ตอนที่ยี่สิบเอ็ด The Fall
ผมไม่คิดว่าตนเองเป็นคนดีนักแต่ก็ไม่ใช่คนชั่วช้าอะไร
สามารถเรียกได้ว่าเป็นคนที่ไหลไปตามกระแสของสังคมก็ว่าได้
การกระทำทั้งหมดของผมมีไว้ก็เพื่อตอบสนองความต้องการของผม
แต่จากร่างกายที่ร้อนลวกของราชินีในตอนนี้ทั้งที่เธอได้สัมผัสพลังแห่งความมืดที่กระตุ้นแรงปรารรถนาให้ลุกโชนขึ้นนั้นทำให้เธอควบคุมอารมณ์ไม่ได้ถึงเพียงนี้
ไม่ได้แปลว่าผมมีความสามารถต้านทานอารมณ์ความรู้สึกได้มากกว่าที่คิดก็น่าจะแปลว่าพลังแห่งความมืดที่ผมมีอยู่นั้นไม่น่าใช่สิ่งที่นธรรมดาจะสามารถทนได้
ราชินีไม่ใช่คนธรรมดาหากเทียบกับคนทั่วไป
เชื้อพระวงศ์คือคนที่มีพลังเวทย์แข็งแกร่งที่สุดนั่นคือสามัญสำนึกของโลกใบนี้
ถ้าหากพวกเธอไม่สามารถต้านทานพลังของธาตุแห่งความมืดได้ล่ะก็
แสดงว่าพวกที่ต่อต้านผมก็อาจจะคิดถูก
ผมไม่คิดว่าการเอาอาวุธนิวเคลียร์มาไว้ในเขตเมืองแม้อาวุธนิวเคลียร์จะอยู่ของมันเฉยๆไม่มีเจตนาทำร้ายใครนั้นเป็นเรื่องที่ดี
วูบ
เงาจากร่างกายของผมเปลือยเครื่องแต่งกายที่เหลืออยู่ทั้งถุงมือที่คาดผม
ให้เปลือยเปล่าอย่างแท้จริง
แสดงถึงร่างกายที่สวยงามหน้าอกชูชันและสะโพกที่ผายพร้อมกับผิวที่เรียบเนียนไร้ตำหนิสมสง่าราศีของราชินี
และคึวามสามารถการควบคุมธาตุความมืดของผมนั้นทำให้ผมสามารถสัมผัสอารมณ์ของคนได้
อย่างที่บอกว่าธาตุในโลกนี้ท่าทางจะเล่นมุก
“พลังความมืดนั้นโดนเข้าใจผิด”
ว่าพลังแห่งความมืดนั้นไม่ได้หมายถึงความชั่วร้ายแค่หมายถึงความลึกลับ การพักผ่อน และ...อารมณ์ด้านลบเท่านั้นเอง
ต่างกับพลังของแสงสว่างที่อาจจะหมายถึงพลังรักษาพลังชีวิต การล้างคำสาป...และภาพมายา
อย่างน้อยนั่นก้คือสิ่งที่ผมอ่านเจอจากตำราในห้องสมุดของราชวงศ์ล่ะนะ
“หรือว่าท่านแม่..ท่านได้ปรารถนาในตัวผมอยู่แล้ว”
พอกล่าวคำกล่าวนั้นไป
ร่างกายของราชินีราวกับสะท้านขึ้นมา
“ไม่ ไม่ ไม่”
พลังของความมืดมันน่ากลัวตรงที่ต่างกับพลังแสงและการใช้เหตุผลหรือศีลธรรม
ความรู้สึกและอารมร์ด้านมืดของคนเรานั้นมันควบคุมไม่ได้
การที่พลังด้านมืดจะโดนมองว่าเป็นพวกที่เกี่ยวพันกับพวกเนโครแมนเชอร์หรือศาสตร์มืดนั้นมันมีสาเหตุอยู่