เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 50

    "ระบบใช้สกิล ไว้วางใจ กับ คุณดาริน" ผมสั่งระบบในใจ


    [รับทราบ สกิล ไว้วางใจ ทำงาน เวลาในการใช้งาน 60 นาที]


    [สกิล:ไว้วางใจ เพิ่มขึ้น → ระดับ 2]


    [เอฟเฟกต์: เมื่อใช้กับบุคคลใด บุคคลนั้นจะรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนรักของคุณทันที มีผลนาน 60 นาที / คูลดาวน์ 12 ชั่วโมง / มีผลในรอบถัดไป]


    ผมเงยหน้ามองจอโปร่งแสงที่ลอยอยู่ตรงหน้า พลางกวาดสายตาอ่านข้อความบนนั้น เนื้อหาที่ปรากฏทำให้หัวใจผมพลันพองโต ความสุขเอ่อล้นขึ้นมาในทันที


    หลังจากผมใช้สกิลไปแล้ว ตอนนี้ผมคงกลายเป็นที่ระบายให้เธอได้ อาจจะมากบ้างน้อยบ้าง แต่ผมหวังว่าอย่างน้อยมันจะช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น และยอมเปิดใจเล่าสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา


    "พี่อยากจะเล่าหรือระบายอะไรไหมครับ" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


    ทันใดนั้น เธอก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเธอประดับด้วยรอยยิ้มที่ดู เข้มแข็ง แต่แฝงความเปราะบาง


    เธอยิ้มราวกับมีความสุขก่อนจะเอ่ยว่า "แฟนเก่าพี่... เขาเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ที่นี่แหละ" เธอเริ่มเล่า ขณะสบตาผม "เขาแอบไปคุยกับผู้หญิงคนอื่น... ผู้หญิงคนนั้นเป็นนักร้องที่มาร้องเพลงอยู่ที่นี่อยู่บ่อย ๆ"


    ขณะที่เธออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ มือเล็ก ๆ ของเธอก็บีบมือผมเบา ๆ เป็นจังหวะ เหมือนต้องการหาที่ยึดเหนี่ยว บ้างก็ยกมือที่ผสานกับผมไปซุกไว้ที่แก้มนุ่มนิ่ม ราวกับจะซับความรู้สึกเจ็บปวดที่เอ่อล้นออกมา


    ดารินเอ่ยชื่อแฟนเก่าออกมาว่า “จอนนี่” พวกเขาคบหาดูใจกันมานานกว่า สี่ปี แต่ความสัมพันธ์นั้นก็จบลงเมื่อราว สองเดือนที่แล้ว


    ถึงแม้จะผ่านไปแล้ว ดารินก็ยัง ไม่สามารถลืมจอนนี่ได้ แม้ว่าเธอจะเจ็บใจที่ถูกเขาทรยศ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้น


    ดารินเล่าต่อว่า เธอเห็นพวกเขาขับรถออกจากโรงแรมด้วยกันในตอนเช้ามืด คล้ายภาพบาดตาที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ขณะนั้นดารินกำลังนั่งอยู่ในรถแท็กซี่ ระหว่างทางกลับคอนโด ซึ่งเป็นที่ที่เธอกับจอนนี่เช่าอยู่ด้วยกันในตอนนั้น


    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดารินสงสัย เธอเคยบังเอิญเห็นรูปถ่ายคู่ของคนทั้งสองในโทรศัพท์ของจอนนี่ มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ตอนนั้นดารินเลือกที่จะเก็บเงียบไว้ ไม่ได้พูดอะไรออกไป


    ทว่าเมื่อได้เห็นกับตาในเช้ามืดวันนั้น ดารินก็แน่ใจแล้วว่าพวกเขาต้องมีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นอน


    ดารินจึงตัดสินใจ เดินออกมาจากชีวิตเขาโดยไม่ปริปากพูดอะไรกับจอนนี่แม้แต่คำเดียว เธอตรงกลับไปที่คอนโดเพื่อ เก็บข้าวของและย้ายออกไปในทันที


    ดารินเพียงส่งข้อความสั้น ๆ ส่งไปทางไลน์บอกกับจอนนี่ว่า “ขอให้มีความสุขกับคนใหม่นะ”


    ตั้งแต่วันนั้น ดารินก็ไม่รับสายและไม่ตอบกลับข้อความของจอนนี่อีกเลย เธอเลือกที่จะตัดการสื่อสารทุกช่องทางโดยสิ้นเชิง เป็นการบอกเลิกที่เงียบงันและเด็ดขาดที่สุด ปล่อยให้จอนนี่ต้องเผชิญกับความว่างเปล่าของการจากไปโดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ เพราะจอนนี่คงรู้ตัวดีอยู่แล้ว


    ไม่นานนัก อาหารหลากหลายก็ถูกนำมาเสิร์ฟเรียงรายตรงหน้า เราสองคนเริ่มลงมือทานกันอย่างเพลิดเพลิน ผมมองดารินที่กำลังลิ้มรสอาหารด้วยรอยยิ้ม เธอดูมีความสุขกับรสชาติอร่อยตรงหน้า จนเหมือนความเศร้าที่เคยเกาะกุมใจได้เลือนหายไปชั่วขณะ


    บางจังหวะ เธอก็บอกให้ผมป้อนอาหาร แต่ผมก็ออกอาการ เก้ ๆ กัง ๆ จนทำอะไรไม่ถูก เธอเลยหยุดหัวเราะออกมา ก่อนจะบอกกับผมว่า "เก่งแล้ว ๆ" เพื่อให้ผมคลายความประหม่าลง


    และบางครั้งเธอก็ป้อนผมบ้าง ในลักษณะที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ทุกสิ่งที่พวกเราทำนั้นเป็นเหมือนคู่รักกันจริง ๆ หากดูจากภายนอก


    แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ แผนการที่ถูกจัดฉากขึ้น แต่กลับทำให้พวกเราทั้งคู่รู้สึก สนุกและเพลิดเพลินไปกับบทบาทนี้ อย่างไม่น่าเชื่อ


    ครู่ใหญ่ต่อมา ดารินก็เริ่มมีอาการตาเยิ้ม เนื่องด้วยปริมาณไวน์ที่เธอจิบเข้าไปเยอะพอสมควร สีหน้าเธอเริ่มแดงระเรื่อ และดูผ่อนคลายจนเกินไป

    ผมรู้สึกว่าต้องเตือนเธอแล้ว จึงเอ่ยขึ้นเบา ๆ ว่า "พี่ดารินครับ พอแค่นี้ก่อนดีไหมครับ เดี๋ยวจะเมาไปมากกว่านี้" ผมก้มลงกระชับมือเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ เพื่อให้เธอรู้สึกตัว


    เธอยิ้มหวานให้ผม รอยยิ้มที่ดูทั้งสดใสและขี้เล่น ดวงตาเป็นประกาย แต่ผมสังเกตได้ว่า บางจังหวะสายตาของเธอก็กวาดมองผ่านผมไป


    มันเป็นสายตาที่ไม่ได้มองผมจริง ๆ ราวกับจงใจให้มีใครบางคนเห็น ว่าเธอมีความสุขกับ คนรักใหม่ อย่างไร้กังวลและก็ผมรู้ว่านี่คือการแสดงเพื่อประชดแฟนเก่าของเธอตามแผนการที่วางไว้


    "น้องวายุ... ยื่นหน้ามาใกล้ ๆ พี่หน่อย" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงมากจากฤทธิ์ไวน์ ผมโน้มตัวเข้าไปหาเธอทันที "จุ๊บพี่หน่อยสิคะ" เธอพูดกระซิบเบา ๆ 


    ผมยิ้มมุมปาก เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ เรื่องแบบนี้ผมก็พอจะเก่งอยู่เหมือนกัน ผมไม่ลังเลเลยที่จะทำตาม ผมจรดริมฝีปากลงไปที่ริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล เพียงชั่วครู่ก็ผละออก ไม่มากเกินไป แต่เพียงพอที่จะสื่อถึงความเป็นคู่รักได้ชัดเจน


    ผมรู้สึกได้ว่า ดารินตัวแข็งไปเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงยิ้มหวานตอบกลับมา สายตาของเธอยังคงกวาดมองไปในทิศทางหนึ่งอย่างจงใจ


    ไม่นานนัก เธอก็เอ่ยขึ้นว่า "กลับกันเถอะ" ก่อนดารินจะแอบยื่นบัตรเครดิตมาให้ผม เพื่อชำระค่าอาหาร ผมรับมันมาแล้วยิ้มออกมาทันที ก่อนจะตอบกลับไปว่า "ถ้าหากมีครั้งหน้า ผมขอเลี้ยงพี่จะได้ไหมครับ"


    ผมหยิบบัตรขึ้นมาเตรียมยื่นให้พนักงาน เธอยิ้มหวาน และตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ได้สิ... เอาเป็นว่าวันไหนว่างพี่จะบอกแล้วกันนะ"


    หลังจากชำระเงินเสร็จ พวกเราก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ ทว่าก่อนจะเดินจากไป ผมก็อดไม่ได้ที่จะเก็บภาพวิวยามค่ำคืนนี้ไว้ เป็นที่ระลึก


    ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก่อนจะกดถ่ายไปสองสามภาพ แต่ตอนนั้นเอง ดารินก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า


    "โอ้...โห... คนขับรถใช้ iPhone 17 Pro Max ด้วยเหรอคะเนี้ย" เธอพูดด้วยสายตาแหย่ผมเล่นอย่างชัดเจน 


    จากนั้น เธอก็นั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง แล้วใช้มือเท้าคางมองผม


    ผมยิ้มออกมาอย่างเขิน ๆ ก่อนจะแก้ตัวออกไปว่า "ก็...มีเยอะแยะไปครับ แค่พี่บังเอิญเห็นผมใช้ก็แค่นั้นเอง บางทีมันอาจเป็นไอโฟนเก๊ ก็ได้นะครับ"


    เธอยิ้ม พลางพยักหน้าอย่างไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา สายตาของเธอยังคงเหลือบมองผมอยู่อย่างนั้น เหมือนกำลังพยายามอ่านบางอย่างจากตัวผม


    ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกดถ่ายใบหน้าของเธอไว้สองสามรูป อย่างรวดเร็ว


    เมื่อเธอเห็นอย่างนั้นก็ ตกใจก่อนจะหัวเราะออกมา แล้วเอ่ยว่า "น้อง...วายุ! พี่ไม่สวยนะ ลบออกเดี๋ยวนี้เลย!"


    มือของเธอก็พยายามจะคว้าโทรศัพท์มือถือจากผมทันที ผมเห็นปฏิกิริยาของเธอดูน่ารักและเป็นธรรมชาติมาก จนผมยิ้มตาม


    “ออกจะน่ารักนะครับ ดูสิ" ผมหันจอโทรศัพท์ให้เธอดูภาพที่เพิ่งถ่ายไป ดารินก็หลุดขำออกมาทันที แล้วยกมือขึ้นปิดหน้า พร้อมส่ายศีรษะไปมา

    เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ แต่ในน้ำเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยความขบขัน "ไม่น่ารักสักนิด"


    เธอหยุดหัวเราะ แล้วมองตรงมาที่ผมอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ที่จริงใจ "ขอบคุณนะวันนี้...น้องทำให้พี่มีความสุขมาก ๆ"


    เธอหยุดพูดครู่หนึ่ง แล้ว เหลือบตามองไปยังบาร์ ที่เต็มไปด้วยขวดเครื่องดื่มหลากสี "บางที... มันอาจจะทำให้พี่ไม่อยากมาที่นี่อีกก็ได้"


    เธอไม่ได้พูดถึงเรื่องแฟนเก่าอย่างตรงไปตรงมา แต่ผมเข้าใจว่าความสุขที่เธอได้รับจากผมไปในวันนี้ ช่วยลบเลือนความเจ็บปวดจากสถานที่แห่งนี้ ไปได้มากทีเดียว

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน