่อนราตรี ผมยาวถูกเก็บอย่างเรียบร้อยด้วยเครื่องประดับเงินชิ้นเล็ก ชุดเดินทางสีน้ำเงินเข้มของนางไม่ได้ฟุ่มเฟือย มีเพียงเส้นด้ายทองบางตามชายแขนและตราราชวงศ์บริเวณอก
นางดูอ่อนวัยกว่าภาพของผู้แทนราชสำนักที่เขาสร้างไว้ในหัว แต่ไม่มีใครรอบตัวปฏิบัติต่อนางเหมือนเด็กสาววัยสิบเก้า
นางลงจากขั้นสุดท้ายแล้วเงยหน้าขึ้น
สายตาหยุดตรงมาที่เขา
ลูเซียนลืมรายละเอียดอื่นไปชั่วขณะ
ดวงตาของนางเป็สีทองอำพัน ไม่ได้เบิกกว้าง ไม่มีน้ำตา และไม่ได้แสดงความใอย่างที่เขาเตรียมรับมือ เพียงหยุดอยู่บนใบหน้าของเขานานกว่าที่มารยาทระหว่างคนแปลกหน้าควรเป็
ดวงตาคู่นั้นไม่เรียกความทรงจำใดกลับมา ไม่มีภาพ ไม่มีเสียง ไม่มีเหตุการณ์ใดผุดขึ้นในหัว แต่ร่างกายกลับนิ่งก่อนความคิด ราวกับเคยเรียนรู้มานานแล้วว่าควรให้ความสนใจเมื่อดวงตาคู่นี้มองมา
ความรู้สึกนั้นอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะจางหายไปโดยไม่ทิ้งคำตอบไว้ให้
หญิงสาวเดินเข้ามา
แกร์ริกก้าวไปรับตามพิธี เซลีนตามไปข้าง ๆ
“ยินดีต้อนรับสู่วาเรนโฮล์ม เ้าหญิงเอเลนา”
“ขอบคุณท่านดยุก” นางตอบ “ขออภัยที่ทำให้ต้องเตรียมการกระชั้นกว่าปกติ”
“คฤหาสน์นี้พร้อมต้อนรับพระองค์เสมอ”
น้ำเสียงของแกร์ริกเป็ทางการ แต่ไม่ห่างเหิน
เซลีนยิ้มให้นางอย่างคนคุ้นเคย “เดินทางเป็อย่างไรบ้าง?”
“่ผ่านแนวเขาลมแรงกว่าที่คาด แต่ไม่มีปัญหา”
“แน่ใจนะว่าไม่ได้ฝืนเดินทางต่อเพราะอยากถึงเร็ว?”
เอเลนามองนาง ก่อนรอยยิ้มบางจะปรากฏขึ้น
“ข้าสบายดี ท่านเซลีน”
คำตอบนั้นเป็ธรรมชาติเกินกว่าจะเป็บทสนทนาระหว่างคนที่เพิ่งรู้จักกัน
จากนั้นเอเลนาก็มองกลับมาที่เขา
คราวนี้ไม่มีใครอยู่ระหว่างพวกเขา
ลูเซียนก้าวไปข้างหน้า
เขาเตรียมคำทักทายตามที่เซลีนสอนไว้ก่อนออกมา แต่เอเลนาเป็ฝ่ายพูดก่อน
“ลูเซียน”
ชื่อของเขาจากปากนางไม่ได้ฟังเหมือนเวลาคนรับใช้เรียก ไม่มีคำว่า ท่าน ไม่มีนามสกุล มีเพียงชื่อที่ถูกเรียกด้วยความคุ้นเคยเกินกว่าความทรงจำของเขาจะตอบกลับได้
ลูเซียนก้มศีรษะเล็กน้อย
“เ้าหญิงเอเลนา”
นิ้วของนางซึ่งจับถุงมืออยู่ข้างลำตัวนิ่งไปเพียงครึ่งจังหวะ
“ไม่ต้องเป็ทางการกับข้าขนาดนั้นก็ได้”
น้ำเสียงยังเรียบ
ลูเซียนลังเล “ข้าไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้เราเรียกกันอย่างไร”
ความเงียบเล็ก ๆ เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสอง
แววตาสีทองยังอยู่บนใบหน้าเขา
“เอเลนา” นางตอบในที่สุด “เ้าเคยเรียกข้าว่าเอเลนา”
ลูเซียนพยักหน้า
“ถ้าเช่นนั้น...เอเลนา”
บางอย่างในสีหน้าของนางไหววูบ ไม่ถึงกับเป็รอยยิ้ม และเขาก็อ่านมันไม่ออก
“ยินดีต้อนรับสู่วาเรนโฮล์ม”
“ขอบคุณ”
สายตาของเอเลนาเลื่อนลงจากใบหน้าเขาไปยังลำตัวเพียงชั่วครู่ ก่อนกลับขึ้นมา
“เ้ายังเจ็บอยู่”
“ดีขึ้นมากแล้ว”
“นั่นไม่ใช่คำตอบ”
ลูเซียนเกือบยิ้ม “ยังเจ็บอยู่บ้าง”
“หมออนุญาตให้เ้าออกมายืนตากลมหรือ?”
เขาเหลือบมองมารดา เซลีนไม่ได้คิดจะช่วยอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าเริ่มสงสัยว่าท่านสองคนเคยสมคบกันมาก่อนหรือไม่”
เอเลนานิ่งไป ก่อนมุมปากจะขยับขึ้นเล็กน้อย
“มากกว่าที่เ้าจำได้แน่นอน”
แล้วรอยยิ้มนั้นก็จางไปก่อนเขาจะทันพิจารณามันนานกว่านั้น
✦
• • •