50.ศพคืนชีพ
ณ ห้องบรรทมตำหนักของรัชทายาทเฟยหานตง
ศพของไป๋หลงถูกวางไว้บนเตียงน้ำแข็งหยกเตียงนั้นอยู่ตรงข้ามกับเตียงของเฟยหานตง ทว่าบนเตียงเฟยหานตงกลับไร้เครื่องนอนใดๆข้างเตียงหยกกลับมีเตียงเล็กวางไว้ข้างเตียงน้ำแข็ง
เฟยหานตงตื่นขึ้นมาในเวลาเช้ามืด สิ่งแรกที่เขาทำหลังลืมตาคือเหลือบมองคนที่อยู่บนเตียงหยกนางนอนนิ่งเช่นนี้มาสามเดือนแล้ว ข้างหมอนของนางตั้งโคมประสานวิญญาณทำจากหยกเอาไว้แสงในตะเกียงเริ่มริบหรี่ เป็นสัญญาณว่าใกล้หมดโอกาสที่นางจะฟื้นขึ้นมาแล้ว
ความเจ็บปวดพลันเล่นขึ้นมาในอกของเฟยหานตงเขากำลังจะสูญเสียนางไปแล้วใช่หรือไม่ สามเดือนแล้วที่นางนอนนิ่งเช่นนี้ไร้ลมหายใจหากไม่มีเตียงหยก ร่างของนางคงเน่าไปแล้ว....
“ไป๋หลง...เจ้าต้องกลับมา”เฟยหานตงพึมพำด้วยน้ำเสียงปวดร้าวดวงตาคู่สีเงินที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับเศร้าโศกไร้สิ้นความหวัง
เฟยหานตงลุกขึ้นจากเตียงเดินไปนั่งข้างกายร่างที่นอนเหยียดยาวอยู่เขารับผ้าชุบน้ำจากข้ารับใช้มาเช็ดหน้าให้ไป๋หลงเขาไล่คนรับใช้ทั้งหลายออกไปก่อนจะลงมือเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนตรงหน้าอย่างคุ้นเคยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามร่างกายของไป๋หลง ผิวที่เคยขาวผ่อง ซีดเผือดไร้สีเลือดร่างที่เคยอบอุ่น เย็นเยียบ ดวงตาสดใสที่เคยจ้องมองมาอย่างร่าเริงปิดลงไม่ฉายแววใดๆ ริมฝีปากแดงเรื่อที่เคยจุมพิตเขาอย่างดุเดือดบัดนี้แห้งผากแตกระแหง ใบหน้าที่เคยงดงาม บัดนี้แก้มซ้ายปรากฏแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่พาดตั้งแต่ขมับจรดคาง
หน้าอกฝั่งซ้ายบริเวณหัวใจถูกเข็มเย็บเป็นทางยาวแม้รอยเย็บจะประณีตมากเพียงใดก็ยังทำลายความงามของร่างขาวผ่องนี้อยู่ดี เฟยหานตงเช็ดตัวไป๋หลงอย่างเบามือกลัวว่าจะทำให้ร่างบางเจ็บปวดทั้งๆที่นางไร้ลมหายใจ ไร้ความรู้สึกใดๆยิ่งเมื่อเช็ดใกล้บริเวณแผลที่ถูกเย็บเฟยหานตงยิ่งระมัดระวัง
แม้บาดแผลของไป๋หลงทั้งใบหน้าและที่หน้าอกจะถูกรักษาเป็นอย่างดี โดยหมอที่ดีที่สุด และยาสมุนไพรที่ดีที่สุดทว่าแผลของไป๋หลงก็ไม่สมานตัวเลยสักนิด ที่แผลนางไม่สมานเพราะร่างนี้ไม่มีวิญญาณอีกต่อไปอวัยวะทุกส่วนหยุดทำงาน จึงเป็นไปไม่ได้ที่แผลนางจะสมาน ยังดีที่เตียงหยกทำให้เลือดแข็งตัวไม่เช่นนั้นเลือดของนางคงไหลทะลักหมดตัว เพราะแผลที่ไม่สมานกัน
“หากเจ้าไม่กลับมาข้าจะเป็นคนส่งนิกายทมิฬทุกชีวิตลงขุมนรกเซ่นไหว้วิญญาณเจ้าเอง”เฟยหานตงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบใบหน้าแข็งกระด้างที่เขายังปล่อยให้นิกายทมิฬและผู้ที่สังหารไป๋หลงรอดมาได้ถึงทุกวันนี้ก็เพื่อรอไป๋หลงฟื้นขึ้นมาจัดการกับพวกมันเองเขาเคยรับปากแล้วจะให้ไป๋หลงกำจัดนิกายทมิฬเอง...
เฟยหานตงค่อยๆสวมเสื้อผ้าให้ไป๋หลงอย่างเบามือขณะที่กำลังดึงสาบเสื้อของไป๋หลงเข้าหากันนั้น ฉับพลันเขารู้สึกคล้ายว่าถูกจ้องมองจึงชะงักมือเงยหน้าขึ้นฉับพลัน
พลันสบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทแววตาสดใสเด็ดเดี่ยว ดื้อรั้น ทรงอำนาจ ดวงตาคู่นั้นมองมาคล้ายถามว่าเขากำลังทำอะไร
เฟยหานตงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงดวงตาคู่นี้ไม่เปิดมานานกว่าสามเดือนแล้ว ทุกครั้งที่เขาจ้องมองล้วนปรารถนาจะได้สบตาทว่าไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ดวงตาคู่นี้ลืมขึ้น
“เจ้า ยังจะจับค้างไว้ท่านั้นอีกนานไหม”น้ำเสียงแหบแห้งแผ่วเบาถามขึ้นขณะทำสีหน้าบิดเบี้ยว เพียงแค่ขยับปากพูดก็ปวดร้าวไปทั้งใบหน้าอ่า...แผลที่แก้มซ้ายนั่นเองที่แผลงฤทธิ์ ยังมีแผลที่หน้าอก แค่ขยับเล็กน้อยก็ทำไป๋หลงเจ็บปวดอย่างรุนแรง
ไป๋หลงเอ่ยหยอกเย้าเฟยหานตงเล่นความจริงคิดจะบอกว่าเขาจงใจเอาเปรียบนางด้วยซ้ำทว่าพอเห็นท่าทางของเฟยหานตงแล้วไป๋หลงก็ไม่ได้พูดมันออกมา และนอกจากนี้แผลบัดซบนี่ ยังเจ็บบรรลัย! แค่กะพริบตายังปวดไปทั้งหน้า ถ้ารู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ เธอคงหาทางปลดผนึกพลังเวทที่หวงหลงผนึกไว้นานแล้วจะได้รักษาความเจ็บปวดนี้ง่ายๆ
เฟยหานตงได้ยินเสียงพูดของอีกฝ่ายชัดเจนเต็มสองหูดวงตาและใบหน้าที่ฉายความเศร้าหมองมาตลอดพลันเจิดจ้าสดใสขึ้นในพริบตาดวงตาที่เคยสิ้นหวังส่องประกายสว่างเรืองรอง
“ไป๋...หลง”เฟยหานตงพูดได้เพียงเท่านั้นคำพูดมากมายก็คล้ายจุกอยู่ในลำคอตื่นเต้นยินดีจนพูดอะไรไม่ออก
“อืม...ข้าเอง”ไป๋หลงตอบรับขณะทำสีหน้าบิดเบี้ยวเจ็บปวดถึงยามที่เฟยหานตงดีใจจะน่ามองแค่ไหน แต่ตอนนี้แผลบัดซบนี้กลับทำให้เจ็บปวดจนน้ำตาแทบจะไหลหมดอารมณ์สนใจคนอื่นทันที
เฟยหานตงเห็นไป๋หลงเจ็บปวดเช่นนั้นก็พลันได้สติรีบดึงสาบเสื้อของอีกฝ่ายปิดอย่างแผ่วเบา จัดเสื้อผ้านางให้เข้าที่แล้วตะโกนเรียกคนให้รีบไปตามหมอมารักษาไป๋หลงให้เร็วที่สุด
“ดีจริงๆ ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว”เฟยหานตงพูดแล้วกัดริมฝีปากแน่นสะกดกลั้นความรู้สึกที่เอ่อท้น ยินดีจนน้ำตาแทบจะร่วงหล่นลงมา
ไป๋หลงทอดสายตามองเฟยหานตงผู้หล่อเหลาบัดนี้ใบหน้าซูบตอบร่างกายผ่ายผอม สีหน้าอิดโรย สภาพดูแล้วคล้ายกินไม่ได้นอนไม่หลับมาตลอด
เมื่อนึกถึงขณะที่เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอด้วยความระมัดระวังเช็ดร่างกายให้ด้วยความแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะเจ็บ ความรู้สึกอุ่นวาบพลันผุดขึ้นในอกคนผู้นี้ใส่ใจเธอมากจริงๆทั้งๆที่เธอจากไปถึงสามเดือนเป็นศพนอนอยู่แบบนี้เขาก็ไม่รังเกียจที่จะดูแลเธอศพเช่นเธอสักนิด
ความจริงไป๋หลงฟื้นนานแล้วตั้งแต่ก่อนที่เฟยหานตงจะตื่นขึ้นมาด้วยซ้ำเขาถึงขั้นย้ายมานอนข้างเตียงหยกที่เย็นเยียบหนาวเสียดกระดูกเช่นนี้ แทนที่จะนอนที่เตียงของตนเอง...
“ลำบาก...เจ้า แล้วจริงๆ”ไป๋หลงพูดด้วยความยากลำบากปวดเกร็งไปทั่วทั้งใบหน้า
“เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว จะเจ็บเสียเปล่าๆ”เฟยหานตงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อยขณะหันไปรินน้ำชา ประคองให้ไป๋หลงดื่ม
ไป๋หลงจิบน้ำด้วยความกระหายทว่าเฟยหานตงรีบดึงถ้วยชาออกไป กลัวไป๋หลงจะดื่มมากเกินไป
“เจ้าเพิ่งฟื้นอย่ากินมากเกินไป”เฟยหานตงกล่าวอย่างใส่ใจขณะค่อยๆว่าไป๋หลงอย่างแผ่นเบา
“ข้า...หนาว...”ไป๋หลงกล่าวเตียงนี่สมเป็นเตียงน้ำแข็งหยกพันปี หนาวจนเสียดกระดูกเธอแค่ตื่นขึ้นมารับรู้ถึงความเย็นของเตียงไม่เท่าไหร่ก็แทบจะหนาวสั่นแล้วแต่เฟยหานตงผู้นอนในห้องนี้มาตลอดกลับเฉยเมยกับความเย็นของเตียงนี้... จะว่าไปแล้วคงเป็นเพราะพลังยุทธของเฟยหานตง อยู่ในขั้นใกล้จะถึงระดับราชันยอดยุทธแล้วแน่นอนเขาถึงไม่สะทกสะท้านกับความหนาวเย็นนี้
เฟยหานตงก้มลงช้อนร่างของไป๋หลงอย่างระมัดระวังข้ารับใช้รีบนำเครื่องนอนไปปูลงบนเตียงที่รัชทายาทไม่ได้ใช้งานมาแล้วสามเดือนทันทีอย่างรู้หน้าที่
ยามที่ร่างถูกอุ้มขึ้นไป๋หลงอยู่ในระยะห่างจากใบหน้าของอีกฝ่ายไม่มากนักยิ่งมองใกล้ๆ เฟยหานตงยิ่งดูอิดโรยมากจริงๆเพื่อเธอแล้วเขาคงไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ร่างเธอดูแลเธอเองมาตลอดตอนเขาเปลี่ยนเสื้อผ้า เช็ดตัวให้ หน้าเขาไม่เปลี่ยนสี ไม่กระดากเขินอายเลยสักนิด
ไป๋หลงขมวดคิ้ว หรือว่าร่างของเธอไม่น่ามองเลยสักนิด? แต่จะว่าไปแล้วก่อนหน้านี้เธอก็เป็นแค่ศพใครจะมีอารมณ์มาคิดอกุศลกัน...
“ถอนหายใจทำไม”เฟยหานตงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ไป๋หลงคุ้นเคยดูท่าคนผู้นี้คงควบคุมอารมณ์ตัวเองได้แล้วถึงได้กลับมามีน้ำเสียงราบเรียบท่าทางเฉยชาเช่นนี้
“เปล่า”ไป๋หลงปฏิเสธ “อะ...”ก่อนจะผงะเมื่ออีกฝ่ายก้มตัววางเธอลงบนเตียงจนทำให้จมูกแทบจะชนกัน แม้เฟยหานตงจะดูอิดโรยทว่าเขายังคงรูปงามอยู่เช่นเคย เป็นความงามในแบบของคนที่ร่างกายอ่อนแอ อิดโรย ในระยะใกล้ชิดเช่นนี้ทำให้ไป๋หลงคล้ายรู้สึกใจเต้นรัว
“ไป๋หลง...ข้าเฝ้ารอเจ้ามาตลอดข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปอีกแล้ว คำสัตย์ที่ข้าเคยบอกว่าจะรอเจ้ายังคงอยู่”น้ำเสียงมั่นคงกล่าวขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย
ไป๋หลงพลันรู้สึกเย็นวาบ แววตาที่เฟยหานตงมองเธอเหตุใดจึงเหมือนคนผู้นั้นมากเหลือเกิน...หลันหลง!
“นี่...เจ้า..”ยังไม่ทันที่ไป๋หลงจะจะกล่าวอะไรพลันเสียงรายงานว่าแพทย์หลวงมาถึงแล้วก็ดังขึ้น
เฟยหานตงยืดตัวขึ้นปล่อยให้หมอเข้ามาในห้องลงมือรักษา แน่นอนว่าต้องเป็นหมอหญิงที่รักษาไป๋หลง! เขาไม่ยอมให้ผู้ชายหน้าไหนมาเห็นร่างกายนางเด็ดขาด!
หมอหญิงมองสตรีตรงหน้าด้วยความตกตะลึงตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยพบเห็นศพใดสามารถคืนชีพขึ้นมาได้จริงๆเรื่องตรงหน้าช่างเหลือเชื่อยิ่ง เดิมทีรัชทายาทให้นางรักษาศพนี้ ดูแลบาดแผลของศพซึ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่นางพบว่าร่างนี้ไร้ลมหายใจ นางก็ไม่คาดหวังว่าศพจะฟื้นขึ้นมาได้กระนั้นนางก็ไม่กล้าบอกให้รัชทายาทหักใจยอมรับว่าสตรีผู้นี้ได้ตายไปแล้วและควรนำไปเผาเสีย...ในเมื่อทรงดูแลศพนี้ด้วยตนเองอย่างแผ่นเบาไม่ยอมให้ใครลงมือทำ
“ยังไม่รีบอีกมียาแก้ปวดอะไรงัดออกมาเร็ว...”ไป๋หลงพูดขณะปวดไปทั้งหน้าเอ่ยเร่งอีกฝ่ายที่มัวแต่ตกตะลึงเห็นคนตายคืนชีพ
หมอหญิงได้สติรีบนำยาเม็ดออกมา ไป๋หลงทำท่าจะคว้ายามากินกลับถูกเฟยหานตงชิงตัดหน้า
“มาข้าป้อน เจ้ายังบาดเจ็บอยู่”เฟยหานตงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแววตาอ่อนโยนเล็กน้อย
ไป๋หลงกะพริบตาเล็กน้อยทว่าแอบอมยิ้มพึงพอใจที่มีคนเอาใจใส่ ร้อยทั้งร้อยผู้หญิงแพ้ผู้ชายที่ดูแลเอาใจใส่ทั้งสิ้นทว่าเมื่อไป๋หลงขยับปากอมยิ้มก็ปวดร้าวไปทั้งใบหน้า
‘รอให้ข้ามีเรี่ยวแรงมากกว่านี้เถอะข้าจะปรุงยาชาใช้เอง จะได้ไม่ต้องทนเจ็บปวดแบบนี้!’ไป๋หลงคิดในขณะอ้าปากกลืนยาลงคอจากกลิ่นแล้วส่วนผสมนี้คงอีกนานกว่าจะออกฤทธิ์ และลดอาการเจ็บปวดได้ไม่มากนัก ถึงแม้วิชารักษาเธอจะไม่ถึงขั้นเป็นหนึ่งในใต้หล้าแต่เรื่องแค่นี้ยังไม่เกินความสามารถของผู้ใช้พิษเช่นเธอหาไม่จะเสียชื่ออาจารย์หวงเหวิน ผู้สอนเธอมาตั้งแต่สี่ขวบ!
หมอหญิงยืนมองรัชทายาทป้อนยาให้สตรีที่เคยงดงามบัดนี้ใบหน้าอัปลักษณ์ราวภูตผี แล้วอดซึ้งใจไม่ได้สตรีในโลกหล้านี้ยังจะหวังสิ่งใดอีก ขอแค่มีคนที่รักและเอาใจใส่ ไม่รังเกียจแม้เราจะใบหน้าอัปลักษณ์หรือกลายเป็นศพ...แค่นี้ก็เพียงพอแล้วขอแค่ใครสักคนที่รักและเอาใจใส่เราก็พอ แถมใครสักคนที่ว่านั้นยังเป็นถึงรัชทายาทผู้สูงส่งของอาณาจักรเฟยที่ยิ่งใหญ่
แต่ชีวิตต่อจากนี้ของสตรีอัปลักษณ์คงไม่ง่ายดายนักด้วยแผลที่ลึกมาก ถูกยาพิษกัดกร่อนเหวอะหวะเป็นสีดำยากที่จะรักษาให้กลับมาสวยงามมีสีผิวใกล้เคียงกับผิวเดิมได้ยังไม่รวมรอยแผลเป็นที่จะเกิดขึ้นซึ่งอาจกลายเป็นแผลนูน
หมอหญิงมองสตรีอัปลักษณ์ด้วยความเห็นใจ
ไป๋หลงรับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมารู้ดีว่าหมอหญิงผู้นี้กำลังคิดสิ่งใด แล้วเฟยหานตงเล่าจะคิดเช่นไร เขาเลือกเธอหรือสตรีอัปลักษณ์ซึ่งย่างก้าวไปที่ใดก็ถูกมองอย่างดูถูกเหยียดหยามหรือถูกมองด้วยความสงสารเห็นใจ ยังมีตำแหน่งรัชทายาทของเขาสตรีอัปลักษณ์คนหนึ่งจะไปคู่ควรได้อย่างไรยังไม่รวมถึงเสียงคัดค้านที่จะมาจากขุนนาง และฮ่องเต้ที่ไม่มีทางยินยอมให้สตรีอัปลักษณ์เช่นเธอเป็นแม่ของแผ่นดินแน่นอน...
ไป๋หลงช้อนสายตาขึ้นมองเฟยหานตงที่ประคองร่างเธอให้พิงหมอนในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน
“มองข้าเช่นนั้นเจ้ากำลังสงสัยสิ่งใด”เฟยหานตงถาม ขณะถอยออกจากเตียงให้หมอหญิงตรวจดูบาดแผลของไป๋หลงม่านสีทองถูกปล่อยลงบดบังสายตาจากภายนอกเห็นเพียงเงารางๆไป๋หลงถูกปลดเสื้อลงแล้วตรวจดูบาดแผลที่อก
“มีมากมายจนเจ้าอาจจะตอบไม่หมด”เสียงไป๋หลงดังขึ้นหลังม่านมุ้งสีทอง
“ไม่เป็นไร ข้ามีเวลาตอบเจ้าทั้งชีวิต”น้ำเสียงราบเรียบทว่าความหมายลึกซึ้ง
หมอหญิงได้ยินแล้วก้มหน้าเก้อกระดากเขินอายแทน สตรีใดได้ฟังคำพูดเช่นนี้ย่อมต้องรู้สึกหวั่นไหวเป็นธรรมดา ทว่าพอหมอหญิงเงยหน้าขึ้นมองคนไข้ของคนอีกฝ่ายกลับกลอกตามองฟ้าทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ...
ไป๋หลงกลอกตามองฟ้าชินเสียแล้วกับคำพูดของเฟยหานตงเขามั่นใจในตัวเองขนาดนี้ได้ยังไง กล้ามั่นใจได้ยังไงว่าเธอจะเลือกเขา! ไป๋หลงอยากจะด่า เฟยหานตง ‘คนหน้าไม่อาย!’
ถ้าเขาพูดประโยคนี้ตอนที่อยู่กันแค่สองคนยังไม่เท่าไหร่นี่ทั้งห้องเต็มไปด้วยข้ารับใช้ ซ้ำยังมีหมอหญิงอีกคนคนเหล่านี้ได้ยินแล้วต่างก้มหน้าเขินอายกันหมด...
“ตรวจเสร็จหรือยัง”ไป๋หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดทำให้หมอหญิงได้สติ รีบสวมเสื้อให้สตรีตรงหน้าขณะทำท่าจะตรวจดูแผลบนใบหน้าเพื่อรักษา กลับถูกอีกฝ่ายปฏิเสธ
“ไม่ต้อง ใบหน้านี้ข้าหาวิธีรักษาเองได้เชิญกลับไปเถอะ”น้ำเสียงของไป๋หลงแข็งกระด้าง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจะเตะใบหน้าเธอ
‘เหอะ! ยาคุณภาพห่วยถึงเพียงนี้ไม่ต้องพูดถึงความสามารถในการรักษาบาดแผล หากไม่ฝีมือระดับหมอเทวดาอย่าได้คิดเตะต้องแผลนี้!
“เอ่อ...”หมอหญิงอึกอักรัชทายาทสั่งให้เธอรักษาหากไม่ทำเกรงว่าจะทรงกริ้วเอาแต่คนไข้ดันไม่ให้ความร่วมมือ แล้วทีนี้จะทำอย่างไร?
“เจ้าออกไปได้”เสียงเย็นชาของเฟยหานตงดังขึ้น
หมอหญิงทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ดีที่ไม่ต้องรักษาเพราะยังไงเธอก็ไม่มีความสามารถรักษาแผลร้ายแรงเช่นนี้ ดีไม่ดีรักษาไปแล้วแผลไม่ดีขึ้น หัวเธออาจหลุดจากบ่า หมอหญิงลุกขึ้นเก็บของ ขณะเอ่ย
“ทูลรัชทายาทแล้วยาแก้ปวดจะให้หม่อมชั้นวางไว้ที่นี่หรือไม่”หมอหญิงถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะสตรีตรงหน้าบอกจะหาทางรักษาเองบางทีนางอาจเป็นผู้มีวิชาแพทย์หรือ หรือรู้จักผู้มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศก็ได้
“เจ้าทิ้งยาทั้งหมดในล่วมยาไว้ที่นี่บางทีนางอาจจะใช้ประโยชน์จากมันได้”รัชทายาทกล่าว
“เพค่ะ”หมอหญิงหยิบยาทั้งหมดออกมาวางบนโต๊ะเมื่อรัชทายาทตรัสเช่นนี้สตรีบนเตียงคงมีวิชาแพทย์จริงๆ ถึงขั้นเป็นแพทย์ปรุงโอสถ
หมอหญิงรีบถวายบังคมลาไปด้วยความอับอายเธอเรียนรู้วิชาแพทย์และการปรุงยามาทว่ายังไม่สามารถก้าวไปถึงระดับนักปรุงโอสถได้... ให้เธอรักษาแพทย์โอสถหรือ! เป็นการทำเรื่องขายหน้าเปล่าๆ
ไป๋หลงเห็นหมอหญิงลนลานจากไปด้วยความอับอายแล้วอดที่จะถอนหายใจไม่ได้ ไป๋หลงอยากจะอ้าปากตำหนิคนผู้นี้ ที่พูดจาไม่ระมัดระวังทำให้ผู้อื่นอับอายทว่าเมื่อเห็นเฟยหานตงก้าวมานั่งข้างเตียงด้วยสีหน้าอิดโรยแล้วไป๋หลงก็พูดอะไรไม่ออก
“นอนเถอะ...”ไป๋หลงกล่าว “สีหน้าเจ้าดูไม่ดีจริงๆ”ไป๋หลงว่าพลางตบว่างข้างกายตนเอง
เฟยหานตงกะพริบตาอยู่ครู่นึง ถึงเขากับนางจะนอนห้องเดียวกันมาตลอดสามเดือนทว่าตอนนั้นนางไร้ลมหายใจและเขากับนางก็ไม่ได้นอนเตียงเดียวกัน...
“ไม่ค่อยเหมาะสมหรือ”ไป๋หลงถามอย่างรู้ทัน“แต่โอกาสแบบนี้มีไม่บ่อยนักหรอกนัก ข้าไม่ได้ชวนผู้ชายขึ้นเตียงง่ายๆนะจะบอกให้”ไป๋หลงกล่าวหยอกล้อคนหน้าตายเล่น
เหล่าข้ารับใช้พากันก้มหน้าด้วยความเขินอายกับคำพูดคำจาที่ชวนคิดลึกของสตรีผู้นอนไร้ลมหายใจมาตลอดสามเดือน...
เฟยหานตงได้ยินแล้วเงียบไปครู่นึงก่อนจะกล่าว“งั้นข้าก็ควรจะตอบรับน้ำใจเจ้า ที่เชิญชวนข้าขึ้นเตียงในช่วงเวลาฟ้าสางเช่นนี้”กล่าวจบก็ปีนขึ้นเตียงนอนทิ้งร่างลงข้างกายไป๋หลง แล้วปิดตาลงด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาถึงสามเดือน
ไป๋หลงฟังแล้วแทบอยากจะหัวเราะดังๆยิ่งเห็นสีหน้าข้ารับใช้ทั้งหลายตกตะลึงที่เจ้าชายรู้จักหยอกเย้าผู้อื่นก็ยิ่งทำให้ไป๋หลงนึกขบขัน ทว่าติดที่ตอนนี้เธอเจ็บไปทั้งหน้า ไม่อาจหัวเราะได้ดังนั้นจึงแค่กลั้นยิ้ม
“ร้ายจริงเชียว!”ไป๋หลงว่าบุรุษข้างกายก่อนจะหันไปบอกข้ารับใช้ทั้งหลาย
“พวกเจ้าให้บอกองครักษ์ตอนเที่ยงให้ไปหิ้วคอกระต่ายขาว สัตว์อสูรของข้ามา อ้ออย่าลืมเตือนองครักษ์ว่าบอกมันก่อนว่าข้าไป๋หลงเรียกหาไม่อย่างนั้นมันอาจเล่นงานองครักษ์แทน แล้วก็ไปบอกท่านอาจารย์ย่าหลงด้วย ว่าเที่ยงให้มาที่นี่ข้าไป๋หลงฟื้นแล้ว”
ไป๋หลงสั่งแม้น้ำเสียงจะแหบแห้งเพราะไม่ได้พูดมานานกว่าสามเดือนทว่ายังทรงอำนาจกดข่มให้ผู้คนต้องเกรงขาม
เธอคือมังกรขาวไป๋หลง ต่อให้เกิดอีกกี่ภพชาติความน่าเกรงขามนี้ยังคงติดตามเธอไปเสมอ...
ข้ารับใช้สองคนรีบแยกย้ายกันไปทำงานคนนึงไปบอกย่าหลง คนนึงไปบอกองครักษ์
“ส่วนพวกเจ้าไปปิดประตูหน้าต่างเสียอย่าให้แสงรบกวนรัชทายาทบรรทม แล้วออกไปให้หมด ห้ามเข้ามารบกวนอีก...”ไป๋หลงออกคำสั่ง
ทว่าน่าแปลกใจคนเหล่านี้ล้วนฟังคำสั่งของเธอเป็นอย่างดีไม่มีใครกล้าชักช้าไม่ทำตาม...ดูๆไปแล้วข้ารับใช้ตำหนักนี้คงจะเต็มไปด้วยคนที่มีสมองรู้จักคิด รู้จักสังเกต...
“เจ้าหลับเถอะ”ไป๋หลงบอกเฟยหานตงขณะดึงผ้าขึ้นห่มให้ ในไม่ช้าเสียงลมหายใจของเฟยหานตงก็สม่ำเสมอ
‘เป่าเล่อเจ้าออกมาได้อย่าลืมทำให้คนผู้นี้หลับลึก ไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ’ไป๋หลงกล่าวทางกระแสจิตเรียกพัดหยกเฟิ่งหวงออกมา
แสงสีแดงของเวทมนตร์ ลอยอยู่เหนือร่างเฟยหานตงก่อนจะซึมเข้าไป
“เรียบร้อย”เป่าเล่อบอกขณะปรากฏตัวขึ้นในร่างของเด็กหญิงแปดเก้าขวบ
“ร่ายเวททำให้ข้าหายเจ็บปวดทีแผลพวกนี้ทำข้าจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว!”ไป๋หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ทว่าเป่าเล่อกลับยืนนิ่งไม่ขยับซ้ำยังส่งยิ้มชั่วร้ายให้ “เจ็บหรือ...ดีเลยอันธพาลอย่างเจ้าเจ็บตัวนานๆไปเลยข้าไม่ช่วยหรอก!”เป่าเล่อแลบลิ้นปลิ้นตาใส่
ไป๋หลงคันไม้คันมืออยากจะตบเจ้านก กวนประสาทนี่ขึ้นมา...
“เจ้าแน่ใจนะ...”ไป๋หลงทำสีหน้าอึมครึมข่มขู่เป่าเล่อเธอสามารถปลดผนึกของหวงหลงที่ผนึกพลังเวทของเธอไว้ได้ทว่ามันต้องแลกมากับการที่เธอต้องบาดเจ็บสาหัสเพิ่ม... หาไม่แล้วคงไม่บอกให้เป่าเล่อช่วยรักษาความเจ็บปวดจากบาดแผลให้หรอก...
เป่าเล่อทำหน้าซีดรู้ดีว่าไป๋หลงผู้นี้ปลดผนึกพลังเวทเองได้ และรู้จักนิสัยคนผู้นี้ดี เจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นอันธพาลอันดับหนึ่งแห่งสวรรค์ ผู้ใดทำนางโกรธเคือง นางย่อมต้องเอาคืน!
“แหะๆ”เป่าเล่อหัวเราะแห้งๆ “ข้าพูดเล่นข้าพูดเล่น”เป่าเล่อรีบทำท่าประจบ ก่อนจะร่ายเวทลดความเจ็บปวดให้ไป๋หลงจนกระทั่งไป๋หลงไม่รู้สึกเจ็บปวดกับบาดแผลอีกต่อไป
ไป๋หลงขยับคอและไหล่ขยับตัวไปมายืดเส้นยืนสาย “ยังมี...การนอนนิ่งๆสามเดือน ทำให้ข้าไร้เรี่ยวแรงรู้สึกคล้ายคนพิการจริงๆคาดว่ากล้ามเนื้อคงอ่อนแรงมาก เจ้ารักษามันให้ข้าด้วย”ไป๋หลงสั่ง
เป่าเล่อกลอกตามองฟ้าสีหน้าคล้ายจะบอกว่าเรื่องมากจริง! ทว่าพอไป๋หลงหรี่ตามองเป่าเล่อก็รีบร่ายเวทรักษาไป๋หลงอย่างว่าง่ายรักษาอยู่พักใหญ่ไป๋หลงก็สีหน้าดีขึ้นไม่อิดโรยซีดเหมือนศพอีกต่อไป
“ให้ข้ารักษาแผลน่าเกลียดบนหน้าและบนอกของเจ้าด้วยเลยไหม”เป่าเล่อกล่าว ขณะเบ้ปากมองแผลเหวอะหวะด้วยความรังเกียจ
“ไม่ต้อง หาไม่แล้วผู้คนจะสงสัยว่าข้าเป็นมารปีศาจถึงได้แผลหายเร็วแบบนี้”ไป๋หลงกล่าว ก่อนจะเหลือบมองคนข้างกายที่หลับลึกใบหน้ายามหลับใหลของเฟยหานตงดูสงบ ผ่อนคลาย
“คนผู้นี้ดีกับเจ้ามากจริงๆข้าเห็นเขาดูแลเจ้าอย่างดี”เป่าเล่อว่า “จะว่าไปแล้ว เขาจับเจ้าถอดเสื้อผ้าจนหมดเช็ดตัวให้เจ้าแทบทุกซอกทุกมุมขนาดนั้น สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยน”เป่าเล่อผู้มีปากเปราะว่าพลางทำเสียงจิ๊จ๊ะเบาๆ “ข้าว่ามันต้องเป็นเพราะเจ้าไม่มีส่วนเว้นส่วนโค้งใดกระตุ้นให้ผู้ชายมองแล้วเกิดอารมณ์แน่นอนเลย !”
ไป๋หลงฟังแล้วคิ้วกระตุก...นึกอยากจะบีบคอเจ้านกปากเสียนี่ขึ้นมา แต่จะพูดก็ถูก ร่างกายของหงหนิงหรงที่เธอมาสิงนี้ แทบจะแบนราบทั้งบนทั้งล่าง
“ดูสิร่างนี้แบนเหมือนร่างจริงเจ้าไม่มีผิด!”เป่าเล่อกล่าว “แอ๊ก!”ก่อนจะทำเสียงแปลกๆเมื่อเอาแต่สนใจพูดจาล้อเลียนไป๋หลง ลืมระวังตัวจนถูกหมอนที่ยัดขนเป็ดขว้างใส่หน้าเต็มๆ!
“ยังดีที่หมอนนี่ไม่ทำจากหยก หรือไม้จันทน์ไม่อย่างนั้นข้าจะขว้างใส่หัวเจ้าให้แบะเลย!”ไป๋หลงลุกขึ้นยืนบนเตียงเท้าสะเอวใส่อีกฝ่ายอย่างโมโห
“โอยยย”เป่าเล่อโอดครวญ “ข้าไม่น่าเลยข้าไม่น่าช่วยเจ้าเลย พอเจ้ามีแรงก็รังแกข้า!”เป่าเล่อโวยวาย
“เหอะ!”ไป๋หลงทำเสียงไม่พอใจ ใครใช้ให้พูดจาหยาบคายแบบนั้นละ!ไม่จับโต๊ะทุ่มใส่หัวก็บุญเท่าไหร่แล้ว! ตอนนี้เธอได้พละกำลังคืนมาแล้วแค่ซ้อมเจ้านอกปากมากที่ไม่รู้จักระมัดระวังตนนี้ง่ายนิดเดียว!