“ข้าแย่แน่ ๆ”เหมยฮวาแทบจะนอนเอามือก่ายหน้าผากเมื่อคิดถึงความตื่นเต้นตอนที่เห็นกระดาษแผ่นนั้น
แท้ที่จริงแล้วกระดาษที่เหมยฮวาประทับใจเป็กระดาษของพวกซยงหนูจริงๆ ว่าตามตรงคุณภาพของมันก็ไม่ได้ดีนักเมื่อเทียบกับกระดาษชนิดอื่นที่มีอยู่ในแคว้นเซี่ย อาจจะเป็เพราะกระบวนการผลิตที่หยาบเกินไปแต่ผิวััของมันต่างหากที่สร้างความแตกต่างและโดดเด่นแท้จริงแล้วกระดาษแผ่นนั้นทำมาจากเยื่อของต้นกระบองเพชรนางได้ยินว่าพืชชนิดนี้อยู่ในทะเลทราย และไม่ปรากฏอยู่ในแคว้นเซี่ย เด็กสาวไม่รู้ว่าจะต้องใช้พืชชนิดนี้จำนวนเท่าไหร่ ถึงจะสร้างกระดาษไจ๋หลุนขึ้นมาหนึ่งแผ่นได้
เมื่อสักครู่นี้หลังจากแก้ไขความเข้าใจผิดการแล้ว พรรคพวกของเจงกีส ก็ได้ทำการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เท่าที่มีอยู่ในมือเทียบ กับกลุ่มคนที่เดินทางมาในขณะของพวกซยงหนู แน่นอนว่าไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าคนเ่าั้เป็คนร้ายและมีความน่าสงสัยใดๆ(แม้ว่าเหมือนว่าจะสั่งให้คนของตนติดตามดูอยู่ก็ตาม)หากปฏิบัติตามหลักเกณฑ์แล้วพวกเขามีสิทธิ์เข้ามาในเมืองสุยโจวเพื่อที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆเหมือนกับพ่อค้าคนอื่นๆ ทั่วไป
แต่ก่อนจะปล่อยตัวคณะพ่อค้าจะซยงหนูนางไม่ลืมสอบถามว่าทำไมใบผ่านทาง ของพวกเขาซึ่งปกติแล้วน่าจะออกจากขุนนางกระทรวงยุติธรรมและทหารหัวหน้ากองตรวจคนเข้าเมืองถึงได้ใช้กระดาษที่มาจากทางพวกซยงหนู (แน่นอนว่ากองตรวจคนเข้าเมืองก็เป็ความคิดของหลันหลันซึ่งแนะนำฉินเว่ยจื่อสามีนางให้ตั้งขึ้นมา)
ปรากฎว่ากระดาษที่ชายแดนมีราคาสูงกว่าภาคอื่นภายในแคว้นและบางครั้งก็ขาดแคลนด้วย เพราะอุตสาหกรรมกระดาษส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง ต้องรอขนส่งไปทางเหนือกระดาษที่ทำใบผ่านทางไม่ได้กำหนดว่าจะต้องใช้ชนิดใดแบบเจาะจงแต่กำหนดไว้ว่าต้องใช้กระดาษที่หนาสักหน่อย ห้ามบางเกินไปเพราะใบผ่านทางเป็เอกสารสำคัญจะให้ผู้ที่ถือใบผ่านทางต้องพะวงว่ามันขาด เปื่อย ยุ่ยไปเสียก่อนไม่ได้
ดังนั้นเมื่อกระดาษขาดแคลนบางครั้งก็จะเอากระดาษที่มีขายตามชายแดนมาใช้เป็การชั่วคราว กระดาษไจ๋หลุนก็ถูกนำมาใช้ด้วยนี่จึงเป็ที่มาว่าทำไมใบผ่านทางของคนเ่าั้จึงเป็กระดาษชนิดนี้อันที่จริงหากหลันหลัน[1]ได้อยู่ร่วมเหตุการณ์ด้วยนางคงคิดว่ากระดาษไจ๋หลุนเหมือนกับกระดาษการ์ดที่มีลวดลายเฉพาะตัวเหมาะสำหรับทำนามบัตร บัตรเชิญต่าง ๆ นางต้องบอกกับน้องสาวแล้วว่ากระดาษไจ๋หลุนนี่หากนำสีลงไปผสมให้กระดาษมีสีสวยๆ คงเหมาะกับการทำงานฝีมือ หรือบรรจุภัณฑ์สินค้า โดยรวม ๆแล้วเป็ของมีมูลค่าเหมาะแก่การค้าขาย
“ไว้คนของข้าตามดูพวกเขาแล้วแน่ใจว่าพวกเขาไม่มีพิษมีภัยอะไรข้าจะไปลองถามเกี่ยวกับกระดาษชนิดนี้ดูอีกครั้ง” เหมยฮวาเอ่ยแต่แล้วนางก็กลับมากลุ้มใจกับโรคชอบัักระดาษสวย ๆ ของตน นางถอนใจอีกครั้งคิดว่าตนเองผิดปกติตรงไหนหรือเปล่าเพราะหากเป็สตรีนางอื่นคงจะชื่นชอบของสวยงามอื่น ๆ เช่น ดอกไม้ เครื่องประดับอะไรพวกนั้น หลงใหลภาพหนุ่มหล่อของตำหนักจันทราสั่นไหวเพราะสายลม[2]ก็คงจะเป็ปกติกว่านี้
“หากเ้าต้องไปคุยกับพวกนั้นจริงๆ ข้าจะไปเป็เพื่อน” ลู่จางเหว่ยบอกเสียงเรียบ
อันที่จริงก็น่าเสียดายที่เหมยฮวาเป็คนแคว้นเซี่ยและเกิดในยุคนี้อย่างแท้จริงนางจึงไม่รู้ว่าความคลั่งไคล้ของนางต่อกระดาษต่าง ๆ เป็เื่ปกติหากเป็พี่สาวหลันหลันของนาง ที่จริง ๆ แล้วเป็ิญญาของคนในยุคหลังจากนี้ก็จะรู้ได้ทันทีว่าอาการชอบหรือคลั่งไคล้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็เื่ที่ปกติมาก ถึงจะบอกว่าเป็โรคจิตอ่อนๆแต่คำว่าโรคจิตตราบใดที่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันก็ไม่เป็ไร
ถึงอย่างไรมนุษย์เรามีกลไกในสมองที่จะทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่าอะไรเป็อะไร มีความยับยั้งชั่งใจต่อสิ่งหนึ่ง ๆทำเพื่อความสุขของตนเองและไม่เดือดร้อนผู้อื่นนั้นเรียกว่าอยู่ในขอบเขตสามารถควบคุมตนเองได้ ตราบใดที่เราบังคับตัวเองควบคุมความรู้สึกที่เกินพอดีต่อสิ่งต่างๆได้ อาการโรคจิตอ่อนๆ เ่าั้ก็จะไม่ส่งผลกระทบในการดำเนินชีวิตแต่อย่างใด อย่างเช่นเื่ของเหมยฮวาที่ตอนนี้นางกำลังนั่งกลุ้มใจในตอนนี้ ไม่นับว่าเป็ปัญหาอะไรเลย
สำหรับเหมยฮวาแล้วนางไม่ได้ชอบดมกลิ่นกระดาษอะไรแบบนั้น แต่นางชอบความรู้สึกที่ได้ัักระดาษแบบต่างๆการได้ัักระดาษแบบใหม่ๆ ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้น จนถึงบางครั้งก็อาจจะดีใจอย่างไม่มีเหตุผลขึ้นมาและนี่ก็เป็สาเหตุที่ว่าทำไม ตอนที่นางได้รับใบผ่านทางฉบับนั้นมาอยู่ในมือ ถึงได้ตื่นเต้นจนคนอื่นเข้าใจผิดเช่นนั้น
ต้องรู้ว่าถึงแม้พี่ชายพี่สาวรวมถึงคุณชายคนโปรดได้บอกกับนางเอาไว้ว่าการคัดอักษรซ้ำไปซ้ำมาโดยที่ใช้กระดาษที่มีราคาแพงเป็การสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และนางก็น้อมรับฟังคำสั่งสอนของพี่ชายพี่สาวและผู้าุโทั้งหลายเป็อย่างทว่าถึงนางจะไม่ได้เอากระดาษราคาแพงมาเขียนเล่น แต่นางก็มีกระดาษราคาแพงเ่าั้อยู่ในความในเวลาเหม่อ ๆ ว่าง ๆยามอยู่คนเดียวนางชอบที่จะเอากระดาษที่ชอบมาลูบไปลูบมาระหว่างที่คิดเื่งานไปด้วยในห้องนอนทุกที่ของนางล้วนมีกระดาษเก็บเอาไว้ แต่สมบัติหลายชิ้นที่นางสะสมเอาส่วนใหญ่ก็กเก็บอยู่ในหีบสมบัติบ้าหมายเลขสิบสาม ซึ่งถูกเก็บไว้ที่ห้องทำงานของคุณชายฮวาเจ๋อบนชั้นสามของโกดังที่สามสิบเอ็ด[3]
“เหตุใดถึงหน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นแล้วเหตุใดเ้าถึงบ่นว่าตนเองจะแย่แล้ว” ลู่จางเหว่ย หยิบชุดชงชาที่อยู่ด้านหลังมาวางไว้บนโต๊ะตัวเล็กบนตั่ง ซึ่งปกติแล้วเสี่ยวฮวาฮวาจะใช้ทำงาน
เด็กสาวยังไม่ตอบคำถามของเขานางเห็นชายหนุ่มจะชงชา จึงยกเอาสมุดบัญชีที่อยู่บนโต๊ะและเครื่องเขียนต่างๆ ลงไปไว้ด้านข้างโดยที่เขาไม่ต้องร้องขอการกระทำเป็ธรรมชาติ ทุกอย่างล้วนลื่นไหลดังเช่นคนที่อยู่คุ้นเคยกันมานาน เด็กสาวตัวน้อยมีกิริยาท่าทางที่คุ้นเคยกับคุณชายคนโปรดมานานแล้วและนางก็คงไม่รู้ตัวเลยว่าหากคนอื่นได้มาเห็นลู่จางเหว่ยในแง่มุมนี้ก็คงต้องประหลาดใจเรากับคนอื่นเขามักจะเว้นระยะห่างอยู่่ตัวหนึ่งเสมอ แม้กระทั่งมารดาของเขาก็ตาม
“ชาต้าหงเป่าฤดูกาลแรกหรือเ้าคะปีที่แล้วฝนตกค่อนข้างมาก กินระยะเวลาหลายเดือนข้าได้ยินว่าไร่ชาได้รับผลกระทบเกรงว่าผลผลิตในปีนี้ของชาต้าหงเป่าจะมีไม่มากเท่าไหร่นักเช่นนั้นคงต้องราคาแพงกว่าปกติแน่นอน ข้าจำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วซื้อชาต้นฤดูเพื่อเป็ของขวัญในวันเกิดของท่านกั๋วกง ในราคาชั่งละสี่พันตำลึง เช่นนั้นปีนี้ราคาไม่พุ่งสูงกว่าหกพันตำลึงหรือเ้าคะ”
[1]หลันหลันนางเอกในเื่ ไม่นะคุณชายถึงตาย...ข้าก็ไม่ยอมพลาดของอร่อยหรอก ภาคแรกก่อร่างสร้างตัวหลันหลันคนเก่าตายไปมีวิญญานของหลันหลันจะกละนักชิมเลื่องชื่อในโลกอนาคตมาอาศัยร่างและอาศัยทำการค้าให้ร่ำรวยขึ้นมา นางเป็พี่สาวบุญธรรมของเสี่ยวฮวาฮวา
[2]ตำหนักจันทราสั่นไหวเพราะสายลมเป็กิจการหนึ่งที่เหมยฮวาเป็เ้าของ เป็ร้านค้าขายรูปภาพหนุ่มหล่อ สาวสวยและสินค้าอื่น ๆ ที่มีภาพของคนดังวาดเป็ลวดลายเอาไว้ เพื่อให้แฟนๆของคนเ่าั้ได้ซื้อสินค้าเพื่อสะสม ปัจจุบัน สินค้าเด่นของตำหนักจันทราฯ คือภาพฮองเฮาสกลุฉินสมัยที่เป็แม่ทัพสาวและภาพของฮ่องเต้สมัยที่เป็องค์รัชทายาท
[3]โกดังที่สามสิบเอ็ดเป็โรงพนันชื่อดังที่เหมยฮวาแขวนคำว่า “กาสิโน” ตามคำแนะนำของหลันหลันเอาไว้เป็หนึ่งในการค้าในการดูแลของเหมยฮวา