บทที่ 26 ลงเขา
ผูเว่ยชางหัวเราะเบา ๆ “เจ้าไม่ได้ห่วงโสม แต่เจ้าห่วงเงินสินะ”
อวิ๋นซิ่วชิงลืมตาขึ้นและกลอกตาให้อีกฝ่าย “เจ้าดูไม่ออกหรือ? โสมนี่ทำเงินให้กับข้ามากนะ แล้วมีใครบ้างที่เห็นเงินแล้วจะไม่อยากได้กัน?”
ผูเว่ยชางไม่สามารถหยุดยิ้มได้หลังจากฟังคำพูดของนาง “โสมนี้มีมูลค่าเท่าไร?”
อวิ๋นซิ่วชิงเลิกคิ้วพลางคิดอยู่ครู่หนึ่ง “มันควรจะมีราคาอย่างน้อย...สิบตำลึงเงิน”
ผูเว่ยชางพยักหน้า เขาเคยกินโสมอายุร้อยปีเมื่อได้รับบาดเจ็บในสนามรบ เขาได้ยินจากแพทย์หลวงว่าโสมมีอายุร้อยกว่าปี และโสมอายุร้อยปีมีราคามากถึงหนึ่งพันตำลึงเงิน!
แน่นอนว่ากับโสมที่มีอายุสามถึงสี่ปีก็ต้องมีราคาประมาณ สามถึงสี่ร้อยตำลึงเช่นกัน
ผูเว่ยชางมองดูใบหน้าอ้วนแป้นของอวิ๋นซิ่วชิง ก็ตัดสินใจเตือนนาง “อวิ๋นซิ่วชิง ราคาสิบตำลึงเงินมันน้อยเกินไปหรือไม่?”
หญิงสาวลืมตาขึ้นมองเขา นางไม่รู้ว่าที่นี่มีค่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินเท่าใด นางเพิ่งสังเกตเห็นว่าคนในหมู่บ้านมีรายได้เพียงหนึ่งหรือสองเหรียญเงินต่อปี นางจึงคิดว่าสิบตำลึงนั้นน่าจะมีค่ามากแล้ว
“แล้วท่านคิดว่าโสมนี้ควรมีราคาเท่าไร?” อวิ๋นซิ่วชิงขมวดคิ้วถามผูเว่ยชาง
เขากระแอมไอ “ข้าเคยเข้าเมืองเพื่อขายขนสัตว์ แต่แล้ววันหนึ่งข้าก็ป่วยเป็นหวัดขึ้นมาเลยไปโรงหมอเพื่อซื้อยาก็พบเข้ากับคนขายโสม และโสมนั่นมันก็เหมือนกับโสมที่เจ้าขุดมามาก ข้าซื้อมันทั้งหมดสามร้อยตำลึง”
“จริงหรือ?!” ดวงตาของหญิงสาวแทบจะหลุดออกจากเบ้าเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่มากมายเช่นนี้
ผูเว่ยชางจงใจแต่งเรื่องขึ้นเพื่อเตือนอวิ๋นซิ่วชิงไม่ให้ถูกหลอก แต่เมื่อเห็นนางเชื่อ เขาก็ต้องพยักหน้า
เมื่อหญิงสาวได้ยินราคาโสม นางก็กระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข
ถ้านางขายโสมนี้ได้ในราคาสามร้อยตำลึง ครอบครัวของนางจะต้องมีฐานะที่ดีขึ้นได้แน่!
“ผูเว่ยชาง ท่านเข้าเมืองบ่อยไหม?” หญิงสาวหยุดขุดหาโสมและมองชายหนุ่ม
ผูเว่ยชางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้ได้ทันทีว่าอวิ๋นซิ่วชิงถามเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?
นางคงตั้งใจจะให้เขาช่วยขายโสมเป็นแน่
ผูเว่ยชางลังเลก่อนจะตอบ เขาต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อรู้เรื่องของนางให้มากขึ้น “ข้าจะเข้าเมืองทุก ๆ ครึ่งเดือนเพื่อจะเอาขนและเนื้อของสัตว์ที่ข้าสะสมไปขาย เจ้าต้องการให้ข้าช่วยขายโสมใช่ไหม?”
หญิงสาวยิ้มอย่างเขินอาย “ท่านไม่จำเป็นต้องช่วยข้าขายมัน แค่พาข้าไปที่เมืองก็ได้ ข้าไม่เคยเข้าเมืองเลย และข้าก็ไม่รู้ว่าจะเข้าไปในเมืองได้อย่างไร?”
ชายหนุ่มพยักหน้า “มะรืนนี้เป็นช่วงครึ่งเดือนพอดี ข้าจะรอเจ้าที่ทางเข้าของหมู่บ้านแต่เช้าตรู่”
“ตกลง ขอบคุณท่านมากผูเว่ยชาง” อวิ๋นซิ่วชิงขอบคุณอีกฝ่ายอย่างจริงใจ
ชายหนุ่มหัวเราะ “ไม่ต้องขอบคุณหรอก เจ้าคือคนที่ช่วยชีวิตข้าไว้”
หญิงสาวยังคงขุดโสมต่อไป ก่อนที่จะขุดได้ทั้งรากแขนงและรากแก้วของโสมออกมาได้ทั้งหมด
หลังจากขุดแล้ว นางก็นับรากใยโสมได้ทั้งหมดหกราก
อวิ๋นซิ่วชิงมีความรู้เรื่องโสมจากโลกก่อนหน้าที่นางทะลุมิติมาอย่างดี โสมนั้นยิ่งแก่ยิ่งมีคุณค่าและราคา ทว่านางเพิ่งได้มีโอกาสสำรวจพื้นที่นี้ ดังนั้นจึงยังไม่แน่ใจว่าโสมนี้มีอายุเท่าไร?
หญิงสาวหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาและห่อโสม จากนั้นก็นำงูพิษออกจากตะกร้าและใส่โสมเข้าไปอย่างระมัดระวัง
อวิ๋นซิ่วชิงถืองูไว้ในมือและสะพายตะกร้าไว้บนหลัง วันนี้หญิงสาวรู้สึกได้ว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือเกิน นางได้สิ่งล้ำค่าเป็นอย่างมากจากการเดินภูเขาในวันนี้
จากนั้นนางก็เตรียมออกจากเขา
อวิ๋นซิ่วชิงเดินตามผูเว่ยชางลงมาจากภูเขาพลางครวญเพลงในลำคอ
ผูเว่ยชางหันมาถามพลางยิ้มมุมปาก “เจ้ากำลังอารมณ์ดีอย่างนั้นหรือ?”
“แน่นอนสิ ก็วันนี้ข้าได้แต่ของล้ำค่ามากนี่นา” ดวงตาของอวิ๋นซิ่วชิงเต็มไปด้วยความสุข
นางกำลังจะร่ำรวยแล้ว นางจะไม่มีความสุขได้อย่างไร?
………………………………………………………………………………………………………………….