นกฮูกกลางคืนเป็นชื่อของนกมันจะเคลื่อนไหวเฉพาะเวลากลางคืน มีนิสัยดุร้าย เลือดเย็นกินพวกนกขนาดเล็กเป็นอาหาร อาจจะเป็นเพราะเวลาบินนั้นไม่มีเสียงและไม่ค่อยได้พบเห็นในเวลากลางวันเลยทำให้ไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
เขาเป็นขโมยมีชื่อเสียงเรียงนามว่า ‘เย่เซียว’ (นกฮูกกลางคืน) เขาหวังว่าสักวันจะเป็นได้เหมือนนกฮูกกลางคืนเคลื่อนที่ไร้เสียง และสังหารผู้คนโดยไม่ทันรู้ตัว ตอนนี้เขาก็กำลังทำงานอย่างหนักเพราะมีพรสวรรค์และโชคเข้าข้างเลยทำให้ตอนนี้เขาได้กลายเป็นลูกพี่ใหญ่ของวงการขโมยโดยมีลูกน้องที่อายุยังน้อยอีกเป็นจำนวนมาก
เขาได้รับคำสั่งจากไท่ไป๋จินซิงให้มาจัดการกับฉินโจ้วแต่ฉินโจ้วนั้นทำตัวเหมือนหมอกควัน ตั้งแต่เขาปรากฏตัวครั้งหลังสุดก็ไม่มีใครพบเห็นอีกเลยว่าฉินโจ้วนั้นอยู่ที่ไหนหลังจากได้รวบรวมข้อมูลเป็นจำนวนมากจนเขาได้รู้จากขโมยคนหนึ่งว่าฉินโจ้วนั้นมาที่สุสานเทือกเขาชางซานเขาจึงรีบนำลูกน้องหลายสิบคนตรงไปที่สุสานเทือกเขาชางซานผลก็คือพวกเขาตายกันไปกว่าครึ่งหลังจากเข้าไปได้ไม่ถึงนาทีนกฮูกกลางคืนถึงกับตกใจมากและรีบเผ่นออกจากที่นั่นเกือบไม่ทันในขณะที่หันหน้าจ้องมองไปทางสุสานอยู่นาน เขาก็ตัดสินใจได้โดยเลือกป่าเล็กๆระหว่างทางกลับไปเมืองมังกรเป็นที่ดักรอฉินโจ้ว ถึงแม้มันจะไม่เหมาะสำหรับการซุ่มโจมตีและคนของเขาเองก็เหลือไม่มากพอ
วันคืนผันผ่านเนิ่นนานหลายวันฉินโจ้วก็ยังไม่ปรากฏตัวออกมาให้เห็นสักทีความมั่นใจที่เคยมีของนกฮูกกลางคืนก็กลายเป็นเริ่มลังเลขึ้นมาคนธรรมดาทั่วไปใครจะอยู่ในสถานที่นรกแตกแบบสุสานเทือกเขาชางซานได้นานขนาดนี้กันต่อให้พกยาแก้พิษมาก็ตามทีเถอะ แต่เขาจะพกมาได้สักกี่ขวดกันเชียว แล้วยาแดงล่ะยาน้ำเงินอีกไม่ต้องกินต้องใช้เลยหรือ? ไหนจะความจุของกระเป๋ามิติอีกจะใหญ่ได้สักแค่ไหนกันเชียวแล้วจะไม่หมดแรงกันบ้างเลยหรือ
ปัญหาเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของนกฮูกกลางคืนอยู่ตลอดจนกระทั่งเมื่อวาน เขาให้ลูกน้องกลับไปฝึกฝนเพื่อเพิ่มระดับเขาไม่อาจเหนี่ยวรั้งเด็กพวกนี้จากการฝึกฝนเพียงเพราะเรื่องของฉินโจ้วทำให้ตอนนี้เหลือแค่เขาและพวกรวม 5 คน ที่ยังคงดักรออยู่
ในขณะที่เวลาผ่านไปลูกน้องของเขาก็เริ่มสงสัยว่าขโมยคนดังกล่าวจะโกหกหรือเปล่าหรือฉินโจ้วแค่ถามข้อมูลเกี่ยวกับสุสานเทือกเขาชางซาน แต่ว่าไม่ได้เข้าไปเพราะดูแล้วสถานที่แบบนี้คนทั่วไปก็คงไม่เข้าไปกันหรอกหรือว่าฉินโจ้วได้ตายและไปเกิดใหม่แล้วหรือเขาอาจจะค้นพบเส้นทางอื่นกลับเมืองมังกรไปแล้ว แต่น่าจะเป็นไปได้ยากหรือว่าฉินโจ้วรู้ตัวว่ามีคนต้องการสังหารเขาและดักซุ่มอยู่ในป่าเขาจึงยังไม่ได้ไปไหน เฮ้อ... การรอคอยนี่มันเป็นเรื่องที่ช่างยากลำบากเสียจริง
นกฮูกกลางคืนยังคงยืนหยัดต่อต้านกับคำถามและแรงกดดันต่อไปเขาค่อนข้างมั่นใจในสัญชาตญาณของตนเองฉินโจ้วต้องยังอยู่ในนั้นแน่นอนและอีกไม่นานก็จะต้องออกมาแน่
เวลาได้ล่วงเลยไปอีกหนึ่งวันยังคงไม่มีวี่แววอะไร ในขณะที่นกฮูกกลางคืนเริ่มสงสัยในการตัดสินใจของเขาเองร่างของฉินโจ้วก็พลันปรากฏขึ้นในระยะสายตาของเขา ร่างกายของพวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวนัยน์ตาหรี่ลงอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดก็ปรากฏตัวจนได้
ฉินโจ้วเคลื่อนที่ได้รวดเร็วเป็นอย่างมากเขาไม่เหมือนนักเวทที่เคลื่อนไหวได้เชื่องช้า มองดูแล้วเขามีประสาทสัมผัสที่ฉับไวคล้ายกับอาชีพขโมยมากกว่าในขณะที่เขาเข้าไปใกล้บริเวณป่า
ในเวลานั้นเองร่างของฉินโจ้วก็กะพริบถี่ๆ ก่อนที่จะเลือนหายไปทั้งคน
นกฮูกกลางคืนกะพริบตาถี่ๆอีกครั้ง คนทั้งคนหายวับไป เขาคงคิดว่าเขาเห็นผีแน่ ถ้าไม่ใช่ว่าตอนนี้เป็นเวลากลางวันล่ะก็เขาเริ่มหันมองไปรอบๆ ก่อนที่จะจ้องมองไปทางลูกน้องสี่คนที่เหลือพวกเขาก็คิดว่าเป็นผีไม่ต่างกัน แต่นกฮูกกลางคืนยังไม่ปักใจเชื่อเขาเริ่มจ้องมองไปที่ถนนและใช้สายตาเพ่งดูอย่างละเอียดอีกครั้งโดยไม่ปล่อยผ่านแม้ต้นไม้ใบหญ้า แต่เขาก็ยังคงหาไม่พบอยู่ดี
"พี่ชายม. ม.. มอง... ข้างหลัง" ลูกน้องในกลุ่มพลันส่งเสียงด้วยความหวาดกลัว
นี่เป็นครั้งแรกที่นกฮูกกลางคืนได้ยินเสียงที่หวาดกลัวของลูกน้องร่องรอยแห่งความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เขาค่อยๆ เอี้ยวคอหันกลับไปก่อนจะเงยหน้าขึ้น ร่างของเขาถึงกับสั่นเทิ้มเขามองเห็นโครงกระดูกยืนอยู่ด้านหลังของทั้งสี่คน ร่างสีขาวนัยน์ตาดำคลับ มองดูเหมือนกำลังจ้องตาของเขาอยู่ก่อนจะหันศีรษะเล็กน้อยและจ้องมองกลับมาที่เขาราวกับยิ้มให้เขารู้สึกเย็นวาบตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ก่อนที่เขาจะตะโกนออกไปว่า
"โจมตีด้านหลังทันทีปฏิบัติ"
สิ้นเสียงคำสั่งมือตวัดกลับหลังทันที มีดสั้นปรากฏขึ้นในมือตอนไหนไม่ทราบได้ก่อนจะแทงเข้าไปที่โครงกระดูกที่อยู่ด้านหลังอย่างรุนแรง หนักหน่วงการตอบสนองด้วยความรวดเร็วแบบนี้ เกินกว่าคนธรรมดาทั่วไปจะสามารถทำได้
ทั้งสี่คนนั้นเคลื่อนไหวไม่ช้าเลยทันทีที่พวกเขาได้ยินเสียงตะโกนของนกฮูกกลางคืน เขารู้ได้ทันทีว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแล้วแทบจะเป็นเวลาเดียวกัน พวกเขาโจมตีใส่โครงกระดูกทุกตัวก่อนจะมีตัวเลขค่าความเสียหายปรากฏขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งการโจมตีจากระบบฉินโจ้วก็โยนระเบิดศพออกไปทันที ก่อนจะส่งทหารโครงกระดูกกลับไป
ทันทีที่ระเบิดศพระเบิดขึ้นทั้ง 5 คน ก็ตกอยู่ในรัศมีการกระจายของหมอกพิษสีเทามีสองคนในกลุ่มถูกสังหารทันทีด้วยแรงระเบิด คนที่เหลือได้รับความเสียหายจากพิษ-400 -400 -400
ฉินโจ้วพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วคนหนึ่งได้รางวัลเป็น "หน่วง" ส่วนนกฮูกกลางคืนนั้นโชคไม่ค่อยดีเลยได้รางวัลเป็น "อ่อนแรง" และดาบลมพุ่งออกไปเพื่อสังหารคนที่เหลือ
ในขณะที่ล่องหนอยู่นอกระยะโจมตีของศัตรูความรู้สึกกังวลเริ่มลดลง ในตอนนี้เหลือขโมยเพียงแค่สองคน ดาบลมก็ปล่อยออกไปแล้ว 1ใน 2 คนที่เหลือกำลังยกยาแดงขึ้นดื่ม ก่อนที่ดาบลมจะตัดผ่านคอของเขาไปและตอนนี้ก็เหลือเพียงนกฮูกกลางคืนเป็นคนสุดท้าย
"เมามายซบตักสาวงามนี่คือแผนของนายสินะ นายต้องการสังหารพวกเราทั้งหมดโดยวางแผนไว้แล้วไม่อยากให้ชื่อเป็นสีแดงล่ะสิ นายดูถูกฉันมากเกินไปแล้ว"นกฮูกกลางคืนถูกบังคับให้ต้องใช้ยา เขาพูดลอยๆ เขาไม่รู้ว่าฉินโจ้วนั้นอยู่ที่ไหนแต่เขาเชื่อว่าต้องอยู่ไม่ไกลจากแถวนี้เป็นแน่
ฉินโจ้วไม่ได้ตอบอะไรออกไปเขาไม่ได้หวาดกลัวเพียงแต่เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้นคนพวกนี้ไม่ได้อยู่ในเศษเสี้ยวความทรงจำของเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นขโมย นักฆ่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเนตรเซียนพญายมก็ไม่ต่างอะไรกับเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า
ผ่านไปชั่วขณะเมื่อไม่มีเสียงใดตอบกลับมา นกฮูกกลางคืนรู้สึกโกรธมากก่อนจะพูดว่า"ถึงแม้จะต้องตาย ฉันก็จะไม่ตายด้วยน้ำมือของนายเป็นอันขาด"ก่อนที่จะจ่อมีดสั้นไปที่คอ
หึ่ง...
ผึ้งเพชฌฆาตสีทองตัวหนึ่งปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าอย่างเงียบเชียบก่อนจะตรงเข้าไปต่อยที่ตาของนกฮูกกลางคืน หลังจากที่ผึ้งเพชฌฆาตต่อยไปแล้วจะก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก นกฮูกกลางคืนถึงกับกรีดร้องดังลั่นเขาพยายามทรงตัวให้มั่นคงจากอาการสั่นเทิ้มด้วยความเจ็บปวดเขาเอามือปิดที่ดวงตาของเขาไว้ ก่อนที่มีดสั้นในมือจะหล่นลงพื้น
-400ในที่สุดพิษของระเบิดศพก็ได้พรากพลังชีวิตของนกฮูกกลางคืนเฮือกสุดท้ายไปเขากลายร่างเป็นแสงสีเทา และกลับคืนชีพอย่างไม่เต็มใจ พร้อมทั้งดรอปอุปกรณ์ไว้
ขโมยทั้งห้าช่างมีน้ำใจเป็นอย่างมากอุตส่าห์มอบไอเทมมาให้ตั้ง 21 ชิ้น เป็นอุปกรณ์ 13 ชิ้น ทั้งหมดเป็นอุปกรณ์เหล็กดำมีมีดสั้นระดับบรอนซ์ 2 เล่ม ลูกธนู 5 ดอก และดอกไม้ ยังมีเหรียญอีก 20 เหรียญเงินกับ 50 เหรียญทองแดง เพื่อสังหารถึงกับเตรียมอุปกรณ์ไว้มากมายทำให้เขามั่นใจมากเกินไป ช่างโง่เขลานัก
ลูกธนูต่อเนื่อง: ระดับบรอนซ์ พลังโจมตี +30เมื่อใช้ทักษะการยิงอย่างต่อเนื่องจะเพิ่มพลังโจมตีอย่างต่อเนื่องโดยดอกแรกพลังโจมตี 30 ดอกที่สองพลังโจมตี 60 ดอกที่สามพลังโจมตี 180ดอกที่สี่พลังโจมตี 720 ดอกที่ห้าพลังโจมตี 3,600... จำกัดอาชีพ : นักธนู
ฉินโจ้วสูดลมหายใจเข้ายาวนี่เป็นลูกธนูที่เจ๋งมากถ้ามีนักธนูหลายคนยิงเทคนิคลูกธนูแบบต่อเนื่องจากด้านหลังในขณะที่กำลังสู้กับบอสแค่ลูกธนูไม่กี่โหล บอสตัวไหนก็ไม่น่าจะทนไหวหรอกนี่มันเป็นอาวุธเวทที่ใช้สังหารบอสโดยเฉพาะ
ฉินโจ้วคิดอยู่เสมอว่านักธนูค่อนข้างเป็นอาชีพที่ปลอดภัยมากแต่หลังจากที่เขาพบลูกธนูนี้ เขาเริ่มคิดแล้วว่านักธนูเป็นอาชีพที่อันตรายมาก
ดอกไม้สีน้ำเงิน: สมุนไพรที่มีค่า ใช้เป็นส่วนผสมหลักในการปรุงยาอายุวัฒนะเพื่อบำรุงผิวพรรณ 'หยั่งเหยียนตัน' เพิ่มเสน่ห์ในผู้หญิง เลือดลมสูบฉีด
นี่ดูท่าน่าจะเป็นของดีแต่เอาไปขายน่าจะได้ราคาดีกว่าแน่ๆ
เขาก็ไม่แน่ใจว่าเขาโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่หลังจากเดินทางได้ไม่นาน ฉินโจ้วก็พบกับผู้เล่นของกิลด์สวรรค์อีกครั้งซึ่งคราวนี้ไม่ได้มาแค่ 3 คน 5 คน แต่มากันถึง 30-50 คน
ผู้เล่นหลายสิบคนประกอบไปด้วยเมจนักธนู นักรบ และขโมย ถ้ามีพรีสมาด้วยนี่ก็ไม่ต่างกับไปล่าบอสเลยทีเดียวแต่อย่างไรก็ตามที่พวกเขามาที่นี่ไม่ได้มาล่าบอสหรือมาหาฉินโจ้วแต่ว่าพวกเขากำลังยืนล้อมรอบเพื่อเตรียมโจมตีผู้เล่นคนหนึ่งที่มีชื่อสีแดง 'ลมกระจ่างจันทร์แรม'
เมื่อฉินโจ้วมาถึงทั้งสองฝ่ายน่าจะต่อสู้กันมาสักพักแล้วดูจากศพที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นนับสิบศพ จากที่ดูคงกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดจากที่เห็นธนูที่อยู่ที่ร่าง ส่วนใหญ่ก็ถูกสังหารด้วยการยิงครั้งเดียว
ลมกระจ่างจันทร์แรมนั้นมีความแข็งแกร่งมากภายใต้การถูกโจมตีเขายังสามารถตอบโต้กลับได้ในขณะที่หลบหลีกเวทมนตร์โจมตีจากนักเวทได้ด้วยสามารถยิงธนูได้ถึง 5 ดอก ภายในหนึ่งอึดใจ มันเร็วจนทำให้ผู้คนสั่นกลัวนักธนูห้าคน ของกิลด์สวรรค์ไม่ทันได้ตอบโต้ จึงถูกลูกธนูยิงทะลุจนตาย
นี่มันร้อยก้าวยิงไม่เคยพลาดเป้าฉินโจ้วถึงกับกล่าวชื่นชมอยู่ในใจ สามารถยิงได้ในขณะหลบหลีกแทบจะไม่ต้องใช้เวลาเพื่อเล็ง เขาสามารถยิงศัตรูได้โดยใช้ความรู้สึกคงไม่กล่าวเกินเลยถ้าจะเรียกสิ่งนี้ว่า 'ร้อยก้าวยิงไม่เคยพลาดเป้า'
การเคลื่อนไหวของ'ลมกระจ่างจันทร์แรม' นั้นค่อนข้างแปลกมากถอยหลังสองก้าว ก่อนจะหมุนไปทางซ้ายและทางขวา ดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติแต่ในความเป็นจริงนั้นมันดูลึกลับเป็นอย่างมากในแต่ละครั้งของการหลบหลีกการโจมตีของศัตรูค่อนข้างอันตรายทีเดียวแต่ดูแล้วเหมือนเขาไม่รู้สึกกลัวศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าแม้แต่น้อยตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้เขาก็สังหารผู้เล่นฝั่งตรงข้ามไปแล้วกว่าครึ่งและแถมยังไม่เคยพลาดท่าเสียชีวิตเลยสักครั้งคงต้องยกประโยชน์ให้กับท่าทางการวางเท้า
ยิงธนูได้ประหนึ่งดาวตกพุ่งใส่
ลูกธนูสองดอกพุ่งหวีดหวิวผ่านไปสองชีวิตปลิดปลิวไปตามกัน
ลูกธนูหนึ่งดอกสามารถยิงถูกจุดสำคัญได้จากในมุมที่ไม่คาดคิดทำให้เป็นการยากที่จะป้องกัน และด้วยการโจมตีอย่างรุนแรงด้วยการยิงเพียงครั้งเดียวต่อให้แม้จะหยิบยาแดงมากินก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
หลังจากแลกด้วยชีวิตของคนจำนวนนับสิบสถานการณ์ก็บีบให้ลมกระจ่างจันทร์แรมอยู่ในวงล้อมได้ในที่สุดดูเหมือนว่าโชคของเขานั้นคงใกล้จะหมดลงเต็มทีการก้าวย่างที่มหัศจรรย์นั้นไม่สามารถรับมือกับผู้เล่นจำนวนมากได้อีกต่อไปหลังจากถูกโจมตีใส่หลายครั้ง พลังชีวิตของเขาก็ลดลงไปเกือบครึ่งการโจมตีของศัตรูเริ่มดุดันมากยิ่งขึ้นและทำให้เขาเองแทบไม่มีเวลาที่จะใช้ยาฟื้นฟูเลย
ทัวทาเทียนหวังตะโกนออกมาว่า"ลมกระจ่างจันทร์แรม จงฟังให้ดี นี่เป็นการเตือนครั้งสุดท้ายเห็นแก่ที่นายมีชื่ออยู่ในการจัดลำดับชั้นเราจะให้โอกาสนาย ถ้านายยอมวางอาวุธและยอมให้เราสังหาร และตราบใดที่นายไม่มายุ่งเกี่ยวกับกิลด์สวรรค์อีกเราก็จะไม่ตามตอแยนาย แต่ถ้าไม่เราก็จะจัดการสังหารนายก่อนแล้วค่อยส่งกลับไปที่หมู่บ้านโนวิส"
"ผายลม"
ลมกระจ่างจันทร์แรมเองก็รู้ดีว่าไม่มีทางหนีแล้วดังนั้นเขาจึงเลิกหลบหลีก ก่อนที่จะพยายามยิงธนูออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพื่อจะได้สังหารศัตรูให้ได้จำนวนมากที่สุดเขาถ่ายน้ำหนักลงที่เอวก่อนจะทำท่าขี่ม้า ง้างคันธนูใส่ลูก ก่อนจะยิงออกไปพร้อมกัน5 ดอก
"หืมม..."
ลูกธนูพุ่งออกไปเหมือนดาวตกทั้ง 5 ดอกนั่นเชื่อมกันตลอดตั้งแต่หัวถึงหางซึ่งได้ยินเพียงเสียงหวีดแหวกอากาศเพียงแค่เสียงเดียวจากนั้นก็พลันได้ยินเสียงร้อง 5 เสียงดอกแรกยิงเข้าที่คอนักรบคนหนึ่งใช้เวลาสังหารหนึ่งวินาทีดอกที่สองยิงเข้าที่หัวใจของนักรบคนหนึ่ง ใช้เวลาสังหารหนึ่งวินาทีดอกที่สามยิงเข้าหัวเมจคนหนึ่ง ใช้เวลาสังหารหนึ่งวินาทีดอกที่สี่ยิงเข้าที่ท้องนักเวท -520 ใช้เวลาสังหารหนึ่งวินาทีดอกที่ห้ายิงเข้าหน้าอกทัวทาเทียนหวัง -1,250 สังหารภายในหนึ่งวินาทีดูท่าทัวทาเทียนหวังคงยังไม่มีเวลาแม้แต่จะฮัมเพลง เขาถูกสังหารไปพร้อมกับความเกลียดชัง
วิธีการยิงอย่างต่อเนื่องนี่! ฉินโจ้วถึงกับตะโกนออกมา
นี่เป็นเทคนิคการยิงธนูดาวตกที่ทำให้ผู้คนโดยรอบพากันตกตะลึง ลูกธนูจะเร็วขึ้นและแรงขึ้นกว่าลูกก่อนหน้ามันสามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญได้ถึงห้าคนในทันทีดูแล้วท่าจะทรงพลังมากกว่าทักษะโจมตีแบบกลุ่มของเมจเสียอีก
คนเดียวที่ไม่ตื่นตะลึงเลยก็น่าจะเป็นลมกระจ่างจันทร์แรมเขาสัมผัสไปที่ซองใส่ลูกธนูก่อนจะนิ่งงันไปชั่วครู่ ไม่มีลูกธนูเหลืออีกแล้วฉินโจ้วเป็นคนแรกที่มีปฏิกิริยาในทันทีเขาตัดสินใจทันทีก่อนจะขว้างระเบิดควันออกไปหลายลูก
ทันทีที่เสียงระเบิดดังขึ้นทุกคนรอบข้างก็พากันตกใจไปชั่วขณะ ปฏิกิริยาไม่ใช่การโจมตีหรือการค้นหาศัตรูแต่เป็นการหลบหนีต่างหาก
ศัตรูของศัตรูก็คือมิตรฉินโจ้วเป็นคนมองโลกในแง่ดีกับผู้เล่นที่ชื่อลมกระจ่างจันทร์แรมคนนี้ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะช่วย
ควันเริ่มกระจายไปจนเต็มพื้นที่ว่างในขณะเดียวกันผึ้งเพชฌฆาตก็ถูกเรียกออกมาด้วย เสียงหึ่งๆ เริ่มเข้ามาให้ได้ยินทำให้ผู้เล่นทั้งหมดเริ่มรู้สึกถึงอันตรายพวกเขาเริ่มไม่สนใจลมกระจ่างจันทร์แรมแล้วแต่มีนักรบบางคนที่อยู่ใกล้กับเขาจึงพุ่งเข้าใส่เขาทันทีเวลาที่ทดไว้ในช่วงบาดเจ็บก็หมดลง ลมกระจ่างจันทร์แรมเองก็ไม่ใช่พวกตะเกียงประหยัดน้ำมันเสียด้วยเขาได้ขยับตัวเองออกจากจุดเดิมไปตั้งนานแล้ว
ลมกระจ่างจันทร์แรมเองก็มีประสบการณ์ในการเล่นเกมมาไม่น้อยไฉนเลยเขาจะไม่คว้าโอกาสนี้เอาไว้ ในช่วงที่ระเบิดควันระเบิดในชั่วพริบตานั้นเขาก็กลิ้งตัวออกไปทางด้านข้าง ก่อนจะฉวยโอกาสในช่วงที่กำลังชุลมุนปีนออกมาหาที่ปลอดภัยถึงแม้จะมีหลายคนวิ่งเข้าไปในกึ่งกลางแต่ถึงอย่างนั้นแล้วชีวิตของเขาก็ปลอดภัยแล้ว อาจจะมีขลุกขลักไปบ้างแต่ก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่เขานั้นยังไม่เสียชีวิต
เขาเพิ่งจะลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะพบกับใครคนหนึ่งยืนอยู่ต่อหน้าเขาลมกระจ่างจันทร์แรมถึงกับตกใจในครั้งแรกที่เห็นแต่พอเห็นว่าเป็นใครก็ค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนที่จะกลืนยาแดงไปหนึ่งขวดอย่างรวดเร็ว เขาพูดว่า "ขอบใจนายมากเมามายซบตักสาวงาม ผมติดหนี้คุณครั้งหนึ่ง"
"คุณรู้จักผมหรือ?"ฉินโจ้วค่อนข้างแปลกใจเขาจำได้ว่าไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับใครมาก่อนเลยนี่นา
"ผมคิดว่าเราควรหาที่เงียบๆคุยกันหน่อยเพื่ออารมณ์จะดีขึ้น คุณคิดว่าเป็นอย่างไร?"ลมกระจ่างจันทร์แรมมองไปที่ลูกธนูที่ตกอยู่บนพื้นด้วยความรู้สึกเจ็บปวดสำหรับนักธนูแล้วมันค่อนข้างรู้สึกไม่ปลอดภัยเวลาไม่มีลูกธนูในมือ
ฉินโจ้วถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะหลุดยิ้มออกมาหลังจากนั้นเขาก็ขว้างระเบิดควันออกไปอีกหลายลูกและเพิ่มระยะของควันออกไปอีกเกือบสองเท่าก่อนจะพูดว่า "ถ้าให้เทียบกับการที่ต้องทนฟังเสียงกรีดร้องน่าเบื่อพวกนี้ผมยอมไปฟังเสียงผู้หญิงกรีดร้องก็ได้ ไปกัน"
เมื่อได้เห็นฉินโจ้วขว้างระเบิดควันออกไปลมกระจ่างจันทร์แรมถึงกับรู้สึกเศร้าใจอีกครา นั่น 50 เหรียญเงินเลยนะรู้ไหมว่าซื้อลูกธนูได้กี่ดอกกัน นี่มันอย่างกับคนรวยกับยาจกเลยเขารู้สึกเศร้าหนักเข้าไปอีกแต่ก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่อก่อนจะออกไปกับฉินโจ้วอย่างรวดเร็วเมื่อคนของกิลด์สวรรค์ออกมาจากควันได้ป่านนั้นพวกเขาคงหนีออกไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว และก็คงตามจับใครไม่ได้เลย