ตอนที่ 149 ปลดเปลื้อง
“ยังไม่รวมถึงมิตรภาพและการสนับสนุนจากราชวงศ์ไฟกัลป์ด้วยนะคะ” สิ่งที่เธอเสนอยังคงเป็นเช่นเดิมกับก่อนหน้าที่เธอเคยเสนอ
โอกาส
สิ่งที่เธอใช้เป็นข้อต่อรองคือโอกาสในการได้มีสัมพันธไมตรีอันดีกับสองคนที่จะกลายเป็นตัวละครสำคัญของมหาทวีปในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น หากนิทานได้ขึ้นเป็นผู้แสวงวิถีเพราะสมบัติจากกลุ่มการค้าอิสึกะจริง สัมพันธไมตรีของพวกเขาย่อมไม่เป็นที่สงสัย ไม่ติดค้างอยู่เพียงคู่ค้า กลุ่มการค้าอิสึกะจะได้รับสหายระดับผู้แสวงวิถีหรือสูงยิ่งกว่า
แน่นอนว่าโอกาสนี้ยังรวมถึงตัวองค์หญิงไพลินเองด้วย ด้วยมิตรภาพระหว่างนิทานและเธอ หากกลุ่มการค้าอิสึกะได้รับมิตรภาพจากนิทาน มิตรภาพจากเธอย่อมเป็นสิ่งที่ตามมาโดยอัตโนมัติ
“ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงอนาคตมิใช่หรือครับองค์หญิง องค์หญิงสมควรทราบดีถึงคุณค่าของสมบัติที่สามารถเติมน้ำในมหานทีรากวิญญาณ แม้ผมจะรับข้อเสนอแต่ก็ยังต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงานหลัก” อารากะกล่าวเสียงเครียด
“ขออนุญาตนะครับคุณนิทาน แต่ทุกคนทราบดีว่าหลังทำพิธีสลักคำครั้งแรกไปแล้ว ผลที่ตามมาคือความยากลำบากในการค้นพบคำ ผมยอมรับว่าคุณอาจจะแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ หากในปัจจุบันนี้ ขีดจำกัดของคุณก็ยังเป็นนักสลักไตรนะครับ”
“ถ้าองค์หญิงถามตัวผมเอง ผมก็คิดว่าคุณนิทานจะค้นพบคำแห่งพลังเพิ่มเช่นกันครับ หากนั่นก็เป็นเพียงความเชื่อและการคาดเดา”
“หนึ่งในกฎข้อสำคัญของการขีดเขียนชะตา ชะตามิอาจคาดเดา ได้เพียงขีดเขียนด้วยตนเอง” เขากล่าว
องค์หญิงไพลินเพียงยิ้มบาง น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง นัยน์ตาสีชมพูจับจ้องไปยังดวงตาของอารากะ มองทะลุเข้าไปถึงส่วนลึกในจิตใจ
“คุณตาอารากะ ยินดีเดิมพันหรือไม่คะ” เธอเอนตัวมาด้านหน้า รอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“เดิมพันว่านิทานจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต เดิมพันว่าเราจะชนะและครองตำแหน่งผู้ประคองบัลลังก์ เดิมพันว่าเราและนิทานจะกลายเป็นผู้ที่สามารถสั่นสะเทือนมหาทวีปได้ในอนาคต” สองตาขององค์หญิงไพลินเปล่งประกายเจิดจ้า
ร่างของเธอปล่อยไอพลังบางเบาในระดับของแรกเกิด พลังบางอย่างปกคลุมร่างของเธอ และผลของพลังนั้นทำให้เธอไม่กลัวซึ่งสิ่งใด ความมั่นใจและศรัทธาในตนเสริมจิตใจของเธอให้แหลมคม
“เดิมพันว่าอนาคตที่เราและนิทานขีดเขียนหลังจากนี้จะยิ่งใหญ่เกินผู้ใด”
เธอปลดเปลื้องแล้วซึ่งความสงสัย
เธอปลดเปลื้องแล้วซึ่งความดูถูก
เธอยามนี้เปล่งประกายยิ่งกว่าสิ่งใด
รอบด้านเริ่มเกิดไอความร้อนจนอารากะหน้าเปลี่ยนสี เขาพลันเห็นภาพหลอนของบัลลังก์สีชาด ร่างของเพลิงกัลป์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนนั้น รอยยิ้มเฉยชาแสนร้อนแรงนั้น
สตรีตรงหน้าเขานี้ราวกับเป็นร่างจำแลงของเพลิงกัลป์ คือผู้สืบสายเลือดแห่งสตรีสีชาดโดยแท้จริง
อารากะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ลำคอของเขาแห้งผาก เขาแม้ไม่อยากยอมรับแต่เขาก็ต้องยอมรับ ยามนี้เขาถูกหญิงสาวที่อายุอ่อนกว่าตนเป็นร้อยปีกล่อมเข้าอย่างจัง
อารากะหลับตาลงสงบสติอารมณ์เล็กน้อย ใจของเขายามนี้สั่นสะเทือนอย่างแท้จริง ดวงหน้าสวยนั้นทำให้เขาแทบไม่อาจสงสัยเธอได้ แม้ส่วนเหตุผลในจิตใจของเขาจะบอกว่านี่เป็นความเสี่ยงที่มากล้น
แม้เขาจะยังไม่มั่นใจนักหากอีกภาพกลับปรากฏขึ้นในหัว ภาพที่นิทานจัดการหมีขนมรกตได้อย่างง่ายดาย ภาพที่เขาเป็นนักสลักเอกในวัย 21ปี และภาพแห่งความหวังที่นิทานจะนำข้อมูลชุดนั้นออกมา รวมถึงการที่เขาอาจจะพบคำแห่งพลังคำเพิ่มเติมได้ในอนาคตแม้น้ำในมหานทีรากวิญญาณจะแห้งเหือด
ความแข็งแกร่งของนิทานเป็นเรื่องจริงที่ได้รับการพิสูจน์ด้วยตาของเขาเองแล้ว จำนวนคำแห่งพลังนั้นไม่แน่ใจนัก แต่ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ย่อมไม่มีน้อยกว่า 3คำ
หากเขาค้นพบคำที่ 4 และ 5 ได้จริง ไม่จำเป็นต้องถึงมือองค์หญิงไพลินด้วยซ้ำ ตัวเขาเองยินดีจะเจรจากับผู้นำตระกูลเพื่อมอบสมบัติเติมน้ำในมหานทีรากวิญญาณให้แก่นิทานเอง!
ระหว่างที่อารากะตั้งสติ คนที่ตกใจยิ่งกว่าคือนิทาน เขาคือผู้ที่นั่งอยู่ข้างไพลินในเวลานี้ เขาเห็นทุกสิ่งตั้งแต่ใบหน้าและนัยน์ตาที่ส่องประกาย ความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่ง เธอผู้นี้มีพร้อมทุกสิ่ง
เป็นอีกครั้งที่นิทานยืนยันความคิดตนได้ว่าผู้ปกครองเดียวที่เขาต้องการคือเธอ ผู้นำที่สามารถนำพาประชาชนไปสู่ความสงบสุข รวมถึงตอกย้ำความเชื่อของตนที่ว่าไพลินไม่ได้ไร้ความสามารถแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้ยังน้อยใจเรื่องพรสวรรค์อยู่เลย หลังจากภารกิจราชวงศ์ พวกเขาเคยได้คุยเปิดใจกันเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ไพลินดูจะไม่กังวลเรื่องพรรค์นั้นเลยแม้แต่น้อย
เพื่อนของเขาเติบโตไวจนน่าเหลือเชื่อ เวลาเพียงไม่นานกลับทำให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงเพียงนี้ นิทานยิ้มภูมิใจ
ความเงียบกลืนกินศาลาริมน้ำ ไม่มีใครพูดสิ่งใด มีเพียงอารากะที่ก้มหน้าครุ่นคิด บรรยากาศกดดันแพร่กระจาย คำตอบของอารากะยามนี้คือตัวแปรสำคัญสำหรับอนาคต
หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน อารากะจึงเงยหน้าขึ้น
“ผมตกลงครับ” คำตอบของอารากะเต็มไปด้วยความหนักแน่น ดวงหน้าของเขาไร้ซึ่งความลังเลใด ๆ อีก เขาตัดสินใจได้แล้ว
เขาจะเดิมพันกับเด็กทั้งสองตรงหน้านี้
หมดหน้าตัก!
ทั้งสองยิ้มกว้าง แม้แต่อริยะแปลงเพลิงทางด้านหลังยังอดยิ้มมุมปากไม่ได้ เป็นอีกครั้งแล้วที่เด็กหญิงที่เธอฟูมฟักมาผ่านบททดสอบแสนยากลำบาก ไม่รู้กี่ครั้งแล้วที่เธอทำได้เหนือกว่าความคาดหวัง
นิทานและไพลินหันมามองหน้ากัน โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด ๆ มือของทั้งสองยกขึ้นแปะกันบนอากาศจนก่อเกิดเสียงดังแน่น
สำเร็จ สำเร็จ สำเร็จ! ไพลินโห่ร้องในใจ กำหมัดแน่น
“คุณตาอารากะยังคงเป็นนักธุรกิจที่ยอดเยี่ยมอย่างที่ไพลินคาดหวังไว้ค่ะ” เธอยิ้มกว้าง ตอบรับสายตาของอารากะ
“เช่นนั้นเงื่อนไขของผมคือผมจะส่งมอบสมบัติให้ในตอนที่กลุ่มการค้าอิสึกะได้รับข้อมูลวิจัย ตกลงมั้ยครับ” เขายังคงเสริมเงื่อนไขเล็กน้อย
“ด้วยความยินดีครับ” นิทานตอบรับ
“เฮ้อ ผมคงจะบ้าไปแล้วแน่ ๆ หวังว่าพวกคุณทั้งสองจะเป็นแสงสนธยาที่ส่องประกายงดงามอย่างแท้จริงนะครับ ไม่ใช่ดาวหางที่เพียงส่องประกายไม่นานก็จางหายไป” เขาหัวเราะ สองมือยื่นออกไปอีกครั้ง
อารากะแม้มีท่าทีหนักแน่นแล้ว แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้จริง ๆ ว่ายามนี้เขาเหนื่อยอ่อนเป็นที่สุด นี่คือการเดิมพันที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา หากผิดพลาดไป ตำแหน่งของเขาในกลุ่มการค้าอิสึกะย่อมมลายหาย การมอบสมบัติระดับนั้นให้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะรับผิดชอบได้ง่าย ๆ เลย
“งั้นต้องขอแสดงความเสียใจล่วงหน้าไว้แล้วล่ะค่ะ เพราะไพลินจะเป็นสุริยันที่เจิดจ้าที่สุด มอบความอบอุ่นแก่ทุกสรรพชีวิต” เธอฉีกยิ้ม ยื่นมือออกไปจับกับมืออารากะ
แม้นิทานจะไม่ได้พูดออกไป หากในใจของเขามีคำตอบให้ตนอยู่แล้ว มือหนึ่งยื่นออกไปจับแน่น เขาจะเป็นจันทรากระจ่างกลางฟ้า ค้ำนภาอยู่ยืนยงให้ทุกผู้คนได้แต่แหงนมองและชื่นชม
สัญญาใบเดิมลอยออกมาจากตัวของอารากะ ด้วยรายละเอียดและการกระทำของพวกเขา สัญญาฉบับนี้จึงแทบจะกลายเป็นสมุดเล่มหนึ่ง หนาปึกอย่างที่นิทานไม่เคยเห็นมาก่อน หากไพลินและอารากะเพียงใช้เวลาครู่เดียวก็อ่านจนจบ
โลหิตของไพลินและอารากะถูกแต้มลงท้ายสัญญา เหลือเพียงที่ว่างอีกหนึ่งที่สำหรับโลหิตของเขา
นิทานอุ้มคีตาขึ้นมาบนตัก ทั้งเขาและมันต่างกัดนิ้วเบา ๆ ก่อนรอยประทับนิ้วและอุ้งมือจะตราลงในสัญญาอย่างชัดเจน
ในส่วนหย่อมของตระกูลอิสึกะ ข้างสระปลาคาร์ป ณ ศาลาริมน้ำอันแสนวิจิตร วินาทีนี้คือหนึ่งในจุดเริ่มต้นของเรื่องราว และเป็นจุดสำคัญในประวัติศาสตร์ที่จะถูกเล่าสืบต่อไปอีกนานเท่านาน
“ในเมื่อเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ผมขออนุญาตสนับสนุนอนาคตตัวเองเล็กน้อยนะครับ” อารากะยิ้ม เขาดีดนิ้วเบา ข่ายอาคมรอบสระปลาคาร์ปผนึกอักษรก็เริ่มเลือนราง
“สุสานของขุนนางพันธุ์ผสมไม่จำกัดการพกพาสมบัติวิเศษ เพียงแต่สมบัติระดับสูงกว่านักสลักเอกจะได้รับการจำกัดพลังเช่นเดียวกัน ต้องได้รับการห่อหุ้มโดยพลังจิตวิญญาณตลอดเวลายามใช้งานเพื่อให้ผลกดทับลดน้อยลง รวมถึงวัตถุเสริมอาคมระดับสูงจะถูกกดทับจนแทบไม่อาจใช้งาน” เขากล่าวพลางเดินออกไปยังริมสระ
“ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดจึงเป็นเพียงพกพาสมบัติคู่กายไปเท่านั้น นอกจากจะได้ประหยัดพลังจิตวิญญาณสำหรับห่อหุ้มสมบัติแล้ว ในเมื่อเป็นอาวุธคู่กาย พลังต่อสู้จะได้สูงที่สุด ส่วนวัตถุเสริมอาคมเพียงพกที่แข็งแกร่งจริง ๆ ไปจำนวนน้อย”
"นอกนั้นคือสมบัติระดับต่ำ อย่างโอสถหรือของจำเป็นต่าง ๆ ที่อยู่เพียงระดับผู้เรียนรู้ แม้ผลลัพธ์จะน้อยลงจนน่าใจหายแต่ก็ไม่เสียหายจะพกไปครับ"
“เช่นนั้นเราก็เสริมสมบัติให้ถึงระดับอริยะกันเถอะครับ แม้จะเพิ่มความแข็งแกร่งได้ไม่กี่ส่วนแต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย” เขาชี้ไปยังร่มปกปักหทัยของนิทาน
ดวงตาข้างซ้ายของอารากะสว่างวาบ คำแห่งพลังที่ถูกสลักไว้เรืองแสงเบาบาง สายตาของเขาตรวจสอบร่มปกปักหทัยอย่างละเอียด ข้อมูลมากมายของร่มปกปักหทัยพลันไหลเข้าสู่ร่างของเขา
“สมเป็นผลงานของท่านไอเด็น แม้จะมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยหากพื้นฐานยังคงดีเยี่ยม สามารถรองรับการสลักคำแห่งพลังคำที่ 3 ได้อย่างไร้ที่ติ” อารากะกล่าว
เป็นอย่างที่อารากะว่า ร่มปกปักหทัยเป็นผลงานที่ไม่สมบูรณ์ของไอเด็น ยามนั้นเขายังไม่ชำนาญฝีมือมากนัก หากพรสวรรค์ด้านศาสตร์การรังสรรค์ก็โดดเด่น แม้เป็นผลงานแรก ๆ และมีข้อผิดพลาดแต่ก็สามารถซ่อมแซมและพัฒนาได้อย่างง่ายดาย
“คุณตาอารากะเป็นนักรังสรรค์ด้วยหรือคะ” องค์หญิงไพลินกล่าวอย่างตกใจ เรื่องนี้เธอไม่เคยทราบมาก่อนจริง ๆ
“ผมเป็นคนตระกูลอิสึกะครับ” เขาเพียงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หากพูดถึงการรังสรรค์อาวุธแล้ว เผ่ารูเบียสคือที่สุด แม้แต่ปรมาจารย์เดนดัล นักรังสรรค์อันดับหนึ่งก็เป็นเผ่ารูเบียส หากพูดถึงเพียงการรังสรรค์สมบัติหลากหลายชนิด ตระกูลอิสึกะคืออันดับหนึ่งโดยไร้ข้อโต้แย้ง
เผ่ารูเบียสแม้สามารถใช้แร่รูบีออนสร้างอาวุธที่เหนือล้ำกว่า แต่ความหายากและคุณสมบัติสำหรับการใช้งานนั้นสูงเกินไปต่างกับตระกูลอิสึกะที่สามารถสร้างสมบัติสลักคำได้หลากหลายรูปแบบ
ตระกูลอิสึกะมีปลาคาร์ปผนึกอักษร! ไม่มีใครเหนือกว่าพวกเขาในเรื่องการสั่งทำสมบัติที่เหมาะสมกับผู้ใช้!
“คุณนิทานครับ คำแห่งพลังคำที่ 3 ของร่ม ต้องการเป็นคำใดดีครับ” ร่างของเขาลอยขึ้นเล็กน้อย สระปลาคาร์ปขนาดใหญ่ยามนี้เกิดภาพจำลองของฝูงปลานับพันนับหมื่นแหวกว่ายบนอากาศ เผยให้เห็นคำแห่งพลังที่ผนึกอยู่ในร่างของมัน
ศาสตร์การต่อสู้
ลอบสังหาร
เพลิงบ้าคลั่ง
กระจกสะท้อน
บูชายัญ
หลอกลวง
ปลาแต่ละตัวต่างมีคำแห่งพลังที่แตกต่างกันออกไป หลายตัวถึงกับมีคำแห่งพลังที่แปลออกมาแล้วมีความหมายยาว คำเหล่านี้ล้วนมาจากนักสลักระดับสูงที่เข้าใจคำแห่งพลังของตนอย่างถ่องแท้
นิทานมองปลาเหล่านั้น หัวสมองของเขาว่างเปล่า เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ตนจะมีโอกาสเช่นนี้ โอกาสที่สามารถเลือกคำแห่งพลังอะไรก็ได้ใส่เข้าไปอาวุธของตน
คำถามง่าย ๆ ของอารากะนั้นแฝงไว้ด้วยความหรูหราอันมิอาจบรรยาย ทั่วมหาทวีปนี้คงมีคนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่มีโอกาสได้ยินอารากะพูดเช่นนี้
คีตามองปลาเหล่านั้นอย่างตื่นเต้น มันสนใจอยากลองชิมปลาเหล่านี้มานานแล้ว ส่วนไพลินแม้พยายามเก็บอาการ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าของขวัญของอารากะชิ้นนี้สูงค่าเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่เธอยังใจสั่นไปชั่วครู่
“นิทาน จงเลือกให้ดี โอกาสเช่นนี้มีค่าเช่นไรเจ้าสมควรเข้าใจดี” อริยะแปลงเพลิงที่แทบจะเงียบสนิทตลอดการเจรจาเอ่ยเตือน เพียงการกระทำของเธอก็แสดงถึงความสำคัญของโอกาสครั้งนี้
นิทานไล่จับจ้องไปยังปลาหลายตัวที่แหวกว่าย เขาพยายามนึกถึงวิธีการต่อสู้ที่เขามีในหัว ลองผสมผสานคำแห่งพลังที่เขาเห็นลงไป หาว่าปลาตัวใดกันที่เหมาะสมกับเขาที่สุด
เขาเข้าสู่ภวังค์อย่างสมบูรณ์ ไร้การตอบสนองใด ๆ อีก อารากะเห็นเช่นนั้นก็ไม่มีท่าทีรบกวนนิทานแต่อย่างใด เพียงยืนรออย่างเงียบเชียบ องค์หญิงไพลินก็เช่นกัน
คีตาเป็นตัวเดียวนั่งอยู่ข้างนิทานในเวลานี้ มันสามารถเห็นกระบวนการคิดและความรู้สึกของนิทานได้อย่างชัดเจน มันมองตามปลาตัวที่นิทานกำลังวิเคราะห์ คนนอกจึงพอจะเดาได้บ้างว่านิทานกำลังมองปลาตัวใดบ้าง
ผ่านไปนับชั่วโมง ในที่สุดร่างของนิทานก็มีการเคลื่อนไหว นิ้วของเขาชี้ไปยังปลาคาร์ปผนึกอักษรตัวหนึ่งท่ามกลางปลานับพัน
“ตัวนั้นครับ”