จางฉิงวิ่งนำซุนิฉวนทั้งสามพี่น้องออกไปทางด้านหลังเรือนที่พัก มุ่งตรงไปยังูเาที่อยู่ถัดจากไร่ออกไป ูเามองเห็นอยู่ไม่ไกลมาก ซุนิฉวนจูงมือน้องชายสองคนซ้ายขวาวิ่งตามจางฉิงที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่หันหลังกลับ ซวยชะมัด ซุนิฉวนไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการถูกโจมตี
ูเาเขียวที่อยู่ตรงหน้าอยู่ไกลกว่าที่คาด ซุนิฉวนวิ่งไปอยู่นานจึงจะเข้าสู่บริเวณชายป่า คนของเหมืองเกลือเกือบทั้งหมดหลบซ่อนอยู่ในบริเวณเดียวกัน คนสองร้อยกว่าคนต่างมองลอดพุ่มไม้กิ่งไม้ไปยังบริเวณเหมือง หานฉีหรงเมื่อมาถึงก็มองหามารดาก่อน หลิวซีอิ๋งหลบอยู่กับกลุ่มสตรีที่หลบหนีออกมาก่อน
“ท่านอาหวงเล่า” ซุนิฉวนหันมองจนทั่วกลับไม่เห็นหวงเหวิน จางฉิงเองก็ไม่แน่ใจ ตนเองสนใจแต่ความปลอดภัยของนายน้อยทั้งสาม
หานฉีหรงลุกขึ้นยืน
“นายน้อย ข้าจะตามหาท่านหวงดู อาจหลบอยู่ในบริเวณอื่น”
หานฉีหรงแยกตัวออกไป เดินมองหาหวงเหวิน ในชายป่าคนงานเหมืองแยกหลบกันอยู่เป็กลุ่มสีหน้าแต่ละคนดูกังวลยิ่ง เหมืองเกลือแห่งนี้ถือเป็บ้านใหม่ที่ให้ความหวังกับทุกคน ไม่มีใครคาดคิดว่าไม่ถึงเดือน เหมืองแห่งนี้จะถูกปล้นขึ้นมาได้
จางฉิงให้ผู้คุ้มกันของสกุลซุนสี่คนแอบซ่อนตัวอยู่ที่เหมืองเกลือ ผู้คุ้มกันอีกยี่สิบกว่าคนที่รับเข้ามาใหม่ยังฝึกฝนได้ไม่ถึงครึ่งเดือนมีเพียงหอกไม้ไผ่เป็อาวุธ จางฉิงให้ติดตามขึ้นเขามาด้วย
“พี่ใหญ่ ข้ากลัว” ซุนิเจี๋ยวิ่งตามพี่ชายมา ยังไม่ทันเข้าใจเื่ราวมากนัก ได้ยินแต่คำว่าโจรป่า เหตุการณ์เมื่อตอนถูกโจรูเาโจมตีในครั้งนั้นยังฝังอยู่ในความทรงจำของซุนิเจี๋ย ภาพที่พี่ใหญ่เอาตัวเข้าขวางดาบที่ฟันลงมา เืสีแดงเต็มด้านหลังของซุนิฉวน ซุนิเจี๋ยกอดซุนิฉวนเอาไว้จนแน่น
ซุนิฉวนใช้มือลูบหลังซุนิเจี๋ยเพื่อปลอบโยน ซุนิเย่ที่อยู่ด้านข้างก็เบียดตัวเข้ามากอดน้องชายคนเล็กเอาไว้ด้วยกัน หานฉีหรงที่ออกไปตามหาหวงเหวินไม่นานก็กลับมา เพียงส่ายหน้าไปมา หวงเหวินไม่ได้ติดตามมาด้วย
จางฉิงขยับดาบในมือ “นายน้อย ข้าจะแอบลงไปตรวจสอบดู ผ่านมาสองก้านธูป (ครึ่งชั่วโมง) แล้วในเหมืองยังไม่มีวี่แววถูกโจมตี”
จากบริเวณชายป่าหากมองลงไปจะเห็นแนวไร่นาสีเขียวของพืชไร่ที่ปลูก เริ่มโตขึ้นจนทั่ว จากนั้นจึงมองเห็นเรือนใหญ่ที่อยู่ทางด้านหนึ่ง จากบริเวณเรือนพักจะมองเห็นหลังคาโรงอาหารกลางอยู่ลิบตา แต่ยังไม่เห็นกลุ่มโจรที่ขี่ม้าเข้ามาด้านในเหมืองแม้แต่คนเดียว ซุนิฉวนเป็ห่วงความปลอดภัยของหวงเหวินจึงพยักหน้าให้จางฉิงลอบลงไปสืบดู
“เ้าเองก็ระวังตัวด้วย”
“ขอรับ นายน้อยหากเกิดอะไรขึ้นให้ท่านนำคนหนีขึ้นไปด้านในของูเารอจนกว่าพวกข้าจะขึ้นมา”
โดยทั่วไปโจรที่เข้าปล้นเพียง้าเงินทองสิ่งของมีค่า หรือว่าเสบียงอาหารหากพบคนก็สังหารทิ้ง แต่จะไม่เสียเวลาตามล่าผู้ที่หลบหนี ได้สิ่งที่้าแล้วก็จากไป จางฉิงจึงไม่ค่อยกังวลนักว่าพวกโจรจะขึ้นเขาเพื่อสังหารผู้ที่หลบซ่อนอยู่ จะอย่างไร้าของูเายังพอให้หลบซ่อนตัวได้อีก
จางฉิงสะพายดาบวิ่งออกจากที่หลบซ่อนยังไม่ทันพ้นแนวชายป่าที่เชิงเขา ก็เห็นคนสองคนขี่ม้าตัดผ่านไร่ขึ้นมาทางด้านตนเอง จางฉิงหลบไปอีกทางหนึ่งะโขึ้นบนต้นไม้ที่อยู่ด้านข้าง ผู้ที่ขี่ม้ามากลับเป็จูเซียงกับจูห่าวสองพี่น้อง
จางฉิงมองจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดติดตามด้านหลังมาอีก จึงะโลงจากต้นไม้ออกไปรับหน้า จูเซียงะโลงจากหลังม้าจับมือจางฉิงที่วิ่งเข้ามาหา
“เสี่ยวฉิง นายน้อยใหรือไม่ พวกที่มาไม่ใช่โจร แต่เป็คนของพรรคทรายทะเล”
จูห่าวขี่ม้ามาถึงที่คนทั้งสองสนทนากันอยู่ จูห่าวลงจากหลังม้ายื่นป้ายหยกของพรรคทรายทะเลให้จางฉิงตรวจสอบ จางฉิงได้ป้ายหยกมาก็หันหลังกลับวิ่งไปรายงานให้ซุนิฉวนทราบ
“ท่านอาหวงเล่ายังอยู่ที่เหมืองหรือไม่” ซุนิฉวนติดตามจางฉิงลงมาด้านล่าง สอบถามจูห่าว จูห่าวลังเลอยู่ครู่หนึ่งทำสีหน้าประหลาดพิกล
“หัวหน้าหวง…เออ…ตอนนี้สนทนาอยู่กับพรรคทรายทะเลที่ห้องโถงขอรับ”
ซุนิฉวนสั่งให้จางฉิงกับพี่น้องแซ่จูทั้งสองคน แจ้งให้กับคนงานที่หลบอยู่ที่ชายป่าพาทั้งหมดกลับลงไปที่เหมือง ซุนิฉวนขึ้นบนหลังม้า ให้น้องชายทั้งสองคนขึ้นม้าอีกตัวหนึ่ง มีหานฉีหรงกับอวี้เออ๋ร์จูงกลับลงไป
ใช้เวลาครู่ใหญ่ ซุนิฉวนถึงกลับมาถึงเรือนที่พัก ในห้องโถงมีคนนั่งเรียงรายอยู่ยี่สิบกว่าคน หวงเหวินนั่งอยู่ที่ด้านหนึ่งกำลังสนทนากับเด็กหนุ่มหน้าตาคมเข้มคนหนึ่งอยู่ พอเห็นซุนิฉวนที่เดินเข้ามาก็เดินออกมารับหน้า
“นายน้อย ทำท่านใแล้ว นี่เป็สหายพรรคทรายทะเล เพราะไม่ได้แจ้งมาที่เหมืองก่อนจะมาถึง เลยทำให้คนของเราใ”
ซุนิฉวนกวาดสายตามอง คนยี่สิบคนแต่งกายรัดกุมคนที่อายุมากสุดไม่เกินสามสิบกว่าปี ส่วนมากอายุรุ่นราวเดียวกับจูห่าวสองพี่น้อง น่าจะอยู่ราวยี่สิบกว่าปี มีเพียงเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่หัวแถวที่ดูอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม เด็กหนุ่มเห็นซุนิฉวน กวาดสายตามองมาที่ตนเองก็มิได้ชักสายตากลับ แต่จ้องมองมาที่ซุนิฉวนเช่นกัน ริมฝีปากเหมือนจะยิ้มเล็กน้อยแต่พอเห็นซุนิฉวนนอกจากมองมาแล้วไม่มีท่าทีอื่นอีก สีหน้าก็กลับเป็มืดครึ้มลงสะบัดหน้าหันไปทางอื่น
ซุนิฉวนเคยเห็นคนของพรรคทรายทะเลไม่กี่ครั้ง ทั้งยังไม่ทราบว่าคนเหล่านี้มีหน้าที่คุ้มครองขบวนขนส่งเกลือของสกุลซุน มองไปมองมาไม่คุ้นหน้าผู้ใด ได้แต่เดินตามหวงเหวินเข้าไปที่ด้านใน นั่งที่เก้าอี้้า ประสานมือคำนับผู้มาเยือน
ตอนนี้ความจริงเหมืองเกลือเพิ่งผลิตเกลือออกมาได้สองถึงสามคันรถเท่านั้น หากจะเริ่มการขนส่งคงต้องรออีกอย่างน้อยสิบวัน ไม่ทราบคนเหล่านี้ตั้งใจมาถึงก่อนหรือเป็เพราะเหตุอื่นกันแน่
ชายที่นั่งต่อจากเด็กหนุ่มไว้เคราสั้นตัดเล็มอย่างเป็ระเบียบลุกขึ้นยืน ประสานมือก้มศีรษะให้กับซุนิฉวน
“นายน้อยซุน ข้าเรียกว่าหลี่หย่วนเจ๋อ เป็หัวหน้าหน่วย นำคนของพรรคทรายทะเลยี่สิบคนมาเพื่อทำหน้าที่คุ้มกันขบวนขนส่งเกลือ เพราะเร่งรีบมาถึง จึงมิได้แจ้งล่วงหน้า ต้องขออภัยที่ทำให้พวกท่านต้องตื่นกลัว”
หลี่หย่วนเจ๋อเป็คนที่ดูอายุมากที่สุดในกลุ่ม หน้าตาจัดว่าดูไม่เลวแววตาใสกระจ่างบ่งบอกว่าฉลาดหลักแหลม ที่แท้เป็ถึงหัวหน้าหน่วย ซุนิฉวนเคยแต่อ่านนิยายกำลังภายในหรือว่าดูละครเท่านั้น ไม่ทราบว่าในค่ายพรรคต่าง ๆ แบ่งหน้าที่ตำแหน่งกันเช่นไร ซุนิฉวนยืนขึ้นประสานมือรับบอกปัดว่าไม่จำเป็ต้องใส่ใจ
ผู้เหย้าผู้เยือนคาระวะน้ำชา กล่าววาจาถามไถ่ตามมารยาท ซุนิฉวนเห็นว่าอีกฝ่ายสมควรเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง จึงให้หวงเหวินจัดหาที่พักให้คนทั้งยี่สิบคนก่อน
เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ยังไม่มีทีท่าว่าจะลุกออกไป ทั้งยังทำท่าทางเหมือนจะกล่าววาจา แต่สุดท้ายเพียงหันมองซุนิฉวนด้วยสายตามีความหมาย หลี่หย่วนเจ๋อจึงฉุดดึงเด็กหนุ่มให้ออกไปด้วยกันติดตามหวงเหวินออกไปด้านนอก
เสียเวลาไปทั้ง่บ่าย ซุนิฉวนเดินกลับเข้าไปที่เรือนชั้นใน ให้อวี้เออ๋ร์ชงน้ำชาสั่งให้เรียกหาหวงเหวินกับจางฉิงมาที่ห้องหนังสือ เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้ซุนิฉวนรู้ว่าที่เหมืองเกลือนั้นยังขาดกองกำลังที่จะคุ้มกันความปลอดภัย คราวนี้ถือว่าโชคดีที่ผู้มาเป็คนของพรรคทะเลทราย แต่หากว่าเป็กลุ่มโจรขึ้นมาจริง ๆ เหมืองเกลือในตอนนี้ไร้ซึ่งหนทางป้องกันตัวเองอย่างสิ้นเชิง
ซุนิฉวนดื่มน้ำชาไปสองจอก อวี้เออ๋ร์ก็เคาะประตูนำหวงเหวินกับจางฉิงเข้ามา “ท่านอาหวง ตอนที่เกิดเื่ท่านหายไปอยู่ที่ใด”
หวงเหวินคุกเข่าลงในทันทีประสานมือไว้เหนือศีรษะ
“นายน้อย ข้าทำให้ท่านกังวล นายท่านแจ้งในจดหมายว่าคนของพรรคทรายทะเลกำลังเดินทางมาที่เหมืองเกลือ พอดีกับจางฉิงเข้ามาบอกเื่โจรป่า ข้าจึงสงสัยว่ากลุ่มโจรที่ว่าอาจเป็คนของพรรคทรายทะเลจึงแอบซ่อนตัวอยู่”
ซุนิฉวนกล่าว “ช่างเถอะ ท่านก็ลุกขึ้นเสีย แต่เื่เสี่ยงภัยเช่นนี้ไม่อาจกระทำอีก หากผู้ที่มาเป็โจรป่าจริง เื่นี้ท่านเสี่ยงภัยเกินไปแล้ว”
ซุนิฉวนไม่ได้ออกไปประคองให้หวงเหวินลุกขึ้น
“ท่านทั้งสองนั่งลงก่อน”
หวงเหวินไม่กล่าวแก้ตัวอีก จางฉิงเองก็มองว่าหวงเหวินกระทำการเสี่ยงเกินไป ซุนิฉวนมิได้ตำหนิแต่จากคำพูดแสดงว่าซุนิฉวนไม่พอใจที่หวงเหวินกระทำเช่นนี้
“เื่ขนส่งเกลือ ท่านอาหวง ท่านจัดการตามที่เห็นสมควร เื่ที่พักของสหายพรรคทรายทะเลไม่มีปัญหากระมั่ง”
“เรียนนายน้อย ข้าจะหารือกับพวกเขาในวันรุ่งขึ้น เื่ที่พักไม่มีปัญหาขอรับ”
“อืม จางฉิง”
“ขอรับ”
“คนคุ้มกันที่เหมืองเกลือเห็นทีต้องฝึกปรือให้ใช้งานได้ในเร็ววัน คนเพียงยี่สิบกว่าคนยังน้อยเกินไป อีกอย่างเหมืองเกลือนี้มีแต่หอป้องกันภัยที่อยู่ด้านหน้า แต่ขาดป้อมค่ายกำแพงล้อม หากมีโจรป่าจู่โจมขึ้นมาจริง ๆ อาศัยหลบหนีขึ้นเขาเพียงถ่ายเดียวเห็นจะไม่ได้ ข้าอยากให้หาคนมาเพิ่มเติม อย่างน้อยต้องมีสักห้าสิบคน ส่วนเื่กำแพง ข้าจะหารือกับท่านอาหวงอีกครั้ง เ้าลองดูว่าในหมู่คนงานยังมีผู้ใดพอจะฝึกฝนได้เพิ่มเติมหรือไม่”
“ขอรับ นายน้อย”
ซุนิฉวนอยู่พูดคุยกับหวงเหวิน จางฉิงในเื่อื่น ๆ สักพักก็ให้ทั้งสองคนกลับไป ตอนนี้ซุนิฉวนกังวลเื่ความปลอดภัยของเหมืองเกลือขึ้นมาจริง ๆ หากยังหาคนมาเพิ่มไม่ได้ ซุนิฉวนตั้งใจจะไปที่เมืองถานโจวอีกครั้ง ผู้อพยพสมควรมีมาที่เมืองถานโจวเรื่อย ๆ ตอนนี้เหตุการณ์ในพื้นที่อื่นยังไม่ร้ายแรง แต่ความอดอยากเริ่มคุกคามไปในหลายพื้นที่แล้ว จากคำบอกเล่าของผู้อพยพที่มาที่เหมืองเกลือ บางครอบครัวมาหนีมาจากหมู่บ้านที่อยู่ต่างมณฑลห่างไกลกัน แสดงว่าคลื่นผู้อพยพยังคงไม่หมดแต่เพียงแค่นี้
หวงเหวินให้คนของพรรคทรายทะเลพักที่บ้านพักของคนงานที่ยังว่างอยู่ แต่มีสองคนที่หวงเหวินจัดให้พักอยู่ที่เรือนชั้นนอก หลี่หย่วนเจ๋อนั่งดื่มน้ำชาท่าทางอารมณ์ดีตรงข้ามเป็เด็กหนุ่มที่กำลังทำสีหน้าไม่สบอารมณ์
“ประมุขน้อย ดูท่าเขาจำท่านไม่ได้จริง ๆ ” หลี่หย่วนเจ๋อกลั้นขำ
“ผ่านไปเพียงห้าปีก็จำข้าไม่ได้แล้ว น่าเจ็บใจจริง ๆ ” เด็กหนุ่มกล่าวกระแทกจอกน้ำชาลงกับโต๊ะ
“ประมุขน้อย เขาจำท่านไม่ได้ ท่านก็เข้าไปสนทนารื้อฟื้นความหลัง ไม่เห็นต้องคิดให้มากความ ความจริงตอนนั้นนายน้อยซุนเพิ่งอายุสิบเอ็ดขวบ ผ่านไปตั้งห้าปีแล้วเขาจำท่านไม่ได้ก็ไม่เห็นแปลก”
“เหอะ เ้าไม่ต้องยุ่ง ข้าจะทำให้เขาจำข้าให้ได้เอง”
หลิวมู่เหยียนเร่งรีบเดินทางจากกวางโจวมาถึงเหมืองเกลือแทบไม่ยอมหยุดพัก เพราะว่าเร่งรีบจะมาพบเจอคนที่ไม่ได้พบหน้าถึงห้าปี จึงไม่ได้ให้คนเข้ามาส่งข่าวล่วงหน้า ทำให้คนทั้งเหมืองเกลือตื่นตระหนก คิดไม่ถึงอีกฝ่ายจำตนเองไม่ได้ด้วยซ้ำไป
หลี่หย่วนเจ๋อยกสองมือขึ้นยอมแพ้ ทำท่าจะออกไปด้านนอก
“ประมุขน้อย ท่านนึกหาหนทางไปก็แล้วกัน คนของข้ากำลังรออยู่”
หลี่หย่วนเจ๋อไม่รอให้จอกน้ำชาขว้างมาโดนตัวก็เปิดประตูวิ่งออกไปอีกด้านหนึ่งในทันที
“ซุนเหมียวเหมียว เ้าคนลืมง่าย” (喵喵 เหมียวๆ - เสียงแมวร้อง)
เด็กหนุ่มหยิบพัดที่ซ่อนเอาไว้ในอก ออกมาคลี่ดูลวดลายเป็รูปพระอาทิตย์สีเหลืองสดใสยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
ซุนิฉวนกำลังอาบน้ำ น้ำร้อนอุ่นกำลังดีแต่พลันรู้สึกหนาวจนต้องสยิวกายขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ