จุติเทพกระบี่

    ตอนที่ 57 เดิมพันด้วยภรรยา


            ที่หลิวอี้ไม่คิดที่จะจ้างพวกคนคุ้มกันกลุ่มนั้นเป็นเพราะเขาสงสัยว่าพวกเขาคือกลุ่มโจรที่คอยออกปล้นคน ตามที่ทหารที่เฝ้าประตูเคยบอกกับเขาเอาไว้ก่อนที่จะเข้าเมือง และตอนนี้เขายังได้ร่วมขบวนกับกลุ่มพ่อค้าและยังมีคนคุ้มกันอีกด้วย เขาเชื่อว่าจะต้องเดินทางถึงเมืองหลวงของทวีปลิ่วได้อย่างราบรื่นแน่นอน ในช่วงเย็นกลุ่มของขบวนพ่อค้าที่หลิวอี้ร่วมทางมาพวกเขาจะหยุดพัก จะไม่เดินทางในช่วงกลางคืน


            หอหงอี้ ทวีปซี ภายในห้อง


            “เจ้ารีบพูดมา”เยี่ยนฟางสอบถามเรื่องของเย่เอ๋อกับสายข่าวของนาง


            “ผู้น้อยไปสืบมาแล้ว แม่นางเย่เอ๋อนางเดินทางไปยังเมืองที่อยู่ติดชายเเดน นางไปเพียงแค่คนเดียว มีคนขับรถม้าให้นางอีกหนึ่งคน”


            เยี่ยนฟางเริ่มใช้ความคิดของนางและนำเรื่องต่างๆมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน


            “พวกเราถูกหลิวอี้หลอกแล้ว ช่างเจ็บใจยิ่งนัก เจ้ารีบเตรียมตัว ข้าจะไปยังเมืองชายแดน”


            เยี่ยนฟางรู้แล้วว่าหลิวอี้หลอกนาง ตอนนี้นางคิดว่าคนขับรถม้าของเย่เอ๋อน่าจะเป็นหลิวอี้แน่นอนและนางคิดว่าหลิวอี้คือคนที่มีสายเลือดมาร เพราะเขาเคยไปพบกับอดีตเจ้าสำนักหมื่นโอสถที่มีข่าวลือว่านางมีสายเลือดมาร


            เยี่ยนฟางรีบขี่กระบี่ของนางออกไปทันที นางใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวันนางก็มาถึงเมืองชายเเดน นางทะลุม่านพลังเข้าไปภายในเมืองทันที


            เจ้าเมืองชายแดนรีบออกมาตรวจสอบว่าใครช่างกล้าบุกฝ่าม่านพลังเข้ามาภายในเมือง   แต่พอเขาเห็นว่าคนที่ฝ่าเข้ามามีระดับพลังครึ่งเซียนขั้นสูงเขาก็ไม่กล้าที่จะขัดขวางแถมไปต้อนรับนางด้วยความนอบน้อม


            “ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสต้องการสิ่งใดจากเมืองของข้าขอรับ”เจ้าเมืองพูดด้วยความนอบน้อม


            “เจ้าช่วยไปสืบหาแม่นางคนนี้ให้กับข้า ข้าอยากจะรู้ว่านางอยู่ที่ไหน”

            

            เยี่ยนฟางเอาภาพวาดของเย่เอ๋อให้กับเจ้าเมืองดู จากนั้นเขาก็รีบจากไป นางยืนรอเขาอยู่บนอากาศ เพียงไม่นานเจ้าเมืองก็กลับมารายงาน


            “เรียนผู้อาวุโส แม่นางคนนี้ได้ออกไปจากเมืองตั้งแต่สามวันก่อน”


            “นางไปยังทิศทางไหน”


            “นางจ้างคนคุ้มกันให้ไปส่งนางที่ทวีปลิ่วขอรับ”


            เยี่ยนฟางนางหยุดคิด นางไม่รู้ว่าหลิวอี้จะเดินทางไปยังทวีปลิ่วทำไม นางตัดสินใจออกจากเมืองและกลับไปยังเมืองหลวงของทวีปซี นางไม่ได้ตัดสินใจตามรอยหลิวอี้เข้าไปในเขตสัตว์อสูร เพราะว่านางจะไปรอเขาที่เมืองหลวงของทวีปลิ่ว นางจะใช้ประตูพลังปราณเคลื่อนย้ายนางไปยังทวีปลิ่ว


            ตอนนี้มีอีกกลุ่มที่กำลังออกจากเมืองชายแดนมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเขตสัตว์อสูร พวกเขาได้คำสั่งให้มาจับตัวหญิงงาม เป้าหมายของพวกเขาก็คือเย่เอ๋อ องค์ชายลำดับที่หนึ่งไปจ้างกลุ่มมือสังหารที่อยู่หอหงอี้ ให้จับตัวเย่เอ๋อกลับไปให้เขา เเต่เขาไม่รู้ว่าหลิวอี้อยู่ที่ไหน


            ขบวนพ่อค้าที่หลิวอี้ติดตามมายังคงเดินทางต่อไป ตอนนี้พวกเขากำลังเข้าใกล้เขตแดนของทวีปลิ่วขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างทางพบเจอสัตว์อสูรบ้างแต่เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆเท่านั้น


            ขบวนของกลุ่มนักหลอมโอสถเริ่มมองเห็นกลุ่มพ่อค้า หัวหน้ากลุ่มมองเห็นรถม้าของหลิวอี้เขาก็จำมันได้ทันที จึงรีบเร่งเข้าไปใกล้กับรถม้าของหลิวอี้


            หลิวอี้รู้ว่ามีคนควบม้ามาเทียบข้างรถม้าของเขาแต่เขาไม่ได้เปิดม่านออกไปดู เขายังนอนหนุนตักเย่เอ๋ออย่างสบายใจ เขารู้แล้วว่าการเดินทางไกลจะไม่เหงาหากว่ามีหญิงงามร่วมเดินทางไปด้วย


            “พี่ชายช่วยหยุดรถม้าก่อนจะได้หรือไม่”หัวหน้ากลุ่มนักหลอมโอสถพูดกับคนขับรถม้าที่หลิวอี้จ้างมา


            ชายคนขับรถม้ากำลังจะตอบก็ถูกหลิวอี้พูดแทรกขึ้นมาก่อน


            “ไม่ทราบว่าชายแก่อย่างท่านเป็นใครถึงกล้ามาสั่งให้หยุดรถม้าของข้า”หลิวอี้พูดพร้อมกับเปิดม่านออกมา


            บรรดากลุ่มนักหลอมโอสถและกลุ่มของจางหยวนยังตกตลึงกับคำพูดของชายหนุ่มที่ดังออกมาจากรถม้า เข้ากล้าที่จะเรียกหัวหน้ากลุ่มหลอมโอสถว่าชายแก่ แม้แต่จางหยวนเขายังไม่กล้าที่จะพูดเช่นนั้นออกไป


            หัวหน้ากลุ่มนักหลอมโอสถมองใบหน้าที่โผล่ออกมาจากรถม้าด้วยความแปลกใจเขานึกว่าภายในรถม้าจะเป็นชายคนขับรถม้าที่ตามเขามาเสียอีก


            “ข้าคงจะจำคนผิด”


            “เจ้าแก่ เจ้ารู้หรือไม่ เจ้าทำให้ภรรยาของข้าที่กำลังฝึกฝนต้องเสียสมาธิ ทำให้การหลอมโอสถของนางล้มเหลว ท่านจะต้องชดใช้”


            ชายวัยกลางคนรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดที่เขาถูกเรียกว่าเจ้าแก่ เหมือนกับว่าเขาถูกหยามเกียรติ


            “เจ้าอย่ามาพูดเรื่องไร้สาระ การนั่งรถม้าที่ไม่มีความมั่นคงจะสามารถมีสมาธิในการหลอมโอสถได้ยังไง”เขาพูดจบก็หัวเราะออกมาเสียงดัง         

            บรรดากลุ่มนักหลอมโอสถต่างรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องตลก


            “แล้วชายแก่อย่างเจ้ากล้าที่จะพนันกับข้าหรือไม่ หากว่าภรรยาของข้าสามารถหลอมโอสถได้ในระหว่างที่รถม้าเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ พวกเจ้า

    ทุกคนจะต้องจ่ายค่าเดิมพันให้ข้าคนละหนึ่งเเสนหินกำเนิดปราณ พวกเจ้ากล้าหรือไม่”


            “ทำไมพวกเราจะไม่กล้า”ชายหนุมในกลุ่มนักหลอมโอสถพูดขึ้นมาจากนั้นยังมีเสียงอีกหลายๆคนที่พูดเหมือนกันกับเขา


            “แล้วถ้าเจ้าพ่ายแพ้ละ”หัวหน้านักหลอมโอสถพูดขึ้นมา


            “หากว่าข้าพ่ายแพ้ ข้าจะยกภรรยาของข้าให้เป็นหญิงรับใช้ของท่าน”


            ทุกคนที่ได้ยินถึงกับตกตลึงพร้อมกับตะโกนสาบแช่งหลิวอี้กันแทบจะทุกคน พวกเขาไม่เคยพบเห็นใครที่เลวร้ายเหมือนกับชายหนุ่มคนนี้มาก่อน


            “คุณชาย ท่านจะไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยรึ”จางหยวนพูดขึ้นมาเขาทนไม่ได้ที่เห็นชายหนุ่มทำกับหญิงสาวแบบนี้ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นหน้านาง


            หลิวอี้มองไปยังทิศทางของเสียงเขาก็จำหน้าชายคนนั้นได้ทันที


            “ข้าไม่ได้โหดร้าย เป็นเพราะว่าข้ามั่นใจในตัวภรรยาของข้าว่านางจะทำได้สำเร็จ”


            หลิวอี้รู้ดีว่าเขาไม่ควรที่จะนำเย่เอ๋อมาเป็นรางวัลในครั้งนี้แต่เขารู้ดีว่าหากเขาไม่นำนางมาเป็นรางวัล นางจะต้องแกล้งหลอมโอสถให้ล้มเหลวแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพกระบี่ ที่คุณอ่าน